สถาปัตยกรรมเซอเรียล ยุคหลังโซเวียต - National Geographic Thailand

สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต

อาคารรัฐบาลในกรุงอัสตานา, คาซัคสถาน (2012)

สถาปัตยกรรมเซอเรียล ยุคหลังโซเวียต

ในทศวรรษ 1950 โจเซฟ สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวียตเปลี่ยนทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าของกรุงมอสโก ด้วยอาคารสูง 7 ชั้น ที่ให้ความรู้สึกราวกับมีเค้กแต่งงานก้อนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทั้งยังประดับประดาด้วยศิลปะแบบโกธิคบนยอดแหลมของอาคาร แม้ประเทศนี้จะอุบัติขึ้นจากสงคราม แต่ผู้นำของสหภาพโซเวียตให้ความสำคัญกับการออกแบบ สถาปัตยกรรมเซอเรียล เหล่านี้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน, มหาวิทยาลัย, อาคารรัฐบาล หรือโรงแรมล้วนสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโซเวียต ทั้งสิ้น

หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายลงในปี 1991 หลายประเทศต้องเริ่มต้นก่อร่างสร้างชาติขึ้นมาใหม่เป็นของตนเอง Frank Herfort ช่างภาพชาวเยอรมนีเริ่มต้นโปรเจคนี้ในปี 2008 ตัวเขาตระเวนขับรถไปทั่วภูมิภาคตั้งแต่กรุงมอสโก ไปจนถึงกรุงอัสตานา และในไซบีเรียไปจนถึงแม่น้ำวอลกาทางตะวันตกของรัสเซีย เพื่อบันทึกภาพสถาปัตยกรรมแปลกตาเหล่านี้ในชุดภาพ Imperial Pomp

สถาปัตยกรรมเซอเรียล
สำนักงานตำรวจนครคาซาน, รัสเซีย (2002)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
หอคอย Bajterek กรุงอัสตานา, คาซัคสถาน (2002)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อพาร์ทเม้นท์ทั่วไปในกรุงอัสตานา, คาซัคสถาน

(ชมสุดยอดสถาปัตยกรรมของอาบูดาบีได้ ที่นี่)

“ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวในรัสเซียจะเห็นว่าบ้านเมืองมีหน้าตาเหมือนกันหมด ตั้งแต่มอสโก, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไปจนถึงโนโวห์ราด” Herfort หมายถึงอพาร์ทเม้นสไตล์คลาสสิกโซเวียตที่ออกแบบมาให้สำหรับบรรดาคนงานไว้อยู่อาศัย อาคารที่ไม่เหมือนใครเหล่านี้สะท้อนว่าพลเมืองในอุดมคติของสหภาพโซเวียตควรเป็นอย่างไร และเมื่อสิ้นสุดการปกครองของสหภาพโซเวียต อีกหนึ่งคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมาในบรรดาการออกแบบของประเทศเกิดใหม่เหล่านี้คือ “ความเป็นอนาคต” ซึ่งยังคงพบเห็นได้ในอาคารหลายแห่งของกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน

ถึงแม้ว่าประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตเหล่านี้จะมีประวัติศาสตร์ไม่ต่างกัน แต่การพัฒนาในยุคหลังโซเวียตของพวกเขาโดดเด่นมาก คำกล่าวจาก Kasia Ploskonka นักประวัติศาสตร์ศิลปะ จากศูนย์ศิลปะยุคหลังโซเวียตเอเชีย

เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลงแล้ว บรรดาประเทศต่างๆ ต้องทำการตลาดประชาสัมพันธ์ประเทศของตน “แม้ว่าการลบเลือนอดีตหรือสร้างตัวตนใหม่ที่สมบูรณ์จะยังไม่เกิดขึ้น แต่พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะมีบทบาทสำคัญบนเวทีโลก” Ploskonka กล่าว

ใช่ ตัวตนของประเทศเกิดใหม่ในยุคหลังโซเวียตนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรม ซึ่งคุณจะได้ชมผ่านชุดภาพถ่ายของ Herfort ส่วนใหญ่แล้วอาคารเหล่านี้ออกแบบโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของประชาชนเท่าไหร่ แตกต่างจากแฟลตของสหภาพโซเวียต ฉะนั้นแล้วจึงมีจำนวนผู้อยู่อาศัยหรือผู้ที่ทำงานในอาคารเพียงน้อยนิด และมีบ้างที่ว่างเปล่าเลย และแม้วันนี้จะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษแล้วที่พวกเขาเป็นอิสระ แต่กลิ่นอายของความเป็นสหภาพโซเวียตยังคงสัมผัสได้

เรื่อง Christine Blau

ภาพ Frank Herfort

สถาปัตยกรรมเซอเรียล
หอคอย New Alexandria ในนครโซชี, รัสเซีย (2011)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อนุสาวรีย์ความเป็นกลางในกรุงอาชกาบัต, เติร์กเมนิสถาน (1998)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อาคารเชเลียบินสค์ ในเมืองเชเลียบินสค์, รัสเซีย (2007)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
พีรามิดสันติภาพ, กรุงอัสตานา, คาซัคสถาน (2006)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อาคาร Linkor ในกรุงมอสโก, รัสเซีย (2010)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
หอนาฬิกามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี, เมืองบาทูมี, จอร์เจีย (2012)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อาคารเมอร์คิวรี่ซิตี้่, กรุงมอสโก, รัสเซีย (2013)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
หอวิทยุโทรทัศน์ในกรุงอาชกาบัต, เติร์กเมนิสถาน (2012)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
คอนเสิร์ตฮอลล์คาซัคสถาน ในกรุงอัสตานา, คาซัคสถาน (2012)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
กรมอนามัยและอาคารธุรกิจของกรุงมอสโก, รัสเซีย
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
พระราชวังแห่งความสุขในกรุงอาชกาบัต, เติร์กเมนิสถาน (2011)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
ศูนย์ Heydar Aliyev, กรุงบากู, อาเซอร์ไบจาน (2012)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
สะพาน Shivopasana ในกรุงมอสโก, รัสเซีย
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
อาคาร Parus ในกรุงมอสโก, รัสเซีย
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
ศูนย์การค้า Khan Shatyr, กรุงอัสตานา, คาซัคสถาน
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
ศูนย์กลางวัฒนธรรมและบันเทิง Alem, กรุงอาชกาบัต, เติร์กเมนิสถาน (2012)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
โรงเรียนบริหาร Skolkovo ในกรุงมอสโก, รัสเซีย (2010)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
หอคอยแกรนด์พาร์คในกรุงมอสโก, รัสเซีย (2009)
สถาปัตยกรรมเซอเรียล
ศูนย์หมากรุก, ไซบีเรีย, รัสเซีย (2010)

 

อ่านเพิ่มเติม

ยานร้างกลางทะเลทราย

 

เรื่องแนะนำ

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

การเดินทางของอาหาร

นี่ไม่ใช่ภาพหุ่นนิ่งจากยุโรปสมัยศตวรรษที่สิบเจ็ด แต่เป็นผลผลิตสดใหม่จากตลาดระดับบนสี่แห่งในแมนแฮตตัน การกินอาหารที่ผลิตหรือปลูกในท้องถิ่นและลดการปล่อยคาร์บอนอาจกำลังเป็นที่นิยม แต่ผักผลไม้เหล่านี้ขนส่งเป็นระยะทางไกลมายังมหานครนิวยอร์ก บางชนิดเดินทางมาไกลเกือบ 15,000 กิโลเมตร ที่จริงแล้วการ นำเข้าผลผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 1980 อมิต รตานศีพ่อค้าที่ตลาดขายส่งแห่งหนึ่งในย่านบรองซ์ บอกว่า พ่อครัวและคนซื้อ “อยากรู้ว่าอาหารของพวกเขามาจากที่ไหน” ซึ่งอาจหมายถึงไร่นาใกล้เคียง อีกฝั่งหนึ่งของประเทศ หรือถ้าเป็นสินค้าจากต่างแดนก็อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก อยากรู้ไหมว่าผลผลิตอาหารเหล่านี้เดินทางมาจากที่ไหนบ้าง คลิกชมได้ ที่นี่    อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

กรุงเทพฯ : สัญจรวิถีของคนกรุง

"ความที่อยู่กรุงเทพฯ ทุกคนจึงต้องหาวิธีเดินทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของตัวเอง ด้วยต้นทุนและรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป" ขณะที่ชนชั้นกลางเลือกที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกเวลาและความสะดวกสบาย แต่ชนชั้นแรงงานที่ไม่มีทางเลือกมากนัก ถูกบังคับให้จ่ายด้วยเวลา เพื่อเก็บเงินไว้ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองให้นานขึ้น