15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ - National Geographic Thailand

15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

ภาพถ่ายหลายพันภาพรอการตัดสินของคณะกรรมการในการประกวดภาพถ่าย National Geographic Photographer of the Year Contest โดยครอบคลุมทั้งภาพธรรมชาติ เมือง และผู้คน บางภาพก็สร้างความประหลาดใจให้เรา ทุกภาพนำพาเราไปยังสถานที่ห่างไกลบนโลก แล้วภาพแบบไหนล่ะถึงจะชนะใจกรรมการ

ลองกลับไปดูภาพถ่ายอันน่าทึ่งบางส่วนซึ่งชนะการประกวดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แล้วส่งภาพถ่ายที่ดีที่สุดของคุณเข้าร่วมการประกวด National Geographic Photographer of the Year Contest ประจำปี 2017 ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้เดินทางไปเยือนหมู่เกาะกาลาปาโกสกับ National Geographic Expeditions เป็นเวลา 10 วัน

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลชนะเลิศ ประจำปี 2016 มองโกเลีย

Photograph by Anthony Lau

รางวัลที่ 1 : ภาพถ่ายเมือง ประจำปี 2016 มาร์ราเคช, โมร็อกโก

Photograph by Takashi Nakagawa

รางวัลที่ 1 ประจำปี 2015 เรวียาฮีเฮโด, เม็กซิโก

Photograph by Anuar Patjane Floriuk

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลที่ 1 ประจำปี 2014 โคโลราโด, สหรัฐอเมริกา

Photograph by Marko Korosec

ภาพถ่ายท่องเที่ยว

รางวัลที่ 2 ประจำปี 2015 จิตตะกอง, บังกลาเทศ

Photograph by Faisal Azim

เรื่องแนะนำ

เปิดประสบการณ์ส่องนกใจกลางกรุง ที่วชิราวุธวิทยาลัย

พื้นที่โรงเรียนซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ กลายเป็นแหล่งอาศัยให้กับนกหลากสายพันธุ์ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกจิตใจให้เป็นผู้อนุรักษ์ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองใหญ่ที่ต้นไม้และพื้นที่สีเขียวมีอยู่น้อยนิดเมื่อเทียบกับตึกสูงและสายถนนที่พาดผ่าน ทำให้โอกาสที่จะได้สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาตินั้นมีน้อยตามลงไป แต่ว่าในเมืองใหญ่แห่งเดียวกันนี้ ยังมีกลุ่มเด็กนักเรียนที่ทุ่มเวลาในวัยเยาว์ของเขาเพื่อธรรมชาติและสายพันธุ์สัตว์เพื่อนร่วมโลกที่พวกเขาผูกพัน จนการเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างอิสระ และเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมในสิ่งที่รัก นี่คือเรื่องราวของกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียน วชิราวุธวิทยาลัย บรรยากาศโรงเรียนของพวกเขาเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารอันสวยงามที่อยู่ร่วมกับต้นไม้จำนวนมากอย่างลงตัว จึงทำให้มีนกหลากหลายชนิดเข้ามาอาศัยร่มไม้ของโรงเรียนเพื่อตั้งถิ่นฐาน กลายเป็นพื้นที่ดูนกขนาดย่อมใจกลางกรุง หลังจากทั้งนกและนักเรียนอยู่ร่วมกันจนเกิดความผูกพัน ก็เริ่มมีการจัดกิจกรรรมเพื่อการอนุรักษ์นกในโรงเรียนขึ้น เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้จัดงานเปิดตัวหนังสือ “นกในวชิราวุธฯ” อันเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการอนุรักษ์นก วชิราวุธวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์นกในโรงเรียน โดยเฉพาะวงศ์นกแก้วที่มีอยู่ถึง 3 สายพันธุ์ ได้แก่ นกแขกเต้า นกแก้วโม่ง และนกแก้วหัวเพชร ซึ่งจำนวนนกที่อาศัยอยู่โรงเรียน บางส่วนก็มีสถานะที่ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยจึงได้กลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของพวกมันไปด้วย หนังสือนกในวชิราวุธฯ เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อมูลสายพันธุ์นกในโรงเรียนที่มีถึง 66 สายพันธุ์ มุ่งให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ และเป็นสื่อที่ปลุกจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับบุคลากรในโรงเรียน และให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สายพันธุ์นกที่ใกล้สูญพันธุ์ในโรงเรียน ในโอกาสเดียวกัน คณะนักเรียนในโครงการอนุรักษ์นกฯ ได้นำผู้เข้าร่วมงานชมนกแก้วฝูงใหญ่ใจกลางกรุงเทพที่กำลังเข้าไปยังแหล่งอาศัยตามต้นไม้ของโรงเรียนในช่วงที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เป็นการเปิดประสบการณ์การดูนกที่หาได้ยากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรื่อง กองบรรณาธิการออนไลน์/ดิจิทัล นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ***ภาพและคำบรรยาย เจียรยุทธ์ รัตนศิริกุลเดช  โครงการนักศึกษาฝึกงาน […]

