แคนยอน เร้นลึกแห่งออสเตรเลีย - National Geographic Thailand

แคนยอนเร้นลึกแห่งออสเตรเลีย

แคนยอน
นักปีนหุบผาเดินฝ่าป่าดิบชื้นโคชวูดและซัสซาฟรัสที่รกเรื้อไปด้วยเถาวัลย์ เพื่อมุ่งหน้าสู่คลอสตรัลแคนยอน พวกเขาอาจต้องเดินป่าหลายชั่วโมงกว่าจะพบปากทางเข้า นักปีนหุบผาต้องแบกเป้บรรจุอุปกรณ์ต่างๆ น้ำหนักมากถึงเก้ากิโลกรัม ซึ่งประกอบด้วยเชือกปีนผา ชุดดำน้ำ อาหาร และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล

การปีนหุบผาของพวกคนผิวขาวตัวเกรียมแดดเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1940 แต่กว่าที่กลุ่มหุบผาขนาดใหญ่ที่สุดจะได้รับการสำรวจก็ล่วงเลยมาถึงทศวรรษ 1960 เมื่อมีการนำเชือกและอุปกรณ์ปีนเขาสมัยใหม่มาใช้งานดานาอีบรูกแคนยอนที่ซ่อนตัวอยู่ในเขาวงกตใจกลางทิวเขาบลูเมาน์เทนส์ ได้ชื่อว่าเป็นหุบผาที่พิชิตยากที่สุดแห่งหนึ่งในหนังสือนำเที่ยวของเจมีสัน เขาบรรยายถึงหุบผานี้ไว้ว่าเป็น “วันที่แสนยาวนาน” เพราะนักปีนหุบผาต้องใช้เชือกโรยตัวอย่างยากลำบากถึงเก้าช่วงหรือมากกว่านั้น ทั้งเจมีสันและโนเบิลพิชิตหุบผานี้มาแล้ว แต่ไม่มีใครว่างไปกับผมเลย ยกเว้นจอห์น โรเบนส์ ชายร่างผอมแกร่งที่อยากลองดูสักครั้ง

เรานัดกันที่บ้านของเขาในซิดนีย์ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาโรเบนส์ ชายผู้ไว้ผมยาวรุงรัง พูดเสียงเบา และทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์อิสระวัย 39 ปี ใช้เวลาสุดสัปดาห์ส่วนใหญ่หลีกหนีจากเมืองไปปีนหุบผากลางป่าแทน โรเบนส์ไม่ต่างจากโนเบิลตรงที่ชอบปั่นจักรยานไปทั่วเมืองอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม  เห็นได้ชัดจากต้นขาที่แกร่งราวกับของแลนซ์ อาร์มสตรอง นักแข่งจักรยานชาวอเมริกันเขาอยู่กับภรรยา ชูอิน นี อูอี นักปีนหุบผาชั้นแนวหน้าและโปรแกรมเมอร์มืออาชีพเช่นกัน บ้านกลางเมืองขนาดกะทัดรัดของพวกเขาระเกะระกะไปด้วยอุปกรณ์ปีนผาและเสื้อผ้าเปื้อนโคลนที่กระจัดกระจายปะปนอยู่กับคอมพิวเตอร์ฮาร์ดไดรฟ์ แผ่นดิสก์ ถ้วยกาแฟ และแกรนด์เปียโน

แคนยอน
กระโจนสู่ความเวิ้งว้าง มาร์ก เจนกินส์ นักเขียน ปีนหุบผาคานันกราเมนแคน-ยอนซึ่งต้องอาศัยการโรยตัวถึง 14 ช่วง

โรเบนส์กับผมขับรถไปทางตะวันตกของซิดนีย์เป็นเวลาสี่ชั่วโมง ตั้งแคมป์กันในอุทยานแห่งชาติคานันกราบอยด์  และออกเดินย่ำไปตามแนวเส้นทางกันไฟของเมานต์ทูแรต ในช่วงย่ำรุ่ง เรามีชุดดำน้ำ เชือก และอาหารกลางวันพร้อมอยู่ในเป้ หลังจากข้ามธารน้ำคานันกราครีก เราเดินดุ่มไปตามป่ารกที่ไม่มีทางเดินชัดเจน อาศัยแผนที่และจีพีเอสนำทางนักปีนหุบผามีพรสวรรค์ในการแทรกตัวผ่านพุ่มไม้หนาทึบ โรเบนส์พลิ้วตัวแทรกผ่านพุ่มไม้ทึบเหล่านี้อย่างคล่องแคล่วจนผมตามแทบไม่ทัน เรากระโดดข้ามไม้ล้มและกิ่งก้านระเกะระกะบนพื้นโดยอาศัยเข็มทิศบอกทิศทาง และลัดเลาะฝ่าป่าละเมาะ ใยแมงมุมขนาดมหึมา รวมทั้งแมงมุมตัวเท่าหนูที่วิ่งพรวดพราดผ่านต้นคอ

โรเบนส์อธิบายเสียงใสว่า “มีแต่แมงมุมที่อยู่บนดินเท่านั้นละครับที่กัดแล้วถึงตาย” ไม่ถึงชั่วโมงดี โรเบนส์ก็พาเรามาถึงยอดน้ำตกดานาอีได้อย่างแม่นยำ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมาที่นี่เลย สายน้ำไหลรี่ไปจนสุดทางก่อนจะทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่าง “เราจะเริ่มโรยตัวกันตรงนั้น” โรเบนส์บอก พลางชี้ไปยังต้นไม้ที่ทอดตัวยื่นไปอย่างหมิ่นเหม่เหนือหน้าผา เราจัดแจงสวมชุดดำน้ำที่เหนียวหนืดติดตัว ใส่หมวกนิรภัย ผูกโยงเชือกเข้ากับลำตัว ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่ความเวิ้งว้างเบื้องล่าง

ที่ระดับความสูงขนาดนี้ สายน้ำของดานาอีบรูกยังไม่กัดเซาะหน้าผาหินจนกลายเป็นช่องโพรง ทำให้เราต้องโรยตัวผ่านม่านละอองน้ำข้างน้ำตก ฝ่าเท้าลื่นไถลไปตามใบเฟินยักษ์ พอเรามาถึงจุดที่จะโรยตัวช่วงต่อไป ดานาอีบรูกแคนยอนถูกกัดเซาะเป็นรอยแยกกว้างกว่าหนึ่งเมตร แต่ลึกเข้าไปในเนื้อหินถึง 15 เมตร เราโรยตัวลงทางด้านหลังของรอยแยก สายตาจับจ้องไปยังท้องฟ้าที่ปรากฏผ่านร่องหิน

แคนยอน
“ผมรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าสู่ใจกลางโลกเลยครับ” คาร์สเทน ปีเตอร์ ช่างภาพ เล่าถึงประสบการณ์ท่อง “หลุมดำแห่งกัลกัตตา” (Black Hole of Calcutta) ในคลอสตรัลแคนยอน นักปีนหุบผามากประสบการณ์มักหลีกเลี่ยงหุบผาแห่งนี้หลังฝนตกหนัก

เมื่อถึงจุดโรยตัวช่วงที่สาม เราอยู่ในร่องหินลึกอันมืดมิดพยายามทรงตัวเหนือชะง่อนหินลื่น ๆ ท่ามกลางสายน้ำตกที่ถั่งโถมลงมา โรเบนส์ตะโกนบอกว่า “ถ้าจะไม่ให้เชือกติดเราต้องแทรกตัวผ่านเข้าไปในหินเดี้ยงตัวแสบนั่นให้ได้ “หินเดี้ยงอะไรนะครับ” ผมตะโกนกลับ “ก็หินกลิ้งไง” โรเบนส์ยิ้มกว้าง พยักพเยิดไปทางก้อนหินใหญ่ขนาดเท่าตู้เย็นที่กลิ้งหล่นลงไปค้างอยู่ด้านล่าง นี่เป็นมุกตลกร้ายในแวดวงนักปีนหุบผาที่เรียก “หินกลิ้ง” (roll stone) ว่า “หินเดี้ยง” (ralstone) เพื่อหมายถึงแอรอน รอลสตัน ชาวอเมริกันที่ต้องยอมตัดแขนตัวเอง เพราะถูกก้อนหินใหญ่กลิ้งทับแขนในหุบผาของรัฐยูทาห์

แคนยอน
จอห์น โรเบนส์ มัคคุเทศก์ผู้คร่ำหวอด (ทางซ้ายสุด) นำทีมสำรวจที่เนื้อตัวเปียกโชกเดินผ่านเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยมอสส์ในคลอสตรัลแคนยอน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาสองสามชั่วโมงจากปากทางออก เขาย้ำว่า การปีนหุบผาเป็นเรื่องของโชคช่วยในการค้นพบทั้งสิ้น “คุณเดินมาไม่รู้กี่กิโลเมตร แล้วจู่ๆ ก็พบพื้นที่อันน่าอัศจรรย์นี้ครับ”

ผนังหินช่วงนี้ปกคลุมไปด้วยมอสส์ การแทรกตัวเข้าสู่ด้านในของก้อนหินใหญ่กลายเป็นเหมือนการเบียดตัวเข้าช่องลิฟต์แคบ ๆ ที่สูงร่วมสิบชั้นท่ามกลางสายน้ำที่เทลงมาไม่ขาดสาย เราต้องเหวี่ยงตัวเข้าหาสายน้ำตกเชี่ยวกราก การเคลื่อนไหวเก้ ๆ กัง ๆ เช่นนี้เหวี่ยงเราทั้งคู่เข้าไปในก้อนหินได้ในที่สุด

ต่ำลงไปจากก้อนหินยักษ์นี้หุบผาเริ่มแคบลง สายน้ำที่ต่อเนื่องราวแพรไหมทอดตัวไปตามโพรงถ้ำแล้วไหลสู่ริมหน้าผา จากตำแหน่งนี้เรายังเหลือระยะทางอีกร่วม 300 เมตร เราโรยตัวผ่านสายน้ำตก เมื่อลงมาได้ครึ่งทาง ผมทำผิดมหันต์โดยการเงยหน้าขึ้นไปมอง สายน้ำที่ถาโถมลงมาทำเอาผมเกือบหัวขาดเสียแล้ว

 

เรื่องแนะนำ

วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

ระยะทางโดยประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าตั้งแต่ วันที่ 19 – 23 มกราคม 2561 รวมเวลาทั้งหมด 4 คืน 5 วัน เส้นทางการเดินป่าวันที่ 1 – 3 (บางส่วน) เส้นทางเดินวันที่ 1 จากแม่ปะสู่จอลือคี ระยะทาง 9 กิโลเมตร  เริ่มต้นที่ระดับความสูง 900 เมตรจากระดับทะเล เส้นทางนี้จะพาเราขึ้นไปสู่ทุ่งหญ้าสีทอง ณ จุด Check Point ที่ 1 “จอลือคี” ที่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับทะเล ซึ่งมองเห็นวิวทะเลหมอกได้360 องศา เราได้เห็นต้นน้ำที่ชายขอบตามซอกเขาที่ยังคงอุดมสมบูรณ์และหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งทำให้ได้รู้ว่าแหล่งต้นน้ำนั้นถูกทำลายได้ง่ายเพียงใด นอกจากนี้ยังมีทะเลหมอกและจุดชมวิวชื่อว่า “ม่อนกองข้าว” ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เงาให้ได้ชื่นชมและซึบซับความทรงจำที่น่าประทับใจ เส้นทางเดินวันที่ 2  จากจอลือคีสู่ดอยธง 8 กิโลเมตร พาเราเดินไปตามสันเขาที่เป็นสันปันน้ำแบ่งน้ำฝนและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญสองสาย คือ สำคัญสองสาย […]

ท่องดินแดนน้ำแข็งแห่งเกาะกรีนแลนด์

ชมหมีขั้วโลก ปีนภูเขาน้ำแข็ง และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นในเกาะที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง กรีนแลนด์ กรีนแลนด์ เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในภาษา Eskimo-Aleut อันเป็นภาษาของชาวกรีนแลนด์เอสกิโมผู้เป็นชาวพื้นถิ่นของเกาะแห่งนี้เรียกว่า Kalaallit Nunaat เป็นเกาะขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและการผจญภัยหลากหลายรูปแบบ เราสามารถเริ่มต้นสำรวจเกาะแห่งนี้ได้จากฟยอร์ดหลายแห่งในกรีนแลนด์ตะวันออก โดยการพายเรือคายัครอบภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งอาจได้มีโอกาสทอดสายตาไปยังหมีขั้วโลกเจ้าถิ่นที่คล่องแคล่วว่องไว เล่นไต่สกีลงมาในที่พื้นที่ลาดชันอันห่างไกล เดินไต่ธารน้ำแข็ง เรียนรู้การควบคุมสุนัขลากเลื่อน ขี่รถลากเลื่อนหิมะ จากนั้นไปยังชายฝั่งด้านใต้และตะวันตกเพื่อเดินตามเส้นทางเดินเขา ตกปลา หรือชมทิวทัศน์ในบริเวณที่ตั้งแคมป์ หรือท่องไปในที่มีผู้คนอยู่อาศัยอยู่มากอย่างเมือง Nuuk และ Sisimiut เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและอาหารของชาวเอสกิโม กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นไปได้ที่เกาะกรีนแลนด์ เรื่องโดย STARLIGHT WILLIAMS ภาพถ่ายโดย KEITH LADZINSKI อ่านเพิ่มเติม ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์

