เริ่มเที่ยว สถานีอวกาศ ได้ในปีหน้า ในราคาพันล้านบาท- National Geographic Thailand

นาซาเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวชมสถานีอวกาศภายในปี 2020

 การปล่อยยานฟัลคอนเฮฟวี (Falcon Heavy) ยานอวกาศเชิงพาณิชย์ลำแรกของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ขอบคุณภาพถ่ายจาก Joe Marino (your shot)


พลเมืองทั่วไปสามารถไปเที่ยวยัง สถานีอวกาศ กับค่าเดินทางตั้งต้นราวพันล้านบาท และสามารถผ่านการทดสอบการใช้ชีวิตในอวกาศ

เมื่อวันศุกร์ (7 มิ.ย.) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ องค์การนาซา ได้ประกาศว่ามีแผนที่จะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเที่ยวชม สถานีอวกาศ นานาชาติได้ภายในปี 2020 โดยนักท่องเที่ยวสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

“เราตั้งใจเปิดเที่ยวบินสู่อวกาศกับนักบินอวกาศที่เป็นพลเมืองราว 2 ครั้งต่อปี” โรบิน เกเทนส์ รองผู้อำนวยการสถานีอวกาศนานาชาติของนาซ่ากล่าวและเสริมว่า “ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยากให้มีจำนวนนักบินอวกาศที่เป็นบุคคลทั่วไปขึ้นไปได้เท่าไหร่ อาจจะจำนวนสักหนึ่งโหล หรือขึ้นอยู่กับจำนวนที่นักท่องเที่ยวที่มีความสามารถขึ้นไปที่นั่นได้”

เกเทนส์กล่าวเพิ่มเติมว่า “นักบินอวกาศบุคคลทั่วไปจากประเทศอื่นๆ สามารถบินขึ้นไปโดยใช้สิทธิอนุญาตของสหรัฐอเมริกาได้” ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องถือพาสปอร์ตของสหรัฐอเมริกาหรือเป็นประเทศที่มีสิทธิอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติก็ได้ โดยสิ่งที่ผู้มีความจำนงค์ไปสถานีอวกาศนานาชาติต้องทำคือ จองโปรแกรมการฝึกสู่สถานีอวกาศ และจองที่นั่งในยานอวกาศที่สามารถให้พวกเขาอยู่ได้มากที่สุดเป็นเวลา 30 วัน โดยสิ่งที่พวกเขาทำได้ในช่วงการปฏิบัติภารกิจท่องอวกาศนั้นรวมไปถึงกิจกรรมทางธุรกิจและการตลาด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของนาซา

สถานีอวกาศ
วิศวกรยานอวกาศชาวรัสเซียกำลังปฏิบัติหน้าที่ในยานอวกาศ ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://www.nasa.gov/mission_pages/station/images/index.html

สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องสถานีอวกาศของหนึ่งคน จะมี “ค่าตั๋ว” ไปกลับอยู่ที่ราว 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,800 ล้านบาท และจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ดำรงชีวิตในอวกาศ อยู่ที่ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,100,000 บาท ต่อคืน แบ่งค่าใช้จ่ายได้เป็นค่าขนส่งสัมภาระสู่อวกาศ ค่าอุปกรณ์สนับสนุนการใช้ชีวิต อุปกรณ์สุขภัณฑ์ในสถานีอวกาศ อากาศหายใจ อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์เพื่อการออกกำลังกายในอวกาศ

นาซากล่าวว่าบริษัทเอกชนที่ได้รับสิทธิจากนาซาจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการจัดหาลูกเรือ และรับประกันว่านักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปมีสภาพร่างกายและได้รับการฝึกมากเพียงพอสำหรับการท่องอวกาศ ซึ่งมี 2 บริษัทที่นาซาว่าจ้างเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ได้แก่ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บริษัทของนาย อีลอน มัสก์ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่อง ดรากอน แคปซูล (แคปซูลอวกาศ) และบริษัทโบอิ้ง (Boeing) รับผิดชอบเรื่องการสร้างยานอวกาศที่ชื่อว่า สตาร์ไลเนอร์ ซึ่งนาซาจะเข้ามาเป็นผู้ควบคุมอย่างใกล้ชิด

ภารกิจพานักท่องเที่ยวสู่สถานีอวกาศในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของนาซาที่ต้องการให้บริษัทเอกชนเข้าร่วมการสำรวจอวกาศมากขึ้น อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศในอนาคต รวมไปถึงเป็นการสนับสนุนเงินทุน และช่วยสนับสนุนแผนของนาซาที่ต้องการส่งนักบินอวกาศผู้หญิงขึ้นสู่ดวงจันทร์เป็นครั้งในปี 2024

การประกาศของนาซาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแปรรูปภารกิจของสถานีอวกาศนานาชาติเต็มรูปแบบ หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตัดงบการดำเนินการของสถานีอวกาศนานาชาติภายในปี 2025

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนาซาที่เปิดสถานีอวกาศให้บุคคลทั่วไป อาจทำให้บริษัทเอกชนหลากหลายแห่งให้บริการการท่องเที่ยวอวกาศเพิ่มเติมในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

Nasa to open International Space Station to tourists

NASA TO LET TOURISTS INTO INTERNATIONAL SPACE STATION 

The International Space Station: The next hot tourist destination


อ่านเพิ่มเติม โรงแรมอวกาศพร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

เรื่องแนะนำ

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร ปลาดาวหรือดาวทะเลมีดวงตาอยู่ที่ปลายสุดของแขนข้างละหนึ่งดวง แต่มีไว้ใช้สำหรับทำอะไรนั้น ยังคงเป็นปริศนา พวกมันถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยดาวทะเลนั้นไม่มีสมอง จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าพวกมันเห็นภาพอะไรผ่านดวงตา ในปี 2014 นักวิจัยชี้ว่าดวงตาของดาวทะเลในภูมิภาคเขตร้อน สามารถมองเห็นภาพแบบหยาบๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มันไม่เดินเตร็ดเตร่ไกลออกจากบ้านมากเกินไป “ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าบรรดาดาวทะเลมองเห็นโลกอย่างไร” Christopher Mah นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวผ่านอีเมล์ และตอนนี้ผลการศึกษาใหม่ยังแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ดาวทะเลจากทะเลลึกในอาร์กติกเองก็ใช้ภาพที่มันมองเห็นเพื่อนำทางเช่นกัน จากการศึกษาดาวทะเลทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีสองสายพันธุ์ที่เรืองแสงได้ด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันใช้แสงสว่างในการสื่อสารกับดาวทะเลด้วยกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาดาวทะเลสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พวกมันมีชื่อว่าดาวทะเลสีน้ำเงิน (Linckia laevigata) ผลการศึกษาวิจัยถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ลงในวารสาร  Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2014 ก่อนที่ผลการศึกษาใหม่กว่าจะถูกเผยแพร่ลงในวารสารเดิมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความซับซ้อน จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ดาวทะเลถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์เรียบง่าย ปราศจากโครงสร้างหรือพฤติกรรมอันซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์รู้จักดาวทะเลมานานกว่า […]

แรงโน้มถ่วง ของโลก (Gravitational Force)

แรงโน้มถ่วง เป็นหนึ่งในสี่แรงหลักของธรรมชาติ ร่วมกับแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์อ่อน และแรงนิวเคลียร์เข้ม แรงโน้มถ่วง คือแรงที่กระทำระหว่างมวล แรงซึ่งดึงดูดวัตถุรอบข้างเข้าสู่จุดศูนย์กลางของตัวเอง และในจักรวาลแห่งนี้ ทุกวัตถุมีมวล ส่งผลให้ทุกวัตถุมีแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดวงดาวขนาดใหญ่ในกาแล็กซีหรือร่างกายของเรา มวลและน้ำหนัก มวล (Mass) คือ ปริมาณเนื้อสสารทั้งหมดที่ประกอบเป็นวัตถุนั้นๆ ซึ่งไม่ว่าวัตถุชิ้นนั้นจะไปอยู่ในสถานที่ใด มวลจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มวลมีหน่วยเป็นกิโลกรัม (Kg) แตกต่างจากน้ำหนัก (Weight) ซึ่งเป็นผลของแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุนั้นๆ และในทางวิทยาศาสตร์ น้ำหนักมีทิศทางและเป็นปริมาณเวกเตอร์ (Vector) โดยแปรผันตามค่าแรงโน้มถ่วงและมวลของวัตถุ โดยมีหน่วยเป็นนิวตัน (Newton) แตกต่างจากภาษาพูดทั่วไปของเราที่เรียกน้ำหนักเป็นหน่วยกิโลกรัม ในจักรวาล หากทำการชั่งน้ำหนักตัวบนดวงจันทร์ ย่อมได้ผลที่แตกต่างจากน้ำหนักที่ชั่งบนโลก เพราะแรงโน้มถ่วงบนดาวแต่ละดวงมีค่าไม่เท่ากัน และถ้าเรา มีน้ำหนักราว 100 ปอนด์ (45 กิโลกรัม) บนโลก บนดวงจันทร์เราจะมีน้ำหนักเพียง 17 ปอนด์ (8 กิโลกรัม) นอกจากนี้ บนดาวพุธและดาวอังคารเราจะหนักราว 38 ปอนด์ (17 กิโลกรัม), หนัก 91 […]

ไข่มุก และ ไข่มุกเมโล อัญมณีล้ำค่าจากท้องทะเล

ทำความรู้จัก “ไข่มุก” และ “ไข่มุกเมโล” หนึ่งในไข่มุกธรรมชาติที่หายากที่สุด และแพงที่สุดของโลก ไข่มุก หรือมุก เป็นอัญมณีที่เกิดจากสารอินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิต หรือที่เรียกว่า อัญมณีอินทรีย์ (organic gems) ชนิดหนึ่ง ที่มีราคาสูงที่สุด เป็นที่นิยม และเป็นอัญมณีที่มีความสวยงามในตัวเอง มีความวาวแบบมุก (pearly) และการเกิดสีเหลือบ (iridescence) โดยไม่ต้องตกแต่งเจียระไน ตามความเชื่อตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ไข่มุกเป็นสัญญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ สมัยโบราณเชื่อกันว่าไข่มุกเป็นของที่มีค่าสูงส่งเหมาะสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น ตามนิยายปรัมปราหรือตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาเชื่อว่า ไข่มุกเป็นหยดน้ำตาแห่งความสุขของเทพธิดาที่หลั่งออกมาให้กับชะตาชีวิตของมนุษย์ ไข่มุกเมโล การจำแนกประเภทและการเกิดไข่มุก ปัจจุบัน ในตลาดการค้าอัญมนี ไข่มุกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ไข่มุกธรรมชาติ (natural pearls) และไข่มุกเลี้ยง (cultured pearls) 1. ไข่มุกธรรมชาติ (natural pearl) คือไข่มุกเกิดขึ้นเองในหอยมุกซึ่งเป็นหอยสองฝามีทั้งชนิดน้ำจืดและน้ำเค็ม อาจเกิดเนื่องมาจากเซลล์เนื้อเยื่อเจริญปลายยอดชั้นนอก (mantle) บางส่วนหลุดเข้าไปในตัวของหอยมุกโดยบังเอิญหรืออาจเป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น เม็ดทรายขนาดเล็ก กรวด หนอนทะเล หรือตัวเบียน (parasite) […]