15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ - National Geographic Thailand

15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

ภาพถ่ายหลายพันภาพรอการตัดสินของคณะกรรมการในการประกวดภาพถ่าย National Geographic Photographer of the Year Contest โดยครอบคลุมทั้งภาพธรรมชาติ เมือง และผู้คน บางภาพก็สร้างความประหลาดใจให้เรา ทุกภาพนำพาเราไปยังสถานที่ห่างไกลบนโลก แล้วภาพแบบไหนล่ะถึงจะชนะใจกรรมการ

ลองกลับไปดูภาพถ่ายอันน่าทึ่งบางส่วนซึ่งชนะการประกวดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แล้วส่งภาพถ่ายที่ดีที่สุดของคุณเข้าร่วมการประกวด National Geographic Photographer of the Year Contest ประจำปี 2017 ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เดินทางไปเยือนหมู่เกาะกาลาปาโกสกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 10 วัน

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลชนะเลิศ ประจำปี 2016 มองโกเลีย

Photograph by Anthony Lau

รางวัลที่ 1 : ภาพถ่ายเมือง ประจำปี 2016 มาร์ราเคช, โมร็อกโก

Photograph by Takashi Nakagawa

รางวัลที่ 1 ประจำปี 2015 เรวียาฮีเฮโด, เม็กซิโก

Photograph by Anuar Patjane Floriuk

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลที่ 1 ประจำปี 2014 โคโลราโด, สหรัฐอเมริกา

Photograph by Marko Korosec

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลที่ 2 ประจำปี 2015 จิตตะกอง, บังกลาเทศ

Photograph by Faisal Azim

เรื่องแนะนำ

สีสันฤดูร้อน ณ ทะเลสาบบอลอโตนอันเป็นที่รักของฮังการี

สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยโด่งดังของบรรดาชาวฮังกาเรียน และครอบครัวชาวเยอรมันที่ถูกพลัดพรากจากกำแพงเบอร์ลิน มาวันนี้ทะเลสาบบอลอโตนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่คนรุ่นใหม่

ชุดภาพถ่ายเมื่อสรรพสัตว์หลับปุ๋ย…

ตั้งแต่กิ้งก่าคาเมเลี่ยนไปจนถึงลูกลิง เหล่านี้คือภาพการนอนหลับของบรรดาสรรพสัตว์ทั่วโลก ที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกประทับใจ และอยากให้คุณชม

สาธร ยูนิค: อนุสรณ์ 20 ปี “วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง”

สาธร ยูนิค: อนุสรณ์ 20 ปี “วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง” ในโอกาสครบรอบ 20 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ทีมงานเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากเจ้าของโครงการ สาธร ยูนิค ทาวเวอร์ (Sathorn Unique Tower) ให้ขึ้นไปบันทึกภาพอาคารและทัศนียภาพโดยรอบ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นสถานที่ส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ทีมงานจึงขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ อาคารสาธร ยูนิค หรือ The Ghost Tower ตึกร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครนี้ คืออนุสรณ์หนึ่งจากวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2540 หลังเกิดภาวะฟองสบู่แตกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้โครงการก่อสร้างหลายโครงการต้องหยุดชะงักเพราะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เดิมอาคารความสูง 50 ชั้นนี้ถูกตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรู ด้วยทำเลบนถนนเจริญกรุง ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งง่ายต่อการเดินทาง และเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง โครงการนี้ออกแบบโดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ สถาปนิกชื่อดัง รังสรรค์เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจเกี่ยวกับอาคารอันเป็นเอกลักษณ์นี้ว่า ตัวอาคารสร้างเสร็จไปแล้ว […]

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]