โรงแรมอวกาศ พร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้ - National Geographic Thailand

โรงแรมอวกาศพร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

โรงแรมอวกาศ พร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

ถ้าโลกมันไม่น่าอยู่นัก ทำไมไม่หนีไปอวกาศเสียเลย? เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ด้วยเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ คุณก็สามารถเข้าพักยังบริการสุดหรูใน โรงแรมอวกาศ ได้แล้ว

บริษัท Orion Span สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจากเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ประกาศแผนการส่งโรงแรมหรูขึ้นสู่วงโคจรของโลกในปี 2021 โดยที่พักที่ไม่มีใครเหมือนนี้จะมีชื่อว่า สถานีออโรรา และจะพร้อมเปิดให้บริการต้อนรับแขกผู้มาเยือนในปีถัดไป

สนนราคาเข้าพักสำหรับ 12 วันอยู่ที่ 9.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อคน (ประมาณ 296 ล้านบาท) หรือตกราวคืนละ 791,666 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 25 ล้านบาท)

ทั้งนี้รายงานดังกล่าวเป็นเพียงแค่แผนงานเท่านั้น ทาง Orion Span ยังไม่ได้ทำสัญญาสร้างที่พักบนอวกาศแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เคยมีบริการส่งนักท่องเที่ยวขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติแบบไพรเวตมาแล้ว โดยจำหน่ายค่าตั๋วอยู่ที่ 20 – 40 ล้านดอลล่าสหรัฐ (625 – 1,250 ล้านบาท) แต่ข้อมูลจาก Frank Bunger ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Orion Span ที่พักของพวกเขาจะมีราคาถูกกว่ามาก และขณะนี้ผู้ที่สนใจสามารถวางเงินมัดจำจำนวน 80,000 ดอลล่าร์สหรัฐได้แล้ว

“เมื่อปล่อยขึ้นไป สถานีออโรราจะพร้อมให้บริการทันที ในฐานะผู้มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวบนอวกาศในราคาประหยัด” Bunger กล่าวในงานแถลงข่าว “เป้าหมายของเราคือต้องการให้อวกาศเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในขณะเดียวกันก็ให้บริการอย่างคุ้มค่า”

(และใครที่ชื่นชอบความสยองต้องไม่พลาด โรงแรมนี้)

ตัวโรงแรมจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก ที่ความสูงราว 322 กิโลเมตรจากพื้นโลก ที่พักจะมีขนาดเทียบเท่ากับเครื่องบินเจ็ทลำใหญ่ ด้วยความยาว 43.5 ฟุต ความกว้าง 14 ฟุต พื้นที่ทั้งหมดรวม 5,650 ตารางฟุต เมื่อเทียบกับสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว มันเล็กกว่ามาก เพราะสถานีอวกาศนานาชาติมีความยาวถึง 357 ฟุต

เมื่อเปิดให้บริการ สถานีออโรราจะรองรับจำนวนแขกผู้เข้าพักได้ครั้งละ 6 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าพัก 4 คน และพนักงานอีก 2 คน ซึ่งเคยเป็นอดีตนักบินอวกาศมาก่อน ตลอดเวลาที่อยู่ในสถานีนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสภาวะไร้น้ำหนัก ในขณะที่โรงแรมโคจรรอบโลกต่อครั้งทุกๆ 90 นาที พวกเขาจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกรวม 16 ครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นภายในโรงแรมยังมีหน้าต่างมากมายพร้อมด้วยจอที่จะสร้างภาพเสมือนจริง ด้วยเทคโนโลยี “Holodeck” แบบเดียวกับในภาพยนตร์ Star Trek ผู้เข้าพักยังสามารถทดลองปลูกต้นไม้ในอวกาศซึ่งนำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกได้ รวมถึงติดต่อกับครอบครัวที่อยู่บนโลกผ่านอินเตอร์เน็ตไฮสปีดอีกด้วย

“เราไม่ได้ขายแค่บรรยากาศนอกโลกนะครับ” Bunger ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก “เรามอบประสบการณ์การเป็นนักบินอวกาศให้ต่างหาก”

ในอดีตกว่าที่ใครสักคนจะเดินทางขึ้นสู่อวกาศได้นั้นต้องใช้เวลาเตรียมตัวถึง 24 เดือน แต่ Bunger กล่าวว่าสำหรับสถานีออโรราแล้วใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งในโปรแกรมการท่องเที่ยวครั้งนี้ได้รวมเทรนเนอร์และคอร์สการฝึกร่างกายออนไลน์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตอยู่บนอวกาศไว้ให้เรียบร้อย และเมื่อสิ้นสุดการพักผ่อนเมื่อแขกเดินทางกลับลงมายังโลกแล้ว พวกเขาก็จะได้รับการต้อนรับประหนึ่งเป็นฮีโร่ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในอวกาศ

ทั้งนี้หากโครงการโรงแรมอวกาศของ Orion Space ประสบความสำเร็จ ทางบริษัทมีแผนที่จะสร้างที่พักถาวรขึ้นบนอวกาศ เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการเข้าพักในระยะยาว “เราจะสร้างคอนโดแห่งแรกขึ้นบนอวกาศครับ” Bunger กล่าวเสริม “ในอนาคตผู้เข้าพักกับออโรราสามารถอยู่อาศัยได้ถาวรหรือเช่าเป็นรายเดือน”

เรื่อง Elaina Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

มองโลกเปลี่ยนไปเมื่อได้ท่องอวกาศ

เรื่องแนะนำ

ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ

10 กรกฎาคม 2017 –  ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนในการปฏิบัติภารกิจน่าทึ่งทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือการเก็บตัวอย่างน้ำมูกวาฬ  ในน่านน้ำใกล้ช่องแคบเฟรเดอริก  รัฐอะแลสกา โดรนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเรียกว่า “สน็อต-บอต” (snot-bot คำว่า snot แปลว่า น้ำมูก) เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากวาฬหลังค่อมและถ่ายทอดภาพสดๆ ผ่านทาง National Geographic Earth Live เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบเห็นวาฬที่กำลังโผล่ขึ้นเหนือน้ำ พวกเขาจะปล่อยโดรนขึ้นไป เมื่อวาฬพ่นน้ำจากรูพ่น (blowhole) โดรนจะบินผ่านละอองน้ำในอากาศพร้อมกับตัวอย่างน้ำมูกหรือเสมหะของวาฬโดยอาศัยจานเพาะเชื้อที่ติดอยู่ด้านหลังโดรน  ตัวอย่างน้ำมูกที่ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาดีเอ็นเอของวาฬโดยไม่ไปรบกวนพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม : ง่วงจัง ขอหลับหน่อย! มาดูกันสิว่า สัตว์อะไรหลับได้โดนใจที่สุด, ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแข็งกรีนแลนด์

ร่วมโหวตไอเดียเปลี่ยนโลกที่ดีที่สุด

โดย คริสติน่า นูเนซ หากหัวข้อข่าวล่าสุดที่คุณกำลังมองหาคือข่าวดีที่เต็มไปด้วยความหวัง คุณต้องทำความรู้จักกับแคมเปญที่จัดขึ้นโดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แคมเปญนี้ “Chasing Genius” โครงการประกวดออนไลน์ที่เฟ้นหาสุดยอดไอเดียในการเปลี่ยนแปลงโลก ขณะนี้ดำเนินมาถึงรอบสุดท้ายแล้ว และผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินจำนวนกว่า 40 คนก็ได้ถูกประกาศรายชื่อให้ได้ทราบกัน พวกเขาแข่งขันกันนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ดีที่สุด เพื่อช่วยเหลือโลก คณะกรรมการของโครงการจะคัดเลือกสุดยอดไอเดียที่ดีที่สุดของที่สุดจากทั้งหมด ผู้ชนะ 4 คนจะได้รับเงินรางวัลคนละ 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และ 1 ใน 4 จะได้รับรางวัล People’s Choice จากคะแนนโหวต ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันมีทั้งนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ นักวิจัย ผู้เกษียณอายุ ตลอดจนบุคคลที่คลั่งไคล้วิทยาศาสตร์ทั่วไป พวกเขามาพร้อมกับไอเดียการแก้ปัญหาตั้งแต่น้ำเสีย, การผลิตอาหารเพื่อเพียงพอต่อประชากรโลก ไปจนถึงการป้องกันโรคระบาด อย่างไรก็ตามคอนเซ็ปของการประกวดในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่แนวคิดเรียบง่ายแต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อด้วยกัน ได้แก่ การพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน, สุขภาพของโลก และอาหารเลี้ยงประชากรโลก 9 พันล้านคน ขณะนี้การแข่งขันดำเนินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว คุณเองสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการโหวตไอเดียที่ชื่นชอบหรือคิดว่าคู่ควรแก่ชัยชนะ ได้ที่นี่ โดยคะแนนโหวตจะรวมผลภายในวันที่ 15 […]

จากสุนัขจิ้งจอกสู่สุนัขบ้าน ดีเอ็นเออาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

การทดลองในยุคโซเวียต เพื่อผลิตสุนัขจิ้งจอกที่เชื่องและก้าวร้าว นำไปสู่ดีเอ็นเอที่อาจจะอยู่เบื้องหลังความเชื่องของสุนัขบ้าน