บันทึกโฉมใหม่ นิวยอร์ก จากอดีตในความทรงจำสู่ปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลง

โฉมใหม่นิวยอร์ก

เรื่อง พีต แฮมิลล์
ภาพถ่าย จอร์จ สไตน์เมตซ์

นานมาแล้ว ตอนยังเป็นเด็กชายวัยแปดขวบ ขณะยืนอยู่บนหลังคาอาคารห้องเช่าสูงสามชั้นในย่านบรุกลิน ผมได้สัมผัสกับความรู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นครั้งแรก

ผมยังไม่เคยขึ้นไปบนหลังคาตามลำพังมาก่อน แม่ผมบอกว่า มันเป็นหน้าผาที่มนุษย์สร้างขึ้นและอันตรายเกินไป

ตอนโพล้เพล้ พอเพื่อนฝูงแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าว ส่วนแม่ผมก็ออกไปซื้อของพอดี ผมเสี่ยงไต่บันไดขึ้นไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ปลดกลอนประตู แล้วก้าวออกไป ชั่วขณะนั้นเองที่ผมรู้สึกว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปแล้ว

ทางทิศตะวันตก ไกลโพ้นเลยอ่าวออกไป ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยลงสู่ภูมิทัศน์ที่ผมรู้จักแค่ในชื่อ “เจอร์ซีย์” หมู่เมฆเคลื่อนตัวช้าๆ ส่วนที่อยู่ใกล้ดูดำทะมึน ส่วนที่อยู่ไกลออกไปมีขอบเรืองแสงสีส้ม เรือบรรทุกสินค้าแล่นเอื่อยๆทิ้งเส้นสายสีขาวไว้บนผืนน้ำดำมืด ในแมนแฮตตัน หมู่อาคารสูงกำลังกลืนหายไปกับฟ้าที่มืดสลัวลง ไม่มีแสงไฟสว่างไสวในยามสงครามเช่นนั้น เบื้องล่างผมเป็นหลังคาบ้านราวห้าสิบหลัง ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของรูปทรง สีสัน และเงามืดเร้นลับ ทอดยาวเหนือขอบเขตของสิ่งที่เราเรียกกันว่า “ย่านนี้”

ผมพยายามนึกหาถ้อยคำ แต่ไม่มีคำใดผุดขึ้นมา ตอนนั้นผมยังบรรยายความรู้สึกตัวเองไม่เป็น แน่นอนครับว่า คำคำนั้นคือ “ความอัศจรรย์ใจ”

ความอัศจรรย์ใจอีกมากจะตามมาหลังจากนั้น ตลอดช่วงชีวิตอันรุ่มรวย เข้มข้น และยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ด้วยการข้ามพรมแดนในจินตนาการของย่านตัวเองออกไป “สู่นิวยอร์ก” อย่างที่เราพูดกันเมื่อเอ่ยถึงแมนแฮตตัน

เกาะกัฟเวอร์เนอร์สซึ่งเคยเป็นที่ตั้งฐานทัพ ได้รับการเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นสวนสาธารณะประดับประดาด้วยเส้นสายลวดลายทางเดินที่มองเห็นทัศนียภาพของอ่าวและอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

ในช่วงหลายปีต่อมา ผมตกหลุมรักการเดิน หนังสือการ์ตูน การวาดรูป ทีมเบสบอลบรุกลินด็อดเจอร์ และการอ่าน รวมถึงบทเพลงของบิลลี ฮอลิเดย์, เอดิต ปียัฟ และที่โปรดปรานที่สุดคือ แฟรงก์ ซีนาตรา ผมถังแตก เช่นเดียวกับคนอื่นๆทุกคนในยุคและย่านนั้น  บางครั้งในช่วงวัยรุ่น ผมจะนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีที่ไม่เคยไปมาก่อน และแค่เดินเล่น เรื่อยเปื่อย ผมจะมองดูบ้านเรือน อาคารห้องเช่า โรงเรียน ร้านค้า โบสถ์ และสุเหร่ายิว พลางพยายามนึกภาพชีวิตของผู้คนเหล่านั้นซึ่งผมไม่รู้จัก แน่นอนว่าผมกำลังฝึกหัดเพื่อจะกลายเป็นนักเขียนโดยไม่รู้ตัว

ผมไม่ใช่เด็กแปดขวบหรือสิบแปดอีกต่อไปแล้ว ผมอายุแปดสิบปี และถ้าเดี๋ยวนี้ความตื่นตาตื่นใจกับอัศจรรย์ของนิวยอร์กจะหายากยิ่งกว่าทุกยุคสมัยที่ผ่านมา นั่นไม่ใช่เพราะความเย้ายวนใจอันวูบไหวของอารมณ์ถวิลหาอดีต พวกเรา ชาวนิวยอร์กรู้ดีว่า เราอาศัยอยู่ในเมืองอันเปี่ยมไปด้วยพลวัต ที่มีการเปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการ และการก่อสร้างเกิดขึ้นตลอดเวลา บางครั้งในทางที่ดีขึ้น แต่บางครั้งก็ไม่เป็นเช่นนั้น

แน่นอนว่าย่านต่างๆแปรเปลี่ยนไป และเรายังสูญเสียบางย่านไปด้วยเช่นกัน

ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ ผมหยั่งรากลึกอยู่ในนิวยอร์ก แต่ผมยังเป็นคนพเนจรในดินแดนต่างถิ่นด้วย ผมชอบเม็กซิโกเพราะผู้คนที่นั่น รวมทั้งดนตรี อาหาร และวรรณกรรม นอกจากนี้ ผมยังไปใช้ชีวิตอยู่ในบาร์เซโลนา โรม เปอร์โตริโก และไอร์แลนด์ ผมไปทำข่าวสงครามที่เวียดนาม ไอร์แลนด์เหนือ นิการากัว และเลบานอน ในทุกหนแห่งที่ไป ผมเป็นนักเดิน ผมพยายามมองให้เห็น ไม่ใช่แค่ดู

เมื่อสองสามปีก่อน ผมอ่านถ้อยคำของเชมัส ฮีนีย์ กวีรางวัลโนเบลชาวไอริช ซึ่งช่วยให้ผมมองเห็นบางสิ่งเกี่ยวกับนิสัยใจคอของตัวเอง รวมทั้งของคนอื่นๆที่เหมือนผม “หากคุณมีโลกใบแรกที่มั่นคง และมีความสัมพันธ์ชุดหนึ่งที่มั่นคง” เขาเขียนไว้ “เช่นนั้นแล้ว ในบางซอกหลืบของคุณ คุณจะพบอิสรภาพเสมอ คุณจะเดินทางไปไหนก็ได้ในโลก เพราะคุณรู้ว่าคุณเป็นคนที่ไหน คุณมีบ้านให้กลับไปหาได้เสมอ”

บ้านที่ผมกลับไปหาได้เสมอยังคงเป็นนิวยอร์กอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าขณะย่างเข้าสู่ความคลุมเครือแห่งวัยชราที่ซึ่งความอัศจรรย์ใจมักเจือด้วยความเสียดาย บ่อยครั้งหัวใจผมหนักอึ้งเพราะสิ่งที่เห็นนิวยอร์กอันเป็นที่รักของผมกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่  แน่นอนว่าหลายสิ่งหลายอย่างดีขึ้น นิวยอร์กมั่งคั่งและสมบูรณ์แข็งแรงกว่าเมื่อสมัยผมยังเด็ก แต่โฉมหน้าทางสถาปัตยกรรมของที่นี่ดูจืดชืดห่างเหินขึ้น เป็นมนุษย์น้อยลง และดูเหมือนกำลังเย้ยหยัน ในแมนแฮตตัน เหล่าตึกระฟ้าซึ่งผุดขึ้นมาใหม่กำลังบดบังท้องฟ้า

พายุฤดูหนาวขับเส้นสายรูปทรงเรขาคณิตของทางเดิน ร้านกาแฟ และลานสเก็ตน้ำแข็งที่เลอแฟรกเซ็นเตอร์แอตเลกไซด์ในสวนสาธารณะพรอสเปกต์ปาร์กของบรุกลิน

จากมุมมองของสมาชิกตัวจริงคนหนึ่งของบรรดาสามัญชนคนเดินถนน อาคารใหม่เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นตัวอย่างของอัจฉริยภาพทางวิศวกรรม ไม่ใช่ความงามทางสถาปัตยกรรม แม้แต่ในย่านบรุกลินอันเป็นที่รักของผม ก็กำลังมีการก่อสร้างอาคารทรงกล่องขนาดใหญ่แห่งใหม่ๆอยู่เช่นกัน ความอัศจรรย์ของผืนฟ้าไร้ขอบเขตของบรุกลินกำลังอันตรธานไป ทุกวันนี้จะเห็นได้เฉพาะจากตึกชั้นสูงๆที่อยู่ไกลๆเท่านั้น

ตึกใหม่ๆที่สร้างขึ้นแทนที่ตึกเก่าและเป็นที่คุ้นเคย เสียดแทงสูงลิ่วถึง 90 ชั้นสู่อากาศเหนือนิวยอร์กราวกับพุ่งขึ้นไปกัดกินท้องฟ้าอย่างหิวกระหาย เกาะแมนแฮตตันทั้งเกาะ ตั้งแต่ย่านอินวูดทางเหนือสุดจรดย่านแบตเตอรี่ปาร์กทางใต้สุด แลดูระยิบระยับวับวาวไปด้วยตึกใหม่ๆ วันไหนแดดแรง ผนังด้านนอกอาคารที่เป็นกระจกทำเอาผู้คนตาพร่ากันถ้วนหน้า

แน่นอนว่าเป็นไปได้ที่ในอนาคตอันไกลโพ้น ตึกเสียดฟ้าใหม่ๆเหล่านี้จะเฉิดฉายด้วยพลังความรู้สึกทำนองเดียวกันเมื่อกาลเวลาผ่านไป ก็คงเป็นไปได้ แต่ผมยังสงสัยอยู่ หน้าตาตึกพวกนี้ส่วนใหญ่ว่างเปล่า ผนังด้านหน้าตึกบ่งบอกชัดแจ้งถึงการต่อต้านความเขลา การซุบซิบนินทา ความบกพร่อง หรือความต้องการของมนุษย์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แฝงเร้นด้วยประเด็นทางชนชั้นมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่นี้ดูเหมือนตกอยู่ภายใต้การครอบงำของเงินก้อนโต  มีรายงานว่าผู้อยู่อาศัยตามตึกเหล่านี้ปกติมาอยู่กันเพียงชั่วครั้งชั่วคราว จึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าจะมีใครเป็นสมาชิกสมาคมครูและผู้ปกครอง หรือคณะกรรมการชุมชน  หรือรู้จักเจ้าของร้านขายอาหารตรงหัวมุมถนนของตัวเอง แต่ผมอาจจะผิดก็ได้  พวกเขาอาจเป็นมนุษย์ที่ดีเลิศ หัวเราะร่าเริง และจิตใจโอบอ้อมอารี แต่ถึงอย่างไรก็ดูไม่มีแนวโน้มว่าจะให้กำเนิดหรือสร้างนักเขียนอย่างเฮนรี เจมส์, อีดิท วอร์ตัน หรือหลุยส์ ออกินคลอส ผู้รู้จักแปลงชีวิตอภิสิทธิ์ชนของตนให้เป็นบทกวีร้อยแก้ว ผู้มาใหม่อาศัยอยู่บนปราการสูงเสียดฟ้า ตัดขาดจากเราทุกคนที่เหลือ พวกเขาน่าจะรู้สึกเหงาและอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวอย่างแน่นอน


อ่านเพิ่มเติม สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

เรื่องแนะนำ

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

ตั้งแต่นครทิมบักตูไปจนถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ศาสนสถานอันงดงามตระการตาเหล่านี้เป็นหลักฐานของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเหตุการณ์ทางศาสนาอันอัศจรรย์ ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปเยือนมัสยิดแสนงามจากทั่วโลกพร้อมกันกับเรา

ครั้งหนึ่งที่ เนปาล ความรัก ความศรัทธา

ครั้งหนึ่งที่ เนปาล ความรัก ความศรัทธา เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศเนปาล กาฐมานฑุ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นครั้งที่ผมได้ไปเนปาล และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความเสียหายของแผ่นดินบนโลกของเราใบนี้ มันน่าใจหาย น่าเสียดาย และหดหู่ เมื่อผมได้ไปเห็นเพื่อนร่วมโลกของผมต้องลำบาก ไม่มีที่อยู่ ขาดแคลนอาหาร ภาพของประชาชนทีดิ้นรนเอาตัวรอด ผมยังจดจำได้จากภาพทีผมถ่าย ถึงแม้ว่าความหวาดกลัวจะเข้ามาสู่ผู้ประสบภัยทุกท่าน แต่คามรัก และความศรัทธา ในพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นๆในตัวพวกเข้าเต็มเปี่ยม ชายผู้หนึ่งวาดภาพดวงตาเปิดเนตรของพระพุทธเจ้า ตามแบบความศรัทธาของเขาลงบนพื้นที่เกิดเหตุ หวังว่าพระพุทธเจ้าจะทอดพระเนตรลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผู้ประสบภัยที่ศรัทธา ครอบครัวน้อยใหญ่ต้องอพยพจากบ้านของตัวเองที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง เข้าไปสู่บ้านหลังใหม่เป็นเต้นท์เรียงรายอยู่กันอย่างอบอุ่น แม้จะไม่ได้มีสิ่งความอำนวยสะดวกอะไร แต่แค่มีที่พักกาย หลบฝน บังลม พวกเค้าก็พอใจแล้ว ณ ช่วงเวลานั้น เด็กๆเองก็คงจะตกใจไม่น้อย ที่พวกเขาได้เกิดมาดูโลกไม่เท่าไร ก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ครอบครัวของชาวเนปาล ก็สามารถมอบความรัก ความอบอุ่นให้กลับคืนมากับลูกหลานได้ ความเสียหายครั้งนี้ คงต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะเรียกทุกอย่างกลับคืนมา ทั้งทรัพย์ และกำลังใจ แต่ที่เสียไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้นั้นคือ ชีวิต ผมเจอยายหลานคู่หนึ่ง พร้อมๆกับแม่ชีชาวไทยในพื้นที่เกิดเหตุ แม่ชีเล่าให้ผมฟังว่าคุณยายเขาบอกว่า เขายังไม่กล้าบอกความจริงกับหลานสาวที่น่ารักของเขาคนนี้เลย ว่าแม่ของหนูน้อยนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เค้าหาเธอไม่เจอ จนมารู้อีกทีว่าเธอเสียชีวิตแล้ว […]

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย

แห่ช้างบวชนาค แห่งเมือง ศรีสัชนาลัย ประเพณีแห่ช้าง บวชนาค ของชาวไทยพวน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยชาวบ้าน ไทยพวนเมืองศรีสัชนาลัย จะมารวมตัวกันเพื่อร่วมสืบสานประเพณีแห่ช้างบวชนาค ซึ่งถือเป็นประเพณีดั้งเดิมที่มีมามากกว่า ๑๕๐ ปี การแห่นาคด้วยช้างนั้นมีเค้าความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดร เมื่อครั้งพระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรทรงขอให้พระเวสสันดรเสด็จกลับมาเป็นกษัตริย์ดังเดิม พระองค์จึงโปรดให้จัดขบวนช้าง ม้า รถประดับ แห่ขับด้วยมโหรี และการละเล่นต่างๆ ไปรับพระเวสสันดรเข้าเมือง พระเวสสันดรทรงช้างปัจจัยนาเคนทร์ ช้างคู่บารมี ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการบันดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ ดังนั้น การแห่นาคด้วยขบวนช้างจึงถือว่าได้บุญกุศลอย่างสูงสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เช้าวันที่ ๗ เมษายน เจ้าภาพจะโกนผม โกนคิ้ว อาบน้ำ และสวมชฎาให้นาค มีกระจกติด สองข้างหู การแต่งกายของนาคจะประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม และสวมเสื้อกำมะหยี่ เมื่อรูปขบวนพร้อม ก็จะเคลื่อนขบวนแห่วนรอบทุ่งนา หมู่บ้าน และลงสู่แม่น้ำยม ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาดักรอชมทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ รุ่งเช้าอีกวันเป็นพิธีบวช เมื่อขบวนแห่มาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ ๕ สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้ง ก่อนเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ ๓ […]