สมาร์ทโฟน กับบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นดาบสองคม

สมาร์ทโฟน ส่งผลอย่างไรต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมปัจจุบัน

เจ้าคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา หรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า “สมาร์ทโฟน” สามารถเนรมิตสิ่งมหัศจรรย์มากมายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ผลการศึกษาล่าสุดกลับพบว่ามันส่งผลด้านลบต่อชีวิตประวันของเรา มากกว่าที่คิด

เรื่องโดย ยูธิจิต ภัตตาจาร์จี

สมาร์ทโฟน ทำให้พ่อกับผมนั้นรู้สึกเหมือนว่าอยู่ใกล้กันตลอดเวลา แม้ว่าในความจริงแล้วเราทั้งสองต่างอาศัยอยู่คนละฝากของประเทศ ซึ่งปกติแล้วพ่อเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบออกไปไหนสักเท่าไร คงจะเป็นเรื่องปกติของคนวัยนี้ด้วยแหละ พ่อผมอายุ 79 ปีแล้ว อาศัยอยู่ที่เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย

เมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่ผมกำลังนั่งรถไฟจากประเทศเดนมาร์กเพื่อที่จะไปประเทศสวีเดน พ่อก็ได้วิดิโอคอลมาหาผมทางสไกป์ (Skype) และด้วยความที่สไกป์เป็นการโทรคุยกันแบบเห็นหน้า ผมเลยเอาโทรศัพท์แนบไปกับหน้าต่างเพื่อที่จะให้พ่อเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของประเทศสวีเดนแบบที่ผมเห็น ให้พ่อได้สัมผัสไปกับมันด้วย ผู้อ่านเชื่อหรือไม่ ความรู้สึกผมใน ณ ตอนนั้น มันสมจริงมากราวกับว่าพ่อได้มานั่งอยู่ข้างๆ ผมบนรถไฟ ทำให้ผมคิดว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันไปไกลมากแล้วจริงๆ

ผมควรจะรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่โทรศัพท์ของผมสามารถทำให้ผมได้พูดคุยและเห็นหน้ากับพ่อได้ แม้ว่าจะอยู่คนละฝากฝั่งของโลกก็ตาม แต่ก็โทรศัพท์เครื่องเดียวกันนี่แหละที่เข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว พร้อมกับทำให้ผมมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง ผมยังจำได้ดีตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมพ่อที่โกลกาตา ผมแทบจะไม่สามารถละสายตาออกจากโทรศัพท์ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งที่ตอนนั้นพ่อก็อยู่ข้างหน้าผมแท้ๆ แต่ผมไม่สนใจ ผมกลับอยากรู้ว่ามีใครมากดไลก์รูปที่ผมเพิ่งโพสต์ล่าสุดบนเฟซบุ๊กหรือเปล่า (สรุปคือมีคนมากดไลก์เพิ่ม แถมมีมาแสดงความคิดเห็นอีกต่างหาก) ก็เป็นเรื่องที่น่าตลกเหมือนกัน ที่เทคโนโลยีทำให้คนที่อยู่ห่างไกลกัน รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กัน แต่ก็เทคโนโลยีตัวเดียวกันนี้ ที่ทำให้คนที่อยู่ใกล้กัน กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกล

สมาร์ทโฟน

ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งในตอนแรก จุดประสงค์หลักมีไว้โทรหรือส่งข้อความหากัน แต่ในปัจจุบัน ประโยชน์ของมันกลับมีมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเอาไว้นำทางเวลาออกทริปต่างจังหวัด เอาไว้เรียกแท็กซี่ เอาไว้ดูรีวิวเปรียบเทียบสินค้าและราคา เอาไว้ตามข่าว เอาไว้ดูหนัง เอาไว้ฟังเพลง เอาไว้เล่นเกม หรือแม้กระทั่งเอาไว้เก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเข้ามาของสมาร์ทโฟนนั้นสร้างประโยชน์มากมายให้กับสังคมปัจจุบัน อาทิเช่น ออนไลน์แบงกิ้ง ที่ทำให้การออกจากบ้านไปธนาคารไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันสำหรับการเช็กว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว หรือว่าเมื่อคืนเรานอนหลับอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า อย่างไรก็ดี ประโยชน์จากเทคโนโลยีพวกนี้ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง สมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากจนทำให้เรามีส่วนร่วมกับโลกภายนอกน้อยลง ที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม้พ้นการใช้สมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยในการนำทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง จากที่แต่ก่อนเรามักจะใช้การจำเส้นทาง การถามผู้ที่เคยไปมาแล้ว หรือถามคนในละแวกพื้นที่นั้น แต่ปัจจุบันไม่เป็นแบบนั้นแล้ว และบางทีเราก็อาจจะใช้สมาร์ทโฟนนำทางเราทั้งๆ ที่เราเคยไปสถานที่แห่งนั้นหลายรอบแล้วก็ตาม

สมาร์ทโฟน
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Google Maps คือสามารถบ่งบอกได้ว่าเส้นทางไหนรถติด และควรเลี่ยงไปยังเส้นทางไหน

ไม่ว่าจะตามสนามบิน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ แทบจะทุกที่ ท่าทางที่เรามักจะพบเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง คือการก้มหน้าพร้อมกับเพ่งสายตาจ้องมองไปที่โทรศัพท์อย่างจริงจัง บางครั้งหากคุณเจอใครสักคนในร้านกาแฟ นั่งจิบกาแฟพร้อมกับสายตาที่จ้องมองออกนอกหน้าต่าง ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวกลับเป็นว่า แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเขาหมดหรือไม่ มากกว่าที่จะคิดว่าพวกเขากำลังมีความสุขกับการมองวิวจากนอกหน้าต่าง

สมาร์ทโฟน
การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคปวดคอเรื้อรังได้
ขอขอบคุณภาพจาก TIM HL LAI

เอเดรียน วอร์ด นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเทกซัส ในเมืองออสติน รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ได้รวบรวมผู้ทดลองในการวิจัยครั้งนี้กว่า 800 คน พร้อมกับทิ้งโจทย์เชาว์ปัญญาไว้ให้หาคำตอบ 2 ข้อ ข้อแรกคือ ให้แก้โจทย์คณิตศาสตร์พร้อมกับให้จำตำแหน่งของตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในคำที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างมั่วๆ ข้อที่สองคือมีตัวเลือกภาพให้เลือกไปใส่ให้สอดคล้องกับภาพที่มีไว้ให้อยู่แล้ว ทั้งนี้กฏกติกาคือผู้เข้าร่วมบางคนไม่สามารถนำสมาร์ทโฟนเข้าไปในห้องสอบได้ ในขณะที่บางคนได้รับอนุญาตให้เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ แต่ก็ยังมีบางคนที่ฝ่าฝืนกฏแล้วนำสมาร์ทโฟนวางไว้บนโต๊ะสอบ

ถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนจะไม่ได้มีผลอะไรต่อการทำโจทย์เชาว์ปัญญาครั้งนี้ เพราะถึงอย่างไรผู้เข้าร่วมก็ไม่สามารถนำมันออกมาหาคำตอบได้อยู่แล้ว กลับมีอิทธิผลต่อการทำแบบทดสอบครั้งนี้อย่างไม่น่าเชื่อ กล่าวคือผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้พกสมาร์ทโฟนติดตัวไว้ มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก ในขณะที่กลุ่มที่นำสมาร์ทโฟนเข้าไปกลับมีคะแนนอยู่ในกลุ่มรั้งท้าย ทำให้ได้ข้อสรุปว่าสมาร์ทโฟนนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ (Cognitive Capacity) นั้นต่ำลง

คณะผู้วิจัยยังมีความกังวลอีกว่า การติดสมาร์ทโฟนมากเกินไปจะทำให้ทักษะความสามารถในการอ่านเขียนของเด็กรุ่นใหม่มีความถดถอยน้อยลง ซึ่งจะไปส่งผลกระทบต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ต่อไปในอนาคต โดยคณะผู้วิจัยก็ไม่ได้กังวลกันไปเองแต่อย่างไร แต่พวกเขาได้อ้างอิงจากผลการศึกษาของแอนน์ แมนเกน นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยสตาแวนเจอร์ ในประเทศนอร์เวย์ พวกเขาได้แบ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทั้งหมด 72 คนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มนั้นอ่านบทความทั้งหมด 2 ชิ้น แต่มีเงื่อนไขคือจะมีกลุ่มหนึ่งที่ได้อ่านผ่านกระดาษทั่วไป ในขณะที่อีกกลุ่มจะได้อ่านแบบเป็นไฟล์ PDF ผ่านทางหน้าจอแทน ข้อสรุปที่ได้คือ กลุ่มที่อ่านผ่านกระดาษมีทักษะการอ่านจับใจความได้ดีกว่าอีกกลุ่มที่อ่านผ่านทางหน้าจอ

ยังมีผลการศึกษาออกมาเปิดเผยอีกว่า การใช้โทรศัพท์ขณะที่กำลังรับประทานอาหารอยู่นั้นก็สามารถทำให้ความเพลิดเพลินในการรับประทานลดน้อยลงเช่นกัน Ryan Dwyer นักศึกษาปริญญาเอกในสาขาจิตวิทยาระบุว่า “เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่คนที่เล่นโทรศัพท์ระหว่างมื้ออาหารนั้น กลับมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเบื่อมากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้นำโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น”

อีธาน ครอสส์ นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในเมืองแอนน์อาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ในการละตัวออกจากโทรศัพท์

“แผนอันแยบยลของโซเชี่ยลมีเดียก็คือ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะมีคนมากดไลก์ หรืออีเมลจะเข้าเมื่อไหร่ เราไม่สามารถทราบในเรื่องของพวกนี้ได้เลย นั้นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องเช็คโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา เพราะอยากรู้ว่าจะมีคนมากดไลก์เพิ่ม หรือมีการแจ้งเตือนอะไรใหม่หรือเปล่า”

โดยมีสถิติออกมาว่าในปี 2018 จำนวนเฉลี่ยที่ผู้คนปลดล็อกโทรศัพท์มีมากถึง 73 ครั้งต่อวัน เยอะกว่าสองปีก่อนอยู่เกือบ 20 ครั้ง

ทั้งนี้สมาร์ทโฟนก็ยังคงมีประโยชน์อีกหลายข้อด้านที่จะทำให้การใช้ชีวิตของเรามีความสะดวกสบายและง่ายขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพกันนะครับ

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : การพักผ่อน สำคัญกับร่างกายของเราอย่างไร

 

เรื่องแนะนำ

เซลล์พืช และส่วนประกอบภายในเซลล์

โครงสร้างเซลล์พืช มีรูปร่างคงที่ มีความแข็งแรง และมีออร์แกเนลล์พิเศษที่สำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง สำหรับพืชก็ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เช่นกัน แต่ส่วนประกอบภายใน เซลล์พืช จะแตกต่างออกไปจากเซลล์สัตว์ ทำให้เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะและสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกัน โดย โครงสร้างเซลล์พืช ประกอบไปด้วย 1. ผนังเซลล์ (Cell wall) เป็นส่วนที่อยู่ชั้นนอกสุดของเซลล์ จะพบใน เซลล์พืช แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ เป็นโครงสร้างที่กำหนดขอบเขต และรูปร่างของสิ่งมีชีวิต มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง ค้ำจุนโครงสร้างของเซลล์ ทำให้เซลล์คงรูป และป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์พืช ในผนังเซลล์ประกอบด้วยเซลลูโลส (Cellulose) และเพกติน (Pectin) 2. เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) ประกอบด้วยฟอสโฟลิพิด (Phospholipid bilayer) และโปรตีนเป็นส่วนมาก ทำหน้าที่ห่อหุ้มส่วนที่เป็นของเหลวและออร์แกเนลล์ภายใน ทั้งยังเป็นเยื่อเลือกผ่าน ควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่เซลล์ 3. นิวเคลียส (Nucleus) มีลักษณะค่อนข้างกลม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ และการถ่ายทอดพันธุกรรมจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน 4. ไซโทพลาซึม (Cytoplasm) เป็นของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์ ประกอบด้วยออร์แกเนลล์ และสารประกอบต่าง ๆ […]

โดรนช่วยชีวิตนักโต้คลื่น

โดรนช่วยชีวิตนักโต้คลื่น ที่นอกชายหาดของเมือง Lennox Head ทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ วัยรุ่นนักโต้คลื่นสองคนกำลังติดอยู่ในคลื่น  โชคดีที่ใครบางคนเห็นเหตุการณ์เข้าและแจ้งเจ้าหน้าที่ชายฝั่ง พวกเขาใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการฝึกฝนมานั่นคือโดรน โดรนช่วยชีวิตที่มีชื่อเรียกว่า Westpac Little Ripper Lifesaver ถูกส่งออกไปก่อนล่วงหน้า เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุมันปล่อยชูชีพลงไปให้ผู้ประสบภัยด้านล่างเกาะไว้ท่ามกลางคลื่นที่กำลังซัดสาด สุดท้ายเรื่องราวจบลงด้วยดี วัยรุ่นทั้งสองกลับเข้าสู่ฝั่งอย่างปลอดภัย กระบวนการช่วยชีวิตตามชายฝั่งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 1 – 2 นาที ซึ่งรวดเร็วกว่าการช่วยชีวิตในรูปแบบเดิม   อ่านเพิ่มเติม 5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

พลังงานจากถ่านหิน (Coal)

มนุษย์โลกใช้ พลังงานจากถ่านหิน มาเป็นเวลาหลายศตวรรษ และในปัจจุบัน หลายประเทศกำลังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ถ่านหิน ถ่านหิน (Coal) คือหนึ่งในเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) ที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชในพื้นที่ชื้นแฉะหรือแหล่งน้ำตื้นเขิน ภายใต้การทับถมกันของหิน ดิน ทราย และตะกอนในแหล่งน้ำ ทำให้ซากพืชไม่ย่อยสลายไปอย่างรวดเร็วตามธรรมชาติ แต่สะสมกันเป็นชั้นหนา ก่อนถูกบีบอัดให้จมลึกลงใต้พื้นโลก ภายใต้ความร้อนและความดันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาหลายร้อยล้านปี ทำให้ซากพืชที่ทับถมกันกลายเป็นถ่านหิน ซึ่งเป็นหินตะกอนสีน้ำตาล-ดำชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงที่ดี และสังคมมนุษย์ก็ขับเคลื่อนด้วย พลังงานจากถ่านหิน มาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ประเภทของถ่านหิน พีต (Peat) เป็นถ่านหินในขั้นแรกเริ่มของกระบวนการเกิดถ่านหิน จึงมีองค์ประกอบของซากพืชบางส่วนที่ยังย่อยสลายไม่หมด สามารถมองเห็นรูปร่างของกิ่งไม้ ลำต้น หรือใบไม้ ในเนื้อถ่านหินประเภทนี้ได้ ซึ่งส่งผลให้พีตมีลักษณะค่อนข้างร่วนและมีความชื้นสูง ดังนั้น ก่อนนำพีตมาใช้เป็นเชื้อเพลิง จึงต้องผ่านกระบวนการกำจัดความชื้นเสียก่อน ความร้อนที่ได้จากการเผาพีตสูงกว่าที่ได้จากไม้ฟืนทั่วไป สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนภายในครัวเรือนได้ดี ลิกไนต์ (Lignite) เป็นถ่านหินที่มีอายุน้อยเป็นลำดับที่ 2 รองจากพีต มีเนื้อเหนียว สีเข้ม และผิวด้าน มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าพีต ยังคงมีความชื้นและองค์ประกอบของซากพืชหลงเหลืออยู่ภายในเนื้อถ่านหินเล็กน้อย ส่งผลให้เมื่อติดไฟมักเกิดควันและเถ้าถ่านปริมาณมาก ดังนั้น ลิกไนต์จึงถือเป็นถ่านหินคุณภาพต่ำที่ให้ความร้อนได้ไม่สูงนัก แต่เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซับบิทูมินัส […]