วิวัฒนาการของมนุษย์ ยังคงเป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

วิวัฒนาการของมนุษย์ (Human Evolution)

สายพันธุ์มนุษย์ที่วิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน

โฮโม นีแอนเดอร์ธาลเอนซิส (Homo neanderthalensis) อาศัยอยู่ในทั้งในทวีปยุโรปและเอเชียเมื่อราว 3 แสนปีก่อน มีขนาดสมองราว 1,400 ลูกบาศก์เซนติเมตร อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ออกล่าสัตว์ร่วมกัน สามารถใช้ประโยชน์จากไฟ มีเสื้อผ้าสวมใส่ รวมถึงการมีสังคม วัฒนธรรมและมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนัง แต่ โฮโม นีแอนเดอร์ธาลเอนซิส หรือ มนุษย์นีแอนเดอร์ธาล สูญพันธุ์ไปเมื่อราว 40,000 ปีก่อน

โฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens) หรือมนุษย์ในปัจจุบัน เมื่อราว 2 แสนปีก่อน ซึ่งเป็นมนุษย์สายพันธุ์เดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ เรามีภาษา วัฒนธรรม และความสามารถในการสร้างสรรค์และประดิษฐ์สิ่งต่างๆ โฮโม เซเปียนส์ ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อน จากการล่าสัตว์ พัฒนาจนเกิดการทำเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม จากการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มประชากรเล็กๆ พัฒนาจนกลายเป็นหมู่บ้าน เมืองและประเทศ ซึ่งมนุษย์ปัจจุบันนั้น ปรากฏขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของโลกในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป โดยในประเทศไทยพบหลักฐานของ โฮโม เซเปียนส์ ที่เก่าแก่ที่สุดถูกพบในจังหวัดกระบี่

ทวีป

ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อ

แอฟริกา

160,000  ปีก่อน

ยุโรป

40,000 ปีก่อน

เอเชียตะวันออก

100,000 – 60,000 ปีก่อน

ออสเตรเลีย

50,000 ปีก่อน

อเมริกา

15,000 ปีก่อน

ทุกวันนี้ มนุษย์เรายังคงพัฒนาและแสวงหาความก้าวหน้าเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม วิวัฒนาการที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นผลมาจากการพัฒนาทางสังคม วัฒนธรรมและเทคโนโลยี มากกว่าวิวัฒนาการโดยตรงจากโครงสร้างทางชีววิทยาเหมือนเช่นในอดีต

โฮโมเซเปียนส์, วิวัฒนาการของมนุษย์
ภาพแสดงทิศทางการอพยพของโฮโม

ตลอดระยะเวลาหลายล้านปีที่ผ่านมา ทุกชีวิตบนโลกต่างดำรงอาศัยอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ขณะที่ผลจากการกระทำของมนุษย์ในช่วงระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆ ทำให้การมีชีวิตรอดท่ามกลางโลกที่แปรเปลี่ยนเร็วขึ้น กลายเป็นเรื่องยากและเสี่ยงต่อการสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์

ดังนั้น วิวัฒนาการและการปรับตัวจึงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดิ้นรนให้มีชีวิตรอดบนโลกใบนี้


ข้อมูลอ้างอิง

http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=33&chap=4&page=chap4.htm
https://kids.frontiersin.org/article/10.3389/frym.2019.00022
https://scienceforthekids.wordpress.com/2013/03/12/what-is-evolution/
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/57798
https://cosmosmagazine.com/palaeontology/where-did-we-come-from-a-primer-on-early-human-evolution
https://www.nationalgeographic.com/news/2015/09/human-evolution-101/
https://earthhow.com/human-evolution-timeline/#infographic


มนุษย์จะเป็นอย่างไรในอนาคต?

มนุษย์อนาคต
ขอบคุณภาพจาก Artystarty / iStock

เรื่องแนะนำ

ยลโฉมชุดอวกาศแห่งอนาคต

ยลโฉม ชุดอวกาศ แห่งอนาคต แฟชั่นใหม่จากอีลอน มัสก์ ชุดอวกาศ ล่าสุดจาก SpaceX ออกแบบได้อย่างน่าทึ่ง ภาพถ่ายของชุดอวกาศแบบใหม่นี้ถูกเผยแพร่ผ่านทางอินสตาแกรมของเขา เมื่อช่วงเช้าของวันพุธที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา นับเป็นการเปิดตัวชุดอวกาศครั้งแรกโดย SpaceX ตัวชุดเห็นเฉพาะแค่ด้านบนจากเอวขึ้นไปเท่านั้น ออกแบบด้วยสีดำและสีขาว แตกต่างจากชุดอวกาศอันใหญ่โต เทอะทะ ที่เราคุ้นตากันจากนาซ่าโดยสิ้นเชิง ที่อวกาศ เมื่อปราศจากการปกป้องจากชั้นบรรยากาศของโลก ชุดอวกาศมีหน้าที่ควบคุมแรงดันและอุณหภูมิ ให้ออกซิเจน ตลอดจนปกป้องร่างกายมนุษย์จากรังสีต่างๆ และยังต้องเอื้อให้เคลื่อนไหวร่างกายและติดต่อสือสารได้อีกด้วย เมื่อถามมัสก์ว่ายากแค่ไหนกับการผนวกแฟชั่นและการใช้งานเข้าด้วยกัน เขาตอบว่ายากมาก แต่ในที่สุดแล้วแม้ชุดอวกาศรุ่นใหม่นี้จะดูมีความเป็นแฟชั่นสูง แต่ก็เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติทุกอย่างช่นที่ชุดอวกาศควรมี “และผ่านการทดสอบภายใต้แรงดันสูงแล้ว” เขากล่าว อย่างไรก็ตามชุดอวกาศที่ดูบอบบางนี้ไม่ได้ถูกใช้สำหรับการออกไปยังนอกอวกาศ แต่ชุดนี้จะช่วยปกป้องลูกเรือที่เดินทางไปกับยานสำรวจ ในกรณีที่ความดันเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในห้องโดยสาร ส่วนสำหรับนักบินระดับสูงเองก็จะสวมใส่ชุดที่คล้ายกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายของเขาได้รับอันตรายจากแรงดันที่ลดลง มีแนวโน้มว่าชุดอวกาศรุ่นใหม่นี้จะถูกสวมใส่โดยนักบินอวกาศจาก SpaceX ที่มีเป้าหมายเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติหรือไกลกว่านั้น บรรดาผู้ที่สนใจต่างรอคอยที่จะยลโฉมชุดอวกาศนี้ แผนงานเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2015 และมัสก์เองก็กล่าวกับฝ่ายดีไซเนอร์และวิศวกรว่าตัวเขาต้องการให้ชุดนี้เป็น “ชุดที่เจ๋งที่สุด” ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2016 มัสก์จ้าง โจส เฟอร์นานเดส นักออกแบบเครื่องแต่งกายประจำฮออลลีวูด ผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องแต่งกายของภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Batman, The […]

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นผลงานการประดิษฐ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนียร่วมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ ซึ่งจะช่วยในการเก็บตัวอย่างสัตว์ใต้ทะเลลึกให้พวกมันขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมใหม่นี้เป็นท่อแรงดันที่มีชื่อสั้นๆ ว่า SubCAS เนื่องจากการที่บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกเหล่านี้อาศัยอยู่ที่ระดับความลึกมากกว่า 30 เมตร การเปลี่ยนแปลงความดันขณะขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อนักวิทยาศาสตร์เก็บพวกมันไปยังห้องปฏิบัติการอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ ดังนั้นหลักการทำงานของ SubCAS คือช่วยลดการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว ด้วยฟองอากาศที่ล้อมรอบกระบอกบรรจุตัวอย่าง เมื่อนักดำน้ำดำลงไปยังความลึกราว 55 เมตร พวกเขาจะนำกระบอกบรรจุตัวอย่างสอดเข้าไปในกระบอกที่ใหญ่กว่า และใส่ฟองอากาศเข้าไปให้อยู่ในช่องงว่างระหว่างสองกระบอก เพื่อสร้างห้องปรับความดันขึ้นมา ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกจะถูกบรรจุเข้าไปในกระบอกขนาดเล็ก เมื่อนักดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ ฟองอากาศจะขยายและรักษาความดันภายในกระบอกไว้ และเมื่อนักดำน้ำดำถึงระดับความลึก 30 เมตรจากผิวน้ำ พวกเขาจะค่อยๆ ปล่อยฟองอากาศออกมา กระบวนการนี้ใช้เวลาราว 2 – 3 วัน ตัวอย่างที่ถูกจับมาได้จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับความดันใหม่ใกล้ผิวน้ำ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

ไฟปริศนาจากใต้ดิน ไหม้มาแล้ว 59 ปียังไม่ดับ

ที่เขตเทศบาลของนครฉงชิ่ง ในจีน มีไฟปริศนาที่ลุกโชนมาแล้วนานถึง 59 ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะดับ ชาวบ้านในละแวกนี้รู้จักสถานที่ดังกล่าวดีและใช้พลังงานฟรีเหล่านี้ในการหุงต้มน้ำ ไฟเหล่านี้เกิดขึ้นจากทีมสำรวจน้ำมันที่เคยปฏิบัติภารกิจขุดค้นยังพื้นที่ดังกล่าว หลังภารกิจมีก๊าซธรรมชาติหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ไฟยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเทน้ำลงไปยังผิวดินในบริเวณนี้ น้ำจะเดือดทันทีในเวลาเพียง 3 นาที   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้