10 การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ประจำปี 2019 ที่เป็นกระแสมากที่สุด

การค้นพบครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ปี 2019

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจความคิดเห็นออนไลน์ของบุคลากร ประกอบด้วยนักวิจัย อาจารย์และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก ที่เกิดขึ้นในปี 20189 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งหมดรวม 269 คน โดยสรุปผลการสำรวจข่าววิทยาศาสตร์แห่งปี 2019 10 อันดับแรก เรียงตามลำดับดังนี้คือ

ภาพถ่ายแรกของหลุมดำ

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์, หลุมดำ
ภาพของหลุมดำ

เมื่อเดือนเมษายน 2019 ผู้อำนวยการ EHT (Event Horizon Telescope) ประกาศผลสำเร็จของคณะนักวิจัยใน 7 ประเทศและผลงานวิชาการหลายฉบับที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal Letters รวมทั้งภาพถ่ายหลุมดำมวลมหาศาลเป็นพิเศษ (เท่ากับ 6.5 พันล้านเท่าของดวงอาทิตย์ของเรา) ที่อยู่ใกล้กับกาแล็กซี M87 โดยหลุมดำที่ค้นพบอยู่ห่างจากโลก 5.5 ล้านปีแสง วิธีการถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกลและมองไม่เห็น ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เท่ากับโลก แต่ EHT แก้ปัญหาโดยใช้ชุดกล้องนับสิบตัวที่กระจายอยู่ทั่วโลก และใช้เวลาราวสองปีในการถ่ายภาพ วิเคราะห์ และประมวลผล เพื่อสร้างภาพถ่ายหลุมดำขึ้นมา

รักษาเอดส์ให้หายขาดได้

รักษาเอดส์ให้หายขาด, การค้นพบทางวิทยาศาสตร์, โรคเอดส์

ขณะนี้มีคนติดเชื้อ HIV อยู่เกือบ 37 ล้านคน และมีคนเสียชีวิตนับล้านในแต่ละปี ปีนี้ นักวิจัยทดลองนำ retroviral nanoparticle มาใช้รักษาผู้ป่วย AIDS ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถป้องกันการเพิ่มจำนวนไวรัสได้ 99% ในสัตว์ทดลอง และยังมีการทดลองใช้ CRISPER ในการตัดดีเอ็นเอไวรัส ซึ่งประสบความสำเร็จมากกว่า 30% ในหนูทดลอง สำหรับในคน ปีนี้มีผู้ป่วยรายที่ 2 ที่รักษาหายขาดจากโรคนี้ได้ (รายแรกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว) โดยรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก

คืบหน้าสู่ Quantum Supremacy

ควอนตัมซูเปอร์มาซี, การค้นพบทาวิทยาศาสตร์, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

บริษัท Google ประกาศในเดือนตุลาคม 2019 ว่า พวกเขาสามารถสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computer) ได้สำเร็จ โดยตัวประมวลผลควอนตัมแบบ 53 qubit ที่สร้างขึ้น สามารถแก้โจทย์ปัญหาที่เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเดิมใช้เวลา 10,000 ปี แต่ตัวประมวลผลที่สร้างขึ้นใหม่ใช้เวลาเพียง 200 วินาที Hartmut Niven ผู้อำนวยการ Quantum Artificial Intelligence Lab ของกูเกิลประเมินว่า การเติบโตของความสามารถในการคำนวณจะไม่เป็นแบบยกกำลัง (exponential) เลขตัวเดียว ดังกฎของมัวร์เคยทำนายไว้อีกต่อไป แต่จะเติบโตแบบยกกำลังเลขสองตัวในไม่ช้า

โลกกำลังร้อนจนละลาย

ปีนี้มีรายงานการละลายของน้ำแข็งบนโลกมากมาย ครอบคลุมตั้งแต่กรีนแลนด์ถึงแอนตาร์กติกา ไปจนจรดสุดยอดเขาหิมาลัย โดยเป็นการละลายแบบมีความเร่ง หากยังคงความเร่งอย่างที่เป็นอยู่ ธารน้ำแข็ง (glacier) จะละลายจนแตกออกไปจนหมดทั่วโลกก่อนสิ้นศตวรรษนี้ ทีมวิจัยเดนมาร์กตีพิมพ์ผลการค้นพบในวารสาร Science Advances ประเมินว่า เฉพาะกรีนแลนด์ที่เดียว หากน้ำแข็งละลายหมดก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 13 นิ้ว

กัญชารักษาทุกโรค?

ปี 2019 เป็นปีที่มีผลิตภัณฑ์สาร CBD (Cannabidiol) ที่สกัดได้จากกัญชา ออกสู่ท้องตลาดจำนวนมาก ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งน้ำดื่มกัญชา กาแฟกัญชา ไปจนถึงเครื่องสำอาง หรือแม้แต่ยารักษาโรคในสุนัข หลายทศวรรษที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์กัญชาประกอบด้วยสาร THC เป็นตัวหลัก แม้ว่าพืชใกล้เคียงกัน (กัญชง) ไม่พบสารชนิดนี้ แต่ยาเพียงชนิดเดียวที่มีสารจากกัญชาและได้รับการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอมริกาคือ Epidiolex ที่ใช้รักษาโรคลมชัก แต่ในปี 2019 พบเอกสารทางวิชาการอธิบายสรรพคุณอีกหลายด้าน ตั้งแต่การใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ลดความกังวล และลดผลกระทบจากอาการ PTSD และยังมีความเชื่อว่ารักษาโรคอื่นๆ ได้อีกมากมายที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์

ผ่าทางตันสร้างสมองจิ๋ว

นักวิทยาศาสตร์สร้างสมองขนาดเท่ายางลบดินสอได้มาหลายปีแล้ว เรียกว่า brain organoids แต่ปัญหาที่พบคือ เซลล์ตรงกลางก้อนสมองจิ๋วนี้จะตาย เพราะไม่มีเส้นเลือดนำอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ปี 2019 นักวิทยศาสตร์เอาชนะปัญหานี้ได้ นักวิจัยกลุ่มแรกใส่เมมเบรนคั่นสมองส่วนในไว้ ส่วนอีกหนึ่งทีมวิจัยอาศัยการปรับสูตรอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ โปรตีน และเลี้ยงสมองไว้บนขั้วไฟฟ้า เก้าเดือนให้หลังสามารถตรวจพบคลื่นไฟฟ้าที่ซับซ้อนปริมาณมาก และโปรแกรมคอมพิวเตอร์แยกแยะข้อมูลที่ได้ออกจากคลื่นสมองทารกไม่ได้เลย สมองที่สร้างขึ้นนี้มีประโยชน์ในการใช้ศึกษาโรค และหาวิธีการรักษาโรคที่เกี่ยวกับสมอง

สำรวจวัตถุที่ไกลที่สุดที่เคยทำได้

ยานอวกาศ New Horizons ที่เคยสำรวจดาวพลูโตในปี 2015 เคลื่อนผ่านวัตถุที่ไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสำรวจด้วยยานอวกาศ ดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่มีชื่อว่า Ultima Thule หรือชื่อแบบทางการคือ 2014 MU69 ที่เป็นก้อนหินอวกาศรูปทรงคล้ายตุ๊กตาหิมะซึ่งอยู่ห่างจากโลกราว 4,000 ล้านไมล์ โดยอยู่ในแถบอุกกาบาตหนาแน่นที่เรียกว่า Kuiper Belt สัญญาณภาพดีเลย์ถึง 6 ชั่วโมงจากระยะทางที่ไกลขนาดนั้น

ทดสอบดัดแปลงยีนด้วย CRISPR ในระดับคลินิก

หลังถกเถียงกันเรื่องจริยธรรมมาหลายปี ในที่สุด ปี  2019 ก็เริ่มมีการทดลองดัดแปลงแก้ไขดีเอ็นเอผิดปกติในผู้ป่วยในระดับคลินิกด้วยเทคนิคคริสเพอร์-แคส 9 (CRISPR-Cas9) เทคนิคนี้ทำโดยเลือกตัดดีเอ็นเอตรงตำแหน่งจำเพาะ และไม่ทิ้งดีเอ็นเอส่วนเกินเหลือไว้ในกระบวนการ ช่วงเดือนเมษายน ปี 2019 มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียประกาศเริ่มใช้เทคนิคนี้ในการรักษาโรคมะเร็งในผู้ป่วยสองคน โดยนักวิจัยนำเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันออกมาแก้ไขก่อนใส่กลับเข้าร่างกายผู้ป่วย ส่วนผลการรักษาอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและติดตามผล

สิ่งมีชีวิตนับล้านเสี่ยงสูญพันธุ์

รายงานจากสหประชาชาติที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2019 ระบุว่า เป็นสถิติใหม่สำหรับประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่มีสปีชีส์ “มากกว่าล้านสปีชีส์” ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์พร้อมๆ กัน รายงานของ IPBES ที่อาศัยการประเมินจากแหล่งข้อมูลราว 15,000 ฐานข้อมูล ที่ครอบคลุมผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในช่วงมากกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้พบว่าร้อยละ 25 ของพืชและสัตว์ทั้งโลกที่อ่อนไหวและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในจำนวนนี้รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมากกว่าหนึ่งในสาม และสัตว์เลื้อยคลานมากกว่าร้อยละ 40 แม้แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เลี้ยงไว้ใช้งานหรือใช้เป็นอาหารก็อาจสูญพันธุ์ได้มากกว่าร้อยละ 9

“เด็กคริสเพอร์” ครบ 1 ขวบ

เด็กหญิงฝาแฝดสองคนที่เกิดในเดือนพฤศจิกายน 2019 โดยได้รับการแก้ไขยีน (gene editing) ตั้งแต่เป็นตัวอ่อนด้วยเทคนิคคริสเพอร์ (CRISPR) ซึ่งผลงานของนักวิจัยชาวจีน He Jiankui ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่าเป็นการวิจัยที่ผิดจริยธรรม ปัจจุบันสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ของสหรัฐอเมริกา ยังยินยอมแค่เปลี่ยนแปลงยีนในเซลล์ร่างกาย (somatic cell) ที่จะ “ไม่ถ่ายทอด” ไปยังรุ่นถัดไปเท่านั้น มีกลุ่มนักวิจัยด้านพันธุศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยเรื่องแก้ไขยีนในเซลล์สืบพันธุ์และตัวอ่อน และเลื่อนการดัดแปลงยีนในมนุษย์ไปอย่างน้อยอีก 5 ปี เพื่อรวบรวมผลการทดลองและศึกษาผลกระทบให้รอบด้านมากขึ้น กระนั้นเทคนิคดังกล่าวมีศักยภาพใช้รักษาโรคพันธุกรรมที่ไม่เคยมีทางรักษาได้เกือบ 6,000 โรคแล้ว และเริ่มมีการศึกษาวิธีประยุกต์ใช้ป้องกันการติดเชื้อ HIV อีกด้วย


ข้อมูลอ้างอิง

https://interestingengineering.com/how-was-the-first-picture-of-a-black-hole-taken

New York Times : https://www.nytimes.com/2019/03/04/health/aids-cure-london-patient.html

New York Times : https://www.nytimes.com/2019/10/16/style/self-care/cbd-oil-benefits.html 

https://www.theverge.com/2019/10/23/20928294/google-quantum-supremacy-sycamore-computer-qubit-milestone

https://www.nationalgeographic.com/environment/global-warming/big-thaw/

https://www.sciencedaily.com/releases/2019/10/191003141559.htm

https://www.space.com/ultima-thule-beyond-pluto-new-name-arrokoth.html

Synbiobeta :https://synbiobeta.com/crispr-clinical-trials-a-2019-update/

https://www.businessinsider.com/signs-of-6th-mass-extinction-2019-3

https://www.sciencemag.org/news/2019/08/did-crispr-help-or-harm-first-ever-gene-edited-babies

 

เรื่องแนะนำ

ซิฟิลิส: กามโรคที่ไม่เคยห่างหายไปจากมนุษย์

ภาพถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ทรีโพนีมา แพลลิดัม (Treponema pallidum) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ซิฟิลิส ขอบคุณภาพจาก Centers for Disease Control and Prevention, USA หลังจากโรค ซิฟิลิส ได้ห่างหายจากสังคมไทยไปพักใหญ่ ก็กลับมาระบาดอีกครั้ง โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากความเข้าใจผิด และความหย่อนยานในการป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อนี้ หลังจากที่ซิฟิลิสโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ครั้งหนึ่งเคยแพร่ระบาดในสังคมไทย ได้ทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จนสามารถควบคุมได้แล้ว กระแสความกลัวซิฟิลิสก็เริ่มจางหายไปในสังคม ผู้คนเริ่มสนใจกับโรคติดต่อประเภทเดียวกันที่ร้ายแรงกว่าอย่างเช่นโรคเอดส์แทน ซึ่งก็มีสัญญาณที่ดีในการควบคุมการแพร่ระบาดด้วยเช่นกัน แต่ในวันนี้ซิฟิลิสกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง แบบที่ไม่มีใครคาดคิด โดยข้อมูลการแพร่ระบาดเมื่อเร็วๆ นี้ อาจจะทำให้ผู้คนต่างงงงวยและไม่ทันตั้งตัว ว่าโรคระบาดที่ครั้งหนึ่งเชื่อกันว่าสามารถควบคุมได้แล้วกลับมาได้อย่างไร กามโรคจากแดนไกล ต้นกำเนิดของโรคซิฟิลิสนั้นไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด แต่มีทฤษฎีอยู่ 2 ทฤษฎีที่กล่าวถึงต้นกำเนิดของโรคนี้ โดยทฤษฎีแรกเชื่อว่าเป็นโรคในเขตร้อนที่มาจากการค้าทาสจากแอฟริกาไปยังยุโรปและทวีปอเมริกา อีกทฤษฎีหนึ่งคือ โรคนี้นำมาจากทวีปอเมริกาโดยลูกเรือของโคลัมบัส นักสำรวจทางทะเลชื่อดังผู้ค้นพบทวีปอเมริกา แล้วนำมาระบาดในยุโรป ซึ่งในสมัยนั้นเรียกกันว่า หัดอินเดียน อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคซิฟิลิสที่หนักจนนักประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้อยู่ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่สิบห้า ในแถบทวีปยุโรป ซึ่งเป็นโรคที่เกิดกับบรรดานักเดินทาง โสเภณี ทหาร โดยเวลานั้น ทุกประเทศในยุโรปต่างมีผู้ป่วยติดเชื้อซิฟิลิสอยู่ทุกประเทศ และโรคดังกล่าวก็ได้มาถึงประเทศไทย (สยาม) […]

ปลาพยาบาลจดจำตัวเองในกระจกได้

มีเพียงแค่มนุษย์ โลมา และไพรเมตบางชนิดเท่านั้นที่จดจำตนเองได้ในกระจก ทว่าผลการศึกษาใหม่บ่งชี้ว่า หรือปลาพยาบาลจะเป็นปลาชนิดแรกที่มีความสามารถดังกล่าวเช่นกัน?

สมองยามหลับใหล

สมองยามหลับใหล ผู้คนสมัยก่อนนอนหลับต่างจากเราในปัจจุบัน พวกเขาเข้านอนตอนพระอาทิตย์ตกและตื่นนอนตอนรุ่งสาง บ้างนอนกันเป็นกลุ่มๆ หรือนอนกันกลางแจ้งเพราะอากาศเย็นสบายกว่า และแสงอาทิตย์มีผลต่อรอบการนอน (circadian rhythm) โดยตรงมากกว่า เมื่อปี 2002 แครอล เวิร์ทแมน และเมลิซา เมลบีย์ จากมหาวิทยาลัยเอเมอรีตีพิมพ์ผลสำรวจเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนหลับของผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม พวกเขาพบว่าในหมู่ชนเผ่าเก็บของป่าล่าสัตว์ “เส้นกั้นแบ่งระหว่างการนอนหลับและการตื่นลื่นไหลมาก” ไม่มีเวลาเข้านอนที่แน่นอนตายตัวและไม่มีใครบอกคนอื่นให้เข้านอน คนที่หลับอยู่จะตื่นเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยหรือเสียงดนตรีขัดจังหวะขณะพักผ่อน พวกเขาอาจลุกขึ้นมาร่วมกิจกรรมนั้นแล้วหลับต่อ ปัจจุบันคงไม่มีใครในประเทศที่พัฒนาแล้วหลับแบบนี้เว้นแต่จะตั้งใจจริงๆ เราเข้านอนในเวลาที่ค่อนข้างตายตัว นอนคนเดียวหรือเป็นคู่ โดยเฉลี่ยแล้วเรานอนน้อยกว่าคนในศตวรรษที่แล้วราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งในแต่ละคืน การนอนไม่หลับหรือการอดนอนที่แพร่ระบาดอยู่ในทุกวันนี้อาจเป็นเพียงเพราะเราไม่ใส่ใจความต้องการของร่างกาย พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เราปรับพฤติกรรมการนอนของเราให้เข้ากับวิถีชีวิตอันวุ่นวาย แทนที่จะปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับการนอน จังหวะการนอนตามธรรมชาติของวัยรุ่นน่าจะเป็นว่าพวกเขาได้นอนตื่นสาย แต่เด็กๆ กลับต้องเข้าเรียนตอนแปดโมงเช้า ส่วนคนทำงานกะกลางคืนที่เข้านอนตอนเช้าต้องขับเคี่ยวกับจังหวะหรือท่วงทำนองที่มีมาแต่โบร่ำโบราณของร่างกาย ซึ่งสั่งการให้เราตื่นขึ้นเพื่อล่าสัตว์หรือหาของป่าในเวลาที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสว่าง แต่เขาหรือเธอกลับเลือกไม่ได้ คลิกดู กลไกของสมองยามหลับใหลแบบขยายใหญ่  เราต่อสู้กับแรงขับดันทางธรรมชาตินี้โดยเดิมพันกับสวัสดิภาพของเราเอง ชาร์ลส์ ไซส์เลอร์ จากกลุ่มศึกษาสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน กล่าวว่า การไม่ได้นอนติดต่อกัน 24 ชั่วโมงหรือนอนเพียงคืนละ 5 ชั่วโมงติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์มีค่าเท่ากับการมีแอลกอฮอล์ร้อยละ 0.1 อยู่ในกระแสเลือด แต่โลกธุรกิจสมัยใหม่กลับยกย่องการทำงานหามรุ่งหามค่ำของพนักงาน *บางส่วนจากสารคดี ความลับของการนอน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม […]