สุดยอด กล้องคอมแพค ปี 2019 สำหรับนักเดินทาง - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สุดยอด กล้องคอมแพค ปี 2019 สำหรับนักเดินทาง

สุดยอด กล้องคอมแพค  ปี 2019 สำหรับนักเดินทาง

ทีมงาน Nat Geo Travel ขอให้ทอม โอ’ ไบรอัน วิศวกรด้านการถ่ายภาพของนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แนะนำ กล้อง คอมแพค ที่คุณควรหามาไว้คู่กายสักตัว  กล้องคอมแพค เหล่านี้เป็นตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับนักเดินทางทั้งในแง่ความสะดวกสบายในการพกพา และสรรถนะในการถ่ายภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ลองมาดูกล้องคอมแพคที่เขาแนะนำกันได้เลย

กล้องคอมแพค

FUJIFILM X-T3

สำหรับนักเดินทางที่มองหากล้องที่มีสมรรถนะรอบด้าน

FUJIFILM X-T3 เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของกล้องประเภท APS-C (Advance Photo System Type-C) โดยชูจุดขายตรงที่ Specs ดีกว่ากล้อง Full-frame DSLRs และ Full-frame mirror-less หลายรุ่น บอดี้กล้องและปุ่มควบคุมต่างๆ ดูเหมือนกับกล้อง X Series รุ่นก่อน แต่เพิ่มประสิทธิภาพของระบบเซนเซอร์ ความเร็วของการทำงานแบบออโต้โฟกัส และการถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นใน Sports Finder Mode

กล้องคอมแพค

SONY RX100 VI

สำหรับนักเดินทางผู้นิยมความคล่องตัวและเบาสบาย

SONY RX100 VI เป็นโมเดลที่หกในตระกูล RX100 โดดเด่นที่น้ำหนักเบา เพียงแค่เล็งและกดชัตเตอร์ รุ่นนี้อัพเดตด้วยเลนส์ซูมเรนจ์กว้างขึ้น (24-200 มม. จากรุ่นก่อนอยู่ที่ 24-70 มม.) และยังมีลูกเล่นอื่นๆ เช่น ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์แบบ pop-up แฟลช pop-up และระบบถ่ายภาพแบบ high frame rate สูงถึง 960 เฟรมต่อวินาที ถ้าคุณมองหากล้องน้ำหนักเบา เล็กกะทัดรัด แต่ความสามารถเกินตัว กล้องตัวนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณมองหา

กล้องคอมแพค

LEICA Q

สำหรับนักเดินทางที่ชอบความหรูหรา

นี่คือกล้องที่รวมคุณภาพด้านความทนทานและความเป็นเลิศเชิงภาพ LEICA Q กล้องสัญชาติเยอรมัน เป็นกล้องแบบฟูลเฟรม และเลนส์แบบตายตัว (fixed lens)  ใช้งานง่ายอย่างน่าทึ่ง ช่วยให้ช่างภาพสามารถให้ความสำคัญกับองค์ประกอบภาพและอารมณ์ภาพ ถ้าคุณควักกระเป๋าจ่ายได้ รับรองว่าจะไม่เสียใจถ้าเลือกกล้องรุ่นนี้

กล้องคอมแพค

FUJIFILM X100F

สำหรับนักเดินทางผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพแนวสตรีท 

นี่คือกล้องรุ่นที่สี่ในสายการผลิต การอัปเดตสำคัญคือการนำเซนเซอร์แบบ 24 MP X-Trans CMOS III ซึ่งใช้ในกล้องแฟล็กชิป หลายรุ่นของฟูจิ  นอกจากนี้ กล้องยังได้รับยกเครื่องระบบออโต้โฟกัสที่ช่วยให้ช่างภาพสามารถถ่ายได้อย่างรวดเร็วระหว่างเดินทาง การปรับปรุงอื่นๆ ยังรวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นมาก ปุ่มควบคุมเพิ่มเติม และจอยสติ๊กซึ่งพบได้ในกล้องระดับไฮเอนด์

