ทําไมเราถึงชอบ สิ่งที่ชอบ - นั่นเป็นเพราะพันธุกรรม - National Geographic Thailand

ทําไมเราถึงชอบสิ่งที่เราชอบ

คุณคิดว่าตัวเองรสนิยมดีใช่ไหมกับ สิ่งที่ชอบ แต่ไม่ใช่ตัวคุณหรอกที่ควรได้รับคําชม นั่นเป็นเพราะพันธุกรรมของคุณ จุลินทรีย์ในตัวคุณ และสิ่งแวดล้อมของคุณต่างหาก

คงไม่มีสิ่งใดบ่งบอกถึงความเป็นตัวเราได้ดีเท่ากับรสนิยมของเราอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไวน์ คู่รัก หรือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง รสนิยมของเราเป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของเรา จึงฟังดูเข้าท่าถ้าผมจะคิดว่า ความชอบและไม่ชอบของผมก่อร่างสร้างจากการใคร่ครวญอย่างรอบคอบ และการตัดสินใจด้วยเหตุผล ผ่านทางเลือกต่างๆที่ผมพอจะควบคุมได้

แล้วผมก็ได้รู้จักกับ ท็อกโซพลาสมา กอนดิไอ ในงานวิจัยของผมที่โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยอินดีแอนา ผมสังเกตว่าปรสิตเซลล์เดียว ที. กอนดิไอ นี้ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเจ้าบ้านที่มันอาศัยอยู่ได้ มันทำให้หนูไม่กลัวแมว ในงานวิจัยบางชิ้นบอกว่า มันอาจเปลี่ยนบุคลิกภาพในมนุษย์ด้วย

การศึกษาเหล่านี้ทำให้ผมสงสัยว่า จะมีสิ่งอื่นๆที่เราไม่ได้สังเกต หล่อหลอมให้เราเป็นอย่างที่เราเป็น กำหนดสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบหรือเปล่า ตอนผมค้นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ผมก็พบกับความจริงที่รบกวนใจว่า การกระทำของเราถูกควบคุมด้วยพลังทางชีวภาพที่ซุกซ่อนอยู่ พูดอีกอย่างคือ เราควบคุมรสนิยมส่วนตัวของเราได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย พฤติกรรมและความพึงพอใจต่างๆ ของเราได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากองค์ประกอบทางพันธุกรรม จากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของเราที่ส่งผลต่อยีน และจากยีนอื่นๆ ที่แทรกซึมเข้ามาในระบบร่างกายจากจุลินทรีย์นับไม่ถ้วนที่อาศัยอยู่ในตัวเรา

สิ่งที่ชอบผมว่าเรื่องนี้อาจฟังดูไร้สาระ เราถูกสอนว่าเราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เรารู้สึกเหมือนเราเลือกหยิบอาหารที่ชอบ เลือกคนที่เรามอบความรักให้ หรือเลือกกาบัตรเลือกตั้งไปตามสัญชาตญาณ การบอกว่าเราเป็นหุ่นยนต์มีเลือดเนื้อที่อยู่ใต้อิทธิพลของพลังที่มองไม่เห็นนั้นเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก

แต่หลังจากที่ผมถูกใครๆ ถามว่า ทำไมผมถึงไม่ชอบผักหลายชนิดที่คนส่วนใหญ่ชอบกัน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองมีบางอย่างผิดปกติ ทำไมผมถึงไม่ชอบบร็อกโคลีนะ

ผมไม่ได้เป็นคนเลือกจะเกลียดผักชนิดนี้ ผมถึงได้พากเพียรศึกษาหาคำอธิบายความเกลียดของผม โชคดีที่วิทยาศาสตร์ช่วยได้ นักวิจัยพบว่าราวร้อยละ 25 ของคนทั่วไป น่าจะเกลียดบร็อกโคลีด้วยเหตุผลเดียวกับผม คนพวกนี้ถูกเรียกว่า ซูเปอร์เทสเตอร์ (supertaster) พวกเรามีความแตกต่างทางพันธุกรรมที่สร้างตัวรับรสของเรา หนึ่งในบรรดายีนเหล่านั้นคือ TAS2R38 ที่รับรสสารเคมีขมๆ อย่างไทโอยูเรีย ซึ่งมีอยู่มากมายในบร็อกโคลี ดีเอ็นเอของผมมอบตัวรับรสที่ทำให้สารประกอบไทโอยูเรียขมอย่างน่าขยะแขยงแต่มันอาจเป็นวิธีที่ดีเอ็นเอใช้ขัดขวางไม่ให้ผมกินพืชอันตราย

คําอธิบายที่ว่าทำไมผมถึงเกลียดบร็อกโคลีนั้น ทั้งทำให้ผมพ้นผิดและรบกวนใจผมด้วย ผมโล่งใจที่ความรังเกียจผักกลุ่มกะหลํ่าไม่ใช่ความผิดของผม และผมไม่ได้เลือกยีนก่อนเกิดเอง แต่ความโล่งใจก็เปลี่ยนเป็นหวั่นใจเมื่อผมสงสัยว่า แล้วสิ่งอื่นๆ ที่กำหนดว่าผมเป็นใครนั้น อยู่นอกเหนือคำสั่งของผมด้วยหรือเปล่า มีอะไรสักกี่อย่างที่ผมควบคุมได้ด้วยตัวเองจริงๆ

แล้วรสนิยมของผมเกี่ยวกับผู้หญิงล่ะ ผมต้องควบคุมมันได้แน่นอน ลองเริ่มด้วยเรื่องพื้นๆ เช่น ทำไมผมถึงถูกใจผู้หญิงแทนที่จะเป็นผู้ชาย นี่ย่อมไม่ใช่การตัดสินใจด้วยสติที่ผมทำ ขณะนั่งบนหาดในเย็นวันหนึ่งขณะตรึกตรองเรื่องชีวิต แต่เป็นเพราะผมเกิดมาอย่างนี้ องค์ประกอบทางพันธุกรรมเกี่ยวกับเพศสภาพของมนุษย์ยังคลุมเครืออยู่ แต่ที่แจ่มแจ้งคือมันไม่ได้เป็นทางเลือก

ไม่ว่าเราจะมีเพศวิถีแบบใด เราคล้ายจะมีเหตุผลภายในเกี่ยวกับลักษณะอันพึงปรารถนาในคู่ของเรา ลักษณะต่างๆ เช่น ฟันสวยได้รูป ดวงตาเป็นประกาย และผมดกหนานั้นโดยทั่วไปถือกันว่ามีเสน่ห์

นักจิตวิทยาวิวัฒนาการเตือนเราว่า โดยแก่นแท้แล้ว ทุกอย่างที่เราทำ เกิดจากแรงขับใต้สำนึกเพื่อเอาตัวรอดและสืบทอดพันธุกรรม หรือไม่ก็ช่วยเหลือผู้อื่น (เช่นครอบครัว)ที่มียีนเหมือนเรา พวกเขาสันนิษฐานต่อไปว่าลักษณะทางกายภาพหลายอย่างที่เราคิดว่าเป็นเสน่ห์นั้น คือสัญญาณของสุขภาพและความแข็งแกร่งทางกาย

วิทยาศาสตร์ยังมีคำปลอบโยนให้ด้วยว่า เหตุใดการจีบของเราบางหนจึงถูกปฏิเสธ งานวิจัยที่รู้จักกันดีให้พวกผู้หญิงดมกลิ่นบริเวณใต้วงแขนของเสื้อยืดที่ผู้ชายสวม และให้คะแนนกลิ่น ยิ่งพันธุกรรมระบบภูมิคุ้มกันของผู้ชายและผู้หญิงเหมือนกันเท่าใด กลิ่นของเสื้อยืดก็ยิ่งเหม็นสำหรับผู้หญิงมากเท่านั้น มีคำอธิบายเชิงวิวัฒนาการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างได้เรื่องได้ราวว่า หากภูมิคุ้มกันของพ่อแม่เหมือนกันมากเกินไป ลูกหลานก็จะไม่มีกำลังพอจะสู้กับเชื้อโรค ในกรณีนี้ยีนใช้ตัวรับกลิ่นเป็นตัวแทนในการประเมินว่า ดีเอ็นเอของอีกฝ่ายจะเข้ากับของเราได้ดีหรือไม่ งานวิจัยลักษณะนี้ยืนยันว่าเคมีระหว่างบุคคลเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ

สิ่งที่น่าเจ็บใจคือระดับของการควบคุม พันธุกรรมมีอำนาจเหนือทางเลือกในชีวิตของเรา ผมสืบค้นหาพื้นที่ที่แน่ใจได้ว่าไปพ้นจากเงื้อมมือของดีเอ็นเอ นั่นคือรสนิยมเกี่ยวกับผู้นำทางการเมืองของเรา มันง่ายที่จะนึกภาพถึงยีนที่มีบทบาทในการทำให้ใครสักคนถนัดขวาหรือถนัดซ้าย แต่การที่คนจะเอนไป
ทางฝ่ายขวาหรือฝ่ายซ้ายเล่า ถึงมันจะดูเหมือนว่าไม่เกี่ยวกันแต่การเลือกตั้งก็เกี่ยวด้วย และดีเอ็นเอก็เป็นฝ่ายชนะอีกอยู่ดี

นักวิทยาศาสตร์พบว่าลักษณะทางบุคลิกภาพเฉพาะตัวมีแนวโน้มจะเกี่ยวข้องกับการที่คนเราอยู่ขั้วตรงข้ามกันในทางการเมือง โดยทั่วไป พวกเสรีนิยมมีแนวโน้มจะเป็นคนเปิดใจกว้าง สร้างสรรค์ และมองหาสิ่งใหม่ๆ ส่วนพวกอนุรักษนิยมมีแนวโน้มไปทางความสงบเรียบร้อย เป็นไปตามธรรมเนียมและชอบเสถียรภาพมากกว่า แฝดเหมือนที่ถูกแยกจากกันตอนเกิดและเลี้ยงดูมาในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน พอได้พบกันอีกครั้งก็มักพบว่ามีจุดยืนทางการเมืองร่วมกัน เป็นสิ่งที่บอกว่า องค์ประกอบทางพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับทิศทางทางการเมืองของเรา

งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าความแปรผันของยีนตัวรับโดปามีน D4 (DRD4) มีอิทธิพลว่าเราจะโหวตให้ฝ่ายไหน โดปามีนเป็นสารสื่อประสาทสำคัญในสมองที่เกี่ยวข้องกับศูนย์กลางด้านการตอบแทนและความพึงพอใจ ความแปรผันของ DRD4 เกี่ยวข้องกับการมองหาสิ่งใหม่ๆและพฤติกรรมกล้าเสี่ยง ซึ่งมักสัมพันธ์กับเสรีนิยมมากกว่า

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งในสมองของพวกอนุรักษนิยมกับเสรีนิยมแตกต่างกัน มันอาจส่งถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ตึงเครียด ตัวอย่างเช่น พวกอนุรักษนิยมมีแนวโน้มจะมีอะมิกดาลาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความกลัวในสมอง และมีปฏิกิริยาทางกายต่อภาพและเสียงที่ไม่พึงพอใจรุนแรงกว่า เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน ความแตกต่างทางชีวภาพเช่นนี้อาจมีส่วนช่วยอธิบายว่าเหตุใดมันถึงยากเย็นนักสำหรับเสรีนิยมหรืออนุรักษนิยมที่จะทำให้อีกฝ่าย “ตาสว่าง” ได้ ก็เรากำลังขอให้เขาเปลี่ยนไม่ใช่แค่ความคิด แต่ยังฝืนร่างกายตัวเองด้วย

ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงยอดของภูเขานํ้าแข็งเท่านั้น ความจริงพฤติกรรมของมนุษย์ทุกคน ตั้งแต่การเสพติด เสน่ห์ดึงดูดไปถึงความกังวลใจ ล้วนผูกพันอยู่กับสลักทางพันธุกรรม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราถูกกำหนดให้เป็นทาสดีเอ็นเอของเราเอง ดีเอ็นเอสร้างสมองชั้นเลิศให้มนุษย์จนเข้าใจเกมของดีเอ็นเอได้และด้วยการคิดค้นการปรับแก้พันธุกรรมขึ้น เราจึงกลายเป็นสปีชีส์ที่สามารถแก้ไขคำสั่งทางพันธุกรรมของตัวเองได้

วิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เป็นสิ่งที่เราคิดว่าเราเป็น ยังมีตัวประหลาดในร่างกายที่ขับเคลื่อนทุกการกระทำ และลักษณะบุคลิกที่เราคิดว่าเป็นความต้องการของเราเอง ตอนแรกการตระหนักนี้ทำให้เราท้อแท้ แต่ว่าความรู้คือพลัง การรู้ถึงพื้นฐานระดับโมเลกุลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางลบของเราควรทำ ให้เราอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิมในแง่ของการควบคุมหรือบำบัดรักษาด้วยการยอมรับว่าคนอื่นๆมีทางเลือกไม่มากนักในการเป็นอย่างที่พวกเขาเป็น ควรทำให้เราเห็นใจและกรุณาขึ้น บางทีด้วยความมั่นใจว่าเราควบคุมทุกอย่างไม่ได้ เราจะยืนหยัดต่อแรงกระตุ้นที่จะสรรเสริญหรือด่าทอ และพยายามทำความเข้าใจมากกว่าเดิม

