ฉลอง วันพ่อสากล กับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

ฉลองวันพ่อสากลกับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

วันพ่อสากล
คุณพ่อและลูกชายจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในมณฑลกานซู่ ของจีน
ภาพถ่ายโดย Maynard Owen Williams
วันพ่อสากล
ทหารชาวอิสราเอลและลูกชายบนบ่าในวันประกาศอิสรภาพ ช่วงต้นทศวรรษ 1980
ภาพถ่ายโดย Jodi Cobb
วันพ่อสากล
ครอบครัวชาวตุรกีโพสท่าถ่ายภาพหน้าบ้านบนเกาะ Marmora
ภาพถ่ายโดย Harold Griswold Dwight
วันพ่อสากล
คุณพ่อจากรัฐควิเบก ในแคนาดา กำลังสอนวิธีการทำความสะอาดปลาค็อดที่จับมาได้แก่ลูกชาย, ทศวรรษ 1950
ภาพถ่ายโดย B.A. Stewart and J.E. Fletcher
วันพ่อสากล
คุณพ่ออุ้มลูกชายขณะยืนบนพรมหน้ากระท่อมในอิรัก
ภาพถ่ายโดย Dean Conger
วันพ่อสากล
คู่สามีภรรยาชาวแอลจีเรียและลูกน้อยวัยหัดเดิน, ต้นทศวรรษ 1900
คลังภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก
วันพ่อสากล
คุณพ่อที่มีรอยสักอุ้มลูกทั้งสองไว้ในอ้อมแขน, Caversham, ออสเตรเลีย
ภาพถ่ายโดย James L. Stanfield
วันพ่อสากล
จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย พร้อมด้วยจักรพรรดินีอะเลคซันดรา และพระธิดาทั้งห้าพระองค์ทรงฉายพระรูปร่วมกัน, ต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Underwood and Underwood
วันพ่อสากล
คุณพ่อชาวไอริชและลูกชายขณะเรียงก้อนหินเป็นกำแพง, ทศวรรษ 1960
ภาพถ่ายโดย John Scotfield
วันพ่อสากล
ครอบครัววรรณะ khadem ที่มีอาชีพเต้นรำและกวาดถนนในเยเมนถ่ายภาพร่วมกัน Khadems คือชนชั้นต่ำในสังคมของชาวเยเมน เทียบเท่าได้กับวรรณะจัณฑาลในอินเดีย
ภาพถ่ายโดย Charles K. Moser
วันพ่อสากล
คนงานเหมืองและลูกสาวจากเมือง Bayard รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย, ทศวรรษ 1970
ภาพถ่ายโดย James L. Stanfield
วันพ่อสากล
ครอบครัวคนทำชีสยืนอยู่หน้ากระท่อมไม้ของพวกเขาในเทือกเขาแอลป์, ต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Dr. Gilbert H. Grovesnor
วันพ่อสากล
คุณพ่ออุ้มลูกชายขณะเดินบนท่าเรือของเกาะโคดิแอค ในรัฐอลาสกา, ทศวรรษ 1970
ภาพถ่ายโดย Steve Raymer
วันพ่อสากล
คุณพ่อและลูกสาวผู้อพยพชาวญี่ปุ่นกำลังเก็บมะเขือเทศในไร่ ประเทศปารากวัย, ทศวรรษ 1980
ภาพถ่ายโดย O. Louis Mazzatenta
วันพ่อสากล
คุณพ่อและลูกชายบรรทุกไหดินเผาใบใหญ่ขึ้นเกวียนเพื่อไปขายยังตลาดในเมือง Kornos ของไซปรัส, ทศวรรษ 1950
ภาพถ่ายโดย Franc and Jean Shor

 

อ่านเพิ่มเติม

ร่วมฉลองวันแม่สากลไปกับภาพถ่ายเก่าเหล่านี้

เรื่องแนะนำ

เหยื่อรายเดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูกอุกกาบาตหล่นใส่

เรื่องจริงของเหยื่อที่ถูก”อุกกาบาต”ตกใส่คนเดียวในประวัติศาสตร์ แอน ฮอดจส์ ถูกอุกกาบาตหล่นใส่ที่บ้านในแอละแบมาในปี 1954 เดือนกุมภาพันธ์ 2013 โซนิคบูมดังสนั่นหวั่นไหวจากอุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งด้วยอัตราเร็วสูง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกทำให้อาคารบ้านเรือนใกล้เมือง Chelyaninsk ของรัสเซีย และทำให้คนนับพันบาดเจ็บ  แต่นั่นไม่ได้เป็นก้อนหินจากอวกาศลูกแรกที่หล่นใส่มวลมนุษย์ ลองดูเรื่องของแอน ฮอดจส์ บุคคลเพียงคนเดียวที่ได้รับการยืนยันในประวัติศาสตร์ว่าถูกอุกกาบาตหล่นใส่เมื่อ 63 ปีที่แล้ว  ในบ่ายวันท้องฟ้าแจ่มใส่ในเมือง Sylacauga รัฐแอละแบมา ในปี 1954  แอนกำลังงีบหลับอยู่บนโซฟา ห่มผ้าอย่างเรียบร้อย เมื่ออุกกาบาตขนาดเท่าลูกซอฟต์บอลสีดำหล่นตูมทะลุหลังคา แล้วกระดอนจากวิทยุมาถูกที่ต้นขาของเธอจนเป็นรอยช้ำขนาดเท่าลูกสับปะรด เรื่องของแอนเป็นกรณีหายากเพราะอุกกาบาตมักตกใส่มหาสมุทรหรือบริเวณที่ห่างไกลหรือกว้างขวาง จากการสังเกตของไมเคิล เรย์โนลดส์ นักวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยรัฐฟลอริดา ผู้เขียนหนังสือ Falling Stars: A Guide to Meteors & Meteorites “ลองคิดดูว่าในประวัติศาสตร์มนุษย์มีคนมากมายแค่ไหน แต่โอกาสที่จะถูกพายุทอร์นาโด สายฟ้าฟาด และพายุเฮอร์ริเคนพัดใส่พร้อมกันยังมีมากกว่าถูกอุกกาบาตหล่นใส่เสียอีก” เรื่อง จัสติน โนเบล   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]