การระบาดใหญ่เปลี่ยนมนุษย์เราอย่างไร

โลงบรรจุศพชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เสียชีวิตช่วงโควิด-19 มี การระบาดใหญ่ ไปทั่วโลก เก็บไว้ในสถานที่เก็บศพแห่งหนึ่งที่เมืองมิลานเพื่อรอส่งกลับประเทศ สถานที่เก็บศพในแคว้นลอมบาร์ดีของอิตาลีมีศพแน่น จนต้องส่งไปเผาในภูมิภาคอื่น (ภาพถ่าย: กาบรีแอล กาลิมเบอร์ตี)


เราจะจดจำบทเรียนต่างๆ ที่ได้ หลังหายนะครั้งนี้ผ่านพ้นไปหรือไม่

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ การระบาดใหญ่ ของโควิด-19 ลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก เรือตรวจการณ์ ไพก์ ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ แล่นโต้คลื่นไปยังเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ที่จอดทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย 23 กิโลเมตร เพื่อส่งทีมแพทย์กู้ภัยพิบัติไปคัดแยกผู้ป่วย ออกจากผู้โดยสารที่ดูปกติอื่นๆ ราว 3,500 คนบนเรือและเตรียมส่งผู้ป่วยขึ้นฝั่ง บนเรือ ไพก์ ไมเคิล คัลลาแฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อผู้มีประสบการณ์หลายสิบปีใน “พื้นที่ระบาด” ทั่วโลก พร้อมทีมงานรออยู่

ไข้ทรพิษ
ภาพประกอบในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเรื่อง หลักสำคัญของไข้ทรพิษ ตีพิมพ์ราวปี 1720 แสดงภาพชัดเจนของผื่นที่เกิดจากโรค ไม่มีใครรู้ต้นตอของไวรัสที่ก่อโรคไข้ทรพิษ แต่เชื่อกันว่าโรคนี้เล่นงาน ชาวอียิปต์เมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน หลังการรณรงค์ฉีดวัคซีนทั่วโลก ในที่สุดองค์การอนามัยโลกก็ประกาศว่า โรคนี้ได้ถูกขจัดหมดสิ้นแล้วเมื่อปี 1980 (ที่มา: WELLCOME COLLECTION, ATTRIBUTION 4.0 INTERNATIONAL)

ในตอนนั้น ทั้งโลกกำลังกระโจนเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน หรือควรจะเรียกว่าสภาวะที่ถูกลืมไปแล้วมากกว่า โรคระบาด (epidemic) สร้างความเจ็บปวดให้มนุษย์เสมอ และ การระบาดใหญ่ ทั่วโลก (pandemic) ก็เกิดตั้งแต่มนุษย์อพยพไปทั่วโลกแล้ว โรคเหล่านั้นสอนบทเรียนสำคัญๆ ให้เรา ถ้าเพียงแต่เราจะรู้จักจดจำไว้บ้าง ทั้งในยามเหนื่อยล้าและโล่งใจหลังอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว การระบาดทั่วโลกชนิดใหม่ๆ เช่น โควิด-19 เตือนเราว่า เราแพร่เชื้อให้กันได้ง่ายเพียงใด โดยเฉพาะ สู่คนที่เรารัก ความกลัวว่าจะแพร่เชื้อทำให้เราต้องแยกจากกันอย่างไร การอยู่อย่างโดดเดี่ยวเลวร้ายขนาดไหน และผู้ป่วยมักต้องเสียชีวิตอย่างน่ารันทดตามลำพังเช่นไรด้วย เหนือสิ่งอื่นใด โรคระบาดใหญ่ทั่วโลกชนิดใหม่นี้เตือนเราว่า เราต้องพึ่งพาผู้กล้ากลุ่มเล็กๆ อย่างคัลลาแฮน ที่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อต่อกรกับโรคต่างๆ มากเพียงใด

กระทั่งในตอนนั้น คัลลาแฮนก็จัดว่าเป็นผู้คร่ำหวอดเรื่องโควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลกแล้ว เขาเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเล็กๆ ที่คุ้นเคยกันถึงโรคที่อุบัติขึ้นในเมืองอู่ฮั่นของจีนมาตั้งแต่เดือนมกราคม เขาเห็นผู้ป่วยในสิงคโปร์ตอนโรคเริ่มแพร่ไปถึงที่นั่น และเป็นผู้บรรยายสรุปแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เขาช่วยอพยพคนในเรือสำราญที่โยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น และรักษาผู้ป่วยคนแรกๆ ในสหรัฐฯ

โรคระบาด, กาฬโรค
กระดูกและกะโหลกบางส่วนของผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคจำนวน 30,000 คนในศตวรรษที่สิบสี่ ประดับอยู่ภายในโบสถ์เซดเลคออสซัวรีในสาธารณรัฐเช็ก (ภาพถ่าย: ชาร์ลี แฮมิลตัน เจมส์)

ตอนที่โรคแพร่ไปถึงบอสตัน ซึ่งเขาทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์ ขณะที่เฝ้าสังเกต ทำงาน และระดมสมองเรื่องปัญหาการขาดเครื่องช่วยหายใจ เขาก็ตระหนักว่าโรคนี้มี “ความสามารถแพร่เชื้อเป็นเลิศ”

ตลอดหลายสิบปีที่คัลลาแฮนเป็นผู้เชี่ยวชาญในแนวหน้าของโรคระบาดทุกหนแห่ง เขาทำงานเพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้ออีโบลา, ซาร์ส, ไข้หวัดนกหรือ H5N1, และเชื้ออื่นๆ อีกสารพัด โดยเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรต่างๆ มากมาย ตั้งแต่โรงพยาบาลและองค์กรสาธารณสุขไม่แสวงกำไรระดับโลก ไปถึงรัฐบาลสหรัฐฯ นานๆครั้งเขาจะกลับไปหาครอบครัวที่โคโลราโด นั่งทำงานผ่านโทรศัพท์และแล็บท็อป

คัลลาแฮนเลือกเส้นทางอาชีพนี้เพราะเคยสัมผัสความโหดร้ายทารุณระหว่างทำงานที่ค่ายผู้อพยพหลายแห่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ประสบการณ์นั้นสอนเขาว่าโรคติดต่อในประเทศกำลังพัฒนาคือ “หายนะที่กลิ้งไปช้าๆ และเคลื่อนไปไม่รู้หยุด ความอยุติธรรมของเรื่องทั้งหมดนี้เป็นพลังขับเคลื่อนผมอย่างมาก”

หน้ากากอนามัย, โรคระบาด
หน้ากากเอ็น 95 ได้รับการฆ่าเชื้อเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างปลอดภัย ระบบที่พัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงกำไรแบตเทลล์ในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ นำไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในรูปของ ไอระเหยมาใช้ในกระบวนการที่อาจทำซ้ำได้ถึง 20 ครั้งกับหน้ากากเอ็น 95 (ภาพถ่าย: ไบรอัน ไคเซอร์, NEW YORK TIME/REDUX)

ประสบการณ์ต่อมากับอีโบลาและโรคระบาดอื่นๆ ในแอฟริกาตะวันตกสอนเขาด้วยว่า การรักษาผู้ป่วยทีละคนนั้นไม่พอ แต่การฝึกอบรมหรือมอบอุปกรณ์ให้เจ้าหน้าที่แพทย์ท้องถิ่น “จะสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงในหมู่บ้าน ชุมชน หรือโรงพยาบาล และความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะยังคงอยู่เมื่อเรากลับไปแล้ว”

นั่นกลายเป็นปรัชญานำชีวิตของเขา ตอนทำงานให้โครงการหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คัลลาแฮนช่วยให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกปลดจากโครงการวิจัยอาวุธเคมีและชีวภาพในรัสเซียยุคหลังโซเวียตได้รับการฝึกฝนเพื่อเป็นนักวิจัยโรคติดต่อในยามสงบ นั่นนำไปสู่การทำงานเกือบสิบปีในหน่วยงานวิจัยดาร์พาของเพนตากอน (Defense Advanced Research Projects Agency: DARPA) ซึ่งเขาได้พัฒนาโครงการพยากรณ์ (Prophecy) เพื่อคาดการณ์และป้องกันโรคอุบัติใหม่ต่างๆ

ภูมิหลังเช่นนี้ทำให้คัลลาแฮนมีความเข้าใจเชิงลึกที่ไม่เหมือนใครถึงวิธีที่เราอาจปรับตัวให้อยู่กับโควิด-19 และโรคอุบัติใหม่อื่นๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป เขาเสนอว่าการรักษาสุขภาพของเราอาจขึ้นอยู่กับการหาวิธีช่วยประเทศอื่นๆ ให้ตอบสนองความจำเป็นต่างๆ ได้ ถึงแม้รัฐบาลชาตินั้นๆ จะแสดงออกว่าเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน และความต้องการเหล่านั้นอาจดูเหมือนไม่สนองผลประโยชน์ของชาติใน ระยะสั้นของเราเสมอไป ทว่าเรื่องนี้เป็นการมองการณ์ไกลในระยะยาวมากกว่า

โรคระบาด, เชื้อโรค
ในช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้า ช่างภาพ แอนดรูว์ พริงเกิล ใช้กล้องจุลทรรศน์จับภาพ เชื้อวัณโรค เชื้อแอนแทรกซ์ และแบคทีเรียชนิดอื่นๆ (ที่มา: WELLCOME COLLECTION, ATTRIBUTION 4.0 INTERNATIONAL)

โรคระบาดทั่วโลกในปัจจุบันอย่างโควิด-19 จะเร่งความพยายามในการพยากรณ์และการควบคุมโรคระบาดทั่วโลกในอนาคตอย่างเกือบจะแน่นอน อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่มีใครรู้ว่า การป้องกันควรทำอย่างไร ต้องใช้เงินเท่าไร หรือเศรษฐกิจจะพังแค่ไหนเพื่อแลกมา

ประเทศต่างๆจะยอมเล่นเกมยาวด้วยการร่วมมือในระดับนานาชาติหรือไม่ หรือแนวโน้มของผลประโยชน์ระดับชาติในระยะสั้นจะเห็นได้ชัดกว่า สังคมจะยอมรับการทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อป้องกันโรคระบาดต่างๆ หรือไม่

เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่น่าตระหนก หรือบางทีเราอาจกลับไปสู่โลกเก่าของบรรพบุรุษที่รุมเร้าไปด้วยโรคระบาด บทเรียนสำคัญบทหนึ่งที่เราควรได้จากประวัติศาสตร์ก็คือ เมื่อการระบาดทั่วโลก ที่เกิดขึ้นในตอนนี้สงบลงในที่สุด เราไม่อาจลืมได้ว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้น เราไม่อาจแค่ก้าวต่อไปเฉยๆ เพราะที่ไหนสักแห่งบนโลก การระบาดทั่วโลกรุนแรงครั้งต่อไป หรือเทวทูตผู้ทำลายล้างองค์ถัดไป กำลังขยับปีกบินอีกแล้ว

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์

ติดตามอ่านเรื่องราวฉบับสมบูรณ์ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีดโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนสิงหาคม 2563

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/508393


อ่านเพิ่มเติม วิเคราะห์เจาะลึก โควิด-19 กับนักไวรัสวิทยาชาวไทย

เรื่องแนะนำ

ทำไมเราควรฉีดวัคซีนโควิด-19

กระแสเรื่อง การฉีดวัคซีน กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และรัฐบบาลในหลายๆ ประเทศต่างออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมารับวัคซีน เมื่อการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยระลอกที่สามทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา การจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนจึงกลายมาเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ไว้ได้ การฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม กระแสความกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีนยังคงพบเห็นได้ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งข่าวจริงและเท็จ ในจุดนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อหวังจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทยได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายถึงประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในปัจจุบัน เนื่องจาก ไม่เฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้นที่กำลังวิตกกังวลเรื่องการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนในประเทศอื่นๆ แสดงความกังวลต่อประเด้นนี้เช่นกัน โดยทาง CDC รายงาน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนโควิด-19 สรุปได้ดังนี้ 1. การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิด-19 วัคซีนทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำลังได้รับการประเมินอย่างรอบคอบในการทดลองทางคลินิก และจะได้รับอนุญาตหรือได้รับการอนุมัติ ก็ต่อเมื่อมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ในระดับที่กำหนดไว้ จากข้อมูลที่เราทราบเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ และข้อมูลเบื้องต้นจากการทดลองทางคลินิก ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การได้รับวัคซีนโควิด-19 นอกจากช่วยลดอัตราการติดเชื้อแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หากติดเชื้อโควิด-19 และคุณมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย นั่นอาจช่วยปกป้องคนรอบข้างของคุณจากการติดเชื้อได้เช่นกัน 2. ช่วยลดผลกระทบการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ต่อสุขภาพ สังคม […]

พัทน์ ภัทรนุธาพร เด็กไทยใน MIT Media Lab ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อโลกอนาคต

MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาเทคโนโลยีปฏิวัติวงการมาแล้วมากมาย MIT Media Lab เกิดขึ้นในยุคที่โลกกำลังจะก้าวสู่ดิจิทัล ในช่วงปี 1985 จากความคิดริเริ่มของ Prof. Nicholas Negroponte หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ซึ่งตั้งคำถามว่า ถ้าเราจะสร้างเทคโนโลยีสักอย่างที่เปลี่ยนโลก เราควรจะสร้างเทคโนโลยีอะไร และเค้าค้นพบว่าเราควรจะสร้างเทคโนโลยีหรือกระบวนการที่นำไปสู่การสร้างเทคโนโลยีที่มากขึ้น หรือการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถทำให้คนสร้างเทคโนโลยีได้ไปอีกขั้นหนึ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของ MIT Media Lab สถาบันที่สร้างนวัตกรรมเเห่งอนาคต คำว่ามีเดีย (Media) ในที่นี้ไม่ใช่โทรทัศน์ วิทยุ หรือ สื่อโซเชียลมีเดียใด แต่คือตัวกลางที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากัน MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการที่รวมคนจากหลากหลายสาขาวิชา หลากหลายมิติ มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่พัฒนาสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไกลกว่าการพัฒนาในแต่ละสาขาวิชา มันจะมีความต่อต้านการเรียนรู้แยกกันในแต่ละสาขาวิชาในรูปแบบเดิม ๆ หรือที่เรียกว่า Anti-Disciplinary แต่ในขณะเดียวกันมันจะมีการบูรณาการเข้าหากันจากหลาย ๆ ศาสตร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ […]

ไฟปริศนาจากใต้ดิน ไหม้มาแล้ว 59 ปียังไม่ดับ

ที่เขตเทศบาลของนครฉงชิ่ง ในจีน มีไฟปริศนาที่ลุกโชนมาแล้วนานถึง 59 ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะดับ ชาวบ้านในละแวกนี้รู้จักสถานที่ดังกล่าวดีและใช้พลังงานฟรีเหล่านี้ในการหุงต้มน้ำ ไฟเหล่านี้เกิดขึ้นจากทีมสำรวจน้ำมันที่เคยปฏิบัติภารกิจขุดค้นยังพื้นที่ดังกล่าว หลังภารกิจมีก๊าซธรรมชาติหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ไฟยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเทน้ำลงไปยังผิวดินในบริเวณนี้ น้ำจะเดือดทันทีในเวลาเพียง 3 นาที   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้