แอมโมเนียมไนเตรตคืออะไร และทำไมปุ๋ยเคมีจึงกลายเป็นระเบิดได้

แอมโมเนียมไนเตรตและเหตุระเบิด กรุงเบรุต เลบานอน

เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ใน กรุงเบรุต (Beirut) เมืองหลวงของประเทศเลบานอน เมื่อช่วงเย็นตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเหตุระเบิดรุนแรงบริเวณท่าเรือ กรุงเบรุต (Beirut’s Port) ณ ขณะนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อท่าเรือหลัก สิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือน และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 78 ชีวิต รวมถึงการมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน

จากข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงในเลบานอน กล่าวว่าการระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่ท่าเรือเบรุต เกิดจากวัตถุที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือสารไวไฟ (Flammable Materials) ที่ถูกเก็บรักษาอยู่ภายในโกดังของท่าเรือเบรุต การระเบิดครั้งแรกนั้นไม่รุนแรงนัก แต่กลายเป็นชนวนของการระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่า

โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) หรือหน่วยงานตรวจจับแผ่นดินไหวทั่วโลกระบุว่าการระเบิดครั้งที่ 2 นี้ ได้สร้างคลื่นสั่นสะเทือนที่มีความรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 3.3 และก่อให้เกิดเมฆรูปดอกเห็ดสีชมพู-เหลือง ขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง

สาเหตุของการระเบิดที่ยังไม่แน่ชัด

จนถึงขณะนี้ สาเหตุของการระเบิดยังไม่ได้รับการระบุอย่างแน่ชัด เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนภายใน แต่ทางหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเลบานอน กล่าวว่าสาเหตุของการะเบิดมาจากแอมโมเนียมไนเตรต (Ammonium Nitrate) กว่า 2,700 ตันซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในโกดังของท่าเรือเบรุตนานถึง 6 ปี โดยปราศจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ

แอมโมเนียมไนเตรต (Ammonium Nitrate)

แอมโมเนียมไนเตรต, ระเบิดเมืองเบรุต, ระเบิด, ปู่ยเคมี, สารเคมี, กรุงเบรุต

แอมโมเนียมไนเตรต (NH4NO3) คือ สารประกอบที่มีลักษณะคล้ายผงผลึกสีขาว สามารถละลายน้ำได้ดี โดยทั่วไปเราอาจรู้จักแอมโมเนียมไนเตรตในชื่อของ “ดินประสิว” (Saltpetre) ซึ่งเป็นแร่ธรรมชาติที่มีแหล่งกำเนิดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) ประเทศชิลี แต่ในปัจจุบัน แอมโมเนียมไนเตรตที่ใช้อยู่เกือบทั้งหมดเป็นสารสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมที่ผลิตขึ้นจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนีย (Ammonium) และกรดไนตริก (Nitric Acid)

แอมโมเนียมไนเตรตส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการเกษตร เป็นปุ๋ยไนโตรเจนสูงที่มีคุณสมบัติค่อนข้างเสถียร คงอยู่ในดินได้นาน และมีราคาไม่แพง นอกจากนี้ แอมโมเนียมไนเตรตยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัตถุระเบิดทางอุตสาหกรรมที่ใช้ในเหมืองแร่ เหมืองหิน และการก่อสร้างต่าง ๆ รวมไปถึงการนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการผลิตก๊าซหัวเราะหรือไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) ที่ใช้เป็นยาสลบสำหรับการผ่าตัดและระงับอาการปวดทางทันตกรรมอีกด้วย

แอมโมเนียมไนเตรตและการระเบิด

โดยทั่วไป แอมโมเนียมไนเตรตเป็นสารประกอบที่มีความเสถียร ซึ่งไม่สามารถสร้างการระเบิดได้ด้วยตนเอง แต่แอมโมเนียมไนเตรตเป็น “สารออกซิไดซ์” (Oxidizer) ที่ช่วยเร่งการลุกไหม้หรือกระบวนการสันดาปได้ดียิ่งขึ้น การระเบิดสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อมีวัตถุไวไฟ ประกอบกับแอมโมเนียมไนเตรตสัมผัสถูกความร้อนหรือคลื่นระเบิด (Shock Wave) ถึงแม้จะอยู่ในสถานที่ปิดและปราศจากออกซิเจน แอมโมเนียมไนเตรตสามารถแตกตัวอย่างรวดเร็ว เกิดการระเหิดกลายเป็นไอ และปลดปล่อยออกซิเจนออกมาจำนวนมาก ซึ่งสามารถหล่อเลี้ยงและเพิ่มขนาดของเปลวเพลิงให้ลุกแรงอย่างต่อเนื่อง

