NGT x SaySci Ep.5 "ผ้ายับและเรียบได้อย่างไร" - National Geographic

NGT x SaySci Ep.5 “ผ้ายับกลับมาเรียบสวย”

NGT x SaySci Ep.5 “ผ้ายับ กลับมาเรียบสวย”

เสื้อผ้าที่ซักแล้ว หรือเสื้อผ้าที่เราพับเก็บไว้นานๆ มักจะเกิดรอยยับขึ้นที่บริเวณเนื้อผ้า ซึ่งก่อนเราจะนำมาสวมใส่ เราต้องทำการรีดให้เรียบก่อนทุกครั้ง เพื่อความดูดีและความมั่นใจขณะสวมใส่ แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า เตารีดที่เราใช้รีดผ้าทำให้ผ้าเรียบได้อย่างไร

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพันธะโมเลกุลในเนื้อผ้าครับ เมื่อเราทำการซักผ้าด้วยน้ำอุณภูมิปกติ น้ำจะส่งผลให้พันธะเคมีในเส้นใยผ้าเกิดการหดตัว บวกกับขั้นตอนการผักผ้าเราต้องขยี้ บิด และขยำ อยู่หลายรอบ หรือแม้แต่กระบวนการปั่นแห้งโดยเครื่องซักผ้า ล้วนส่งผลให้พันธะเคมีของเนื้อผ้าเกิดรอยพับขึ้นในสายโมเลกุล จึงทำให้เมื่อเวลาผ้าแห้งแล้ว เกิดรอยยับยู่ยี่อย่างที่เราเห็น

(เนื้อสัตว์เปลี่ยนสีเมื่อปรุงสุกได้อย่างไร? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ)

หลังจากนั้นเราจึงนำเสื้อผ้าที่ซักแล้วเหล่านั้น มาผ่านการรีดด้วยเตารีดที่มีความร้อน ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผ้าเรียบคือ ความร้อนและน้ำหนักของเตารีด โดยความร้อนนั้นจะส่งผลให้พันธะโมเลกุลในเส้นใยผ้าเกิดการขยายตัว (คล้ายกับพลาสติกแข็งที่ได้รับความร้อนแล้วเราเปลี่ยนรูปได้ และจะคงรูปเมื่อเย็นตัวลง) ในขณะนั้นเกิดแรงกดจากน้ำหนักของเตารีด และแรงกดจากมือของเรา ทำให้เส้นใยของผ้าที่ยับอยู่นั้นคลายตัวออกเป็นเส้นตรงอย่างที่ควรจะเป็น และส่งผลให้เสื้อผ้าทั้งตัวเรียบกลิบสวยงามอีกครั้ง

ในบางครั้ง เราจำเป็นต้องพรมน้ำเพื่อช่วยให้รีดผ้าง่ายขึ้น เรื่องนี้มีเหตุผลซ่อนอยู่คือ น้ำที่ฉีดพรมลงไปบนเสื้อผ้าจะเป็นนำความร้อนจากเตารีดแทรกซึมเข้าไปในเส้นใยได้ดีขึ้น จึงช่วยให้พันธะโมลกุลในเส้นใยผ้าได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ส่งผลให้การรีดผ้าเรียบง่ายขึ้นนั่นเอง

 

อ่านเพิ่มเติม

NGT x SaySci Ep.4 “ผงซักฟอกและสารลดแรงตึงผิว”

เรื่องแนะนำ

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้

ดูเหมือนว่าเกราะของไดโนเสาร์ไม่ได้มีไว้แค่ต่อสู้ ไดโนเสาร์ บางชนิดมีเกราะไว้สำหรับช่วยให้มันได้เปรียบยามต่อสู้ แต่สำหรับไดโนเสาร์สายพันธุ์หนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียส ร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นเกราะของมันดูเหมือนว่าจะมีส่วนช่วยในการจับคู่ผสมพันธุ์ด้วย ผลการศึกษาฟอสซิลของ Borealopelta markmitchelli ไดโนเสาร์หุ้มเกราะ พบว่าแผ่นกระดูกที่อยู่ล้อมรอบคอและไหล่ของมันนั้นมีขนาดใหญ่โตเกินไปสำหรับการต่อสู้ นั่นจึงเป็นไปได้ว่าแผ่นกระดูกเหล่านี้น่าจะมีไว้สำหรับการดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้ามหรือใช้ข่มขวัญคู่แข่งของมัน ย้อนกลับไปเมื่อ 110 ล้านปีก่อน เจ้าไดโนเสาร์กินพืชตัวนี้ตาย ร่างของมันจมลงไปยังก้นมหาสมุทรโบราณ ในปี 2011 คนงานเหมืองในแคนาดาค้นพบร่างของมันเข้าโดยบังเอิญ  นับเป็นความโชคดีที่ร่างของมันจมลงในตะกอน ส่งผลให้แร่ธาตุเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อก่อนที่มันจะเน่าเปื่อย ร่างที่กลายเป็นหินทั้งร่างช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาได้ว่าไดโนเสาร์ตัวนี้เคยมีชีวิตอยู่อย่างไร ในความเป็นจริงการคาดเดาว่าเกราะของสัตว์นั้นถูกใช้เพื่อการต่อสู้และการจับคู่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจนัก ช้างเองก็ใช้งวงของมันในการต่อสู้ ป้องกันตัว และงวงเดียวกันนี้ก็ใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดด้วยเช่นกันหากตัวเมียต้องการที่จะเลือกผสมพันธุ์ “ส่วนใหญ่ของโครงสร้างที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหางของนก การเปลี่ยนสีของกิ้งก่า หรือเขาในสัตว์สี่เท้า แรงขับที่ทำให้พวกมันวิวัฒนาการสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาล้วนมาจากการคัดสรรทางเพศ” Caleb Brown นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ Royal Tyrrell กล่าว ซึ่งตัวเขาเองกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาไดโนเสาร์ Borealopelta ด้วยทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผลการวิจัยเจ้า Borealopelta ใหม่จาก Brown ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ PeerJ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยไม่กี่ชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับไดโนเสาร์หุ้มเกราะ และเป็นงานวิจัยแรกที่มุ่งเป้าไปที่การศึกษาฟอสซิลของเนื้อเยื่อ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “มันยากที่จะพิจารณาการใช้งานจากรูปร่างของอวัยวะ แม้แต่ในสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม” Victoria Arbour นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์หุ้มเกราะโดยเฉพาะ […]