ความรุนแรงของพายุ ที่เกิดขึ้นมีเกณฑ์ในการจำแนกระดับความรุนแรงอย่างไร

ความรุนแรงของพายุ ที่เกิดขึ้นบนโลก

ความรุนแรงของพายุ สามารถจำแนกได้จากความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง

พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น

ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ

  • พายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงสุดไม่เกิน 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane) มีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ความรุนแรงของพายุ, พายุ, ความเร็วลม,
ภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจแสดงให้เห็นพายุเฮอร์ริเคนที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทร

แต่เมื่อพายุหมุนเขตร้อนพัฒนาจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ไซโคลน หรือ เฮอร์ริเคน จะมีการจัดระดับความรุนแรงภายในขึ้นอีกครั้ง โดยพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือที่เรียกว่า “ไต้ฝุ่น” จะถูกจัดระดับความรุนแรงตามเกณฑ์ของคณะกรรมการไต้ฝุ่นและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ESCAP/WMO) รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคดังกล่าว

ระดับความรุนแรง

ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง)

ญี่ปุ่น

จีนและฮ่องกง

ทวีปแอฟริกา

ไต้ฝุ่น/ไซโคลน

119 – 156

ประมาณ 150

118 – 165

ไต้ฝุ่น/ไซโคลนกำลังแรง

157 – 193

151 – 190

166 – 212

ไต้ฝุ่น/ไซโคลนกำลังแรงมาก หรือซูเปอร์ไต้ฝุ่น/ไซโคลน

 มากกว่า หรือเท่ากับ 194

มากกว่าหรือเท่ากับ 191

มากกว่าหรือเท่ากับ 213

เช่นเดียวกับพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล และทะเลอาหรับ หรือที่เรียกกันว่า “ไซโคลน” จะถูกจัดระดับความรุนแรงในเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยเกณฑ์การวัดความรุนแรงของทั้งไต้ฝุ่นและไซโคลน มีพื้นฐานจากการอ้างอิงความเร็วลมสูงสุดโดยประมาณของพายุ ซึ่งพัดต่อเนื่องใน 10 นาที ที่ความสูง 10 เมตร เช่นเดียวกัน

ส่วนพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในซีกโลกเหนือแทบมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เราเรียกกันว่า “เฮอร์ริเคน” จะถูกจัดระดับความรุนแรงด้วย “มาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์ – ซิมป์สัน” (Saffir – Simpson Hurricane Wind Scale) ซึ่งถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1969 โดย เฮอร์เบิร์ต แซฟเฟอร์ (Herbert Saffir) และโรเบิร์ต ซิมป์สัน (Robert Simpson) ผู้อำนวยการศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา มาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์ – ซิมป์สันทำการจัดระดับความรุนแรง โดยการอ้างอิงความเร็วลมสูงสุดโดยประมาณของพายุ ซึ่งพัดต่อเนื่องใน 1 นาที ที่ความสูง 10 เมตร

มาตราเฮอร์ริเคนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน

ระดับ

ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง)

1

119 – 153

2

154 – 177

3

178 – 208

4

209 – 251

5

มากกว่าหรือเท่ากับ 252

นอกจากพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแล้ว พายุทอร์นาโด (Tornado) ที่มักก่อตัวบนพื้นดินฝั่งทวีปอเมริกาและมหาสมุทรแอตแลนติกล้วนได้รับการจัดระดับความรุนแรงเช่นเดียวกัน พายุทอร์นาโดจะถูกวัดด้วยมาตรวัดฟูจิตะ (Fujita Scale) ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นโดย ทัตสึยะ ทีโอดอร์ ฟูจิตะ (Tetsuya Theodore Fujita) และอัลเลน เพียร์สัน (Allen Pearson) หัวหน้าศูนย์ทำนายพายุแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (Storm Prediction Center: SPC) ตั้งแต่ปี 1971

