เทคโนโลยีทางการแพทย์ : พรีซิชันเมดิซีน เพราะทุกร่างต่างพิเศษ

เทคโนโลยีทางการแพทย์ : พริซิชันเมดิซีน เพราะทุกร่างต่างพิเศษ

ยุคใหม่แห่งการดูแลสุขภาพกำลังจะมาถึง  การแพทย์แบบแม่นยำเจาะจง (precision medicine)

จะเฝ้าระวังสุขภาพของเราตลอดเวลา คาดการณ์ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โรคหัวใจ

และความเจ็บป่วยอื่นๆ  เพื่อออกแบบการรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละคน

โดย แฟรน สมิท

ภาพถ่าย  เครก คัตเลอร์

สิบสองปีหลังจาก เทเรซา แมกคียอน ต่อสู้กับมะเร็งเต้านมระยะสามด้วยเคมีบำบัดสูตรที่มีระดับความรุนแรงสูงและการผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้าง แต่มะเร็งก็กลับมา แถมยังมีความรุนแรงกว่าเดิม คราวนี้เคมีบำบัดไม่ได้ผล  วันแล้ววันเล่าเธอนั่งที่เก้าอี้ในห้องนั่งเล่นและเจ็บป่วยเกินกว่าจะเคลื่อนไหว  แมกคียอนเขียนบันทึกไว้สี่เล่ม สำหรับสามีกับลูกๆที่โตแล้วอีกสามคน และรวบรวมพลังในการเขียนความคิดของเธอเกี่ยวกับอนาคตที่เธอไม่คาดหวังว่าจะอยู่ถึง

เธอถามศัลยแพทย์ เจสัน ซิกคลิก อย่างเด็ดเดี่ยวและสิ้นหวังว่า พอจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ หรือการทดลองรักษาแบบไหนที่จะซื้อเวลาให้เธอไปอีกหน่อย  และก็เหมือนโชคเข้าข้าง  คุณหมอซิกคลิกเป็นผู้นำร่วมในการศึกษาอันเป็นจุดเปลี่ยนของสิ่งที่เรียกว่า พรีซิชันแมดิซีน (precision medicine) หรือ “การแพทย์แบบแม่นยำเจาะจง” หรือการแพทย์เฉพาะบุคคล (personalized medicine)

แนวทางการรักษาซึ่งต่อยอดจากความก้าวหน้าในการวิจัยเรื่องยีนและการวิเคราะห์ข้อมูลนี้ เสนอความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงวิธีรักษามะเร็ง และอาจเปลี่ยนการรักษาแบบเดิมที่เคยปฏิบัติกันมาชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ แทนที่จะรักษาผู้ป่วยเป็นกลุ่มๆ ตามการจำแนกโรคแบบกว้างๆ พรีซิชันเมดิซีนมีเป้าหมายที่จะป้องกัน  วินิจฉัย และให้การรักษาตามโครงสร้างทางชีวเคมีอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล

เทคโนโลยีทางการแพทย์
อวัยวะไซส์จิ๋วของผู้ป่วย : นักวิจัย ไคลฟ์ สเวนด์เซน และแซมูเอล ซานเชส ที่โรงพยาบาลซีดาส์-ไซนาย ในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย สร้างเนื้อเยื่อไขสันหลังของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากเซลล์ประสาทไขสันหลังเสื่อม (ALS) โดยใช้สเต็มเซลล์ของผู้ป่วย การใช้กล้องจุลทรรศน์อย่างที่เห็นในภาพ  ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตการส่งสัญญาณของเซลล์ประสาทได้ทันทีหรือถ่ายรูปไว้เพื่อการวิเคราะห์ในภายหลัง จุดประสงค์ของพวกเขาคือการสร้างชิปที่ใช้ในการทำนายว่า ยาจะทำงานต่างกันอย่างไรในผู้ป่วยแต่ละคน

แมกคียอนเข้าร่วมโครงการ “I-PREDICT” หรือการศึกษามะเร็งแบบเจาะจงที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานดิเอโก ซึ่งเป็นเครือข่ายของศูนย์โรคมะเร็งมัวส์ นักวิจัยที่นั่นไม่ได้สนใจการรักษาอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ แต่พวกเขากลับวิเคราะห์ดีเอ็นเอในเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย โดยใช้อัลกอริทึมพิเศษ คอมพิวเตอร์จะค้นหาข้อมูลความผันแปรของยีนเป็นพันๆ ยาต้านมะเร็งหลายร้อยขนาน และการผสมผสานยาหลายล้านวิธี เพื่อหาการรักษาที่พุ่งเป้าไปยังความผิดปกติของเนื้องอก มันอาจเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ เช่น ภูมิคุ้มกันบำบัด การให้เคมีบำบัดแบบดั้งเดิม การบำบัดด้วยฮอร์โมน หรือยาที่ไม่ได้ผลิตมาเพื่อรักษามะเร็งโดยเฉพาะ

“หลักการนั้นธรรมดามาก” ราเซลล์ เคอร์ซร็อก อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา และผู้อำนวยการสถาบันมัวร์สำหรับการบำบัดโรคมะเร็งเฉพาะบุคคล  กล่าวและเสริมว่า “คุณเลือกยาที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายโดยอิงตามรายละเอียดของเนื้องอก ไม่ใช่อิงตามส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือชนิดของมะเร็งที่คนอีกร้อยคนเป็น ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่นั่งอยู่ต่อหน้าเป็นการเฉพาะ”

เนื้องอกของแมกคียอนมีการกลายพันธุ์ที่ต่างออกไปอยู่เต็มไปหมด “คนเหล่านี้เคยเป็นผู้ป่วยที่เราต้องคอยหลบตาด้วยความอายและสงสาร” เคอร์ซร็อก กล่าว แต่พวกเขาก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “เช็คพอยต์อินฮิบิเตอร์” (checkpoint inhibitor)  ยาเหล่านี้ป้องกันไม่ให้โปรตีนที่เนื้องอกสร้างขึ้นไปเชื่อมต่อและหยุดการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความสามารถของผู้ป่วยให้กลับมาต่อสู้กับมะเร็งได้   ยิ่งมีการกลายพันธุ์มาก ก็ยิ่งทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นมีเป้าหมายในการโจมตีและกำจัดเพิ่มมากขึ้น

โครงการ I-PREDICT เลือกยานิโวลูแม็บให้กับแมกคียอน เช็คพอยต์อินฮิบิเตอร์ตัวนี้ใช้ในการรักษามะเร็งระยะลุกลามบางชนิด เช่น มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา มะเร็งไต และมะเร็งปอดบางชนิด แต่ไม่ใช่กับมะเร็งเต้านม  หลังจากการฉีดยาสองครั้ง สารบ่งชี้มะเร็งในเลือดของเธอลดลงมากกว่าร้อยละ 75 สี่เดือนต่อมาหลังการฉีดยาเพิ่ม ผลการตรวจก็ระบุว่าไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงมะเร็ง

เทคโนโลยีทางการแพทย์
เสียงของมารดา : คริสตินา อิโยซา ร้องเพลงให้ อเลสซานโดร ลูกชายที่คลอดก่อนกำหนดฟังในห้องอภิบาลทารกแรกเกิดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในโมดีนา อิตาลี  “เสียงของแม่ที่พูดกับลูกเป็นหนึ่งในพรีซิชันเมดิซีนที่เก่าแก่ที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งที่เรียกคุณในเบื้องต้น ไม่ได้เรียกใครอื่น” แมนเวลา ฟิลิปปา นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งวาลเลย์ดาโอสตาและเจนีวา บอก นักวิทยาศาสตร์ตั้งทฤษฎีว่าการได้สัมผัสกับเสียงของแม่จะกระตุ้นสมองของทารกแรกเกิดให้พัฒนาการแปลเสียงและเข้าใจภาษาในที่สุด

พรีซิชันเมดิซีน เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พลิกโฉมการรักษาแบบดั้งเดิมที่มักให้คำแนะนำและการรักษาแบบครอบคลุม      ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนส่วนใหญ่  แต่ก็อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ  แนวทางใหม่นี้ตระหนักว่า พวกเราแต่ละคนมีลักษณะของโมเลกุลที่แตกต่างกัน และพวกมันมีผลกระทบต่อสุขภาพของเราอย่างใหญ่หลวง

ทั่วโลกสร้างเครื่องมือที่มีความแม่นยำเกินกว่าจะคิดจินตนาการหากย้อนหลังไปเพียงสิบปีก่อน เครื่องหาลำดับดีเอ็นเอความเร็วสูงพิเศษ วิศวกรรมเนื้อเยื่อ การตั้งโปรแกรมเซลล์ใหม่ การปรับแต่งหรือแก้ไขยีน และอีกมากมาย ในไม่ช้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ จะทำให้เราประเมินความเสี่ยงต่อมะเร็ง โรคหัวใจ และความเจ็บป่วยอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ก่อนที่เราจะป่วยเสียอีก งานนี้ยังหยิบยื่นโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลงยีนในเอมบริโอและกำจัดโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งอาจฟังดูน่าทึ่งหรือน่ากลัว ขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณ

ในระยะสั้น การวิจัยด้านนี้ทำให้การออกแบบแนวทางการรักษามะเร็งที่ดื้อแพ่งที่สุดโดยสอดคล้องกับคนไข้เฉพาะบุคคลเป็นไปได้ เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา นักวิจัยที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติรายงานการฟื้นตัวอันน่าทึ่งของ จูดี เพอร์กินส์ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม หลังจากทดลองรักษาด้วยการใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของเธอเองในการจัดการกับเนื้องอก ทีมที่นำโดยสตีเวน โรเซนเบิร์ก ผู้บุกเบิกด้านภูมิคุ้มกันบำบัดได้ตรวจสอบลำดับดีเอ็นเอของมะเร็งเพื่อวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์ ทีมยังได้สกัดตัวอย่างของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า “เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้องอก” (tumor-infiltrating lymphocyte) และทดสอบดูว่าตัวไหนสามารถจดจำความผิดปกติทางพันธุกรรมในเนื้องอกได้ แล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ผลิตเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดหลายพันล้านเซลล์  ก่อนจะฉีดเข้าไปในร่างของเพอร์กินส์  พร้อมกับยาเพมโบรลิซูแม็บ ซึ่งเป็นเช็คพอยต์อินฮิบิเตอร์ กว่าสองปีต่อมา เพอร์กินส์ อดีตวิศวกรเกษียณจากฟลอริดา ก็ไม่พบสัญญาณของมะเร็งอีก

เทคโนโลยีทางการแพทย์
ผู้พิชิตมะเร็ง: ภาพกราฟิกด้านหลัง จูดี เพอร์กินส์ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่รู้จักกันในชื่อเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์แทรกซึมในเนื้องอก (tumor-infiltrating lymphocyte: TIL) ที่รักษามะเร็งเต้านมของเธอจนหาย เมื่อเพอร์กินส์ได้รับการวินิจฉัยเป็นครั้งแรก เธอได้รับการผ่าตัดเอาเต้านมข้างซ้ายออก แต่มะเร็งก็กลับมา  ทั้งที่ได้รับยาเคมีบำบัด  รักษาด้วยฮอร์โมน  และการรักษาแบบมุ่งเป้า  เมื่อมะเร็งกระจาย  เธอมีเวลาเหลืออีกไม่กี่เดือน แต่ในการรักษาที่ยังอยู่ในขั้นทดลองซึ่งคิดค้นโดย สตีเวน โรเซนเบิร์กที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพอร์กินส์ได้รับการฉีด TIL ของเธอเองจำนวน 82 พันล้านเซลล์เข้าไปในร่างกาย

ย้อนหลังไป 30 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะถอดรหัสพันธุกรรมและหาลำดับของสารประกอบจำนวน 3,200 ล้านคู่ในดีเอ็นเอของเรา  โครงการจีโนมมนุษย์ (Human Genome Project) ใช้เวลา 13 ปี  เงินทุนอีกราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับนักวิทยาศาสตร์จากหกประเทศในการหาลำดับจีโนมเพียงจีโนมเดียว  ปัจจุบันการหาลำดับจีโนมนี้มีค่าใช้จ่ายราวหนึ่งพันดอลลาร์ เครื่องรุ่นล่าสุดสามารถแสดงผลลัพธ์ได้ในวันเดียว  เทคโนโลยีผสานกับการวิเคราะห์โมเลกุลอันสลับซับซ้อนช่วยสร้างความกระจ่างให้ความอัศจรรย์ของความผันแปรทางชีวเคมีที่ทำให้ร่างกายมนุษย์แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะ

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า  สิบปีต่อจากนี้ รายละเอียดของดีเอ็นเอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในเวชระเบียนของทุกคน   เช่นเดียวกับความก้าวหน้าของชิปคอมพิวเตอร์ที่ปลดปล่อยเราจากโต๊ะทำงาน และต่อมาผูกเรเข้ากับสมาร์ตโฟน  การเปลี่ยนไปสู่การแพทย์แบบจีโนมและแบบที่ใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน อาจนำไปสู่ปัญหาที่คาดเดาไม่ได้หลายประการ อีกไม่นานเราจะเข้าถึงข้อมูลมากมายเกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเราได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

เทคโนโลยีทางการแพทย์
โฉมหน้าใหม่ทางการแพทย์ : ในถาดแช่แข็งอุณหภูมิลบ 80 องศาเซลเซียส ของบริษัทไบโอแบงค์ในสหราชอาณาจักร  เก็บตัวอย่างเลือด  ปัสสาวะ และน้ำลายจากคนกว่า 500,000 คน หุ่นยนต์เลือกตัวอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างความผันแปรทางพันธุกรรมกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

