งาช้าง เอาไว้ทำอะไร มีประโยชน์อะไร และช้างต้องปรับตัวกับการล่างาช้างกันยังไง

มารู้จักกับ งาช้าง และ ช้างเริ่มปรับตัวกันกับการล่าเอางาได้แล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผลการศึกษาพบว่า ช้างเริ่มปรับตัวกับพฤติกรรมการล่า งาช้าง ของมนุษย์ได้แล้ว

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าความเชื่อที่ว่าช้างทุกตัวต้องมีงานั้นเป็นเรื่องที่ผิด โดยมีแค่เฉพาะสายพันธุ์แอฟริกากับเพศผู้สายพันธุ์เอเชียเท่านั้นที่เกิดมาแล้วมีงา โดยเพศเมียสายพันธุ์เอเชียบางตัวก็มีงาเช่นเดียวกัน แต่เป็นงาที่มีขนาดสั้น ๆ เท่านั้น โดยในบทความนี้ ทางเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก จะพาไปรู้จักกับงาช้าง พร้อมกับเหตุผลว่า “ทำไมช้างบางสายพันธุ์ถึงเริ่มปรับตัวกับพฤติกรรมการล่า งาช้าง ของมนุษย์ได้แล้ว”

งาช้างสามารถแยกได้ว่าช้างตัวไหน เป็นตัวไหน

งาช้างเป็นหนึ่งใน 2 อวัยวะของช้างที่สามารถบ่งบอกตัวตนของช้างได้ โดยอีกหนึ่งอวัยวะที่สามารถบอกได้ก็คือ “ใบหู” ของช้างนั่นเอง

งาช้าง, ช้าง, ล่างาช้าง
งาช้างเปรียบเสมือนเหมือนกับฟันของมนุษย์ ถ้าหักแล้วก็หักเลย แต่ช้างก็ยังสามารถงอกงาออกมาใหม่ได้ ถ้ารากของงานั้นไม่ได้มีความเสียหายมากนัก

งาช้างบอกอายุช้างได้ไหม 

คำตอบคือ ได้ แต่มีข้อแม้คือ งาช้างต้องไม่เสียหาย หรือแตกหักไปเสียก่อน โดยงาของช้างนั้นสามารถบอกอายุของช้างตัวนั้น ๆ ได้เมื่อเทียบกับช้างตัวอื่น ๆ เป็นเวลาหลายช่วงทศวรรษที่มนุษย์มีการล่าช้างเพื่อเอางา ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ พบว่า ช้างที่เกิดใหม่เริ่มที่จะมีงาที่สั้นและบางลง เพราะสารพันธุกรรม ที่กำหนดการสร้างงาไม่ถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูก หรือถูกส่งต่อน้อยลงมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน อีกเหตุผลนึงคือ นักล่างาช้างนั้นเลือกเบี่ยงเป้าหมายไปหาตัวเมียและตัวผู้ที่ยังมีอายุน้อยด้วย ทำให้การสืบพันธุ์เป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีกสำหรับช้าง

ช้าง, งาช้าง, การล่างาช้าง, ล่างาช้าง
เช่นเดียวกับมนุษย์ ช้างนั้นก็มีงาข้างที่ถนัดและไม่ถนัดเหมือนกัน โดยวิธีสังเกตง่าย ๆ เลยว่าช้างนั้นถนักงาข้างไหน ให้ดูที่ปลายของงา ข้างที่ถนัดจะมีลักษณะที่กลมและสั้นกว่าข้างที่ไม่ถนัด

อยากเอางาก็เอาไปสิ แต่ไม่ต้องฆ่าช้างได้ไหม 

คำตอบก็คือไม่ได้ เพราะว่า งาช้างนั้นก็ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งของช้าง เทียบกับมนุษย์ก็สำคัญพอ ๆ กับแขนหรือขาเลย โดยการนำงาช้างออกจากตัวช้างนั้น ซึ่งติดอยู่กับส่วนกะโหลก ช้างจะสูญเสียเลือดเป็นอย่างมาก จนทำให้ตายไปในที่สุด

