"ถ้ำ" สถานที่ฝึกทีมเวิร์คของ นักบินอวกาศ - National Geographic Thailand

“ถ้ำ” สถานที่ฝึกทีมเวิร์คของนักบินอวกาศ

นักบินอวกาศจากห้าประเทศร่วมกันทำภารกิจสำรวจทางวิทยาศาสตร์ในถ้ำของอิตาลีเป็นระยเวลา 6 วัน
ภาพถ่ายโดย Vittorio Crobu

“ถ้ำ” สถานที่ฝึกทีมเวิร์คของ นักบินอวกาศ

อวกาศคือสภาพแวดล้อมที่ไม่มีโอกาสที่สองจะมอบให้ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจนำมาซึ่งหายนะถึงชีวิตของ นักบินอวกาศ ทั้งหมดในยาน

เมื่อการสำรวจอวกาศเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย ในปี 2016 องค์การอวกาศยุโรป (ESA) จัดโปรแกรมท้าทายความสามารถในการทำงานร่วมกันของบรรดานักบินอวกาศ ให้พวกเขาทำภารกิจในดินแดนที่ยังไม่ถูกสำรวจ มันคือเครือข่ายของถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินถึงครึ่งไมล์ ในแคว้นปกครองตนเองซาร์ดิเนีย ของประเทศอิตาลี

ทีมสำรวจประกอบไปด้วยนักบินอวกาศจากสหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, สเปน และรัสเซีย พวกเขาต้องตั้งแคมป์และสำรวจทางวิทยาศาสตร์ภายในถ้ำดังกล่าวเป็นเวลานาน 6 วัน

“นักบินอวกาศเหล่านี้ต้องไว้วางใจเพื่อนร่วมทีม และทั้งผู้ฝึกตลอดจนครูสอน หลักการเดียวกันในภารกิจนี้ ‘ช้าคือเร็ว’ การทำงานครั้งนี้ต้องอาศัยความสามัคคี ตลอดจนคอยเช็คว่าเพื่อนร่วมทีมอยู่ที่ไหน” บางส่วนจากรายงานขององค์การอวกาศยุโรป “ทีมเวิร์คคือสิ่งที่สำคัญมากในการสำรวจยังสิ่งแวดล้อมที่แปลกแยก เสี่ยงอันตราย เช่นในอวกาศ”

นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA
นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA

ภูมิประเทศที่เป็นหินของถ้ำเหมาะสมอย่างมากในการจำลองสภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์ดวงอื่น พวกเขาจะเรียกตนเองว่า “The Cavenauts” และประสบการณ์ในภารกิจครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้เป็นวิดีโอ โดยแต่ละคนจะได้รับมอบหมายหน้าที่ต่างกันไปตามความถนัด เช่น Jessica Meir นักบินอวกาศและนักชีววิทยาจากนาซ่าต้องศึกษาสิ่งมีชีวิตภายในถ้ำ “มันน่าเหลือเชื่อมากที่ภายในถ้ำก็ยังเต็มไปด้วยสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย” เธอกล่าว “พวกมันเป็นสัตว์น่าทึ่งมากที่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ เช่น บางชนิดตาบอด และไม่มีเม็ดสีบนผิวเลย” หรือ Pedro Duque นักวิทยาศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมรับหน้าที่เก็บตัวอย่างของจุลินทรีย์ เพื่อการศึกษาต่อในอนาคต

ตัวอย่างวิดีโอบันทึกภารกิจประจำวันของ Jessica Meir

นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA
นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA

ทั้งนี้รูปแบบของภารกิจจะเลียนแบบภารกิจการทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การจำกัดน้ำหนักของเสบียงและอุปกรณ์ระหว่างการทำงาน รวมไปถึงการวางแผนอย่างรอบคอบ และต้องไม่หลงเหลืออะไรทิ้งไว้เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ

และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว บรรดา The Cavenauts เหล่านี้ก็จะได้รับการดูแลและต้อนรับไม่ต่างจากนักบินที่เพิ่งกลับมาจากสถานีอวกาศนานาชาติ “หลายวันที่ต้องทนอยู่กับความชื้น ไม่ได้เจอแสงแดดเลย การได้กลับมาสู่พื้นโลกอีกครั้งคือเรื่องน่ายินดี” รายงานจาก ESA

เรื่อง Mark Strauss

นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA
นักบินอวกาศ
ภาพถ่ายโดย ESA

ติดตามการทำงานของพวกเขาได้ผ่านวิดีโอของ ESA

 

อ่านเพิ่มเติม

แค่แตะ มูลค้างคาว อาจถึงตาย

 

เรื่องแนะนำ

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

ธรรมชาติกลางความขัดแย้งของสองเกาหลี

ระยะเวลากว่า 60 ปีของความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ภายในเขตปลอดทหารกึ่งกลางระหว่างสองประเทศ