อ่านเพิ่มเติม

ถอดรหัสแพทย์แผนจีน : ตำรายาหลวงจักรพรรดิมังกร

เรื่องแนะนำ

ศึกษาผลกระทบทางใจหลังออกจากถ้ำผ่านเหตุการณ์ในชิลี

หลังรอดชีวิตจากการติดในเหมืองชิลีนาน 69 วัน คนงานส่วนใหญ่เผชิญกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ด้านจิตแพทย์ไทยแนะนำหลีกเลี่ยงการถามคำถามตอกย้ำ รวมถึงควบคุมการใช้โซเชียล เพื่อป้องกันเด็กๆ จมกับความเครียดและความรู้สึกผิด

ทําไมเราถึงชอบสิ่งที่เราชอบ

คุณคิดว่าตัวเองรสนิยมดีใช่ไหมกับ สิ่งที่ชอบ แต่ไม่ใช่ตัวคุณหรอกที่ควรได้รับคําชม นั่นเป็นเพราะพันธุกรรมของคุณ จุลินทรีย์ในตัวคุณ และสิ่งแวดล้อมของคุณต่างหาก คงไม่มีสิ่งใดบ่งบอกถึงความเป็นตัวเราได้ดีเท่ากับรสนิยมของเราอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไวน์ คู่รัก หรือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง รสนิยมของเราเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของเรา จึงฟังดูเข้าท่าถ้าผมจะคิดว่า ความชอบและไม่ชอบของผมก่อร่างสร้างจากการใคร่ครวญอย่างรอบคอบ และการตัดสินใจด้วยเหตุผล ผ่านทางเลือกต่างๆที่ผมพอจะควบคุมได้ แล้วผมก็ได้รู้จักกับ ท็อกโซพลาสมา กอนดิไอ ในงานวิจัยของผมที่โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยอินดีแอนา ผมสังเกตว่าปรสิตเซลล์เดียว ที. กอนดิไอ นี้ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเจ้าบ้านที่มันอาศัยอยู่ได้ มันทำให้หนูไม่กลัวแมว ในงานวิจัยบางชิ้นบอกว่า มันอาจเปลี่ยนบุคลิกภาพในมนุษย์ด้วย การศึกษาเหล่านี้ทำให้ผมสงสัยว่า จะมีสิ่งอื่นๆที่เราไม่ได้สังเกต หล่อหลอมให้เราเป็นอย่างที่เราเป็น กำหนดสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบหรือเปล่า ตอนผมค้นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ผมก็พบกับความจริงที่รบกวนใจว่า การกระทำของเราถูกควบคุมด้วยพลังทางชีวภาพที่ซุกซ่อนอยู่ พูดอีกอย่างคือ เราควบคุมรสนิยมส่วนตัวของเราได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย พฤติกรรมและความพึงพอใจต่างๆ ของเราได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากองค์ประกอบทางพันธุกรรม จากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของเราที่ส่งผลต่อยีน และจากยีนอื่นๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในระบบร่างกายจากจุลินทรีย์นับไม่ถ้วนที่อาศัยอยู่ในตัวเรา ผมว่าเรื่องนี้อาจฟังดูไร้สาระ เราถูกสอนว่าเราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เรารู้สึกเหมือนเราเลือกหยิบอาหารที่ชอบ เลือกคนที่เรามอบความรักให้ หรือเลือกกาบัตรเลือกตั้งไปตามสัญชาตญาณ การบอกว่าเราเป็นหุ่นยนต์มีเลือดเนื้อที่อยู่ใต้อิทธิพลของพลังที่มองไม่เห็นนั้นเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก แต่หลังจากที่ผมถูกใครๆ ถามว่า ทำไมผมถึงไม่ชอบผักหลายชนิดที่คนส่วนใหญ่ชอบกัน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองมีบางอย่างผิดปกติ ทำไมผมถึงไม่ชอบบร็อกโคลีนะ […]

13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก

13 สิ่งที่ทำให้กำเนิดชีวิตขึ้นบนโลก โลกเป็นดาวเคราะห์ซึ่งมีความพร้อมและอยู่ในที่อันเหมาะสมในระบบสุริยะและดาราจักรสำหรับรองรับชีวิตชนิดที่เรารู้จัก โลกของเราเป็นผลผลิตของการก่อสร้างระดับจักรวาลยาวนานราว 4,600 ล้านปี และเต็มไปด้วยชีวิตเพราะสภาพหลายอย่างเป็นใจ จากองค์ประกอบทางเคมีในแก่นโลกที่เหมาะสมที่สุดไปจนถึงระยะที่ปลอดภัยจากหลุมดำซึ่งซ่อนอยู่ ณ ใจกลางดาราจักรของเรา จุดเริ่มต้นจากหินประหลาดก้อนหนึ่ง 1.ดาวเคราะห์ของเรานำคาร์บอนหมุนเวียนกลับมาใหม่ตลอดเวลา คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในบรรดาแก๊สเรือนกระจกที่กักความร้อนและรักษาพื้นผิวโลกให้อบอุ่นพอต่อการเอื้อแก่ชีวิต ต่างจากพื้นผิวที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของดาวศุกร์และดาวอังคารที่เพียงแค่เก็บคาร์บอนไว้ในอากาศและหิน แต่สำหรับโลกเป็นเวลาหลายล้านปีมาแล้วที่โลกหมุนเวียนธาตุสำคัญธาตุนี้อย่างมีพลวัตสู่อากาศ พื้นดินและทะเล ด้วยความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก 2.เรามีชั้นโอโซนคอยกั้นรังสีมรณะ สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์คล้ายพืชในมหาสมุทรช่วยเติมออกซิเจนในบรรยากาศ และสร้างชั้นโอโซนในระดับสูงที่ปกป้องชนิดพันธุ์สัตว์บกรุ่นแรกๆ จากรังสีมรณะ 3.เรามีดวงจันทร์ขนาดใหญ่ช่วยบังคับแกนโลกให้ไม่ส่ายมาก แกนโลกมีความเอียงเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ และหมุนด้วยอาการส่ายไปส่ายมาเล็กน้อย ซึ่งทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นเยือกทุก 41,000 ปี และอาจแปรปรวนมากขึ้น ถ้าไม่มีดวงจันทร์คอยกำกับให้เสถียรได้ขนาดนี้ 4.พื้นผิวหลากหลายของโลกรองรับรูปแบบชีวิตได้มากมาย ผลกระทบรุนแรงจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกก่อเกิดถิ่นอาศัยบนพื้นผิว และลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งกระตุ้นให้ต้องปรับตัว ชีวิตจึงเกิดความหลากหลายและรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง 5.สนามแม่เหล็กของเราหักเหพายุสุริยะ แสงเหนือใต้อันเรืองรองด้วยอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์ คือภาพมหัศจรรย์ที่เตือนว่าเรามีสนามแม่เหล็กซึ่งสามารถหักเหรังสีอันตรายและการปะทุจากดวงอาทิตย์ได้เกือบทั้งหมด ไม่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ไม่ใช่ว่าดาวเคราะห์ทุกดวงจะเอื้อต่อชีวิตชนิดที่เรารู้จัก แม้ระบบสุริยะจะมีดาวเคราะห์ก่อตัวขึ้นถึงแปดดวง แต่โลกเป็นเพียงดวงเดียวที่เรารู้ว่าชีวิตเกิดขึ้นและรุ่งเรืองได้ การมีส่วนผสมถูกต้องมารวมกันในบริเวณถูกต้องรอบดาวที่สงบและอบอุ่นดูเหมือนเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างพิภพที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิต 6.เราอยู่ในระยะห่างที่ถูกต้องจากดวงอาทิตย์พอดี โลกโคจรอยู่ในเขตที่เอื้อต่อชีวิต คือไม่ใกล้เกินไปและไม่ไกลเกินไปจากดวงอาทิตย์ น้ำจึงยังคงสถานะของเหลวอยู่บนพื้นผิวได้ เปรียบเทียบกับดาวพุธ ดาวเคราะห์ดวงนี้เล็กเกินกว่าจะมีชั้นบรรยากาศไว้ปกป้อง และใกล้ดวงอาทิตย์เกินกว่าน้ำในสถานะของเหลวจะคงอยู่บนพื้นผิว 7.เราอยู่ในระยะปลอดภัยจากดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ถ้าวงโคจรของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดของระบบสุริยะอยู่ใกล้กว่านี้ แรงดึงดูดจากความโน้มถ่วงมหาศาลของดาวเหล่านั้นอาจทำให้ระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์เกิดความผันผวนจนถึงขั้นหายนะ 8.ดวงอาทิตย์เป็นดาวเสถียรอายุยืน ดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์เผาไหม้ได้ร้อนกว่า และมักอยู่ไม่นานพอให้ดาวเคราะห์พัฒนาชีวิตขึ้นทัน […]

NGT x SaySci Ep.14 “เครื่องดื่มเกลือแร่”

เครื่องดื่มเกลือแร่แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาไปรู้จักเกลือแร่ทั้งแบบผง และแบบน้ำ เพื่อการเลือกบริโภคที่ถูกต้องและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย