Gloomy Rainbow - National Geographic Thailand

Gloomy Rainbow

เรื่องและภาพ นิธิรุจน์ สุทธิเมธีโรจน์ (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

ในประเทศที่ให้เกียรติกับเสรีภาพของมนุษย์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกันได้รับการยอมรับมานานแล้ว แต่ในประเทศที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอย่างเมียนมา ชาวรักเพศเดียวกันยังมีชีวิตที่มืดมนทั้งในแง่ของสังคมและกฎหมาย ไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับครอบครัว ไม่ได้รับความเท่าเทียมกันทางสังคม ถูกซุบซิบ นินทา ถูกย่ำยีทางวาจา และถูกจ้องมองในที่สาธารณะ  ในแง่อาชีพการงานก็ถูกจำกัดอยู่ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างทำผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวด ไปจนกระทั่งให้บริการทางเพศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้  พวกเขายังต้องไขว่คว้าการเป็นที่ยอมรับและสิทธิเสรีภาพเฉกเช่นคนทั่วไป

“ริกกี้” เป็นชายรักเพศเดียวกันและเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความขมขื่น ความสุข และความใฝ่ฝันของชาวรักเพศเดียวกันในประเทศอย่างเมียนมา

สายตาที่มักถูกมองเป็นตัวประหลาดจากคนรอบข้าง ไม่ว่ากลุ่มชาวรักเพศเดียวกันจะมีกิจกรรมใดๆในที่สาธารณะ
ริกกี้กับมินใช้เวลาร่วมกันในบ้านที่มีน้าสาวของเขาอาศัยอยู่ด้วย ทั้งคู่แสวงหารการยอมรับในทางที่ดีจากคนในครอบครัว
ออฟฟิศองค์กร LGBT ในวันที่กลุ่มชาวรักเพศเดียวกันเตรียมตัวออกงานวันยุติการรังเกียจคนรักเพศเดียวกันสากล
ริกกี้กลับมาเยี่ยมพ่อของเขาที่เมืองทงวาในช่วงวันสงกรานต์เป็นประจำทุกปี สิ่งที่ต่างไปในปีนี้คือเขาได้พามิน คนรักของเขามาด้วย
ในวันที่ริกกี้ได้ทำพิธีเพื่อให้ตัวเองเป็นคนทรงอย่างเต็มตัวซึ่งเปรียบเสมือนว่าได้อยู่ในพื้นที่ที่ถูกยอมรับในสถานะตัวเองมากขึ้น
ปริญญาที่ริกกี้ไม่ได้มีสิทธิเสรีภาพในการเลือกเรียนในสาขาที่ตั้งใจไว้เพียงเพราะเขาเป็นคนรักเพศเดียวกัน
สะพานลอยบริเวณเจดีย์สุเหร่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง สถานที่ซึ่งกลุ่มคนรักเพศเดียวกันใช้เป็นจุดนัดพบในการขายบริการทางเพศ
เมื่อผมบอกพ่อแม่ผมว่าผมเป็นเกย์ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นมนุษย์นอกโลกที่มาจากดาวอังคาร

 

เรื่องแนะนำ

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย

65 ปีความสัมพันธ์ : มองพม่าในแผ่นดินไทย ไทยและพม่ามีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน กล่าวได้คือทุกวันนี้มีชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากมายหลายแสนคน บ้างก็ลักลอบเข้ามาขายแรงงาน บ้างก็หลบหนีภัยสงครามเข้ามาตั้งรกราก บ้างเข้ามาในฐานะของการใช้ศาสนาประจำชาติร่วมกัน ซึ่งเราปฏิเสธได้ยากว่ามีชาวพม่ามากมายในบ้านเมืองเรา หากนับตั้งแต่หลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตแล้วนั้น ความสัมพันธ์แค่ 65 ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่ใช่ตัวชี้วัดความผูกพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้ที่มีมาอย่างยาวนาน แต่หากมองอย่างความเสมอภาคและความทัดเทียมนั้น ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนพม่ากับคนไทยในบ้านเมืองเรานี้ยังมีอยู่มาก อาจจะเนื่องมาจากประวัติศาสตร์หรือการนำเสนอของสื่อ ถึงอย่างไรก็ตาม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอแง่มุมบางประการที่สอดคล้องและมีความสัมพันธ์กันเชิงปฏิสัมพันธ์ในฐานะที่อาศัยบนแผ่นดินผืนเดียวกัน และโครงสร้างภาพรวมโดยผ่านทัศนคติของผู้นำเสนอ เรื่องและภาพ อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม “ไตแลง” ยอดดอยแห่งความหวัง

เครื่องแบบชาวนา

ผลงานภาพ “เครื่องแบบชาวนา” มุ่งถ่ายทอดให้เห็นถึงการแต่งกายที่แตกต่างกันของ ชาวนา ในแต่ละพื้นที่การทำนาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเรายังคงพบเห็นการทำนาอยู่บ้าง ทว่าลดน้อยลงทุกที แม้ข้าวจะยังคงเป็นอาหารหลักของคนไทย แต่อาชีพ ชาวนา กลับหดหายไปทีละน้อย จนเกรงว่าอาจสูญหายไปในที่สุด ผมจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพเก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยและประเทศไทยมาช้านาน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน “เครื่องแบบชาวนา” เกิดขึ้นจากการเห็น สังคมไทยในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมนอกภาคเกษตรกรรม พื้นที่เกษตรกรรมในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่เคยมีการทำนาอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร และสนามกอล์ฟ บ้างซื้อขายเปลี่ยนมือเพื่อเก็งกำไร ส่งผลให้ชาวนาจำนวนไม่น้อยที่ประกอบอาชีพรับจ้างทำนาได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะเจ้าของพื้นที่นาส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้ประกอบอาชีพชาวนาแล้ว ตัดสินใจขายที่นาของตน เราอาจไม่สามารถระบุหรือบ่งบอกอาชีพชาวนาได้จากเครื่องแต่งกายภายนอกที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ วัฒนธรรมท้องถิ่นและรสนิยมส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือสัญลักษณ์ของอาชีพโดยเฉพาะเครื่องไม้ เครื่องมืออย่างเคียวเกี่ยวข้าว ในภาพถ่ายเหล่านี้ เรายังเห็นวิวัฒนาการหรือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเกษตร เช่น เครื่องจักรทุ่นแรงอย่างรถไถและรถเกี่ยวข้าว ขณะที่ฉากหลังอาจบ่งบอกถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นและการพัฒนาในพื้นที่ เป็นต้น เรื่องและภาพ ร่มไทร สิทธิศิริ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2014 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย         […]

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่

ฟันเฟือง ในเมืองใหญ่ สารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “แรงงานก่อสร้าง” ในประเทศไทย กลุ่มคนเล็กๆที่เป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 65 ล้านคนในประเทศ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจ โดยจำนวนแรงงานก่อสร้างในปัจจุบันไม่สมดุลกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศขึ้น อาจจะด้วยปัจจัยหลายอย่างในการทำงาน เช่น เป็นงานที่มีความ เสี่ยงสูงและไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง อีกทั้งแรงงานชาวไทยยังมีความผันผวนอันเนื่องมาจากเป็นแรงงานที่มาจากภาคเกษตรกรรม จนเป็นผลให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา เป็นต้น แรงงานก่อสร้างเป็นกลุ่มคนที่ถือได้ว่ามีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ด้วยต้นทุนทางการศึกษาที่มีน้อย หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในเมืองใหญ่เพื่อหวังเพียงให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น ถึงแม้พวกเขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองไม่เห็นความสำคัญ หากทุกคนได้มองดูสิ่งปลูกสร้าง รอบตัวหรือตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านในเมืองใหญ่ เชื่อได้ว่ามาจากหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาทั้งสิ้น เรื่องและภาพถ่าย อนุชิต เลิมสุ่ม รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่จำจากจรของแรงงานอพยพ

จักรยาน … ทาง… ชีวิต

จักรยาน … ทาง… ชีวิต จักรยาน อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ดังเช่นที่เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) เล่าไว้เมื่อครั้งอบรมนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2483 ว่า ”สมัยหนึ่งราว ร.ศ. 117-118 ในกรุงเทพฯ เล่นรถจักรยานกันมาก จนถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ซึ่งเป็นคนอ้วนใหญ่ก็ยังถีบรถจักรยาน การเป็นดังนี้จะไม่สนุกใหญ่อย่างไร…” จากคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนจักรยานได้รับความนิยมอย่างมาก จนเมื่อมีการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ามามากขึ้น และสร้างระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ทำให้จักรยานมีบทบาทน้อยลงเรื่อยมา ทางเลือกของคนใช้จักรยานมีหลากหลายตามการใช้งาน ตั้งแต่การปั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ถึงขนาดที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนสร้างสนามสุวรรณภูมิ (Suvanabhumi Cycle Track) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ”ทางเขียว„ เพื่อให้นักปั่นจักรยานมีพื้นที่ปั่นมากขึ้น ไปจนถึงการปั่นเพื่อเดินทางในเมือง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะปัญหานํ้ามันแพงและรถติด เมื่อมีคนปั่นเพิ่มขึ้น ทางจักรยานก็เพิ่มตามถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับจักรยาน โรงงานผลิตจักรยานหลายโรงเริ่มผลิตจักรยานพับได้ เพื่อตอบสนองกระแสการใช้จักรยานกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟและรถไฟฟ้า วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเริ่มหวนกลับมาใช้จักรยานมากขึ้น ทุกบ้านเริ่มมีจักรยานอย่างน้อยหนึ่งคัน เราเห็นพนักงานส่งเอกสารในชุดนักปั่นตามตรอกซอกซอยในเมืองหลวง เห็นกลุ่มอาสาสมัครปั่นจักรยานช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้แต่พระสงฆ์ยังใช้จักรยานในการบิณฑบาตและเผยแผ่ศาสนา ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จักรยานให้คุณค่า มากกว่า […]