แสงแรกในแดนอาทิตย์อุทัยบนยอดภูเขาไฟฟูจิ

การอุปกรณ์ และเส้นทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ชนะเลิศประเภทอุปกรณ์ดีเด่น เนื่องจากที่เชิงเขาอุณหภูมิต่างจากยอดสูงสุดมาก การเตรียมอุปกรณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่สถานีคาวากูจิโกะ อากาศในช่วงปลายเดือนสิงหาคม อุณหภูมิอยู่ที่ 23-25 องศาเซลเซียส แต่เมื่อความสูงเพิ่มขึ้น อากาศข้างบนจะเย็นลงและลมแรง จากสถิติ อุณหภูมิบริเวณยอดเขาอาจอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส หรือบางครั้งแตะ 0 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้น การแต่งตัวที่ดีที่สุดคือการค่อยๆเพิ่มเครื่องกันหนาวทีละชิ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับวันที่เดินขึ้นเขา ควรมีอุปกรณ์พื้นฐานดังนี้ – หมวกปีกกว้างสำหรับเดินป่าหรือปีนเขา ชนิดกันรังสียูวี – แว่นกันแดด – เสื้อแขนยาวหรือแขนสั้นที่ระบายอากาศได้ดี – ปลอกแขนกันรังสียูวี (กรณีที่ใส่เสื้อแขนสั้น) – กางเกงประเภทลองจอห์นหรือ HEATTECH ไว้สวมด้านใน – กางเกงเดินป่าหรือปีนเขา อาจเป็นชนิด Zip-off ที่สามารถดัดแปลงเป็นขาสั้นและขายาวได้ – ถุงเท้าหนาสำหรับเดินป่าหรือปีนเขา – รองเท้าสำหรับเดินป่าหรือปีนเขา ถ้าเป็นชนิดกันน้ำจะดีมาก ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดา – เสื้อกันลมหรือกันฝน – ถุงมือกันลมหรือกันฝน – Trekking pole […]

ดอยหลวง และดอยหนอก จังหวัดพะเยา

ทริปเดินป่าปีนเขา 3 วัน 2 คืน เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นช่วงเวลาดีๆ แห่งการเฉลิมฉลอง เพราะใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกขณะจิต หลายคนเลือกอยู่บ้าน บางคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนตัวผมเลือกปิดภารกิจสุดท้ายของปีด้วยการพาตัวเองไปพิชิต ดอยหนอก คราวก่อนผมนั่งรถไฟไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติขุนตาล ครั้งนี้ผมเลยขอเลือกเดินทางด้วยรถทัวร์ของบขส. บ้าง เพราะห่างหายจากการนั่งรถสาธารณะประเภทนี้ไปนานมากทีเดียว โจทย์การท่องเที่ยวของเราครั้งนี้คือการไปเยือนเมืองรอง ผมและทีมเลือกไปจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมเคยไปแบบผ่านๆนานๆ ที ครั้งนี้จึงตั้งใจเต็มที่ไปตามความปรารถนาของตัวเองที่ชื่นชอบการเดินป่าและปีนเขา หลายคนอาจสงสัยว่าจังหวัดพะเยามีอะไรน่าสนใจบ้าง จริงๆ แล้วจังหวัดนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากนะครับ เป็นแหล่งที่พบพระพุทธรูปหินทรายและหลักศิลาจารึกมากมาย แสดงให้เห็นถึงความเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอารยธรรมและมีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่นเลย ว่ากันว่าพะเยายังเป็นหนึ่งในเส้นทางแห่งความรักของพระลอ พระเพื่อน และพระแพง ตัวเอกจากในวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลออีกด้วย แน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้นหูคนทั่วไปมากที่สุดก็คือ “กว๊านพะเยา” ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นชุมชนมาก่อนกาลเวลาผ่านไปจนกระทั่งมีสภาพอย่างปัจจุบันเพราะมีการสร้างประตูน้ำกักเก็บน้ำ และใต้ผืนน้ำแห่งนี้ก็มีวัดที่จมอยู่ประมาณยี่สิบวัด หนึ่งในนั้นคือวัดติโลกอาราม เป็นวัดสำคัญที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกของจังหวัดพะเยาด้วย ไม่ไกลจากกว๊านพะเยาก็เป็นที่ตั้งของวัดศรีโคมคำ วัดคู่บ้านคู่เมืองที่เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินล้านนา ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พะเยาก็มีของดีไม่แพ้ใครและยังเป็นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ด้วย นั่นคือดอยหลวงที่มีความสูง 1,694 เมตรจากระดับทะเล และ ดอยหนอก อันเป็นหมุดหมายสำคัญของเหล่านักเดินป่า เพราะว่าบนยอดดอยหลวงและดอยหนอกนั้นจัดว่ามีทัศนียภาพสวยงามมาก บนยอดดอยหนอกยังเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุดอยหนอก อันเป็นที่สักการะของชาวพะเยา ลำปาง และเชียงราย ก่อนเดินทางขึ้นสู่ดอยหลวง เราต้องติดต่อที่ทำการหน่วยย่อย ดล.6 อุทยานแห่งชาติดอยหลวงพะเยา […]