พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส (Hagibis typhoon) เป็นพายุที่มีความรุนแรงมากลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์

พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส : พายุที่สร้างความกังวลไปทั่วญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมรับมือกับ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในสุดสัปดาห์นี้

หนึ่งในพายุที่รุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งในปีนี้ กำลังเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ คาดว่าส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งประเทศ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ทางการเตรียมออกประกาศเตือนประชาชนล่วงหน้า และเตรียมรับมือกับพายุครั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น รายงาน

“พายุไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ภูมิภาคโตไค หรือคันโต ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ (12 ตุลาคม 2019)” ยาซูชิ คาจิฮาระ เจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวและเสริมว่า “จากความรุนแรงของพายุ และความสูงของคลื่น เรากำลังเฝ้าดูความเป็นไปได้ของการเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ภูมิภาคคันโตะ”

กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจัดให้พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสอยู่ในระดับ “รุนแรงมาก” โดยพายุมีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และเคลื่อนตัวผ่านเกาะฮอนชูของประเทศญี่ปุ่น

อ่านเพิ่มเติม : ความรุนแรงของพายุ

ไต้ฝุ่นฮากิบิสอาจสร้างความเสียหายได้เทียบเท่ากับพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในปี 1958 ซึ่งส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตราว 1,200 คนในภูมิภาคคันโต และเกาะอีซุ นอกจากนี้ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสสามารถก่อให้เกิดคลื่นซัดชายฝั่ง (Strom surge) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่แนวชายฝั่งของเกาะฮอนชู และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

พายุไต้ฝุ่นฮากิบิส, hagibis, ฮากิบิส, พายุไต้ฝุ่น
ภาพถ่ายจากดาวเทียมเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2019 แสดงให้เห็นพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ใกล้แผ่นดินประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลล่าสุดของพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส
(เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2019)

การเคลื่อนที่

250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความเร็วลม

180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความเร็วลม ณ จุดศูนย์กลาง

252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความกดอากาศ

925 เฮกโตปาสคาล

จากข้อมูลทางสถิติ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสามประเทศของเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ผุ่นบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยเกิดพายุไต้ฝุ่นราว 11 ครั้ง และสองครั้งจากจำนวนนั้นส่งผลกระทบโดยตรงทุกปี แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นมีมาตรการการรับมือกับภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี แต่ไต้ฝุ่นฮากิบิสก็ยังสร้างความกังวลใจว่า อาจจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

พายุฮากิบิส, พายุ, พายุไต้ฝุ่น, ไต้ฝุ่นฮากิบิส
ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส / ภาพประกอบ NHK World – Japan

4 เหตุผลที่พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสกลายเป็นพายุที่สร้างความกังวลแก่ชาวญี่ปุ่น

  1. ขนาดของพายุ

ฮากิบิสนำพามวลเมฆขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดเส้นผ่านศูนย์กลางของพายุขนาดประมาณ 1,400 กิโลเมตร ซึ่งกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จากความใหญ่ของพายุ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองเร็วขึ้น ใช้เวลานานกว่าจะเคลื่อนตัวผ่านออกไป และส่วงผลกระทบเป็นวงกว้าง

  1. ความรุนแรง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 ตุลาคม 2019) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นวัดความกดอากาศของพายุฮากิบิสได้ 915 เฮกโตปาสคาล ซึ่งนับเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในปี 2019

เมื่อพายุลูกนี้เคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน ศูนย์กลางของพายุอาจมีความกดอากาศอยู่ที่ประมาณ 992 ถึง 915 เฮกโตปาสคาล ภายใน 24 ชั่วโมง จากการเฝ้าติดตามพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสชี้ให้เห็นว่า พายุลูกนี้เป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดเป็นลำดับที่เก้าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

อ่านเพิ่มเติม : การกำเนิดพายุ และประเภทของพายุ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นพยากรณ์ว่า ความกดอากาศอาจอยู่ที่ 950 เฮกโตปาสคาล ก่อนจะเข้าฝั่งญี่ปุ่นในวันเสาร์นี้ ถ้าหากฮากิบิสเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งโตเกียวด้วยความรุนแรงระดับนี้ ฮากิบิสจะกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในภูมิภาคนี้

  1. ระยะเวลา

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฮากิบิสเป็นที่กังวลเพิ่มขึ้นคือช่วงเวลาที่พายุเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ซึ่งตรงกับช่วงพระจันทร์เต็มดวง หมายความว่า ในช่วงนั้นระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติ ประกอบกับความสูงของคลื่นลมในทะเล คลื่นขนาดใหญ่ และคลื่นซัดชายฝั่ง ด้วยปัจจัยทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ชายฝั่ง

  1. ตำแหน่งที่พายุเคลื่อนผ่าน

ฮากิบิสเป็นพายุลูกที่สองในรอบหนึ่งเดือนที่เคลื่อนที่ผ่านโตเกียว เมื่อเร็วๆ นี้ พายุไต้ฝุ่นฟ้าไส (Faxai) พัดโจมตีภูมิภาคนี้เช่นกัน สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าที่อยู่อาศัยบางหลังยังไม่ได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์ และประชาชนบางส่วนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสอาจเป็นหนึ่งในพายุที่สร้างความเสียหายให้แก่ญี่ปุ่นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทางการญี่ปุ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น


ข้อมูลอ้างอิง

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/backstories/710/ https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/special/01/1919/

Super Typhoon Hagibis by NOAA-NASA – https://earthobservatory.nasa.gov/images/145712/super-typhoon-hagibis


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : นักพยากรณ์อากาศทราบได้อย่างไว่าพายุจะเคลื่อนที่ไปทิศทางใด

นักพยากรณ์อากาศ
แผนที่จำลองการเดินทางของพายุจากทะเลจีนใต้ที่พัดเข้าสู่อ่าวไทย
ขอบคุณภาพจาก https://thethaiger.com/news/phuket/pabuk-latest-information-on-the-path-of-the-storm-across-the-gulf

เรื่องแนะนำ

รู้ได้อย่างไรว่าลิงตัวไหนอยากกัดคุณ?

เรื่อง ซาร่า กิบเบนส์ ด้วยความที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ ไพรเมตบางชนิดมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับพวกเรา อย่างไรก็ตามการแปลความหมายที่เกิดขึ้นของสีหน้านั้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด และนำมาซึ่งภัยคุกคามต่อทั้งมนุษย์ และลิงได้ ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยลินคอล์นพบว่า ยิ่งมนุษย์พยายามที่จะเดาความหมาย ของท่าทางที่ลิงบาร์บารี หรือลิงกังแสดงออกมามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งคาดเดาได้ผิดมากเท่านั้น โดย Laëtitia Maréchal หนึ่งในผู้วิจัย เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะมนุษย์เราตีความท่าทางของสัตว์เอาโดยใช้ลักษณะของมนุษย์เองเป็นหลัก “บรรดานักท่องเที่ยวมักชอบคิดว่าท่าทางที่ลิงกังแสดงออกมานั้น พวกมันกำลังส่งจูบอยู่ และพวกเขาก็ส่งจูบกลับเป็นการตอบสนอง”เธอกล่าว ซึ่งในทางกลับกันท่าทางดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนจากพวกมันไม่ให้มนุษย์เข้ามาใกล้ ในการศึกษาเธอแบ่งผู้เข้าร่วมการทดลองทางออนไลน์ออกเป็น 3 กลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มคนที่เคยทำงานร่วมกับสัตว์มาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน สองคือกลุ่มคนที่เคยชมภาพถ่ายการแสดงสีหน้าของลิงมาก่อน และสุดท้ายกลุ่มที่ไม่เคยพบเห็นลิงตัวเป็นๆมาก่อนในชีวิต หลังให้พวกเขาชมภาพถ่าย ผลการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมทุกคนนั้นตีความสัญญาณที่ส่งออกมาผิดพลาด กลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกับสัตว์นั้น มีอัตราความผิดพลาดไม่เกิน 7% ในกลุ่มที่สองที่เคยชมภาพนั้นความผิดพลาดอยู่ที่ 20%และกลุ่มสุดท้ายผิดพลาดสูงถึง 40% นอกจากนั้น Maréchal ยังระบุว่าในการตีความไพรเมตอื่นๆอย่าง อุรังอุตัง และชิมแปนซี มนุษย์ก็มักจะตีความผิดในทำนองเดียวกัน “ถ้าลิงทำสีหน้าที่ดูเหมือนยิ้ม นั้นแปลว่ามันกำลังไม่ไว้วางใจ” เธอกล่าว “คุณอาจจะเคยเห็นภาพของลิงชิมแปนซียิ้มบนการ์ดวันเกิดแต่จริงๆแล้วมันคือสีหน้าของความทุกข์ตรม” ทั้งนี้ทางคณะนักวิจัยคาดหวังว่าการศึกษาครั้งนี้ จะมีประโยชน์สำหรับบรรดานักท่องเที่ยวในสวนสัตว์เปิด เพื่อป้องกันพวกเขาจากความเสี่ยงในการถูกลิงทำร้ายได้ แม้ว่าในตามธรรมชาติแล้วลิงกังจะเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย และจะตอบสนองหากถูกทำร้ายก่อนก็ตาม Agustín […]

นวัตกรรม ถุงห่อทุเรียน Magik Growth จากเอ็มเทค สวทช.

