InSight เดินทางอยู่ในห้วงอวกาศกว่าเจ็ดเดือน ก่อนลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารอย่างปลอดภัย

InSight ยานสำรวจของ NASA ลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ

InSight ยานสำรวจของ NASA ลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ

ดาวอังคาร เพิ่งจะต้อนรับยานสำรวจลำใหม่ล่าสุดชื่ออินไซต์ InSight (Interior Exploration using Seismic Investigations, Geodesy and Heat Transport) ที่ลงจอดบนผิวดาวเคราะห์แดงดวงนี้ หลังจากรอนแรมเดินทางในห้วงอวกาศกว่าเจ็ดเดือน เป็นระยะทางกว่า 458 ล้านกิโลเมตร จากพื้นโลก

InSight, ดาวอังคาร, ยานสำรวจ, NASA
ยาน InSight ของ NASA มีกำหนดการลงจอดบนดาวอังคารเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มภารกิจการสำรวจภายใต้พื้นผิวดาวอังคาร
กราฟิกโดย NASA/JPL-Caltech

ยานอินไซต์จะปฏิบัติภารกิจอยู่บนดาวอังคารเป็นเวลาสองปี โดยจะทำการสำรวจลึกเข้าไปภายในพื้นผิวของดาวอังคาร เก็บข้อมูลทั้งลักษณะทางกายภาพของดาวเคราะห์ ชั้นหินที่ลึกลงไป รวมไปถึงสำรวจโลกและดวงจันทร์จากดาวอังคาร

อุปกรณ์ที่ติดตั้งไปด้วยคือ Heat Flow and Physical Properties Probe, (HP3) สำหรับวัดอุณหภูมิภายในดาวอังคาร โดยมีเครื่องมือขุดเจาะลงไปในพื้นผิวดาวอังคารประมาณ 5 เมตร นับเป็นระยะลึกเกินกว่าที่จะมีใครเคยขุดเจาะมาก่อน และ HP3 จะทำการวัดอุณหภูมิและความร้อนที่แกนกลางของดาวอังคารปลดปล่อยออกมา เพื่อที่จะบอกข้อมูลเกี่ยวกับความร้อนแกนกลางที่ดาวอังคารปลดปล่อยออกมา

InSight, ดาวอังคาร,
ภาพจำลองการขุดเจาะพื้นผิวดาวอังคารด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปบนยานอินไซต์ กราฟิกโดย NASA/JPL-Caltech

ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์ Rotation and Interior Structure Experiment (RISE) ก็จะทำการวัดตำแหน่งของดาวอังคารอย่างละเอียด เพื่อวัดอัตราการ “ส่าย” ว่าในขณะที่ดาวอังคารหมุนรอบตัวเองนั้น จะมีการส่ายไปมามากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับที่การหมุนไข่ไก่จะสามารถบอกเราได้ ว่าภายในไข่ไก่นั้นยังเป็นของเหลวอยู่ หรือว่าต้มสุกแล้ว การวัดอัตราการส่ายของดาวอังคารนี้ก็จะบอกเราได้ว่าภายในแกนกลางของดาวอังคารนั้น หลอมเหลวอยู่หรือไม่มากน้อยเพียงใด

ส่วนอุปกรณ์สุดท้าย ก็คือ Seismic Experiment for Interior Structure (SEIS) เป็นเครื่องมือวัดการสั่นสะเทือน หรือวัดการเกิด “แผ่นดินไหว”  โดยข้อมูลดังกล่าวจะสามารถบอกเราได้ถึงตัวกลางภายใต้พื้นผิวของดาว ว่าภายใต้พื้นผิวมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากน้อยเพียงใด และนอกไปจากนี้เครื่องวัดแผ่นดินไหวนี้จะสามารถตรวจจับการชนของอุกกาบาตบนดาวอังคารได้.

(ชมภาพถ่ายดาวอังคารจากภารกิจอื่นๆ ที่ผ่านมา)

ยานอินไซต์ถูกปล่อยจากฐานในฐาทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้เดินทางถึงดาวอังคารเมื่อวันจันทร์ (26 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา โดยได้ทำการลงจอดใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ และเป็นแอ่งที่ชื่อว่า Elysium Planitia หลังจากนั้นมีการส่งสัญญาณกลับมารายงานผลการลงจอดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 3.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

InSight, ดาวอังคาร, การสำรวจดาวอังคาร, เทคโนโลยีอวกาศ
ภาพกราฟิกแสดงการจำลองรูปแบบการลงจอดของยานอินไซต์ กราฟิกโดย NASA/JPL-Caltech

“วันนี้ เราประสบความสำเร็จในการนำยานสำรวงจลงจอดบนดาวอังคารเป็นครั้งที่แปดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ” Jim Bridenstine ผู้บริหารของ NASA กล่าว “ยานInSight จะทำการสำรวจถึงภายในดาวอังคาร และจะกลายองค์ความรู้ให้แก่เรา สำหรับเตรียมส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความสามารถของทีมรวมถึงประเทศพันธมิตร สิ่งที่ดีที่สุดของ NASA ยังมาไม่ถึง แต่ผมว่า มันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว”

ภาพถ่ายดาวเทียม, InSight, ยานอวกาศ, ดาวอังคาร, การสำรวจดาวอังคาร
ภาพที่ถ่ายจากล้องตัวหนึ่งที่ติดอยู่บนแขนกลของยานอินไซต์ เป็นภาพที่ส่งกลับมาหลังจากการลงจอดเมื่อวันที่ 26 พฤศิจกายน 2561 ภาพถ่ายโดย NASA/JPL-Caltech

สัญญาณจากดาวอังคารถูกส่งมาที่ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ในเมืองแพซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม (CubeSats) ชื่อ Mars Cube One (MarCO) ซึ่งปล่อยไปพร้อมกับยานอินไซต์ หลังจากที่มีการสื่อสารข้อมูลกลับมายังพื้นโลก และได้มีการทดลองขณะอยู่บนยาน เครื่องส่งสัญาณจะถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อเป็นตัวกลางสื่อสารตลอดภารกิจ

ติดตามภารกิจการสำรวจของยาน InSight ได้ที่เว็บไซต์ NASA.gov

ขอบคุณข้อมูลจาก

NASA.gov และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

เรื่องแนะนำ

แร่และหิน (Minerals and Rocks)

แร่และหิน เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาประยุตก์ใช้ในงานอุตสาหกรรมในวงกว้าง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับหลายประเทศ แร่ (Minerals) คือ ธาตุหรือสารประกอบอนินทรีย์ (Inorganic Compound) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ประกอบด้วยอะตอมของธาตุตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป มีโครงสร้างภายในเป็นผลึก จึงมีสถานะเป็นของแข็ง อีกทั้งยังมีองค์ประกอบทางกายภาพและทางเคมีที่ค่อนข้างเสถียรและแน่นอน ซึ่งส่งผลให้แร่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างจำกัด คุณสมบัติทางกายภาพของแร่ ผลึก (Crystal) คือ โครงสร้างทางกายภาพที่เป็นผลมาจากการจัดเรียงตัวของอะตอมหรือโมเลกุลของธาตุที่ประกอบอยู่ภายในแร่ต่าง ๆ เกิดเป็นรูปทรงสามมิติที่มีระนาบ มีสมมาตร และมีการจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ แร่บางชนิดประกอบขึ้นจากธาตุชนิดเดียวกัน แต่มีรูปทรงผลึกแตกต่างกันออกไป เช่น เพชร (Diamond) และกราไฟต์ (Graphite) แนวแตกเรียบ (Clevage) คือ รอยแตกระนาบที่เรียบไปตามโครงสร้างอะตอมในผลึกแร่ โดยทั่วไปรอยแตกนี้จะขนานไปตามผิวหน้าของแร่ รอยแตก (Fracture) คือ รอยแตกที่ไม่สม่ำเสมอหรือมีทิศทางไม่แน่นอนบนผิวของแร่ ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) คือ อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักของสสารต่อน้ำหนักของน้ำ ณ อุณหภูมิหนึ่ง โดยทั่วไป แร่โลหะจะมีความถ่วงจำเพาะมากกว่าแร่อโลหะ ความแข็ง (Hardness) คือ ความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระทำจากภายนอกของแร่ […]

การเกิดไฟป่า (Wildfire) และประเภทของไฟป่า

จากสถานการณ์ ไฟป่า รุนแรงที่เกิดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 ส่งผลให้เกิดความเสียหายในป่าสนเขาเป็นพื้นที่กว้าง ในการสำรวจไฟป่าครั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ใช้ดาวเทียม LANDSAT-8 และ Sentinal-2B ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยการเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-8 ก่อนเกิด ไฟป่า (18 มกราคม) และภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 ระหว่างเกิดไฟป่า (16 กุมภาพันธ์) จากนั้นเปรียบเทียบกับข้อมูลจุดความร้อน หรือ HOT SPOT จากระบบ VIIRS พบพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้ (กรอบเส้นสีเหลือง) ประมาณ 3,700 ไร่ในป่าสนเขา กระจายทั้งทางด้านทิศตะวันตก ทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานฯ (ทางตอนใต้ของผาเมษาและผาหมากดูก) ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่การเกษตร ข้อมูลดังกล่าวจะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบในพื้นที่จริงร่วมกับจังหวัด เพื่อนำไปสู่การวางแผนฟื้นฟู ป้องกัน และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ […]

อุกกาบาตที่ตกเมื่อปี 2014 อาจเป็นวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะ

อุกกาบาต ที่พุ่งเข้าชนชั้นบรรยากาศของโลกในปี 2014 อาจเป็นวัตถุชิ้นที่สองที่มนุษย์ค้นพบ ว่ามีจุดกำเนิดมาจากนอกระบบสุริยะอันไกลโพ้น อุกกาบาต ลึกลับ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2014 เวลาประมาณตีสาม มีผู้คนพบเห็นวัตถุคล้ายลูกบอลไฟกำลังเผาไหม้อยู่บนท้องฟ้านอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปาปัวนิวกีนี เป็นอุกกาบาตที่แตกสลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ด้วยชั้นบรรยากาศของโลก เช่นเดียวกับอุกกาบาตอื่นๆ จำนวนมาก แต่การวิจัยครั้งใหม่พบว่า วัตถุดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่หินอวกาศเก่าๆ หากแต่เป็นวัถตุที่มาจากนอกระบบสุริยะ หากมีข้อมูลที่มากกว่านี้เพื่อจะมายืนยันข้อสันนิษฐานข้างต้น อุกกาบาต ลูกนี้จะเป็นวัตถุชิ้นที่สองที่มาจากนอกระบบสุริยะที่มนุษย์เห็น โดยชิ้นแรกคือหินอวกาศที่มีรูปร่างประหลาดที่ตอนนี้มีชื่อเรียกว่า “โอมูอามูอา” (‘Oumuanua) ที่เดินทางผ่านระบบสุริยะจักรวาลของเราเมื่อปี 2017 และขณะนี้มันกำลังกลับไปยังถิ่นกำเนิดของมัน โดยอุกกาบาตในปี 2014 นั้นมีเส้นทางโคจรที่แตกต่างกันออกไป โดยสิ้นสุดการเดินทางอันแสนยาวไกลของมันที่นี่ (โลก) ทำให้กลายเป็นหินก้อนแรกจากนอกระบบสุริยะที่เรารู้จัก “มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะค้นพบอะไรแบบนี้” อาวี โลบ จากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน อธิบายถึงการค้นพบในการศึกษาครั้งนี้ในวารสาร Astrophysical Journal Letters “แต่ก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีการค้นพบอะไรเช่นนี้ มองมองย้อนกลับไปก็รู้สึกประมาณ “ทุกอย่างก็อยู่ตรงหน้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทำไมมองไม่เห็น” วัตถุแปลกประหลาด โลปและ อามีร์ ศิราช ทั้งคู่เป็นเพียงนักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เห็นอุกกาบาตลูกนี้ใน catalog […]

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง : หน้าที่หลักของผู้ผลิต

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการที่พืชเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานคมีในรูปของอาหาร ถือเป็นหน้าหลักของผู้ผลิตในระบบนิเวศ พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกระบบนิเวศบนโลก คือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานเคมีในรูปอาหาร โดยการนำเอาน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซต์มาทำปฏิกิริยาเคมีกัน และมีแสงเป็นพลังงานกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา ผลผลิตที่ได้คือ “น้ำตาลกลูโคส” ซึ่งน้ำตาลส่วนหนึ่งจะนำไปสังเคราะห์เป็นสารอื่นเก็บสะสมไว้ และยังได้ไอน้ำ และแก๊สออกซิเจน ซึ่งจะปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้เรียกว่าการสร้างอาหารของพืช หรือ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง โครงสร้างของใบพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ใบในภาพ คือ ใบพืชตัดตามขวางจากด้านบน (ด้านที่รับแสง) มายังด้านล่าง ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างและหน้าที่แตกต่าง ดังนี้ หลังใบ (Upper Epidermis) มักจะมีสารคิวติเคิล (Cuticle) เคลือบไว้ชะลอการสูญเสียน้ำออกจากใบ เนื่องจากความร้อนของแสงแดด พาลิเสดมีโซฟิลล์ (Palisade mesophyll) เป็นเซลล์รูปกระสวยที่บรรจุคลอโรฟิลล์ไว้เป็นจำนวนมาก วางตัวอยู่ถัดจากหลังใบลงมา เป็นส่วนที่มีกิจกรรมการสังเคราะห์ด้วยแสงมากที่สุด สปอนจีมีโซฟิลล์ (Spongy mesophyll) เป็นกลุ่มเซลล์ที่อยู่ติดถัดลงมาจากพาลิเสดมีโซฟิลล์ แต่มีปริมาณความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์น้อยกว่า เซลล์เรียงตัวกันอย่างหลวมๆ คล้ายฟองน้ำ พื้นที่ว่างระว่างเซลล์บรรจุของเหลว และอากาศ เอาไว้ กลุ่มท่อลำเลียง (Vascular bundle) ประกอบด้วยท่อลำเลียงน้ำ (Xylem) และท่อลำเลียงอาหาร (Phloem) ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและน้ำจากรากมาสู่ใบ รวมถึงลำเลียงสารอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงทีใบ […]