รูปถ่ายที่ผู้อพยพชาวซีเรียพกติดตัว

รูปถ่ายที่ผู้อพยพชาวซีเรียพกติดตัว

ในค่ายผู้ลี้ภัยทั่วกรีซ  มูเฮเซน  หัวหน้าช่างภาพของสำนักข่าวเอพี  ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง ขอชาวซีเรียดูภาพถ่ายที่พวกเขาติดตัวมาด้วยในการเดินทางนับพันไมล์  ภาพถ่ายเหล่านี้ถ้าไม่ซุกอยู่ในกระเป๋าสตางค์  ก็ห่อไว้ในถุงพลาสติก  มีทั้งภาพถ่ายติดบัตร ภาพบุคคลที่ตัดให้มีขนาดเล็กเพื่อพกพาได้  ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงงานแต่งงาน การพักร้อนของครอบครัวและเด็กๆ ซึ่งตอนนี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วยุโรป

คุณพ่อวัย 55 ปีคนหนึ่งจากเมืองอะเลปโปถือภาพถ่ายของลูกสาวทั้งสองคนของเขา  หนึ่งในนั้นตอนนี้ถูกฝังอยู่ในซีเรีย “ผมบอกได้จากวิธีที่เขาถือภาพนั้นว่า  เขากำลังสัมผัสผิวของลูกสาว”  มูเฮเซนเล่า  ผู้ลี้ภัยอีกคนจากเมืองอะเลปโป ชื่อ รัสตัม อับดุลเลาะห์มาน บอกว่า  เขาตัดรูปภรรยา “ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  มันจะไม่ได้รับความเสียหาย และผมจะไม่มีวันเสียมันไป”

ผู้อพยพชาวซีเรีย
อามิเนห์ ฮามัด อวดภาพถ่ายของตัวเองและสามีชื่อ อาลี อับดุลกาเดอร์  จากที่พักของเธอในค่ายผู้ลี้ภัยเมืองริตโซนาของกรีซ “ตอนนั้นเป็นครั้งล่าสุดที่เราไปเมืองโบราณยุคโรมัน Busra al-Sham “ เธอเท้าความหลัง “เป็นวันศุกร์ที่แดดแรงในฤดูร้อน ปี 2010  พวกเรากินบาบีคิว เดินเล่น และหัวเราะกันอย่างมีความสุข…  เราคิดถึงวันคืนเหล่านั้นมาก”

มูเฮเซนตั้งใจบันทึกภาพสิ่งของที่ชาวซีเรียนำติดตัวมาจากบ้าน  แต่น้อยคนจะมีสมบัติติดตัวมาด้วยมากมาย  “เกือบทุกคนที่ผมพบมีภาพถ่ายติดตัวมาด้วย” เขาเล่า   ก่อนขอดูภาพถ่ายเหล่านั้น  มูเฮเซนจะดื่มชาและฟังเรื่องราวจากเจ้าของภาพถ่าย  ภาพถ่ายเหล่านี้แทบจะอยู่ในสถานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  และการได้ดูมันก็เรียกทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาจากความทรงจำถึงชีวิตในวันคืนเก่าๆ “ภาพถ่ายเป็นเหมือนช่วงเวลาจากอดีตที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียวที่เรานำพามาสู่ปัจจุบัน”

สำหรับชาวซีเรียในค่ายผู้ลี้ภัยทางเหนือของกรุงเอเธนส์  ทางเลือกมีน้อยมาก  พวกเขาต้องต่อสู้กับความหนาวเย็นในตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดตั้งเตียงสองชั้น และเครื่องทำความร้อนที่มักละลายเพราะใช้งานหนักเกินไป หลายคนรอคำตอบจากการขอสถานะผู้ลี้ภัย  พวกเขาไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ยุโรปตะวันตกได้  หลังจากพรมแดนบนเส้นทางจากกรีซถูกปิดในปี 2015 เนื่องจากไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำ  ผู้ลี้ภัยในค่ายเหล่านี้จึงมักฆ่าเวลาด้วยการทักทายเพื่อนบ้าน และแบ่งปันความทรงจำ