ช้างสายพันธุ์แอฟริกาเริ่มมีการปรับตัวโดยวิวัฒนาการตัวเองให้เกิดมาโดยไม่มีงา 

ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด จากรายงานของเนชั่ลแนล จีโอกราฟฟิก ช้างสายพันธุ์แอฟริกานั้นได้วิวัฒนาการตัวเองให้เกิดมาโดยไม่มีงา โดยปัจจุบัน ในประเทศโมแซมบิก ร้อยละ 51 จากประชากรช้างเพศเมียทั้งหมด เกิดมาไม่มีงา และมีประขากรช้างทั้งหมดร้อยละ 32 ก็ไม่ปรากฏการเจริญของงาช้างเช่นกัน นับตั้งแต่สงครามการเมืองภายในประเทศ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า จริงๆ แล้ว การที่ช้างไม่มีงา จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของช้างหรือไม่

งาช้าง, ช้าง, การล่างาช้าง, ล่างาช้าง
นักวิทยาศาสตร์พบว่า ช้างสายพันธุ์แอฟริกามีการปรับตัว โดยรุ่นลูกไม่ปรากฏลักษณะของงา

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับช้าง : ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

เรื่องแนะนำ

เบาะแสใหม่ชี้ ยีนจากนีแอนเดอร์ทัลส่งผลถึงสุขภาพเรา

แน่นอนว่าคุณคือมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ แต่ทราบหรือไม่ว่ามนุษย์รุ่นใหม่บางคนอาจมีดีเอ็นเอของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลที่สูญพันธุ์ไปแล้วอยู่ในตัว

ความหนาแน่น (Density) ของสสาร

ความหนาแน่น (Density) คืออัตราส่วนของมวลต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร ซึ่งเป็นสมบัติพื้นฐานทางกายภาพของสสาร โดยวัตถุที่มีมวลในหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่กำหนดมากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าวัตถุดังกล่าวมีความหนาแน่นมากเท่านั้น นอกจากนี้ ความหนาแน่นยังแปรผันตามมวลอะตอม (Atomic Mass) ของธาตุหรือมวลโมเลกุลของสารประกอบอีกด้วย สูตรคำนวณความหนาแน่น ในการคำนวณหาความหนาแน่นของสสารความหนาแน่นมักถูกแสดงผลด้วยสัญลักษณ์ p (โร) ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวที่ 17 ในภาษากรีกโดยคำนวณผ่านความสัมพันธ์ระหว่างมวล (Mass) หรือปริมาณเนื้อของสสารที่ถูกบรรจุอยู่ภายในวัตถุต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร (Volume) p = m/v โดยหน่วยของความหนาแน่นที่ผู้คนนิยมใช้กันคือ กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3) และกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร (g/cm3) และจากสูตรการคำนวณหาความหนาแน่นข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ความหนาแน่นนั้นเป็นอัตราส่วนของมวลต่อปริมาตรที่ไม่ได้คำนึงถึงปริมาณของวัตถุหรือสารตั้งต้นทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น ดังนั้น ความหนาแน่นจึงเป็นสมบัติที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของสสาร (Intensive Property) ซึ่งโดยทั่วไป เราอาจสับสนระหว่างความหนาแน่นกับน้ำหนัก เนื่องจากวัตถุ 2 ชิ้นที่มีปริมาตรเท่ากัน ชิ้นที่มีความหนาแน่นมากกว่ามักมีน้ำหนักที่มากกว่า ซึ่งในความเป็นจริง ความหนาแน่นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมวลต่อปริมาตร จึงไม่สามารถหาข้อสรุปจากการพิจารณามวลหรือปริมาตรของสสารเพียงส่วนเดียว แต่ต้องพิจารณาตัวแปรทั้งสองควบคู่กันไป อ่านเพิ่มเติม : ความหนาแน่นของน้ำ ตารางแสดงความหนาแน่นของสสารทั่วไป สสาร ความหนาแน่น (g/cm3) อากาศ 0.0013 ขนนก […]