ข้างขึ้นข้างแรม เกิดขึ้นได้อย่างไร การโคจรของดวงจันทร์รอบโลก คือคำตอบ

ปรากฎการณ์ ข้างขึ้นข้างแรม

ปรากฏการณ์ ข้างขึ้นข้างแรม เกิดขึ้นได้อย่างไร ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก อย่างไร

ข้างขึ้นข้างแรม (The Moon’s Phases) เกิดจากดวงจันทร์มีรูปร่างเป็นทรงกลม ไม่มีแสงในตัวเอง ด้านสว่างได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ส่วนด้านตรงข้ามไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ 

การโคจรของดวงจันทร์รอบโลกทำให้มุมระหว่างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมนุษญ์สำรวจดวงจันทร์จากพื้นโลก เราจึงมองเห็นเสี้ยวของดวงจันทร์มีขนาดเปลี่ยนไปเป็นวงรอบ โดยเราเรียกปรากฏารณ์นี้ว่า ข้างขึ้นและข้างแรม

เดือนมืด (New Moon) ตรงกับแรม 15 ค่ำ เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ในวันนี้ ผู้สังเกตที่อยู่บนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์ด้านที่ไม่มีแสงอาทิตย์มาตกกระทบ จึงดูเหมือนดวงจันทร์ไม่ส่องแสง เราจึงเรียกว่าคืนเดือนมืด หรือจันทร์ดับ

วันเพ็ญ (Full Moon) ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์จะตกกระทบตั้งฉากกับดวงจันทร์พอดี ผู้สังเกตที่อยู่บนโลกจะเห็นดวงจันทร์ส่องแสงเต็มดวง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, เดือนมืด, วันเพ็ญ, ข้างขึ้น, ข้างแรม,
ภาพแสดงวงจรการเกิดข้างขึ้น-ข้างแรม

ข้างขึ้น (Waxing) เป็นช่วงที่เกิดขึ้นระหว่างคืนเดือนมืดจนถึงคืนวันเพ็ญ โดยใช้ด้านสว่างของดวงจันทร์เป็นตัวกำหนด แบ่งออกเป็น 15 ส่วน เริ่มจาก ขึ้น 1 ค่ำ จนถึง ขึ้น 15 ค่ำ เราแบ่งข้างขึ้นออกเป็น 3 ช่วงคือ

1) ขึ้น 1 ค่ำจนถึง ขึ้น 7 ค่ำ (Waxing Crescent) ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวสว่างบางๆ จนถึงเกือบครึ่งดวง โดยหันด้านสว่างไปทางด้านใกล้ดวงอาทิตย์ด้านทิศตะวันตก กล่าวคือ มนุษย์สามารถมองเห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกตอนหัวค่ำ

2) จันทร์ครึ่งดวงครั้งแรก (First Quarter) หรือตรงกับ ขึ้น 8 ค่ำ ดวงจันทร์ทำมุม 90 องศาระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ โดยเริ่มสังเกตเห็นดวงจันทร์จับขอบฟ้าตั้งแต่เวลาเที่ยงวันโดยประมาณ และเริ่มมองเห็นได้ในตอนกลางวันเพราะมีขนาดเสี้ยวค่อนข้างใหญ่ แล้วจะตกลับฟ้าในตอนเที่ยงคืนโดยประมาณ

3) ขึ้น 9 ค่ำจนถึงขึ้น 14 ค่ำ (Waxing Gibbous) ดวงจันทร์จะปรากฏด้านสว่างค่อนข้างใหญ่ มองเห็นได้ในตอนกลางวันทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปแล้ว

ข้างแรม (Waning) เป็นช่วงที่เกิดขึ้นระหว่างคืนวันเพ็ญจนถึงคืนเดือนมืดอีกครั้ง โดยใช้ด้านมืดของดวงจันทร์เป็นตัวกำหนด แล้วแบ่งออกเป็น 15 ส่วนเช่นกัน เริ่มจาก แรม 1 ค่ำ จนถึงแรม 14-15 ค่ำ โดยจะเริ่มเห็นดวงจันทร์ ตั้งแต่ตอนหัวค่ำจนถึงเกือบรุ่งเช้าด้านทิศจะวันออก โดยหันด้านสว่างของดวงจันทร์ไปทางทิศตะวันออกหรือด้านใกล้ดวงอาทิตย์ เราแบ่งช่วงข้างแรมออกเป็น 3 ช่วงเช่นกันคือ

