เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับการแก้ปัญหาจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ - National Geographic Thailand

เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับการแก้ปัญหาจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ภาพประกอบ : PIRO4D from Pixabay

ปัจจุบัน การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทย ได้รับความสนใจจากหน่วยงานทุกภาคส่วนมากขึ้น เนื่องจากประชาชนในสังคมส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งเรื่องการจัดการปัญหาขยะ การแก้ไขปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น

ในทุกการแก้ปัญหา ทุกหน่วยงานมักเริ่มต้นจากการสืบค้นข้อมูล เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาใช้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในข้อมูลที่ถูกสืบค้นมากที่สุดคือ ข้อมูลภูมิสารสนเทศ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูลเห็นถึงภาพรวมของสภาพพื้นที่ และสามารถนำไปวางแผนปฏิบัติงานได้จริง

จิสด้าเป็นหนึ่งหน่วยงานที่มีบทบาทสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงที่ผ่านมา จิสด้าสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศในโครงการต่างๆ ดังนี้

1. เทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดเพชรบุรี เป็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำเพชรบุรี โดยการสำรวจสถานการณ์ปัญหาและความพร้อมของพื้นที่ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงวางแนวทางกำหนดอนาคตของอ่าวบางตะบูนกับประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แผนที่บริเวณอ่าวบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี

ด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องข้อมูล จิสด้าจึงได้จัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของชุมชน แผนที่ชุมชนแบบมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกภาส่วน และนำผลที่ได้ไปปฏิบัติใช้งานจริง ก่อให้เกิดการประสานความร่วมมือเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่ต่อไป

2. การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคใบร่วงในพื้นที่ปลูกยางพาราเขตภาคใต้ตอนล่าง จิสด้าดำเนินงานร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ใช้เทคโนโลยีเชิงพื้นที่และภาพถ่ายดาวเทียม ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคใบร่วงในสวนยางพาราเขตภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ พังงา กระบี่ ตรัง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 – กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากพบว่าเคยเกิดโรคระบาดในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียมาแล้ว

โดยเกษตรกรแจ้งว่า ต้นยางเกิดอาการใบร่วงเกือบทั้งต้น ซึ่งสามารถสำรวจความเสียได้จากภาพถ่ายดาวเทีบม เนื่องจากช่วงเวลาที่สำรวจ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้นยางพาราผลัดใบตามธรรมชาติ การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเข้ามาช่วยจึงทำให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ ขอบเขตการระบาดของโรค และสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้สำหรับการวางแผนแก้ปัญหาต่อไป

แผนที่แสดงการติดตามโรคใบร่วงในสวนยางพารา

3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน สหกรณ์นิคมท่าแซะ จังหวัดชุมพร จากปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ และการคาดการณ์ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และการจัดการฐานข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ สหกรณ์ฯ จึงประสบปัญหาการบริการจัดการองค์กร สมาชิกกว่า 4,000 ราย มีการจัดเก็บข้อมูลสมาชิกและพิกัดรายแปลงเพียงบางส่วน ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำข้อมูลรายแปลงอย่างเป็นระบบ ผู้ใช้ข้อมูลสามารถจัดทำรายงานได้อย่างรวดเร็ว และลดระยะเวลาการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเสนอต่อผู้บริหารได้ง่ายขึ้น

4. เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสู่การประเมินความเครียดและความเสียหายของมะม่วงน้ำดอกไม้จากการขาดน้ำ เพื่อการบริหารจัดการน้ำภาคเกษตรในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกที่สำคัญของอำเภอหนองวัวซอ สร้างรายได้เฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท ซึ่งปัญหาภัยแล้งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตมะมะม่วงน้ำดอกไม้

จิสด้าจึงร่วมดำเนินงานร่วมกับหลายฝ่าย เพื่อเป็นต้นแบบแนวทางในการนำข้อมูลเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ที่เป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์เชิงประจกษ์ สำหรับวางแผนบริหารจัดการในฤดูแล้งของปีถัดไป และที่สำคัญคือการสร้างความร่วมมือกับจังหวัดอุดรธานี และระดับพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ ให้เกิดความเชื่อมโยงและสนับสนุนการแก้ปัญหาร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ทั้งเรื่องการสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อประเมินผลความเครียดของต้นไม้ การสำรวจแหล่งน้ำขนาดเล็กในพื้นที่เกษตรกรรม และการประสานความร่วมกับส่วนราชการ กลุ่มหรือเครือข่ายเกษตรในพื้นที่