แอมโมเนียมไนเตรตสามารถสูญเสียความเสถียร เมื่อเกิดการผสมปนเปกับสารชนิดอื่น ๆ (Contaminants) โดยเฉพาะสารประกอบคลอไรด์ (Chlorides) และโลหะต่าง ๆ (Metals) รวมไปถึงเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงหรือมีการลดลงของค่า pH หรือค่าความเป็นกรดด่าง ดังนั้น ในหลายประเทศทั่วโลก จึงมีการบัญญัติกฎระเบียบและมาตรการควบคุมการจัดเก็บแอมโมเนียมไนเตรตอย่างเคร่งครัด

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


ข้อมูลอ้างอิง

Al Jazeera Media Network – https://www.aljazeera.com/news/2020/08/huge-explosion-rocks-lebanon-capital-beirut-live-updates-200804163620414.html

New York Times – https://www.nytimes.com/2020/08/04/world/middleeast/beirut-explosion-blast.html

Sky News UK – https://news.sky.com/story/beirut-explosion-what-is-ammonium-nitrate-and-why-is-it-so-dangerous-12042671

Workplace Health and Safety Queensland – https://www.worksafe.qld.gov.au/injury-prevention-safety/hazardous-chemicals/specific-hazardous-chemicals/ammonium-nitrate

Guardian News & Media Limited – https://www.theguardian.com/world/2020/aug/05/ammonium-nitrate-what-is-the-chemical-blamed-for-blast-in-lebanese-capital


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ประวัติกำเนิด อาวุธนิวเคลียร์ ยุทโธปกรณ์ที่เปลี่ยนโลกทั้งใบจนทุกวันนี้

อาวุธนิวเคลียร์, ทหารสหรัฐ

เรื่องแนะนำ

ความงามอันพรั่นพรึงเมื่อสายฟ้าฟาด

พายุเหล่านี้มีพลังทำลายล้างอันรุนแรง ทว่าก็งดงามจับใจในเวลาเดียวกัน ต้องขอบคุณช่างภาพเหล่านี้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตบันทึกความงามของพวกมันมาให้เราได้ชมกัน

จีนแก้ปัญหาไวรัสโคโรนาอย่างไร – รายงานจากองค์การอนามัยโลก

แพทย์กำลังตรวจภาพซีทีสแกนของปอดในโรงพยาบาลที่เขต Yunmeng เมือง Xiaogan มณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศจีน ภาพถ่ายโดย STR/AFP/CHINA OUT VIA GETTY IMAGES องค์การอนามัยโลกส่งทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติไปยังประเทศจีน 25 คน เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับสถานการณ์  ไวรัสโคโรนา รวมไปถึงคลิฟฟอร์ด เลน ผู้อำนวยการคลินิกของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (US National Institutes of Health) โดยทีมได้เดินทางไปที่กรุงปักกิ่ง เมืองอู่ฮั่น, กวางโจว และเฉิงตู และได้มีการแถลงผลการตรวจสอบ และต่อไปนี้ก็คือ ข้อสรุปหลักๆ ของทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ 25 คน  ที่องค์การอนามัยโลกส่งเข้าไปสืบสวนสถานการณ์ในจีน หลังจากปฏิบัติงานผ่านไป 9 วัน กรณีส่วนใหญ่ (78-85%) เกิดจากการติดต่อกันในครอบครัวจากละอองเสมหะ (droplet) ไม่ใช่จากการกระจายจากละอองลอย (aerosol) เป็นหลัก ส่วนใหญ่ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ติดเชื้อ (จากทั้งหมด 2,055 คน) ติดเชื้อจากที่บ้าน หรือไม่ก็ติดเชื้อจากการระบาดในช่วงแรกที่ยังไม่มีการประกาศมาตรการรับมือโรค ราว 5% […]

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศ

การอาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศต่างมีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งช่วยให้เกิด ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และเกิดการปรับตัวร่วมกัน นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ทั้งที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงและดำรงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง ในระบบนิเวศยังมีการปฏิสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องอีกหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ซึ่งมีอาณาบริเวณอันจำกัด มีปริมาณอาหาร น้ำดื่มและปัจจัยที่จำเป็นอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของทุกชีวิต  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิด (Interspecific interactions) หมายถึง ความเกี่ยวข้องหรือสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากการอาศัยอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศ โดยก่อให้เกิดทั้งภาวะของการพึ่งพาอาศัยกันและกัน การแก่งแย่งแข่งขัน หรือแม้แต่การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเพื่อความอยู่รอด ซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้ สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท โดยส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น เป็นประโยชน์ต่อกัน (+) เป็นโทษหรือภัยคุกคาม (-) และการไม่ได้รับผลกระทบและผลประโยชน์ใด ๆ (0) ดังนี้ ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (Mutualism : +/+) หมายถึง ความสัมพันธ์ระยะยาวของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถแยกตัวออกจากกันได้อีกเลยตลอดช่วงชีวิต เช่น  ไลเคน (Lichens) : สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการพึ่งพาอาศัยกันของราและสาหร่าย โดยที่ราทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและแร่ธาตุแก่สาหร่าย ขณะที่สาหร่ายทำหน้าที่สร้างอาหารให้ราผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ไรโซเบียม […]