1) ตั้งแต่ แรม 1 ค่ำ จนถึงแรม 7 ค่ำ จะเรียกว่า Waning Gibbous จะเป็นช่วงที่เราเห็นด้านสว่างของดวงจันทร์ค่อนข้างมาก และเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนถึงครึ่งดวง เห็นได้ตั้งแต่ตอนหัวค่ำจนถึงเที่ยงคืนด้านทิศตะวันออก

2) จันทร์ครึ่งดวงครั้งสุดท้าย หรือ Last Quater ตรงกับแรม 8 ค่ำ ดวงจันทร์ทำมุม 90 องศาระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์อีกครั้ง ซึ่งจะเริ่มเห็นจับของฟ้าด้านทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนโดยประมาณ และตกลับขอบฟ้าในตอนเที่ยงวันของอีกวันหนึ่ง ซึ่งด้านมืดและด้านสว่างของดวงจันทร์ในคืนแรม 8 ค่ำนี้ จะอยู่สลับกันคือตรงข้ามกับคืนวันขึ้น 8 ค่ำ

3) ตั้งแต่ แรม 9 ค่ำ จนถึงแรม 14 -15 ค่ำ จะเรียกว่า Waning Crescent ซึ่งเราจะเห็นดวงจันทร์เป็นเสี้ยวตั้งแต่ครึ่งดวงจนถึงบางๆ อีกครั้ง แต่จะเห็นค่อนข้างดึกจนถึงใกล้รุ่งเช้า โดยหันด้านเสี้ยวสว่างเข้าหาดวงอาทิตย์ด้านทิศตะวันออก

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, เดือนมืด, วันเพ็ญ, ข้างขึ้น, ข้างแรม,
ตั้งแต่ยุคบรรพกาล อารยธรรมมนุษย์มีการใช้ประโยชน์จากการสังเกตข้างขึ้นข้างแรม เพื่อใช้ในการกำหนดวันเวลา

คนไทยแบ่งเดือนทางจันทรคติ (Lunar month) ออกเป็น 30 วัน คือ วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ และ วันแรม 1 ค่ำ – วันแรม 15 ค่ำ โดยถือให้วันขึ้น 15 ค่ำ (ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง), วันแรม 15 ค่ำ (ดวงจันทร์มืดทั้งดวง) วันแรม 8 ค่ำ และวันขึ้น 8 ค่ำ (ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง) เป็นวันพระ

ความเป็นจริงดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ ใช้เวลา 29.5 วัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ในวันขึ้น 15 ค่ำ ในบางเดือน ดวงจันทร์ไม่สว่างเต็มดวง 

สืบค้นและเรียบเรียง ณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง 

https://erp.mju.ac.th/openFile.aspx?id=MjMzNTg3

http://www.lesa.biz/astronomy/astro-events/moon-phases

http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/solar2/LunarPhases.htm

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, เดือนมืด, วันเพ็ญ, ข้างขึ้น, ข้างแรม,
ในช่วงเวลาที่ดวงจันทร์ปรากฏเป็นเสี้ยวบาง แต่เราสามารถมองเห็นด้านมืดของดวงจันทร์ได้ เนื่องจากแสงอาทิตย์ส่องกระทบพื้นผิวโลกแล้วสะท้อนไปยังดวงจันทร์ เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “แสงโลก” (Earth shine)

อ่านเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ภาพถ่ายจากโครงการอะพอลโล รำลึก 49 ปี การขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์

เรื่องแนะนำ

ศึกษาภาพสามมิติของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยจิสด้า

ชมภาพสามมิติของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่เกิดขึ้นจากการประมวลภาพถ่ายดาวเทียมเข้ากับข้อมูลทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ เพื่อเห็นภาพรวมของสถานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ท่องอวกาศแบบ 360 องศา

ท่องอวกาศแบบ 360 องศา ร่วมเดินทางบินทะยานไปบนอวกาศพร้อมกับบรรดานักบินอวกาศตัวจริง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกถ่ายทอดประสบการณ์ในสภาวะไร้น้ำหนักแบบ 360 องศา ชมบรรยากาศการทำงานของนักบินบนสถานีอวกาศที่โคจรรอบโลกด้วยความเร็ว 17,000 ไมล์ต่อชั่วโมง และมอง “โลก” ดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ที่เราเรียกว่าบ้านในมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะนี่คือมุมมองจากสวรรค์ที่แท้จริง   อ่านเพิ่มเติม โรงแรมอวกาศพร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

มาดูเขื่อนกับเรามั้ย? GISTDA ชวนส่องสัน ‘ เขื่อนกะทูน ‘ จากห้วงอวกาศ

GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยภาพมุมมองจากห้วงอวกาศ “สัน  เขื่อนกะทูน ” อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจ ในประเทศไทยได้สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้หลายแห่งทั่วประเทศ โดยหนึ่งในเขื่อนที่มีภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งหนึ่งคือ ” เขื่อนกะทูน ” อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว และกักเก็บน้ำที่สำคัญในพื้นที่ และยังได้รับการขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์แดนใต้ เขื่อนกะทูนตั้งอยู่ที่พิกัดทางภูมิศาสตร์ 8°34’57.6″N 99°32’36.2″E เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องเผชิญการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไปกับอุทกภัย เมื่อปี 2531 พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติ  เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่มีพื้นที่มากกว่า 12,500 ไร่ โดยบริเวณสันเขื่อนมีพื้นที่กว้างขวาง นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์ขึ้นไปชมวิวบนสันเขื่อนได้ ภูมิทัศน์บนสันเขื่อนมีแนวเทือกเขาเป็นฉากหลังสะท้อนกับผืนน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า  นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์หลักๆ ของเขื่อนกระทูนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เพาะปลูกและบ้านเรือนราษฎร และเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อีกด้วย ภายในเขื่อนกะทูน เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกันยายน ของทุกปี เป็นช่วงที่ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงอย่างมาก จนสามารถมองเห็นหมู่บ้านเดิมที่ถูกน้ำท่วมไปเมื่อ 30 ปีก่อน รวมถึงวัดวาอารามที่จมอยู่ใต้น้ำมีสภาพเกือบสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจึงนิยมไปท่องเที่ยวและถ่ายรูปกันในช่วงเวลานี้ – – – – ข้อมูลอ้างอิง […]

ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)

ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพึ่งพา และเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของทุกชีวิต นับตั้งแต่โลกถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 4,500 ล้านปีมาแล้ว ดาวเคราะห์ดวงนี้ ได้เกิดการวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ต่างล้วนพึ่งพาอาศัย “สสาร” หรือ “องค์ประกอบ” ในธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด ทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยปราศจากการปรุงแต่งของมนุษย์หรือที่เรียกกันว่า “ ทรัพยากรธรรมชาติ ” (Natural Resources) ไม่ว่าจะเป็น ดิน หิน น้ำ อากาศและแร่ธาตุ สิ่งเหล่านี้ ล้วนก่อกำเนิดขึ้นจากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ ซึ่งกลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานของทุกสรรพชีวิตบนโลก โดยที่มนุษย์ได้นำทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลายมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทรัพยากรธรรมชาติสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ได้ไม่หมดสิ้นหรือสามารถทดแทนได้ (Renewable Resources) คือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่สูญหายไปจากโลกใบนี้ เช่น แสงอาทิตย์ น้ำและอากาศ เนื่องจากมีวัฏจักรหรือกระบวนการทางธรรมชาติที่สามารถสร้างทรัพยากรดังกล่าวขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกใช้งานไป โดยที่ทรัพยากรบางชนิดอาจใช้ระยะเวลาไม่ถึง 1 วัน ในกระบวนการเกิดใหม่ตามธรรมชาติ แต่ทรัพยากรบางชนิดอาจใช้เวลามากถึง 100 ปี เช่น ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป (Non-Renewable […]