พายุทอร์นาโดถูกจำแนกความรุนแรงไว้ 6 ระดับ คือ F0 ถึง F5 เป็นการกำหนดช่วงความเร็วลมโดยประมาณ ผ่านการคำนวณจากสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นบนภาคพื้นดินหลังพายุสงบลง ซึ่งในช่วงเวลานั้น การวัดความเร็วลมสูงสุดของพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นจริงมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก ส่งผลให้เกิดการศึกษาและพัฒนามาตราวัดฟูจิตะแบบดั้งเดิมจนกลายเป็น “มาตรวัดฟูจิตะฉบับปรับปรุง” (Enhanced Fujita Scale)

ทอร์นาโด, พายุ, ความรุนแรงของพายุ
พายุทอร์นาโดเป็นพายุที่ก่อตัวขึ้นบนพื้นทวีป

โดยมีการกำหนดช่วงความเร็วลมสูงสุดขึ้นใหม่ เนื่องจากระดับความเร็วลมที่กำหนดไว้ในมาตราวัดดั้งเดิมนั้นสูงเกินไป ทำให้มีโอกาสพบพายุทอร์นาโดในประเภท F3 (ความเร็วลมตั้งแต่ 254-332 กิโลเมตร/ชั่วโมง) หรือสูงกว่าน้อยมาก มาตราวัดฟูจิตะฉบับปรับปรุงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา

มาตรวัดฟูจิตะฉบับปรับปรุง (Enhanced Fujita Scale)

ระดับ

ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง)

EF0

105 – 137

EF1

138 – 177

EF2

178 – 217

EF3

218 – 266

EF4

267 – 322

EF5

มากกว่า 322

เกร็ดความรู้ : พายุจะได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ต่อเมื่อมีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 34 นอต หรือ 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง

สืบค้นและเรียบเรียง

คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


 ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nhc.noaa.gov/aboutsshws.php

https://www.spc.noaa.gov/faq/tornado/ef-scale.html

https://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=95

https://www.hydromet.gov.bz/tropical-weather/saffir-simpson-scale


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ประเภทของพายุ และการกำเนิดพายุ

เรื่องแนะนำ

ธาตุอาหารพืช (Plant Nutrients)

พืช เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการธาตุอาหารเพื่อใช้ในกระบวนการเจริญเติบ และกิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรอื่นๆ ธาตุอาหารพืช (Plant Nutrients) คือ ธาตุเคมี (Chemical Elements) ในธรรมชาติที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยธาตุอาหารของพืชประกอบด้วยธาตุทั้งหมด 17 ธาตุ โดยมีเพียงคาร์บอน (C) ออกซิเจน (O) และไฮโดรเจน (H) เท่านั้นที่พืชสามารถดึงมาใช้จากน้ำและอากาศ  ในขณะที่อีก 14 ธาตุ ได้แก่ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม(Mg) กำมะถัน (S) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) โบรอน (B) โมลิบดินัม (Mo) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) คลอรีน (Cl) และนิกเกิล (Ni) นับเป็นธาตุอาหารที่พืชส่วนใหญ่ดูดซับมาจากดิน […]

เกาะติดภารกิจตามล่าค้นหา สิ่งมีชีวิตนอกโลก

คำถามเก่าแก่ที่สุดข้อหนึ่งของมนุษยชาติ อาจได้คำตอบในช่วงชีวิตของเรา  นั่นคือ มีเพียงเราในเอกภพจริงหรือ หรืออาจมี สิ่งมีชีวิตนอกโลก สิ่งมีชีวิตนอกโลก – สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เดินทางจากห้องปฏิบัติการขับดันไอพ่นหรือเจพีแอล (Jet Propulsion Lab: JPL) ขององค์การนาซาในแคลิฟอร์เนีย ไปยังหุ่นยนต์รถสำรวจที่เกาะอยู่ใต้แผ่นนํ้าแข็งหนา 30 เซนติเมตรเหนือทะเลสาบแห่งหนึ่งในรัฐอะแลสกา ไฟสปอตไลต์บนรถเริ่มส่องสว่าง “ได้แล้ว!” จอห์น เลกตี วิศวกรหนุ่มจากเจพีแอล  ร้องเสียงดัง  เขาซุกตัวในเต็นท์บนแผ่นนํ้าแข็งใกล้ๆ  เทคโนโลยีนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น  แต่นี่อาจเป็นก้าวเล็กๆ ก้าวแรกสู่การสำรวจดวงจันทร์อันห่างไกล ไกลออกไปทางใต้ของอะแลสกากว่า 7,000 กิโลเมตร นักธรณีจุลชีววิทยา  เพเนโลพี  บอสตัน ลุยธารนํ้าขุ่นครึ่งแข้งในถํ้าอันมืดมิดของเม็กซิโกลึกลงไปใต้พื้นดิน กว่า 15 เมตร  บอสตันและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ล้วนใส่เครื่องช่วยหายใจ และแบกถังอากาศสำรองติดตัวไปด้วยเพื่อเผชิญแก๊สพิษอย่างไฮโดรเจนซัลไฟด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งมักแพร่กระจายในถํ้า  ทันใดนั้น  แสงจากไฟฉายคาดศีรษะของเธอก็สาดไปกระทบของเหลวข้นเกือบโปร่งใสที่ไหลย้อยเป็นทางยาวลงมาจากผนังชอล์กร่วนๆ ของถํ้า “สวยจัง!”  เธออุทาน สถานที่ทั้งสองแห่ง ได้แก่ทะเลสาบเยือกแข็งในแถบอาร์กติกและถํ้าพิษในเขตร้อน  อาจให้เบาะแสสำหรับปริศนาที่ทั้งเก่าแก่ที่สุดและน่าดึงดูดที่สุดข้อหนึ่งในโลก  นั่นคือ มีสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากในโลกของเราหรือไม่  สิ่งมีชีวิตในพิภพอื่นซึ่งอาจหมายถึงในระบบสุริยะของเราหรือที่โคจรรอบดาวดวงอื่นอันไกลโพ้นก็ตาม อาจต้องเอาตัวรอดในมหาสมุทรที่มีนํ้าแข็งปกคลุมเช่นที่พบบนดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี  หรือในถํ้าปิดที่เต็มไปด้วยแก๊สพิษซึ่งอาจมีอยู่มากมายบนดาวอังคาร  หากคุณสามารถแยกแยะและระบุสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่ได้ในสภาวะสุดขั้วบนโลก การค้นหาชีวิตในโลกอื่นย่อมใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง […]

ไก่เองก็สนใจมนุษย์

พฤติกรรมแปลกๆ ในสัตว์ เมื่อดูเหมือนว่าไก่มักนิยมชมชอบคนที่หน้าตาดีมากกว่าคนที่หน้าตาธรรมดา

เราได้อะไรบ้างจากภารกิจสำรวจดาวเสาร์โดยกัสซีนี

เมื่อยานสำรววจกัสซีนีเดินทางขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อปี 1997 ในตอนนั้นเรารู้จักดวงจันทร์ของดาวเสาร์แค่เพียง 18 ดวงเท่านั้น แต่ด้วยภารกิจการสำรวจ ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดวงจันทร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น 53 ดวง ที่ยืนยันแล้วและมีอีก 9 ดวงที่รอการยืนยัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์บางดวง มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต เช่นดวงจันทร์เอนเซลาดัส จากการสำรวจพบว่าภายในดวงจันทร์มีปล่องน้ำร้อนที่ก้นมหาสมุทร ทำให้เชื่อกันว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจพบสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น อย่างไรก็ตามหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ได้รับหลังเสร็จสิ้นภารกิจการสำรวจอันยาวนาน 20 ปี ของยานกัสซีนีก็คือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวเสาร์ ที่จะช่วยให้เรารู้จักดาวดวงนี้ได้ดียิ่งขึ้น…หลับให้สบายนะเจ้ายานน้อย ถึงเวลาได้พักผ่อนแล้ว   อ่านเพิ่มเติม : บอกลายานกัสซีนี,  ระบบสุริยะจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน? ชายคนนี้จะมาจำลองให้ดู