จากผลการดำเนินที่ผ่านมา เกษตรกรคาดหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สำหรับการแจ้งเตือนภัยแล้งล่วงหน้า หรือโรคระบาดและแมลงศัตรูพืชต่อไป

นอกจากนี้ พื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ยังใช้แนวทางเดียวกันนี้ในการประเมินความเครียดและความเสียหายของทุเรียนจากการขาดน้ำ เพื่อการบริหารจัดการน้ำภาคเกษตรในพื้นที่ การวางแผนป้องกันผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลิตทุเรียน

5. การบูรณาการขับเคลื่อนกลไกเชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ แนวทางการจัดการร่วมหลายฝ่าย ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ปัญหาส่วนใหญ่ของประชาชนในภาคเหนือคือเรื่องที่ดินทำกิน สิทธิการครอบครองที่ดิน ปัญหาการบุรุกพื้นที่ผ่า และหมอกวัน ปัญหาเหล่านี้มีความละเอียดอ่อนและมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป สิ่งหนึ่งที่เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาคือ การแก้ไขปัญหาตามแนวทางการจัดการร่วมหลายฝ่าย หรือ Co-Management

จิสด้าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแม่แจ่ม โดยการทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย องค์กรไม่แสวงหากำไร รวมถึงประชาชนในพื้นที่ จิสด้าเข้ามามีบทบาทสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการเดินสำรวจพื้นที่ด้วย GPS เพื่อให้ชุมชนสามารถเดินสำรวจพื้นที่ของตัวเอง และนำมาจัดทำแผนที่ชุมชนและโฉนดชุมชน เพื่อให้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ นำไปต่อรองเจรจาและรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้

6. การศึกษาแนวทางการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการตรวจวัดความชื้นในดิน เพื่อบริหารจัดการให้น้ำของไม้ผล กรณีศึกษาจังหวัดนครนายก เนื่องจากพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ปี 2562 จิสด้าจึงนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ร่วมกับเครื่องมือตรวจวัดความชื้นดิน เพื่อชี้เป้า ติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นกับไม้ผล และส่งเสริมให้ชุมชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

ข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดความชื้นในแปลงเกษตร ถูกนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อจัดทำข้อมูลแสดงความเตรียดของไม้ผล ซึ่งนำไปสู่การลดความเสียหาย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ได้

จากโครงการต่างๆ ของจิสด้าจะเห็นว่า เรื่องของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและดาวเทียมไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นพื้นฐานในการวางแนวทางการแก้ปัญหาและตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ และข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่มีประสิทธภาพ น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากล

เตรียมพบกับรายละเอียดและภาพถ่ายเกี่ยวกับทั้ง 6 โครงการ ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ National Geographic Thailand


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เที่ยวน่าน ตามรอยความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูผืนป่า

เรื่องแนะนำ

ยินดีต้อนรับสู่ฟาร์มศพ

สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อน เพราะไม่ว่าคุณจะมองไปที่ไหนก็ตาม คุณจะเห็นแต่ศพ ศพ และศพเต็มไปหมด และทั้งหมดนี้คือของจริงล้วนๆ ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาจากคณะมานุษยวิทยา สาขามานุษยวิทยานิติเวช ของมหาวิทยาลัยเท็กซัส ศพเหล่านี้ถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยตามเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อช่วยให้นักวิจัยศึกษาวิธีการเน่าสลายที่แตกต่างกัน ในการไขปริศนาอาชญากรรม Krystle Lewis นักศึกษาผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า เธอกำลังศึกษาว่าเสื้อผ้าที่ติดอยู่กับร่างของผู้ตายนั้น จะส่งผลอย่างไรต่อศพ ในขณะที่ Justin Demere นักศึกษาอีกคนศึกษาเกี่ยวกับศพที่ถูกฆาตกรรมซึ่งร่องรอยที่ฆาตกรอำพรางไว้ จะถูกไขให้กระจ่าง ทั้งนี้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ทางคณะได้รับมาจากการบริจาค เพื่อการศึกษาทดลองโดยเฉพาะ   อ่านเพิ่มเติม : กลไกการเสพติดของสมอง, ทำความรู้จักกับสุริยุปราคาให้มากขึ้น

วัคซีนโควิด-19 ความหวังและทางรอดของประชากรโลก

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง จากการเดินทางเข้าออกประเทศอย่างผิดกฏหมายของแรงงานชาวไทยและเมียนมา นอกจาก ‘สวมหน้ากาก กินช้อนกลาง ล้างมือ’ แล้ว ประเด็นสำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ ทุกคนกำลังเฝ้ารอ วัคซีนโควิด-19 ในขณะเดียวกัน ความหวังสุดท้ายของโลก วัคซีนโควิด-19 ก็เริ่มถูกทยอยฉีดให้บุคคลกลุ่มแรกในหลายประเทศทั่วโลก โดยใช้วัคซีนที่ผลิตจากบริษัทเอกชนชั้นนำของโลก แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยากล่าวว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนยังอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล เท่ากับว่าศึกของมนุษยชาติครั้งนี้ยังไม่ใกล้สิ้นสุด และความท้าทายต่อไปคือ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนของประชากรโลก ที่ประชากรในประเทศยากจนอาจต้องรอวัคซีนไปอีกหลายปี ทำไม วัคซีนโควิด -19 จึงใช้เวลาเวลาศึกษาวิจัยอย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มแรกของการระบาดโรคโควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศจีน เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนสามารถถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้สำเร็จ และเผยแพร่ข้อมูลนี้ไปยังนานาประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาโรคอุบัติใหม่นี้ ในกระบวนการผลิตวัคซีนต้องเริ่มศึกษาชีววิทยาของเชื้อไวรัสก่อน และศึกษาหากลไกการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ และหาเป้าหมายของการติดเชื้อเพื่อหาแอนติเจน ลำดับขั้นตอนตั้งแต่พบโรคระบาด กระบวนการผลิตวัคซีน ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ การพัฒนาวัคซีนในระยะก่อนการศึกษาในคน (Pre-clinical phase) การศึกษากลไกการเกิดโรค การค้นคว้าหาแอนติเจนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันสามารถป้องกันโรค พัฒนากระบวนการผลิตและวิธีการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ ผลิตในห้องปฏิบัติการและทดสอบในสัตว์ทดลองซึ่งผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการจรรยาบรรณการใช้สัตว์ทดลอง การพัฒนาวัคซีนในระยะการศึกษาในคน (Clinical phase) ผลิตในโรงงานกึ่งอุตสาหกรรมและทำการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1, 2, 3 ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการจรรยาบรรณการใช้ยาในคน […]

เมฆยอดเขา ปรากฏการณ์ความงามบนที่สูง

เมฆยอดเขา (Cap Cloud) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เฟซบุ๊กแฟนเพจร้านกาแฟ All day coffee – Chiang Dao ได้เผยแพร่ภาพดอยหลวงเชียงดาวที่มีเมฆรูปทรงคล้ายหมวกปกคุลมที่บริเวณยอดดอย หรือ เมฆยอดเขา สร้างความประทับใจแก่ผู้ติดตาม มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และมีผู้ติดตามท่านหนึ่งสอบถามมายังเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เมฆยอดเขา (Cap Cloud) คือ หนึ่งในเมฆแนวนอน (Stratiform) ของกลุ่มเมฆภูเขา (Orograhic Cloud) ที่ก่อตัวขึ้นจากการที่กระแสอากาศหรือมวลอากาศในแนวระดับ ซึ่งมีความชื้นสูงถูกบังคับให้ยกตัวสูงขึ้น เมื่อเคลื่อนที่ไปปะทะเข้ากับเนินเขาหรือเทือกเขา ก่อนเย็นตัวลงจนเกิดเป็นกลุ่มเมฆขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมยอดเขา โดยไม่เคลื่อนที่ไปไหน (Stationary Cloud) เมฆยอดเขายังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ในทางอุตุนิยมวิทยาว่า เมฆหมวก เมฆหมวกแก๊ป หรือเมฆคลุม ซึ่งโดยทั่วไปเมฆยอดเขามักถูกเรียกรวมไปกับหมวกเมฆ (Pileus Cloud) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมฆประกอบ (Accessory Cloud) ตามการจัดจำแนกกลุ่มเมฆขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) จากการที่หมวกเมฆ หรือเมฆไพลีอัสมีชื่อเรียกมาจากรากศัพท์ในภาษาละตินที่แปลว่า […]