สำหรับมูเฮเซนซึ่งยังคงเดินหน้าบันทึกภาพการเดินทางของผู้ลี้ภัย  เรื่องราวของพวกเขาไม่ได้จบลงที่ค่ายผู้ลัยในยุโรป“ผู้คนเหล่านี้ไม่ใช่เป็นแค่ตัวเลขหรือชาวซีเรีย หรือผู้ลี้ภัย” เขากล่าว “พวกเขามีชื่อเสียงเรียงนามและเรื่องราว พวกเขาเคยมีบ้าน เคยมีชีวิต แต่ตอนนี้พวกเขากลับถูกเรียกแบบเหมารวมว่า  ผู้อพยพ”

เรื่อง นีนา สตรอคลิก
ภาพถ่าย มุฮัมมัด มูเฮเซน

ผู้อพยพชาวซีเรีย
ดิลกาช ฮัสซัน ผู้อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย Frakapor ในกรีซ ถือรูปถ่ายสมัยหนุ่มๆของพ่อของเขา “ผมเก็บรูปนี้มา 10 ปีแล้ว” เขาบอก “เป็นรูปถ่ายศักดิ์สิทธิ์สำหรับผม พ่อเป็นต้นแบบของผม”
ผู้อพยพชาวซีเรีย
ลูกๆของซาฮาร์ ดาร์กซินี กระจัดกระจายไปอยู่ทั้งในนอร์เวย์ ตุรกี และสวีเดน ส่วนตัวเธออาศัยอยู่ในเต็นท์ที่ค่ายผู้ลี้ภัย Kalochori ในกรีซ ลูกสาวคนหนึ่งของเธอเพิ่งจะมีลูก และดาร์กซินีก็หวังว่า เธอจะได้ตั้งรกรากใหม่กับพวกเขาในนอร์เวย์“ฉันเก็บรูปของลูกๆ ไว้กับตัวตลอดเวลาค่ะ”

 

เรื่องแนะนำ

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา วันหนึ่งเมื่อปี 2004 ที่หมู่บ้านเกษตรกรรมเอ็นจิเนียร์ในเคนยา ซึ่งได้ชื่อนี้มาเพราะเคยมีคนอังกฤษเปิดร้านซ่อมเครื่องยนต์กลไกที่นั่น เด็กชายร่างผอมบางผู้มีสายตาสั้นเดินผ่านร้านรับพิมพ์งานแห่งเดียวในหมู่บ้านและเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือคอมพิวเตอร์ เด็กชายยืนข้างเครื่องที่ส่งเสียงหึ่งๆ สายตาจับจ้องไปที่คำและตัวเลขบนกระดาษที่ส่งผ่านจากคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ปีเตอร์ คารีอูคี เด็กชายซึ่งเพิ่งย่างเข้าวัยรุ่นได้ค้นพบอนาคตของตนเอง พ่อแม่ของปีเตอร์ซึ่งปลูกกะหล่ำและมันฝรั่งพอยังชีพ  เริ่มกังวลว่าลูกของตนไปขลุกอยู่ที่ร้านพิมพ์งานนานเกินไปไม่มีชาวบ้านเอ็นจิเนียร์คนใดเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แม้แต่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้ก็มีอยู่ไม่กี่หลัง การเฟื่องฟูของธุรกิจเทคโนโลยีคือแนวคิดอันไกลห่าง  กระนั้น ปีเตอร์ก็ติดใจเสียแล้ว  เมื่อคะแนนสูงลิ่วในระดับประถมศึกษาส่งให้เขาเข้าโรงเรียนมาเซโนอันทรงเกียรติ (ซึ่งมีศิษย์เก่าอย่างบิดาของบารัก โอบามา) ครูให้เขาถือกุญแจห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งปีเตอร์จะเข้าไปนั่งเขียนโปรแกรมทั้งคืน พอถึงปี 2010 พ่อมดคอมพิวเตอร์วัย 18 ปีก็เดินทางไปกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา  เขาได้งานออกแบบระบบออกตั๋วอัตโนมัติให้ระบบรถโดยสารประจำทางของที่นั่น  ถึงแม้คิกาลีจะเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดและปลอดอาชญากรรมที่สุดในแอฟริกา ทว่าระบบขนส่งมวลชนกลับไม่หนีประเทศอื่นๆ  รถประจำทาง (ที่จริงเป็นเพียงรถตู้) ไม่ตรงเวลา  แน่นเป็นปลากระป๋องและช้ายังกับเต่าคลาน  คนเดินทางส่วนใหญ่พึ่งจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขับขี่หวาดเสียว อันที่จริงในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา อุบัติเหตุบนท้องถนนคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ไล่ตามเอดส์และมาลาเรียมาติดๆ และสถิติของตำรวจที่คาริอูคีเห็นก็บ่งชี้ว่า  อุบัติเหตุบนท้องถนนราวร้อยละ 80 ในคิกาลีเกี่ยวข้องกับจักรยานยนต์ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำให้  คาริอูคีกับรูมเมตชื่อ บาร์เร็ตต์ แนช เพื่อนร่วมอุดมการณ์สตาร์ท-อัปจากแคนาดา  จับมือกัน หลังปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปในตอนเย็น คาริอูคีกับแนชจะเดินผ่านย่านเริงรมย์ของคิกาลีไปยังบาร์กลางแจ้งเพื่อนั่งดื่มเบียร์  พลางครุ่นคิดหาคำตอบของคำถามพื้นฐานว่า พวกเขาจะจัดหาบริการจักรยานยนต์รับจ้างที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ […]

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ อันที่จริงมันเป็นเทศกาลที่ตลกมากในฐานะคนดู แต่หากคุณเป็นคนแข่งแล้วล่ะก็ ไม่ขอรับประกันความปลอดภัย ที่เนินเขาคูเปอร์ บริเวณชานเมืองใกล้ๆ กับเมืองกลูเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ในหนึ่งวันของช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีผู้คนมากมายเข้าร่วมเทศกาล “กลิ้งชีส” กติกาก็เรียบง่ายสมชื่อ คือจะมีการกลิ้งชีสก้อนกลมโต (Double Gloucester Cheese) ลงมาจากบนเนินเขาด้วยความเร็วประมาณ 70 ไมล์ต่อชั่วโมง ผู้แข่งขันจะต้องวิ่งตามลงมาเก็บก้อนชีส ตลอดเวลาที่ผ่านมาเทศกาลกลิ้งชีสที่เนินเขาคูเปอร์นี้ดึงดูดความสนใจผู้คนทั่วโลกให้มาดูหรือเข้าร่วมการแข่งขันการกลิ้งชีสที่เสี่ยงอันตรายนี้ด้วย ในเทศกาลกลิ้งชีสในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คริส แอนเดอร์สัน หรือ “เจ้าแห่งเนินเขาคูเปอร์” ได้สร้างสถิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้ ด้วยการวิ่งลงมาเก็บก้อนชีสได้รวมทั้งหมด 22 ก้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่การแข่งขันกลิ้งชีสครั้งนี้ดำเนินไปจนจบวันได้โดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย เพราะว่าในปีก่อนๆ มีผู้แข่งขันกลิ้งชีสได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ตลอด ยกตัวอย่างเช่น โฟล เออร์ลี่ ผู้ชนะการแข่งขันการกลิ้งชีสประจำปี 2018 ประเภทหญิงได้รับบาดเจ็บไหล่เคลื่อน ทั้งนี้เทศกาลการกลิ้งชีสไม่ได้รับการสนับสนุนให้มีการจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงมีการจัดการแข่งขันต่อไปตามกระแสความสนใจของผู้คนทั่วโลก   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลในศาสนาฮินดูที่โด่งดังที่สุด และเป็นหมุดหมายของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางไปร่วมสาดสีสันใส่กันอย่างสนุกสนาน