มลพิษทางอากาศภายในอาคาร เกิดจากสาเหตุอะไร และส่งผลกระทบอย่างไร

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร ภัยสุขภาพที่มองไม่เห็น

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร เป็นมลพิษที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพเช่นเดียวกับอากาศภายนอก ดังนั้น ผู้อาศัยควรคำนึงและตระหนักถึงเรื่องนี้

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Pollution) คือ ภาวะของการมีสารพิษหรือสิ่งเจือปนอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นอากาศภายในบ้านเรือนหรือโดยรอบอาคารที่สามารถส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพ อนามัย และสภาวะจิตใจของผู้อยู่อาศัย

มลพิษทางอากาศภายในอาคารเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อันตรายที่สุดในโลก โดยเฉพาะในประเทศด้อยพัฒนาที่ยังขาดแคลนทรัพยากรและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม

มลพิษในอาคาร, มลพิษทางอากาศในอาคาร, มลพิษ, สารพิษในอาคาร,
ภาพถ่าย : Arko Batta

ทุก ๆ ปี ประชากรกว่า 4.3 ล้านคนทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูดดมควัน เขม่า และสารเคมีจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเศษไม้ เศษวัชพืช และมูลสัตว์ที่ผู้คนนิยมนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหารและสร้างความอบอุ่นในครัวเรือน

แม้ปัจจุบัน การเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศภายในอาคารมีอัตราลดลงเกือบทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากการเข้าถึงทรัพยากรและระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสมยิ่งขึ้น แต่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะเขตเมือง มลพิษทางอากาศภายในอาคารมีแหล่งที่มาหลากหลาย เช่น

สถานที่ตั้งอาคาร : บ้านเรือนหรืออาคารที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนที่มีการจราจรคับคั่ง แหล่งอุตสาหกรรม หรือ เขตพื้นที่ทางการเกษตรที่มีการเผาไหม้เป็นประจำ ต่างเป็นแหล่งของฝุ่นละอองและอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ

รูปแบบและโครงสร้างของอาคาร : จากการออกแบบและก่อสร้างที่ผิดพลาดสามารถเป็นสาเหตุของการรับสารมลพิษและความชื้นเข้าสู่อาคาร และการขาดระบบการไหลเวียนที่ช่วยถ่ายเทอากาศที่ดี

วัสดุก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ : เช่น ฉนวนกันความร้อน ผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ รวมไปถึงน้ำยาทำความสะอาดที่อาจมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)

ผู้ใช้อาคาร : สารเคมีอาจมาจากตัวผู้ใช้และกิจกรรมของผู้ใช้อาคาร อาทิ น้ำหอม บุหรี่ เป็นต้น

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร
แหล่งที่มาของมลพิษทางอากาศภายในอาคาร
ภาพประกอบ : Yellowblue Eco Tech.

สารพิษในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

สิ่งมีชีวิตและจุลินทรีย์ (Microorganisms) : แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ไรฝุ่น หรือละอองเกสร เป็นต้น ซึ่งอาจมาจากการดูแลความสะอาดและการบำรุงรักษาที่ไม่ดีพอ เช่น การมีน้ำรั่วซึมผ่านรอยรั่วตามผนังอาคารหรือการขาดการดูแลและรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

สารเคมี (Chemicals) :  สารเคมีในสถานะก๊าซและไอระเหย เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์ เป็นต้น เป็นสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในอาคาร เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้างที่ใช้ปูพื้นและผนัง ยาฆ่าแมลงและสารทำความสะอาด เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ

อนุภาคของแข็ง (Airborne Particles) : อนุภาคของแข็งหรือของเหลวที่ไม่มีชีวิต สารแขวนลอยในอากาศ เช่น ฝุ่น เขม่าควัน หรือสารเคมีอื่น ๆ ที่อาจถูกดึงเข้าสู่อาคารจากภายนอก หรืออาจเกิดจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในอาคาร เช่น การก่อสร้าง การพิมพ์งาน การถ่ายเอกสาร การใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น

มลพิษทางอากาศภายในอาคาร
ภาพปรกอบ : Vivien Mah

ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศภายในอาคาร

มลพิษทางอากาศภายในอาคารเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและโรคมะเร็ง รวมไปถึงการเจ็บป่วยตามร่างกายต่าง ๆ เช่น การปวดศีรษะ วิงเวียน ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนล้า หายใจติดขัด คัดจมูก การระคายเคืองตามผิวหนังต่าง ๆ

ผลกระทบต่อสุขภาพเหล่านี้ าจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันจากการสัมผัสกับสารมลพิษในอากาศทันที หรืออาจส่งผลในระยะยาวหลังจากการสะสมภายในร่างกายเป็นเวลานาน ดังนั้น ผลกระทบทางสุขภาพจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของสารพิษที่ได้รับ ความเข้มข้นของสาร ความถี่และช่วงเวลาของการสัมผัส รวมไปถึงสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะความชื้นที่สามารถส่งเสริมให้เชื้อราและแบคทีเรียในอาคารเจริญได้ดี

สืบค้นและเรียบเรียง

คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ และณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nationalgeographic.com/science/article/140325-world-health-organization-indoor-fuel-pollution-death

http://lib3.dss.go.th/fulltext/dss_knowledge/phy_5_2559_indoor_air_quality.pdf

http://www.ej.eric.chula.ac.th/content/6133/266

https://ourworldindata.org/indoor-air-pollution


อ่านเพิ่มเติม การลดมลพิษ อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ

เรื่องแนะนำ

สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สารอาหารเหล่านี้ต่างมีส่วนช่วยในการประมวลผลของ สมอง ให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ว่าแต่สารอาหารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบกัน

มื้อสุดท้ายของมนุษย์เอิตซี ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 5,300 ปีก่อน

นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากว่า 20 ปี กว่าจะหากระเพาะอาหารของมนุษย์เอิตซี (Ötzi) พบ และตอนนี้พวกเขาทราบแล้วว่าอะไรคืออาหารมื้อสุดท้ายของมัมมี่น้ำแข็งที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 5,300 ปีก่อน

ผู้หญิงเสียเปรียบเรื่องสุขภาพอย่างไรบ้าง

‘ความกังวลด้าน สุขภาพผู้หญิง ถูกเพิกเฉยและบิดเบือนเป็นเรื่องการเมือง’ แพทย์หญิงผู้เขียนบทความนี้กล่าว ใบสั่งยาของเธอเพื่อเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ก็คือ ผู้หญิงต้องก้าวออกมาพูดให้โลกรู้ ในฐานะแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 ฉันดูแลรักษาผู้ป่วยมาแล้วทุกรูปแบบ ทั้งคนชราและคนหนุ่มสาว คนรวยและคนจน ผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ ฉันยังเฝ้าสังเกตผู้ติดตามที่มากับคนไข้ ขณะที่พวกเขารับมือกับวิกฤติทางสุขภาพ ท่ามกลางหน้าที่การงาน ครอบครัว และภาระผูกพันทางการเงิน บ่อยครั้งภาระเกือบทั้งหมดตกอยู่กับผู้หญิง ซึ่งรับหน้าที่เป็นสองเท่า สามเท่าหรือสี่เท่า ในการดูแลลูก คู่ครอง พ่อแม่ และผู้เป็นที่รักอื่น ๆ ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือโออีซีดี (Organization for Economic Cooperation and Development: OECD) ระบุว่า ผู้หญิงทั้งโลกใช้เวลาปีละกว่า 1.1 ล้านล้านชั่วโมงในการดูแลเด็กและคนชรา โดยไม่ได้รับค่าจ้าง ขณะที่ผู้ชายใช้เวลาแค่ราวหนึ่งในสาม ในบทบาทนักเขียน แน่นอนว่าฉันเป็นนักเล่าเรื่อง ฉันดัดแปลงเรื่องราวของผู้หญิงในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อแต่งเป็นเรื่องราวของตัวละคร ฉันเชื่อว่าหมอที่ดีจะต้องเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีด้วย ฉันยึดแนวปฏิบัติที่เรียกกันว่า เวชปฏิบัติเรื่องเล่า ซึ่งโดยแก่นแท้แล้วหมายถึงการรับฟังเรื่องราวของผู้ป่วยอย่างตั้งใจ การอ่านสัญญาณที่ร่างกายผู้ป่วยถ่ายทอดออกมาและการนำทั้งสองสิ่งนั้นมาสร้างเรื่องเล่าเพื่อวินิจฉัยและรักษาโรค ดูอย่างเรื่องของเมริดิท เป็นต้น เธอเป็นศัลยแพทย์ เป็นแม่ม่ายมีลูกยังเล็กสามคน และไม่เพียงได้รับรางวัลเกียรติยศทางอาชีพ แต่ยังมีเวลาให้กับลูกและชีวิตทางสังคมด้วย […]

แรงเสียดทาน (Friction)

แรงเสียดทาน (Friction) คือแรงต้านการเคลื่อนที่บนผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ หรือแรงที่ต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลให้วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่งไปในท้ายที่สุด ดังนั้น แรงเสียดทานจึงมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีขนาดขึ้นอยู่กับ ลักษณะของพื้นผิวสัมผัส และ แรงหรือน้ำหนัก ที่กระทำในลักษณะตั้งฉากต่อพื้นผิวดังกล่าว หากแรงกดตั้งฉากกับผิวสัมผัสมีขนาดมากเท่าใดย่อมส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นเท่านั้น ประเภทของแรงเสียดทาน แรงเสียดทานจำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แรงเสียดทานชนิดแห้ง (Dry Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสกันของวัตถุที่มีสถานะเป็นของแข็ง โดยแรงเสียดทานชนิดแห้งสามารถจำแนกออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ แรงเสียดทานสถิต (Static Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วัตถุได้รับแรงกระทำแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ แรงเสียดทานจลน์ (Kinetic Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วัตถุได้รับแรงกระทำแล้วเกิดการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ แรงเสียดทานในของไหล (Fluid Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของวัตถุในของไหล (Fluid) หรือการเคลื่อนที่ของวัตถุในสสารที่มีสถานะเป็นของเหลวและก๊าซ เช่น ความต้านทานของอากาศที่กระทำต่อเครื่องบินหรือการต้านทานของน้ำที่กระทำต่อเรือ เป็นต้น แรงเสียดทานจากการหมุน (Rolling Friction) คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของวัตถุทรงกลมหรือมีพื้นผิวกลมมนบนพื้นผิวสัมผัส เช่น การเคลื่อนที่ของลูกบอลหรือล้อรถบนถนน ประโยชน์ของแรงเสียดทาน แรงเสียดทานมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์มายาวนาน ตั้งแต่ยุคสมัยของการริเริ่มจุดไฟ การนำหินมากระทบกัน […]