บินทะยานไปกับ แอร์โครยอ สายการบินเกาหลีเหนือ - National Geographic

บินทะยานไปกับแอร์โครยอ สายการบินเกาหลีเหนือ

กัปตันซึ่งถอดชุดวิศวกรออกแล้วเดินอยู่บนเครื่องบินรุ่น Tupolev-154 ของ แอร์โครยอ

บินทะยานไปกับ แอร์โครยอ สายการบินเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือคือหนึ่งในประเทศที่แยกตัวเป็นเอกเทศมากที่สุดในโลก แม้แต่การเดินทางเข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยวก็ยังต้องถูกควบคุมจากเจ้าหน้าที่ มิต้องพูดถึงเสรีภาพในการเดินทางข้ามพรมแดนของประชาชนเลยทีเดียว

“เกาหลีเหนือคือประเทศที่ไม่ธรรมดาและเป็นที่น่าหลงใหลในสายตาของคนนอก ผมเองคิดว่าผู้คนพากันสงสัยว่าสายการบินของประเทศนี้จะมีหน้าตาและบริการเป็นอย่างไร” Arthur Mebius ช่างภาพผู้มีผลงานเผยแพร่ในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกล่าว ตัวเขาเคยมีประสบการณ์เดินทางกับแอร์โครยอมาแล้วจำนวน 24 เที่ยวบิน ภาพถ่ายของเขาถูกตีพิมพ์รวมเป็นหนังสือภาพ Dear Sky, the Planes and People of North Korea’s Airline โดยมีจุดประสงค์เพื่อคาราวะต่อการทำงานของสายการบินและความหลงใหลในเครื่องบินของตัวเขาเอง

แอร์โครยอ
กัปตันกำลังรอพนักงานต้อนรับลงจากเครื่องบิน Tupolev-134 ที่ท่าอากาศยานเปียงยางซูนัน
แอร์โครยอ
พนักงานมากประสบการณ์ของสายการบินแอร์โครยอมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

สายการบิน SOKAO (Soviet–North Korean Airline) ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นแอร์โครยอนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1945 เพื่อเชื่อมต่อกรุงเปียงยางกับมอสโก ในปี 1993 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต สายการบินดังกล่าวจึงเปลี่ยนชื่อใหม่ โดยใช้ชื่อราชวงศ์โครยอที่ปกครองอาณาจักรเกาหลีในช่วงปีคริสต์ศักราช 918 – 1392

สำหรับตัวเครื่องบินที่ใช้อยู่นี้ เป็นเครื่องบินรุ่นคลาสสิคจากทศวรรษ 1960 ผลิตโดยบริษัท Ilyushins, Tupolevs และ Antonovs ที่ยังคงทำการอยู่ในปัจจุบัน

“ด้วยการคว่ำบาตรจากนานาชาติและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม เครื่องบินเก่าจากโซเวียตนี้ไม่ค่อยได้บินเท่าไหร่นัก” Mebius อธิบาย “แต่กัปตันและลูกเรือของสายการบินนั้นเตรียมพร้อมอยู่เสมอ”

สายการบินนี้ได้เรตติ้งจาก Skytrax เพียงหนึ่งดาว และปัจจุบันลดจำนวนเที่ยวบินลงเหลือจุดหมายปลายทางลงจอดเพียงสองที่เท่านั้นคือในเมืองวลาดีวอสตอค ของรัสเซีย และในประเทศจีน อย่างไรก็ตามคะแนนเรตติ้งที่ต่ำนี้ไม่ได้หมายความว่าสายการบินแอร์โครยอไม่ปลอดภัย พวกเขามีตารางการบินที่ตรวจสอบได้และเว็บไซต์ที่เป็นทางการอีกด้วย

(ชมภาพถ่ายกองทัพอันเกรียงไกรของเกาหลีเหนือ)

แอร์โครยอ
กัปตันกำลังตรวจสอบยางล้อเครื่องบินรุ่น Tupolev-134 ระหว่างการลงจอดที่สนามบินเปียงยางซูนัน
แอร์โครยอ
กัปตันถ่ายภาพของ Arthur Mebius ช่างภาพ ก่อนที่เครื่องบินจะออกจากท่าอากาศยาน Kamla ในเมือง Wonsan จังหวัดคังวอนโด เกาหลีเหนือ

“ผู้คนมักจะคิดว่าเครื่องบินจากเกาหลีเหนือต้องเก่าคร่ำครึและบริการแย่” Mebius กล่าว “ในความเป็นจริง ไฟล์ที่บินไปยังกรุงปักกิ่งนั้น เครื่องบินเองก็เป็นลำที่ผลิตใหม่จากบริษัท Tupolev หรือ Antonov”

ตลอดระยะเวลา 90 นาทีของการเดินทาง ผู้โดยสารจะได้รับบริการอาหารและเครื่องดื่มเต็มปรี่ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเบียร์เกาหลีเหนือด้วย อีกทั้งการบริการจากพนักงานยังขึ้นชื่อว่าสุภาพมากๆ “เรื่องแปลกๆ ก็มีนะครับ เช่นการแสดงจากวงดนตรีเกาหลีเหนือ โดยมีแบ็คดรอปเป็นลายทหาร”

ทั้งนี้แม้เที่ยวบินจะมีไม่มาก แต่หลายบริษัททัวร์ก็ยังคงใช้บริการสายการบินของเกาหลีเหนือ เนื่องด้วยความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่เครื่องบินว่าน่าประทับใจแล้ว Mebius กลับประทับใจผู้คนที่ทำงานบนนั้นมากกว่า “ความตั้งใจและความภาคภูมิใจในงานของพวกเขาประทับใจผมมาก จึงออกมาเป็นภาพถ่ายชุดนี้” เขากล่าว “มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากครับ”

เรื่อง Gulnaz Khan

ภาพถ่าย Arthur Mebius

แอร์โครยอ
พนักงานสายการบินนั่งมองเครื่องบินที่กำลังออกจากท่าอากาศยาน Kamla
แอร์โครยอ
กัปตันกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปที่เครื่องบินซึ่งจอดอยู่
แอร์โครยอ
เพดานของเครื่องบิน สายการบินแอร์โครยอ
แอร์โครยอ
พนักงานต้อนรับและวิศวกรที่สนามบิน Kalma
แอร์โครยอ
ลูกเรือตรงไปที่เครื่องบิน จากในภาพคือเครื่องบินรุ่น Tupolev-134, Antov-24 และ Ilyushin-18 จอดเรียงรายในลานของสนามบิน Sondok
แอร์โครยอ
บรรยากาศภายในห้องนักบิน

(และนี่คือ 6 เรื่องเกี่ยวกับเกาหลีเหนือที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน)

แอร์โครยอ
เครื่องบินรุ่น Antonov-24 เติมน้ำมันที่สนามบิน Sondok ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามบินเปียงยางซูนัน
แอร์โครยอ
กลุ่มพนักงานต้อนรับร้องเพลงเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอครบรอบ 40 ปีแอร์โครยอ
แอร์โครยอ
หลังจากคูลดาวน์เบรกและเกียร์ วิศวกรเข้าตรวจสอบเครื่องบินรุ่น Tupolev-154
แอร์โครยอ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์รุ่น ML-17 ที่ใช้ขนส่งพนักงาน
แอร์โครยอ
กัปตันลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พอดี
แอร์โครยอ
อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ของอดีตสองผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ด้านนอกของสนามบินเปียงยางซูนัน
แอร์โครยอ
รางสำหรับวางหมวกลูกเรือ
แอร์โครยอ
ลูกเรือที่อาวุโสกว่าอธิบายงานให้ลูกเรือรุ่นน้อง
แอร์โครยอ
ธงชาติเกาหลีเหนือประดับอยู่ที่หางของเครื่องบิน
แอร์โครยอ
พนักงานต้อนรับกำลังรอให้ประตูเครื่องบินปิด
แอร์โครยอ
เครื่องบินรุ่น Tupolev-134 เดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเปียงยาง ในขณะที่เครื่องบินอีกสองลำของ Antonovs ยังคงจอดอยู่ที่สนามบิน Kalma
แอร์โครยอ
กัปตันคนหนึ่งยืนอยู่กลางลานจอดเครื่องบิน
แอร์โครยอ
พนักงานต้อนรับหญิงมองดูด้วยความสงสัยระหว่างอยู่บนเที่ยวบินโดยสาร
แอร์โครยอ
เครื่องบินรุ่น IIyushin 76 จอดอยู่ในสนามบิน Kalma

 

อ่านเพิ่มเติม

ความสะอาดของป้ายรถเมล์ในเกาหลีเหนือ

 

เรื่องแนะนำ

“Best of the Week” NGThaiNatureCalling2018

“Best of the Week” NGThaiNatureCalling2018 โครงการประกวดภาพถ่าย NGThaiNatureCalling2018  ปีนี้มาในตอน เพื่อนซี้รู้ดีสุด ขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานภาพถ่ายธรรมชาติในมุมมองของคุณกับเพื่อนซี้  ลุ้นรับของรางวัลและเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการภาพถ่ายในงาน Explorers Fair 2018 ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2561 ณ ไบเทคบางนา และเหล่านี้คือภาพถ่ายประจำวัน และภาพถ่ายยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ ที่บรรณาธิการภาพของเราคัดเลือกมาจาก #NGTxCHANG    สัปดาห์ที่ 1 (25 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2561) Best of the Week! ขอแสดงความยินดีกับคุณ weedwiiw   สัปดาห์ที่ 2 (2 กรกฎาคม – 8 กรกฎาคม 2561) Best of the Week! ขอแสดงความยินดีกับคุณ toeyolet   สัปดาห์ที่ 3 (9 กรกฎาคม – […]

พบซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี

พบซากเรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 73 ปี หลังประสบความล้มเหลวในการค้นหาอยู่นานหลายสิบปี ในที่สุด เราก็พบซากเรือรบในตำนาน อินเดียแนโพลิส นอนสงบนิ่งลึกลงไปใต้ทะเลฟิลิปปินส์ ทีมค้นหาระบุตำแหน่งซากเรือที่ระดับความลึก 5,500 เมตร (18,044 ฟุต) จากผิวน้ำ ตามข้อมูลของพอล แอลเลน มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำทีมค้นหา แอลเลนเขียนในข้อความทวิตเตอร์ว่า “บทสำคัญในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้ข้อสรุปแล้ว ผมหวังว่า ผู้รอดชีวิตและครอบครัวผู้สูญเสียจะคลายความโศกเศร้าและความขับข้องที่เกาะกุมจิตใจมายาวนานลงไปได้บ้าง” เรือลาดตระเวน อินเดียแนโพลิส จมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 1945 หรือเพียง 12 นาทีหลังถูกโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของญี่ปุ่น จุดจบของเรือ อินเดียแนโพลิส และชะตากรรมของผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในทะเลเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน ขณะถูกโจมตี เรือ อินเดียแนโพลิส มีลูกเรือประจำการอยู่  1,200 นาย ในจำนวนนี้ราว 300 คนเสียชีวิตหลังเรือจมลง ขณะที่ผู้รอดชีวิตต้องลอยคออยู่กลางทะเลฟิลิปปินที่เต็มไปด้วยฉลาม การขาดน้ำ อาหาร และภาวะเกลือเป็นพิษ ทำให้อีกหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง เชื่อกันว่า ฉลามครีบขาวหรือฉลามไวต์ทิปและฉลามเสือยังโจมตีผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ในที่สุดก็เหลือลูกเรือเพียง 317 คนที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากน้ำ […]

ภาพบรรยากาศแห่งกรีนแลนด์ที่ชนะการประกวดของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา

พบกับช่างภาพที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมการ ประกวดภาพถ่าย เชิงท่องเที่ยวของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเรียนรู้แนวคิดเบื้องหลังการถ่ายภาพนี้ วันนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ลมแรงพัดเหนือยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมในเมือง Upernavik ประเทศกรีนแลนด์ คนท้องถิ่นมองว่าอุณหภูมิ – 30 องศาก็ถือว่ายังเป็นอากาศที่อบอุ่นในยามเย็นของเดือนมีนาคม ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปจัดการกับกิจธุระของตัวเองในช่วงที่อาทิตย์กำลังตกดิน และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ช่างภาพ เว่ยหมิน ชู (Weimin Chu) ประจำการอยู่ตรงเนินใกล้สนามบิน ที่ทำให้มองเห็นภาพของบรรดาบ้านเรือนสีสันสดใสที่อยู่เบื้องล่าง “ผมมองเห็นโครงสร้าง สี อารมณ์ของภาพที่ดีจากมุมนี้” เขาเล่าย้อนไป “โดยเฉพาะในช่วงที่แสงของดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า” ชูหวังว่าเขาจะได้ถ่ายภาพผู้คนกำลังเดินเล่นหรือภาพบรรยากาศที่เด็กๆ กำลังเล่นสนุก แต่เขากลับตื่นเต้นที่ได้เห็นครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งกำลังเดินอยู่ภายใต้ไฟริมถนนแทน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่แสงน้อย เขาก็บันทึกภาพที่แลเห็นไว้ด้วยความแม่นยำ และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในการประกวดภาพถ่ายเชิงท่องเที่ยว โดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา ประจำปี 2019 ความเป็นพื้นที่ห่างไกลของเมือง Upernavik นั้นทำให้ชูประทับใจเป็นอย่างยิ่ง “ผมสามารถมองเห็นพื้นดินสีขาวโพลนที่ปกคลุมได้ด้วยน้ำแข็งและหิมะระหว่างที่กำลังนั่งเครื่องบิน แต่ทันใดนั้นผมก็เห็นจุดแสงอบอุ่นขนาดใหญ่ตรงส่วนที่ไกลออกไป มันคือเมือง Upernavik หมู่บ้านอันสวยงามในบรรยากาศที่เงียบสงบแห่งนี้มันเหนือจินตนาการของผม มันเป็นช่วงเวลาที่ ‘ว้าว’ สำหรับผม” เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ชูมายังเกาะแห่งนี้เพื่อคอยจับภาพทิวทัศน์อันเรียบง่าย และในปี 2019 เขาเริ่มบันทึกเรื่องราวของผู้คนและชุมชนในเกาะกรีนแลนด์ เริ่มจากการไปที่เมือง […]

ภูมิศาสตร์เมืองญี่ปุ่น

เรื่องของแดนซากุระที่เลื่องชื่อ รายงานโดยวอลเตอร์ เวสทัน ตีพิมพ์ในฉบับ กรกฎาคม ค.ศ. 1921 เมื่อราว 82 ปีก่อน สาวญี่ปุ่นล้างมือก่อนไหว้เจ้าที่ศาลกิโยมิตซึ เกียวโต ศาลแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพซึ่งมี 1,000 กร และ 11 เศียร ศาลเจ้าหลังเดิมไฟไหม้เสียหายไปเมื่อหลายทศวรรษก่อน เหลือเพียงรูปเทพศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ “ประตูราตรีจรดอรุณ” ที่วัดอิเอยาซุ เมืองนิกโก ปิแยร์ โลติ เคยเขียนบรรยายไว้ดังนี้ “ใต้เงื่อมเงาของนิกโกขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์ หมู่ไม้ในป่าสนซีดาร์รายรอบคายไอหมอกปกคลุมทั่วทั้งอารามอยู่เป็นนิจ อารามแห่งนี้บรรเจิดด้วยสำริด ไม้ชักน้ำมันเป็นเงางาม และหลังคาทองคำ” ชาวญี่ปุ่นเองกฌมีคำกล่าวว่า “ผู้ใดไม่เคยพบนิกโก ผู้นั้นยังไม่พานพบความงดงาม” เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่งดอกไอริส สวนดอกไอริสอันมีชื่อเสียงแห่งนี้อยู่ที่โฮริคิริ  หญิงเกอิชาภาพนี้งามพร้อมด้วยองค์ประกอบนานา ไม่ว่าจะเป็นโคมศิลา ดอกไม้ผลิบาน หรือโฉมสราญทั้งสาม เกียวโต เมืองเอกอันดับสาม มีชื่อเรื่องหญิงเกอิชา และขบวนแห่ซึ่งประดับประดาอย่างสวยงาม ผู้คนที่มาชมขบวนมิได้โห่ร้องรับรถแห่อย่างอึงคะนึง หากซึมซาบความงามของขบวนแห่โดยสงบ หญิงเร่ขายดอกไม้ ชาวญี่ปุ่นนิยมชมชอบดอกไม้ยิ่งนัก ถึงกับใช้ชนิดของดอกที่กำลังผลิบานบ่งบอกฤดูกาล เช่นในฤดูใบไม้ผลิซึ่งตรงกับช่วงตรุษญี่ปุ่น เป็นฤดูดอกท้อบาน ถัดมาก็เป็นหน้าดอกซากุระบาน เช่นนี้มาตามลำดับ (อ่านต่อหน้า […]