กล้องคอมแพค

OLYMPUS OM-D E-M1 MARK II

สำหรับนักเดินทางผู้สนุกกับการถ่ายภาพแนวธรรมชาติและสัตว์ป่า  

เราขอบอกว่านี่คือ กล้องคอมแพค ที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพสัตว์ป่าและวัตถุเคลื่อนไหวเร็วซึ่งมีความท้าทายอื่นๆ แม้ขนาดจะเล็กกว่ากล้อง DSLR ทั่วไป แต่โอลิมปัสก็สามารถเติมเต็มเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพไว้ในกล้องคอมแพครุ่นนี้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการเก็บภาพ  อีกทั้งมีความทนทรหดต่อทุกสภาพแวดล้อม จะขึ้นเขาลงห้วย บุกป่าฝ่าดง ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับกล้องรุ่นนี้  Olympus ยังมีระบบออโต้โฟกัสที่ยอดเยี่ยม ทำให้คุณสามารถเก็บภาพวัตถุเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณกำลังถ่ายภาพอากาศยานในงานแอร์โชว์ หรือขบวนพาเหรดนักเต้นรำในยามเย็น กล้องตัวนี้จะไม่ยอมให้ subject นั้นคลาดสายตาไปได้

กล้องคอมแพค

OLYMPUS TG-5

สำหรับนักเดินทางผู้ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ  

Olympus TG-5 ยังคงสืบทอดจุดเด่นของกล้องที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการดำน้ำเบื้องต้น ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่จากรุ่นก่อน ส่วนภายในกล้อง แม้จะลดขนาด pixel จาก 16 MP เป็น 12 MP แต่นั่นกลับทำให้กล้องรุ่นนี้สามารถเก็บภาพได้ดีในสภาพแสงน้อยเมื่ออยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับ accessory จากผู้ผลิตรายอื่น เช่น housing สำหรับการถ่ายภาพน้ำลึก และอุปกรณ์แสงสว่างภายนอก เป็นต้น

กล้องคอมแพค

PANASONIC G9

สำหรับนักเดินทางแนวแบกเป้  

จุดเด่นคือระบบภายในที่เรียกว่า DFD (depth from defocus) ซึ่งแม้จะอ่อนด้อยอยู่บ้างสำหรับการจับภาพวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว แต่ระบบ DFD ก็มีความแม่นยำมากในสภาพแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะสภาพแสงน้อย นี่คือกล้องที่มีสมรรถนะสูสีเทียบเคียงได้กับ Olympus OM-D E-M1 Mark II แต่ด้วยราคาที่ย่อมเยากว่า

กล้องคอมแพค

SONY RX10 IV

สำหรับนักเดินทางที่ไม่ชอบความยุ่งยากของการเปลี่ยนเลนส์

RX10 IV ได้ชื่อว่าเป็นกล้องประเภท “ซูเปอร์ซูม” (super-zoom camera) ด้วยเลนส์ความยาวโฟกัสเทียบเท่ากับ 24-600 มม.  เมื่อเทียบกับกล้องกลุ่มเดียวกันที่มักต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพในการทำงาน แต่กล้องรุ่นนี้ของ SONY นับว่าเหนือกว่าคู่แข่งในแง่ความเร็วและความแม่นยำ ถ้าคุณเป็นนักเดินทางประเภทอยากถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ แล้วเปลี่ยนไปถ่ายนกหรือสัตว์สักตัว ด้วยกล้องเพียงตัวเดียว นี่อาจเป็นกล้องที่คุณมองหา

กล้องคอมแพค

LIGHT L16

สำหรับนักเดินทางที่มองหาขีดความสามารถในการ edit ภาพสูงสุด   

นี่คือกล้องที่ปฏิวัติทั้งรูปลักษณ์และเทคโนโลยีกล้องคอมแพค ในการถ่ายภาพสักภาพหนึ่ง คุณกำลังใช้กล้องและเลนส์ถึง 16 ตัวในเวลาเดียวกัน L16 มาพร้อมกับเลนส์ 3 ขนาด ได้แก่ 28 มม. 70 มม. และ 150 มม. ที่ทำงานร่วมกัน นี่จึงเป็นกล้องคอมแพคสำหรับนักเดินทางแนวไฮเทคโดยแท้ ภาพที่ได้อาจมีความละเอียดถึง 52 เมกะพิกเซล  ซึ่งทำให้คุณสามารถทำงานกับไฟล์ภาพหลังถ่ายได้เป็นอย่างดี นี่คือกล้องทรงพลังโดยแท้

เรื่อง ทอม โอ’ ไบรอัน

ภาพถ่าย มาร์ก ทีสเซน, National Geographic

กล้องดิจิตอล
สุดยอดกล้องดิจิตอล compact ปี 2019

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของ กล้องคอมแพค แต่ละรุ่นได้ ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม


10 กล้องดิจิตอล Compact สำหรับนักเดินทาง

เรื่องแนะนำ

ภาพบรรยากาศแห่งกรีนแลนด์ที่ชนะการประกวดของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา

พบกับช่างภาพที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมการ ประกวดภาพถ่าย เชิงท่องเที่ยวของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเรียนรู้แนวคิดเบื้องหลังการถ่ายภาพนี้ วันนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ลมแรงพัดเหนือยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมในเมือง Upernavik ประเทศกรีนแลนด์ คนท้องถิ่นมองว่าอุณหภูมิ – 30 องศาก็ถือว่ายังเป็นอากาศที่อบอุ่นในยามเย็นของเดือนมีนาคม ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปจัดการกับกิจธุระของตัวเองในช่วงที่อาทิตย์กำลังตกดิน และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ช่างภาพ เว่ยหมิน ชู (Weimin Chu) ประจำการอยู่ตรงเนินใกล้สนามบิน ที่ทำให้มองเห็นภาพของบรรดาบ้านเรือนสีสันสดใสที่อยู่เบื้องล่าง “ผมมองเห็นโครงสร้าง สี อารมณ์ของภาพที่ดีจากมุมนี้” เขาเล่าย้อนไป “โดยเฉพาะในช่วงที่แสงของดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า” ชูหวังว่าเขาจะได้ถ่ายภาพผู้คนกำลังเดินเล่นหรือภาพบรรยากาศที่เด็กๆ กำลังเล่นสนุก แต่เขากลับตื่นเต้นที่ได้เห็นครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งกำลังเดินอยู่ภายใต้ไฟริมถนนแทน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่แสงน้อย เขาก็บันทึกภาพที่แลเห็นไว้ด้วยความแม่นยำ และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการประกวดภาพถ่ายเชิงท่องเที่ยว โดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา ประจำปี 2019 ความเป็นพื้นที่ห่างไกลของเมือง Upernavik นั้นทำให้ชูประทับใจเป็นอย่างยิ่ง “ผมสามารถมองเห็นพื้นดินสีขาวโพลนที่ปกคลุมได้ด้วยน้ำแข็งและหิมะระหว่างที่กำลังนั่งเครื่องบิน แต่ทันใดนั้นผมก็เห็นจุดแสงอบอุ่นขนาดใหญ่ตรงส่วนที่ไกลออกไป มันคือเมือง Upernavik หมู่บ้านอันสวยงามในบรรยากาศที่เงียบสงบแห่งนี้มันเหนือจินตนาการของผม มันเป็นช่วงเวลาที่ ‘ว้าว’ สำหรับผม” เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ชูมายังเกาะแห่งนี้เพื่อคอยจับภาพทิวทัศน์อันเรียบง่าย และในปี 2019 เขาเริ่มบันทึกเรื่องราวของผู้คนและชุมชนในเกาะกรีนแลนด์ เริ่มจากการไปที่เมือง […]

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]

รักลิง

เรื่องและภาพ สันติภาพ  อุโคตร (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมืองลพบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีลิงเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นเวลายาวนานและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว  เนื่องจากจำนวนประชากรลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดการจัดการที่ดีอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันลพบุรีต้องประสบปัญหาการคุกคามของลิงอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับคน เช่น ถูกลิงเข้ารื้อค้นหาอาหาร ทำลายทรัพย์สินของบ้านเรือนและร้านค้า ตลอดจนปริมาณอาหารเลี้ยงลิงที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากร  ยิ่งเมื่อลิงแบ่งฝูงแยกกลุ่ม มีอาณาเขตเป็นของตนเอง หากไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ลิงเหล่านั้นก็ต้องดิ้นรนหาอาหาร ซึ่งมักใช้วิธีขโมยหรือแย่งอาหารจากคน  บ่อยครั้งที่ลิงบาดเจ็บเนื่องจากการแย่งอาหารกันเอง ถูกคนทำร้าย หรือด้วยความซุกซนจากการตกที่สูง ถูกไฟฟ้าช้อต หรือบาดเจ็บจากรถยนต์ ท่ามกลางปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ก็ยังมีคนรักสัตว์ผู้อุทิศนตนช่วยเหลือลิงอย่างน่ายกย่อง  ในขณะเดียวกันแผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืนก็เป็นความหวังในการก้าวข้ามปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษด้วย