ชมฝีมือการวาดแผนที่ของเด็กๆ ที่ชนะการประกวดระดับโลก

โครงการประกวดภาพวาดแผนที่ในปีนี้ (Barbara Petchenik Children’s Map Competition 2017) ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ผลงานจากเด็กๆจำนวนเกือบ200 คนจาก 34 ประเทศมีตั้งแต่ฝีมือระดับน่ารักน่าชัง ไปจนถึงฝีมือระดับแพรวพราว หลังผลการตัดสินโดย ICA ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้รวบรวมผลงานเข้าตาที่ชนะรางวัลมาให้ได้ชมกัน โดยในที่นี้ผลงานที่ผู้วาดมีอายุน้อยที่สุดเป็นของ หนูน้อยวัย 3 ขวบจากบัลแกเรีย สำหรับธีมของการประกวดในปีนี้คือ “ฉันรักแผนที่” แน่นอนว่าศิลปินรุ่นจิ๋วหลายคนใช้สัญลักษณ์รูปหัวใจเป็นสื่อกลางในที่นี้รวมถึง Colegio Arturo Soria วัย 12 ขวบจากสเปน ที่วาดภพของแผนที่พับเป็นรูปหัวใจ และในส่วนของรางวัลความคิดสร้างสรรค์ในปีนี้ ทางคณะกรรมการผู้ตัดสินไม่อาจเลือกให้รางวัลกับภาพใดภาพหนึ่งโดยเฉพาะได้ ดังนั้นรางวัลจึงถูกประกาศร่วมกันระหว่าง Urteja Kardasiute วัย 4 ขวบจากลิทัวเนียเจ้าของผลงานอันอบอุ่น ดลกและพระอาทิตย์กุมมือกันแสดงออกถึงมิตรภาพ และ Phoebe McClean จากนิวซีแลนด์ ภาพวาดที่สะท้อนถึงนโยบายทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่วนรางวัลภาพวาดขวัญใจมวลชนในปีนี้ตกเป็นของ Champ Turner วัย 15 ปีจากเมืองออสติน ในรัฐเท็กซัส […]

แอ่งน้ำแห่งชีวิตในแอฟริกา

แผ่นดินสีขาวกว้างใหญ่คือคำแปลตรงตัวของชื่อ Etosha ที่ราบแอ่งกระทะ แอ่งน้ำ แห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบเมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน เชื่อกันว่าเมื่อตอนทวีปเกิดการเคลื่อนตัวทำให้สายนํ้าเปลี่ยนเส้นทาง นํ้าที่เคยมีค่อย ๆ ระเหยไปจากทะเลสาบจึงกลายเป็นทะเลทราย ผืนแผ่นดินแห้งอุดมไปด้วยเกลือแร่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4,800 ตาราง กิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นโป่งดินขนาดใหญ่ให้สัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหลักของประเทศนามิเบีย ในหน้าฝนสรรพสัตว์กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ ทว่าในหน้าแล้งทุกชีวิตต่างมุ่งหน้าสู่สิ่งเดียวกัน แอ่งนํ้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่อุทยานแห่งชาติกลายเป็นศูนย์กลางของหลากหลายชีวิต ตั้งแต่สัตว์กินหญ้าไปจนถึงผู้ล่าต่างอาศัยแอ่งนํ้าร่วมกัน เมื่อพื้นที่จำกัดการเผชิญหน้ากันย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง ม้าลายลงดื่มนํ้าพร้อม ๆ กันทั้งฝูง พวกมันใช้เวลาและค่อย ๆ เดินเข้าสู่แอ่งนํ้าอย่างระมัดระวัง จังหวะการดื่มนํ้าอย่างสบายอารมณ์เป็นจังหวะที่อันตรายที่สุด เพราะอาจมีสัตว์ผู้ล่ารอซุ่มโจมตีอยู่ ถึงแม้ฉากนี้จะดูสงบนิ่งแต่หากตัวหนึ่งเริ่มตกใจที่เหลือก็พร้อมจะกระโจนหนีทันที เมื่ออาหารมารวมตัวกันที่แอ่งนํ้า สัตว์ผู้ล่าก็ตามมาด้วยเช่นกัน แอ่งนํ้า Salvadora มีพุ่มหญ้าสูงริมนํ้าเหมาะแก่การซุ่มล่า แม่สิงโตพาลูกทั้งหกมาหลบอยู่ที่พุ่มหญ้าริมนํ้ารอจังหวะเหมาะเพื่อหาอาหารเย็นให้ครอบครัว สำหรับยีราฟ ความสูงของคอทำให้การก้มดื่มนํ้าเป็นไปอย่างยากลำบาก และเมื่อก้มตัวลงแล้วหากโดนซุ่มโจมตีก็ไม่สามารถจะหนีได้อย่างรวดเร็ว ยีราฟจึงมาดื่มนํ้าไม่บ่อยนัก ถึงแม้จะระมัดระวังแค่ไหน นักล่าที่เชียวชาญก็ยังมีชัยได้ ซากยีราฟริมแอ่งนํ้านี้เป็นชัยชนะอีกครั้งของผู้ล่า สัตว์ป่าหนึ่งตัวที่ตายลงจะต่อชีวิตให้อีกหลายชีวิต ตั้งแต่ผู้ล่าไปจนถึงสัตว์กินซาก เรื่องและภาพ ชุตินันท์ โมรา รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร […]

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]