เอ็มเทค รวมกับสจล. เปิดผลทดสอบ ‘Magik Growth’ นวัตกรรม ถุงห่อทุเรียน ‘เปลือกบาง-เนื้อหนาขึ้น’ ช่วยลดสารเคมี เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวสวน ในปี 2564 ทุเรียนเป็นพืชส่งออกอันดับ 2 รองจากยางพารา โดยการส่งออกทุเรียนสดและแช่แข็งตลอดเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 58,344 ล้านบาท แต่ชาวสวนทุเรียนยังประสบปัญหาทั้งเรื่องโรคแมลงศัตรูพืชและสัตว์กัดแทะที่ทำลายทุเรียนในระยะพัฒนาผลจนเกิดความเสียหาย ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่แก้ปัญหาโดยใช้สารเคมียาฆ่าแมลงในการฉีดพ่น ซึ่งนอกจากจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ยังเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าว ถุงห่อทุเรียน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. จึงนำองค์ความรู้เรื่องวัสดุศาสตร์โดยพัฒนาสูตรผสมเม็ดพลาสติก (polymer compound) ร่วมกับเทคโนโลยีการขึ้นรูปนอนวูฟเวน เพื่อให้วัสดุนอนวูฟเวนมีสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย รวมถึงมีสมบัติการคัดเลือกช่วงแสงที่เหมาะสมกับเซลล์รับแสงที่ผิวผลไม้ โดยได้ผลิตเป็นนวัตกรรมวิจัยต้นแบบชื่อทางการค้าว่า Magik Growth หรือ นวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวน ช่วยให้ทุเรียนที่ถูกห่อด้วยถุงห่อ Magik Growth สามารถสร้างสารสำคัญในผลไม้ทั้งแป้ง น้ำตาล สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ โดยได้ทดลองทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและระดับภาคสนามร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร […]

การระบาดใหญ่เปลี่ยนมนุษย์เราอย่างไร

โลงบรรจุศพชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เสียชีวิตช่วงโควิด-19 มี การระบาดใหญ่ ไปทั่วโลก เก็บไว้ในสถานที่เก็บศพแห่งหนึ่งที่เมืองมิลานเพื่อรอส่งกลับประเทศ สถานที่เก็บศพในแคว้นลอมบาร์ดีของอิตาลีมีศพแน่น จนต้องส่งไปเผาในภูมิภาคอื่น (ภาพถ่าย: กาบรีแอล กาลิมเบอร์ตี) เราจะจดจำบทเรียนต่างๆ ที่ได้ หลังหายนะครั้งนี้ผ่านพ้นไปหรือไม่ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ การระบาดใหญ่ ของโควิด-19 ลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก เรือตรวจการณ์ ไพก์ ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ แล่นโต้คลื่นไปยังเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ที่จอดทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย 23 กิโลเมตร เพื่อส่งทีมแพทย์กู้ภัยพิบัติไปคัดแยกผู้ป่วย ออกจากผู้โดยสารที่ดูปกติอื่นๆ ราว 3,500 คนบนเรือและเตรียมส่งผู้ป่วยขึ้นฝั่ง บนเรือ ไพก์ ไมเคิล คัลลาแฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อผู้มีประสบการณ์หลายสิบปีใน “พื้นที่ระบาด” ทั่วโลก พร้อมทีมงานรออยู่ ในตอนนั้น ทั้งโลกกำลังกระโจนเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน หรือควรจะเรียกว่าสภาวะที่ถูกลืมไปแล้วมากกว่า โรคระบาด (epidemic) สร้างความเจ็บปวดให้มนุษย์เสมอ และ การระบาดใหญ่ ทั่วโลก (pandemic) ก็เกิดตั้งแต่มนุษย์อพยพไปทั่วโลกแล้ว โรคเหล่านั้นสอนบทเรียนสำคัญๆ ให้เรา ถ้าเพียงแต่เราจะรู้จักจดจำไว้บ้าง ทั้งในยามเหนื่อยล้าและโล่งใจหลังอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว การระบาดทั่วโลกชนิดใหม่ๆ […]