เราเป็นแค่กองพันธุกรรมเท่านั้นหรือ

ในทางเทคนิคก็ใช่ แต่แม้เราจะจมอยู่ใต้กองจีโนม แต่ก็ยังมีตัวเราหลายภาคอยู่คนที่เราเห็นในกระจกเป็นหนึ่งในนั้นที่โผล่ขึ้นมาด้วยปัจจัยเฉพาะสารพันอย่างที่เราเคยประสบมานับแต่ปฏิสนธิ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของอภิพันธุกรรมเป็นการศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงทางเคมีสร้างดีเอ็นเออย่างไร หรือโปรตีนที่ทำปฏิกิริยากับดีเอ็นเอส่งผลต่อกิจกรรมของยีนอย่างไร

ดีเอ็นเออาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมในทางที่จะส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อพัฒนาการและพฤติกรรม ไม่นานมานี้มันยังแสดงให้เห็นว่าจุลินทรีย์ในร่างกายเราหรือจุลชีวนิเวศ อาจเป็นปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมมากมาย ตั้งแต่การกินเกินขนาดไปจนถึงภาวะซึมเศร้า สรุปแล้วเราคือพันธุกรรมของเรา แต่พันธุกรรมของเราไม่อาจถูกประเมินนอกบริบททางสิ่งแวดล้อมได้พันธุกรรมก็เหมือนคีย์เปียโน แต่สิ่งแวดล้อมนั้นเป็นผู้เล่นให้เป็นเพลง

เรื่อง บิล ซัลลิแวน

บิล ซัลลิแวน เป็นศาสตราจารย์ด้านเภสัชวิทยาและจุลชีววิทยาที่โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยอินดีแอนา ซึ่งเขาศึกษาโรคติดต่อและพันธุกรรม


อ่านเพิ่มเติม ทราเวล-บล็อกเกอร์ หาเงินอย่างไร ผ่านโซเชียลมีเดีย 

ทราเวล-บล็อกเกอร์
การรวบรวมข้อมูลประสบการณ์การไปเที่ยว คือส่วนหนึ่งในหน้าที่ของทราเวล-บล็อกเกอร์ ภาพถ่ายโดย Getty Images

เรื่องแนะนำ

‘ตลาดสด อู่ฮั่น ‘ คือจุดเริ่มต้นแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 จริงหรือไม่

มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ถกเถียงกันว่าต้นเหตุของโควิด-19 มิได้มาจากตลาดสด อู่ฮั่น เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าอย่างการทำฟาร์มสัตว์ป่าที่มีการควบคุมอย่างย่ำแย่ อู่ฮั่น , จีน – “ผมขนลุกทุกครั้งที่ผมขับรถผ่านที่นี่เลยครับ” คนขับแท็กซี่พูดขึ้นขณะเขาจอดรถใกล้กับตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในอู่ฮั่น ตลาดสดซึ่งเป็นทั้งแหล่งขายและเชือดสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งนี้คือสถานที่ที่ผู้ป่วยโควิด-19 คนแรกๆ ทำงานหรือมาเยือนก่อนจะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคม 2019 “หัวหนานกลายเป็นเหมือนภาพจำของโรคนี้ไปแล้วครับ” เขากล่าว ตลาดสดแห่งนี้ถูกกำหนดเป็นเขตหวงห้ามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 และถูกแช่แข็งใต้กาลเวลาเบื้องหลังกำแพงสีน้ำเงินขนาดยักษ์ ด้านใน แผงร้านค้าและสิ่งของต่างๆ ถูกปล่อยทิ้งร้าง ข้อความว่า “สดๆ เป็นๆ” ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคำจำกัดความของสินค้าในตลาดแห่งนี้ ถูกเขียนอยู่บนป้ายโฆษณาป้ายหนึ่ง ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ปีที่สามของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ต้นกำเนิดที่แน่ชัดของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคและบทบาทของตลาดหัวหนานในการจุดประกายการแพร่ระบาดยังคงเป็นที่ถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน แม้เหล่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าการอุบัติของโควิด-19 เกิดจากการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน (zoonotic spillover) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์ได้รับเชื้อโรคซึ่งแพร่มาจากสัตว์ป่า แต่ปริศนาว่าเป็นเวลาใดและที่ใดกันแน่ที่ตัวเชื้อเริ่มการแพร่ระบาดดังกล่าวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด การระบุอย่างเจาะจงว่าการแพร่เชื้อเกิดขึ้นที่ใดนั้นจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแค่สำหรับแวดวงวิชาการ แต่ “มันส่งผลสำคัญสำหรับการจัดวางนโยบาย” ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและหวังว่าจะป้องการการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งต่อไปได้ Roger Frutos นักวิทยาไวรัสประจำมหาวิทยาลัย Montpellier ในฟรั่งเศส กล่าว เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยนานาชาติได้ตีพิมพ์งานวิจัยสองชิ้นซึ่งมีข้อสรุปตรงกันว่าตลาดหัวหนานคือจุดศูนย์กลางของการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้ลงในวารสาร Science โดยบ่งชี้ว่า SARS-CoV-2 […]

สายฟ้าภูเขาไฟ (Volcanic Lightning)

แสงแลบแปลบปลาบที่ฟาดผ่านออกมาจากลุ่มควันบนปากปล่องภูเขาไฟ เป็นภาพที่สร้างความสะพรึงและสวยงามไปพร้อมกัน สายฟ้าภูเขาไฟ หรือ Volcanic Lightning เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยากที่สุดอย่างหนึ่งบนโลก การเกิดพายุและสายฟ้าฟาดบนปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุ แสงฟ้าผ่าที่เจิดจ้าท่ามกลางกลุ่มหมอกควันและเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่กำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ความมหัศจรรย์ที่มาพร้อมกับการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟ ส่งผลให้การลงพื้นที่สำรวจและศึกษาปรากฏการณ์สายฟ้าแห่งภูเขาไฟอย่างใกล้ชิดกลายเป็นเรื่องยากและสุดแสนอันตราย ดังนั้น สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดพายุสายฟ้าเหล่านี้ จึงกลายเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายได้แต่ทำการคาดการณ์ตามหลักทฤษฎีเบื้องต้นตลอดมา กลไกการเกิดปรากฏการณ์สายฟ้าแห่งภูเขาไฟ พายุและสายฟ้าฟาดบนปากปล่องภูเขาไฟก่อตัวขึ้นเหนือพื้นโลก จากกลุ่มเถ้าถ่าน (Volcanic Plume) หนาแน่นที่พวยพุ่งออกมา เมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิด แรงดันและการปะทุที่รุนแรงส่งผลให้อนุภาคต่างๆ ของทั้งเศษหิน ไอน้ำ ลาวา และก้อนน้ำแข็งในกลุ่มหมอกควันและเถ้าถ่าน เกิดการปะทะและเสียดสีกัน จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากแรงเสียดทาน (Friction) ที่ทำให้อนุภาคทั้งหลายกลายเป็นประจุไฟฟ้า เนื่องจากการชนและเสียดสีกันท่ามกลางอุณหภูมิร้อนจัด ส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอน (Electron) ระหว่างอนุภาคได้ง่าย อนุภาคที่ได้รับอิเล็กตรอนกลายเป็นอนุภาคที่มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเป็นประจุลบ ขณะที่อนุภาค ซึ่งสูญเสียอิเล็กตรอนกลายเป็นอนุภาคที่มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเป็นประจุบวก อนุภาคทั้งสองขั้วเกิดการแบ่งแยกออกจากกันตามน้ำหนักและขนาดมวล ก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆไอออน (Ion) อยู่เหนือปล่องภูเขาไฟ เมื่อการปะทุของภูเขาไฟยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอนุภาคของเถ้าถ่านที่แยกออกจากกันตามคุณสมบัติทางไฟฟ้า จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความต่างศักย์ทางไฟฟ้าสูงขึ้น จนกระทั่งเกินขีดจำกัดการต้านทานของอากาศ ก่อให้เกิดสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือการไหลของกระแสไฟฟ้า ซึ่งแสงจากสายฟ้าฟาด คือ การระเบิดของมวลอากาศที่ได้รับความร้อนสูงจัดในเวลาอันรวดเร็วจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน ซึ่งต้องการเชื่อมต่ออนุภาคขั้วตรงข้ามเข้าหากัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอนุภาคทั้งสอง ปรากฏการณ์สายฟ้าแห่งภูเขาไฟมักเกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟขนาดใหญ่ เนื่องจากมีแต่การระเบิดอย่างรุนแรง […]

การพรางตัวของสัตว์ กลยุทธ์เพื่อหลอกล่อผู้ล่า

การพรางตัวของสัตว์ ซับซ้อนกว่าที่เราคิด มันมาในหลากหลายรูปแบบ และสัตว์บางชนิดใช้การพรางตัวมากกว่าหนึ่งแบบเพื่อหลอกล่อผู้ล่า การพรางตัวของสัตว์ หรือการย้อมสีพรางตัว (Cryptic Coloration) ไม่ได้มีไว้สำหรับทหารในกองทัพเท่านั้น สิ่งเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปในสัตว์ต่างๆ สำหรับทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม ไม่ให้ผู้จ้องโจมตีมองเห็นได้ การพรางตัวตามธรรมชาติเช่นนี้ เป็นหนึ่งในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต (Adaptation) ซึ่งเป็นกลไกทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่ทำการปรับเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างทางกายภาพ สรีรวิทยา รวมถึงพฤติกรรมบางประการ ให้เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในระบบนิเวศ ทั้งเพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามหรือผู้ล่า การเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร รวมถึงปัจจัยในด้านต่าง ๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต   กลวิธีการพรางตัวของสัตว์ การพรางตัวมีหลายประเภท และสัตว์บางชนิดใช้มากกว่าหนึ่งแบบในการพรางตัว กลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ การทำตัวให้กลมกลืนกับพื้นหลัง ซึ่งอาจจะเรียบง่ายเหมือนขนสีขาวของสุนัขจิ้งจองที่จับพอดีกับสีของทุนดราอาร์กติก หรือซับซ้อนเหมือนแมลงใบไม้ที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของใบไม้จริง   กลวิธีอีกอย่างคือ การพรางตัวแบบใช้สีให้สับสน เมื่อสัตว์ปลอมตัวตนไปตามตำแหน่งที่อยู่ด้วยการใช้แพทเทิร์นสี เช่น ผีเสื้อนกฮูกมีปีกเหมือนตานกฮูก ทำให้ผู้ล่าหลงคิดว่ากำลังจ้องมองไปที่ใบหน้าของนกฮูกอยู่ แทนที่จะเป็นด้านหลังของปีกผีเสื้อ แทนที่จะปกปิดตัวตนของตัวเอง สิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น ผีเสื้อจักรพรรดิใช้สีสำหรับการเตือนภัย หรือกลไกที่เรียกว่า Aposematic ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่งสัญญาณให้ผู้ล่ารู้ว่าพวกมันมีพิษ และไม่คุ้มที่จะเสี่ยงต่อการโจมตี การเลียนแบบ (Mimicry) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีประโยชน์ เช่น งูคิงสีแดง (Scarlet King […]

ความรู้ประจำวัน : ไดโนเสาร์เต้นรำเหมือนนก

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการศึกษาไดโนเสาร์ก็คือ นกในปัจจุบันคือไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิต หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือลูกหลานของไดโนเสาร์ นกจำนวนมากอวดโฉมขนของพวกมันเพื่อใช้ในการจับคู่ ทีนี้ลองคิดถึงบรรพบรุษของนกอย่างไทเซราทอปส์ ไดโนเสาร์มีเขาที่ใช้แผงบนศีรษะของมันเพื่อจุดประสงค์เดียวกันบ้าง นักบรรพชีวินวิทยาไม่คิดว่าเขาและแผงบนหัวของไดโนเสาร์ชนิดนี้จะมีไว้เพื่อใช้สำหรับการต่อสู้ ตรงกันข้ามพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออวดโฉมในการจับคู่ เนื่องจากเมื่อเติบโตขึ้นกระดูกบริเวณนี้จะเปราะและบางลง ดังนั้นเมื่อมองไปที่จังหวะการเต้นรำของนกบางสายพันธุ์ที่ทำเพื่อการจับคู่แล้ว ในโลกดึกดำบรรพ์ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าไดโนเสาร์เหล่านี้อาจเต้นรำไม่ต่างจากนก ซึ่งคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู   อ่านเพิ่มเติม : แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย, ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย