10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เฮอร์ริเคน-ไต้ฝุ่น [ พายุหมุนเขตร้อน ]- National Geographic

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน-ไต้ฝุ่น

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เฮอร์ริเคน-ไต้ฝุ่น [ พายุหมุนเขตร้อน ]

ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก มีทั้งไต้ฝุ่นเข้าถล่มญี่ปุ่น และ เฮอร์ริเคน พัดขึ้นฝั่งในสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ ” พายุหมุนเขตร้อน ” เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน

1. เฮอร์ริเคนคือพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และในมหาสมุทรแปซิฟิกแถบฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศเม็กซิโก การเกิดเฮอร์ริเคนจะส่งผลให้เกิดลมกรรโชกแรง ฝนตกหนักตามมา

2. พายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นเหนือมหาสมุทรที่อุ่นใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศที่อุ่นและชื้นซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอากาศเย็นจะลอยตัวสูงขึ้น และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ขณะกลั่นตัวเมื่อมีการคายความร้อนออกมา ความร้อนจะทำให้ อากาศเบื้องบนอุ่นขึ้น และลอยตัวสูงขึ้นไปอีก ส่วนอากาศเย็นไหลเข้าแทนที่ ก่อให้เกิดการไหลของอากาศแบบหมุนวนและกำลังแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

3.ในขณะที่เฮอร์ริเคนกำลังหมุนวน ตรงกลางของเฮอร์ริเคนที่เรียกกันว่า “ตาพายุ” นั้น กลับเงียบสงบและปราศจากเมฆอย่างประหลาด ตาพายุจะถูกล้อมรอบด้วยกำแพงตาพายุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรงที่สุด

คลิปวิดีโอนี้ทดลองบินเข้าไปดูว่าภายในตาเฮอร์ริเคนเออร์มาเป็นอย่างไร?

4. หากพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในทะเลจะไม่เป็นอันตราย แต่หากมันมุ่งหน้าตรงมาสู่แผ่นดิน เฮอร์ริเคนจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน

5. ความเร็วลมของเฮอร์ริเคนอาจสูงได้ถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรุนแรงมากขนาดนี้สามารถถอนต้นไม้ใหญ่ ตลอดจนทำลายอาคารบ้านเรือนได้

(พายุฝุ่นที่เกิดขึ้นในอินเดีย เหตุใดจึงส่งผลถึงตาย?)

6. ในซีกโลกใต้ พายุเฮอร์ริเคนจะหมุนไปตามเข็มนาฬิกา ส่วนในซีกโลกเหนือ พายุเฮอร์ริเคนกลับหมุนทวนเข็มนาฬิกา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลจากแรงคอริออลิส (Coriolis Force) แรงเสมือนที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลก

7. เมื่อเฮอร์ริเคนขึ้นฝั่งจะก่อให้เกิด “คลื่นพายุ” (Storm Surge) หรือกำแพงน้ำที่ซัดเข้าฝั่งพร้อมพายุ อันเป็นผลจากแรงลม ในบางครั้งคลื่นพายุอาจสูงถึง 6 เมตร และมีความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งนี้คือภัยน่ากลัวที่มาพร้อมกับเฮอร์ริเคน

เฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์
คลื่นพายุจากเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ที่เข้าพัดถล่มอ่าวแคโรไลนา
ภาพถ่ายโดย ABC News

8. เฮอร์ริเคนยังมีชื่อเรียกว่า “ไต้ฝุ่น” และ “ไซโคลน” ขึ้นอยู่กับสถานที่เกิด หากเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโกจะเรียกว่าเฮอร์ริเคน แต่หากเกิดในทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย จะเรียกว่าพายุไต้ฝุ่น และหากเกิดในมหาสมุทรอินเดียเหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ จะเรียกว่าพายุไซโคลน

9. เฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาคือ ไต้ฝุ่น Tip เกิดขึ้นในปี 1979 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก (บริเวณฟิลิปปินส์) เส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 2,220 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

เฮอร์ริเคน ไต้ฝุ่น Tip
ภาพของไต้ฝุ่น Tip จากดาวเทียม NOAA

10. ชื่อของเฮอร์ริเคนแต่ละลูกได้รับการแต่งตั้งโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO โดยในแต่ละปีชื่อจะถูกตั้งเรียงตามตัวอักษร เพื่อง่ายต่อการเก็บข้อมูล และชื่อพายุอาจถูกนำมาตั้งซ้ำได้เมื่อเวลาผ่านไป 6 ปี อย่างไรก็ดีหากเฮอร์ริเคนลูกนั้นมีความรุนแรงจนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรง ชื่อนั้นๆ จะไม่ถูกนำมาใช้ซ้ำอีก

อ่านเพิ่มเติม

ความงามอันพรั่นพรึงเมื่อสายฟ้าฟาด

เรื่องแนะนำ

พลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหารเป็นขยะชายหาดที่มากที่สุดในปี 2018

พลาสติกห่อแตงกวาวางจำหน่ายอยู่ในร้านของชำที่โตรอนโต ประเทศแคนาดา บรรจุภัณฑ์อาหารมีจำนวน 9 ใน 10 ของจำนวนขยะที่เก็บได้ในโครงการทำความสะอาด ขยะชายหาด ระดับโลกประจำปีขององค์กร Ocean Conservancy ในปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายโดย COLE BURSTON, BLOOMBERG/GETTY IMAGES จากสถิติกิจกรรมเก็บ ขยะชายหาด ระดับโลกเมื่อปี 2018 จาก 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากพบพลาสติกที่เกี่ยวกับอาหารมากที่สุด ก็พบว่ามีต้นคริสต์มาสเทียมและเครื่องคิดเงินด้วยเช่นกัน โดยปกติ แตงกวาสามารถคงความกรอบเป็นเวลาประมาณสามวัน ถ้าวางอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตท้องถิ่น แต่ถ้านำมาห่อด้วยพลาสติกชนิด shrink wrap (พลาสติกห่ออาหารแบบหด) จะสามารถยืดความสดกรอบของมันไปได้ถึง 14 วัน นี่เป็นคำอธิบายย่อๆ ถึงที่มาของการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลาสติกห่ออาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าทางการตลาดมากถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) ในปีหน้า ด้วยมูลค่าเช่นนี้ จึงทำให้เกิดความประหลาดใจเล็กน้อยว่าวิถีที่มนุษย์ซื้อและบริโภคอาหารนั้นมีผลกระทบที่ชัดเจนต่อมหาสมุทร องค์กร Ocean Conservancy ซึ่งองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำและทะเลที่ไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกา ได้ออกรายงานฉบับใหม่ว่า กว่า 9 ใน […]

ธรรมชาติกลางความขัดแย้งของสองเกาหลี

ระยะเวลากว่า 60 ปีของความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ภายในเขตปลอดทหารกึ่งกลางระหว่างสองประเทศ

สเปิร์มปะการังช่วยมหาสมุทร

สเปิร์มปะการัง ช่วยมหาสมุทร ที่สมาคมอนุรักษ์ Taronga สถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีหน้าที่ดูแลสัตว์ในสวนสัตว์แล้ว ยังเป็นธนาคารสเปิร์มของปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของปะการัง นักวิทยาศาสตร์จากสมาคม แห่งนี้สามารถเก็บรวบรวมสเปิร์มได้มากถึง 171,000,000,000 ล้านสเปิร์มเลยทีเดียว จากแนวปะการังเพียงแค่ 31 แห่ง สเปิร์มเหล่านี้จะถูกแช่แข็งและเก็บเตรียมไว้ ด้วยความหวังที่ว่าในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จะใช้สเปิร์มเหล่านี้ช่วยในการก่อร้างสร้างแนวปะการังใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากในปัจจุบันมีแนวปะการังจำนวนมากที่กำลังถูกคุกคามจากมนุษย์และอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป   อ่านเพิ่มเติม : จะช่วยมหาสมุทรต้องเลิกใช้กากเพชร?, ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก