ภาพถ่ายสุดยอดการออกแบบ นวัตกรรมอาคารในเมือง

ภาพถ่ายสุดยอดการออกแบบนวัตกรรมของอาคารในเมือง

ภาพถ่ายสุดยอดการออกแบบ นวัตกรรมอาคารในเมือง

เรารายงานเรื่องการเติบโตอันน่าตื่นตาตื่นใจของพื้นที่เขตเมืองต่างๆในโลกมาอย่างต่อเนื่อง พอถึงปี 2050 ประชากรเกือบร้อยละ 70 ของโลกจะอาศัยอยู่ในเมือง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55 ในปัจจุบัน

เส้นขอบฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอจะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ขณะที่อาคารใหม่ๆนับไม่ถ้วนกำลังผุดขึ้นมา ความท้าทายก็คือ อาคารต่างๆเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราวร้อยละ 30 ของโลก และใช้พลังงานของโลกราวร้อยละ 40 แต่สิ่งนี้กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับอาคารสีเขียวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งใช้พลังงานและน้ำน้อยกว่า ควบคู่ไปกับการจัดหาผลประโยชน์มากมายให้ผู้อยู่อาศัย

ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมของอาคาร เปลี่ยนโฉมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้เมืองต่างๆอย่างไร ช่างภาพหลายคนถ่ายภาพเส้นขอบฟ้าและตึกระฟ้าที่เปล่งประกายระยิบระยับ คนอื่นๆถ่ายภาพทางอากาศเหนือย่านต่างๆในเมือง หรือถ่ายภาพระยะใกล้ของรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม

นวัตกรรมอาคารในเมือง

ชีวิตบนท้องถนนสะท้อนอยู่ในประตูติดกระจกของห้าง Tokyu Plaza Omotesando ในย่านฮะระจุกุ ศูนย์กลางแฟชั่นของกรุงโตเกียว อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนโอะโมะเตะซันโดะที่ได้ชื่อว่า ถนนชองเซลีเซแห่งโตเกียว บนดาดฟ้าของอาคารปลูกสวนไม้และพืชพรรณราว 50 ชนิด ซึ่งเป็นแหล่งหลบภัยของนกและผู้มาจับจ่ายซื้อสินค้า

Photograph by Teruo Araya, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

ภาพที่ถ่ายจากชั้น 40 ของตึก Heron Tower สะท้อนภาพภัตตาคารอยู่เหนือสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนอย่างสะพาน Tower Bridge และตึกระฟ้าอันโด่งดังที่เรียกว่า Gherkin (ขวา) ซึ่งการออกแบบนวัตกรรมของตึกนี้ทำให้แดดส่องเข้ามาและระบายอากาศตามธรรมชาติได้สูงสุด มีการวางแผนจะสร้างตึกสูงกว่า 400 หลังในเมืองหลวงที่กำลังขยายตัวแห่งนี้

Photograph by Andro Loria, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

ชาวเมืองเซี่ยงไฮ้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายแบบดั้งเดิมตรงบริเวณริมน้ำย่าน the Bund ที่อยู่ตรงข้ามกับโฉมหน้าอันทันสมัยของเมือง ตึกระฟ้าทวีจำนวนขึ้นพร้อมกับประชากรเซี่ยงไฮ้ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่ปี 2000 ปัจจุบัน ประเทศจีนตอบรับอาคารสีเขียวในฐานะวิธีชดเชยความเสียหายทางด้านสิ่งแวดล้อมของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเมือง

Photograph by Attila Balogh, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

นักท่องเที่ยวเดินเล่นไปตามทางเดินของ the Lost World เรือนยอดไม้ในป่าเมฆเขียวชอุ่ม ส่วนจัดแสดงของ Gardens by the Bay ในสิงคโปร์ส่วนนี้แสดงพรรณพืชจากเทือกเขาเขตร้อน เรือนกระจกที่มีการควบคุมภูมิอากาศขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน

Photograph by Pichan Cruz, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

ถนนย่านที่พักอาศัยในเมืองโทรอนโตถูกคั่นด้วยสีสันฤดูใบไม้ร่วง โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมื่อไม่นานมานี้เปลี่ยนจุดสนใจในการปลูกสร้างอาคารบริเวณใจกลางเมืองโทรอนโตเสียใหม่ โดยพยายามป้องกันการขยายตัวของเมืองและรักษาพื้นที่สีเขียวชานเมืองเอาไว้ โทรอนโตมีพื้นที่เขตเมืองซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นที่สุดบางแห่งของโลก เป้าหมายคือมีเรือนยอดไม้ปกคลุมพื้นที่เมืองราวร้อยละ 40 ภายในปี 2050

Photograph by Stas Bartnikas, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

นักท่องเที่ยววัยเยาว์มองลงไปยังนครชิคาโก บ้านเกิดของตึกระฟ้า จากชั้น 103 (ความสูง 412 เมตร) ของตึก Willis Tower หรือที่รู้จักกันในชื่อตึก Sears Tower ตึกอายุ 43 ปีหลังนี้มีกำหนดปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ นครชิคาโกเป็นผู้นำในด้านหลังคาเขียว (green roof) ของประเทศ (ซ้าย) ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำความเย็นในฤดูร้อนโดยการลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (heat island effect) ของเมือง

Photograph by Toni Minchev, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

แสงอาทิตย์สาดส่องรอบยอดแหลมของ Burj Khalifa ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกในนครดูไบ มากกว่าที่ส่องลงมายังหอไอเฟลถึงสามเท่า “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่หรือการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ก็ทำให้รู้สึกมีกำลังใจที่รู้ว่าตึกระฟ้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ยึดมั่นต่อแนวทาง ‘สีเขียว’ อย่างเข้มงวดครับ” ช่างภาพผู้พำนักอยู่ในดูไบตั้งข้อสังเกต

Photograph by Micky Kalita, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

กลุ่มบ้านทรงลูกเต๋า (ขวา) ที่สร้างขึ้นในทศวรรษ 1980 โดยสถาปนิก Piet Blom เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รอตเทอร์ดามมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งสถาปัตยกรรมเชิงนวัตกรรม ทุกวันนี้ จิตวิญญาณของการทดลองได้ขยายแรงผลักดันของเมืองที่จะเป็นเมืองท่าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก รวมทั้งความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้ริเริ่มแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ สิ่งนี้เกิดจากความจำเป็น เพราะประชากรร้อยละ 90 ของเมืองอาศัยอยู่ต่ำกว่าระดับทะเล

Photograph by Paula Kajzar, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

ตึกเอ็มไพร์สเตตในนครนิวยอร์กที่ถ่ายภาพจากเฮลิคอปเตอร์ ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อประหยัดเงินปีละกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐและลดการใช้พลังงานลงราวร้อยละ 38 การปรับปรุงนี้รวมถึงไฟสีที่เป็นเครื่องหมายการค้าของตึกด้วย การแสดงแสงสีทุกค่ำคืนจะเปิดหลอดไฟแอลอีดี 1,200 ดวง ซึ่งให้สีสันได้มากถึง 16 ล้านสี เพิ่มจากเดิมที่มีเก้าสีเมื่อปี 1964

Photograph by Eric Smith, National Geographic Your Shot

ไฟถนนส่องสว่างภูมิทัศน์ของเมืองชาห์รูดที่มีหิมะปกคลุม พื้นที่เขตเมืองซึ่งกำลังเติบโตในประเทศอิหร่านนี้โอบล้อมด้วยป่าเมฆและทะเลทราย

Photograph by Abbas Rastegar, National Geographic Your Shot

นวัตกรรมของอาคารในเมือง

นักท่องเที่ยวเดินวนขึ้นไปบนโดมอันทันสมัยทำจากกระจกและเหล็กกล้าที่ครอบอยู่บนอาคารประวัติศาสตร์ Reichstag ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งอาจเป็นอาคารรัฐสภาที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก โดมนี้มีกรวยกระจกอยู่ตรงกลาง เป็นแหล่งกำเนิดแสงธรรมชาติและช่องระบายอากาศสำหรับอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero building) โดยการใช้พลังงานหมุนเวียน

Photograph by Veronika K Ko, National Geographic Your Shot

 

เรื่องแนะนำ

บันทึกประวัติศาสตร์ “โชคดีที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9”

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพถ่าย จันทร์กลาง กันทอง หลังมีประกาศให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สามารถเข้าพื้นที่รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ตั้งแต่เวลา 05.00น. ของวันที่ 25 ตุลาคม สิ่งที่ฉันเห็นผ่านภาพข่าวและจากการตระเวนสำรวจรอบพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม คือภาพประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกสารทิศหอบหิ้วเสื้อผ้าสัมภาระที่จำเป็นเข้ามาจับจองพื้นที่ใกล้เคียงจุดคัดกรองทั้งเก้าจุดเพื่อหวังจะมีโอกาสเข้าไปกราบถวายสักการะเป็นครั้งสุดท้าย บางคนตั้งใจมารอตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 22 ก็มี ไม่นานนัก ตลอดแนวบาทวิถีและหน้าอาคารพาณิชย์บริเวณนั้นก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดสีดำ…ที่มีหัวใจดวงเดียวกัน นอกจากต้องลดขั้นตอนการใช้ชีวิตให้ง่ายที่สุด กินน้อย นอนน้อย เข้าห้องน้ำน้อยแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบจากธรรมชาติมากมาย ตั้งแต่อากาศร้อนอบอ้าว แสงแดดที่แผดเผาจนผิวแทบไหม้และสายฝนที่กระหน่ำเป็นระยะๆไปจนถึงอาการอ่อนเพลียลมแดด และไข้หวัดที่เริ่มเล่นงานหลายคน แต่ทุกคนก็ยัง “ยิ้มสู้” และยืนหยัดรอต่อไป ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันคิดในใจว่าจะต้องใช้ความรักมากแค่ไหนกันกว่าที่คนคนหนึ่งจะยอมเสียสละตัวเองได้ถึงเพียงนี้แต่คำถามเดียวกันนี้ก็ทำให้ฉันอดคิดถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะความรักที่ทรงมีต่อบ้านเมืองและประชาชนของพระองค์นั่นเอง จุดเริ่มต้นของการมีทุกอย่างทีดีในวันนี้คือการต่อสู้กับความยากจนอันเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนไทยเมื่อหลายทศวรรษก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารต่างๆตั้งแต่ดอยสูงเสียดฟ้าจรดชายเลนปากทะเลเพื่อทรงรับฟังปัญหาตรวจตราพื้นที่ และเก็บข้อมูลด้วยพระองค์เอง แม้ข้าราชบริพารหลายคนจะเคยกราบทูลว่าพระองค์ไม่จำเป็นต้องลำบากพระวรกายเช่นนั้น แต่ก็ทรงทำเพราะต้องการให้ประชาชนได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ  จนมีคำกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีที่ใดในผืนแผ่นดินไทยที่พระองค์เสด็จฯไปไม่ถึง” เช้ามืดวันแห่งประวัติศาสตร์  26 ตุลาคม 2560 […]

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา ย้อนหลังไปกว่าร้อยปีก่อน ขณะออกค้นหาเมืองหลวงที่สาบสูญของจักรวรรดิอินคา ไฮแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกันวัย 35 ปี อาศัยคนพื้นเมืองนำทางขึ้นไปสู่ยอดเขาแห่งหนึ่งในหุบเขาอูรูบัมบาของเปรู บริเวณที่เขาเข้าไปคล้ายกับป่าดิบชื้น แต่ไม่นานบิงแฮมก็เริ่มมองเห็นกำแพงและสิ่งก่อสร้าง ก้อนหินแกรนิตประกอบเข้าด้วยกันอย่างงดงามในรูปแบบสถาปัตยกรรมของชาวอินคาที่ประณีตที่สุด เขาเท้าความหลังในอีกสองปีต่อมาในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่า “ มาชูปิกชู อาจเป็นซากปรักขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดที่ค้นพบในอเมริกาใต้นับตั้งแต่ยุคที่ชาวสเปนเข้ามาพิชิต” ก่อนเดินทางออกจากหุบเขาและซากปรักที่ขุดพบซึ่งต่อมาจะทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดัง บิงแฮมใช้เวลาสี่ชั่วโมงบันทึกภาพมาชูปิกชูด้วยกล้องโกดักที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แน่นอนว่า บิงแฮมไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบมาชูปิกชู เกษตรกรชาวเปรูในภูมิภาคนี้รู้จักและเข้ามาเยี่ยมชมซากปรักของจักรวรรดิอินคาบนยอดเขาเป็นเวลานานแล้ว แต่บิงแฮมน่าจะเป็นคนแรกที่บันทึกภาพแหล่งโบราณคดีแห่งนี้และทำให้โลกรู้จักมาชูปิกชู ความที่เชื่อว่าภาพถ่ายมีคุณค่าพอๆกับการจดบันทึกการวิจัย เขาจึงยืนกรานให้เพื่อนร่วมทีมสำรวจเรียนรู้วิธีถ่ายภาพและล้างฟิล์มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ภาพถ่ายมาชูปิกชูของบิงแฮมจากการเดินทางสำรวจเปรูเมื่อปี 1911 จำนวน 244 ภาพ ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่อุทิศเนื้อที่่ทั้งเล่มให้สารคดีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเมื่อปี 1913 ภาพถ่ายเหล่านี้ยังจัดแสดงที่สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย ไฮแรม บิงแฮม ชมคลิปสั้นทำความรู้จักกับมาชูปิกชูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ngthai.com/history/4563/machu-picchu/ ‎ อ่านเพิ่มเติม คืนใบหน้าให้แก่มัมมี่อายุ 1,600 ปี

ท่องเที่ยวไปยังโลกพระจันทร์ในลาดักห์

ออกเดินทางไปยัง "โลกพระจันทร์" ดินแดนที่มีสภาพภูมิประเทศไม่ต่างจากผิวดวงจันทร์ในภูมิภาคลาดักห์ ทางตอนเหนือของอินเดีย ทว่าช่างงดงามจับใจ