ถุงห่อทุเรียน Magik Growth นวัตกรรมเพื่อชาวสวนทุเรียน ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต

นวัตกรรม ถุงห่อทุเรียน Magik Growth จากเอ็มเทค สวทช.

เอ็มเทค รวมกับสจล. เปิดผลทดสอบ ‘Magik Growth’ นวัตกรรม ถุงห่อทุเรียน ‘เปลือกบาง-เนื้อหนาขึ้น’ ช่วยลดสารเคมี เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวสวน

ในปี 2564 ทุเรียนเป็นพืชส่งออกอันดับ 2 รองจากยางพารา โดยการส่งออกทุเรียนสดและแช่แข็งตลอดเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 58,344 ล้านบาท แต่ชาวสวนทุเรียนยังประสบปัญหาทั้งเรื่องโรคแมลงศัตรูพืชและสัตว์กัดแทะที่ทำลายทุเรียนในระยะพัฒนาผลจนเกิดความเสียหาย ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่แก้ปัญหาโดยใช้สารเคมียาฆ่าแมลงในการฉีดพ่น ซึ่งนอกจากจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ยังเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ดร.ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าว ถุงห่อทุเรียน

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. จึงนำองค์ความรู้เรื่องวัสดุศาสตร์โดยพัฒนาสูตรผสมเม็ดพลาสติก (polymer compound) ร่วมกับเทคโนโลยีการขึ้นรูปนอนวูฟเวน เพื่อให้วัสดุนอนวูฟเวนมีสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย รวมถึงมีสมบัติการคัดเลือกช่วงแสงที่เหมาะสมกับเซลล์รับแสงที่ผิวผลไม้

ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
ทุเรียนที่ไม่ได้ห่อผล มักได้รับผลกระทบจากโรคพืช ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ และไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

โดยได้ผลิตเป็นนวัตกรรมวิจัยต้นแบบชื่อทางการค้าว่า Magik Growth หรือ นวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวน ช่วยให้ทุเรียนที่ถูกห่อด้วยถุงห่อ Magik Growth สามารถสร้างสารสำคัญในผลไม้ทั้งแป้ง น้ำตาล สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ

โดยได้ทดลองทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและระดับภาคสนามร่วมกับภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในพื้นที่สวนทุเรียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน และมีการจัดเก็บข้อมูลผลวิจัยอย่างเป็นระบบ

ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
ทีมวิจัย และเจ้าของสวน ร่วมทดสอบการใช้ถุงห่อทุเรียน Magik Growth

ทั้งนี้ ถุงห่อทุเรียน Magik Growth สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ถึง 3 ฤดูกาลผลิต เป็นการช่วยเกษตรกรประหยัดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงศัตรูพืช สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่รัฐบาลที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งนวัตกรรมถุงห่อทุเรียน Magik Growth ตอบโจทย์ ‘ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน’ หรือ Circular Economy ที่สามารถนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด รวมทั้งตอบโจทย์ ‘ระบบเศรษฐกิจสีเขียว’ ที่มีการมุ่งเน้นแก้ปัญหามลพิษเพื่อลดผลกระทบต่อโลก และผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับนวัตกรรมถุงห่อทุเรียน Magik Growth ขณะนี้มีบริษัทเอกชนที่ได้รับสิทธิถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเตรียมวางตลาดและจัดจำหน่ายได้ในช่วงปลายปีนี้

Magik Growth ช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิตทุเรียน

ผศ.ดร.ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ทีมวิจัย สจล. ซึ่งมีส่วนในการทดสอบให้กับทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. ภายใต้ โครงการการขยายผลนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวสวนทุเรียน

วิธีการทดลอง ทีมวิจัยนำถุงห่อ Magik Growth จำนวน 4 สี ได้แก่ น้ำเงิน ขาว ดำ และแดง มาทดสอบห่อทุเรียนที่สวนสไตล์ช๊าลฮิ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับทุเรียนที่ไม่ได้ห่อ และทุเรียนที่ห่อด้วยถุงตาข่ายทางการเกษตรซึ่งเกษตรกรใช้อยู่เดิม เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของถุงห่อ Magik Growth

ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
การทดลองถุงห่อ Magik Growth ในสวนทุเรียนหอมนทอง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เปรียบเทียบกับถุงห่อตาข่ายแบบธรรมดา
ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
การทดสอบคุณสมบัติด้านสีของถุงห่อทุเรียน เพื่อหาช่วงแสงที่เหมาะสมต่อการเจริญของผลทุเรียน

โดยเก็บข้อมูลทั้งความชื้น อุณหภูมิตลอดช่วงการห่อ ผลจากทดสอบต่อเนื่อง 3 ฤดูกาลผลิต พบว่า ถุงห่อทุเรียน Magik Growth สีแดง ได้ผลเป็นที่น่าพอใจที่จะนำมาใช้ห่อทุเรียนแทนการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขนาดผลทุเรียนตลอดจนมีปริมาณเนื้อของทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผศ.ดร.ลำแพน เปิดเผยผลการทดลองว่า ข้อมูลจากการทดสอบปี 2564 น้ำหนักผลทุเรียนสดที่ไม่ห่อผล มีน้ำหนักเฉลี่ย 3.56 กิโลกรัม เปรียบเทียบกับการห่อผลด้วยถุง Magik Growth ได้น้ำหนักเฉลี่ย 4.05 กิโลกรัม

ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
การวัดขนาดเนื้อและเปลือกทุเรียน
ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
การวัดเนื้อทุเรียน

ในส่วนของความหนาเปลือกทุเรียน พบว่าผลที่ไม่ห่อเปลือกหนา 1.36 เซนติเมตร ส่วนผลที่ห่อด้วยถุง Magik Growth เปลือกหนาเพียง 1.01 เซนติเมตร

และเมื่อวัดสัดส่วนน้ำหนักเปลือก น้ำหนักเนื้อ และน้ำหนักเมล็ด จะได้น้ำหนักในพูทุเรียน เปรียบเทียบการไม่ห่อผลได้น้ำหนัก 290 กรัม กับการห่อผลด้วยถุง Magik Growth ได้น้ำหนักสูงถึง 379 กรัม

จากการเก็บข้อมูลภายในลูกทุเรียน พบว่าทุเรียนที่ห่อด้วยถุง Magik Growth มีความหนาของเปลือกบางลงร้อยละ 30 ทำให้ได้น้ำหนักรวมผลทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 มีความแน่นเนื้อมากขึ้น และสีเนื้อเหลืองขึ้น และการห่อผลด้วยถุง Magik Growth ไม่มีผลต่อการแก่ของผลทุเรียนบนต้น โดยผลที่ห่อมีการสะสมน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้น เมื่อนำมาเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องพบว่า ผลทุเรียนที่ห่อด้วยถุง Magik Growth มีการสุกช้ากว่าผลที่ไม่ได้ห่อประมาณ 2 วัน

ถุงห่อทุเรียน, Magik Growth, ทุเรียน, ทุเรียนราคาถูก
ทุเรียนที่ไม่ได้ห่อผล

เกษตรกรพึงพอใจกับการใช้ถุงห่อ Magik Growth

นางสาวนวลนภา เจริญรวย เจ้าของสวนทุเรียนสไตล์ช๊าลฮิ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า เริ่มเป็นชาวสวนทุเรียนมือใหม่จากการปลูกทุเรียนเมื่อปี 2554 และได้ผลผลิตครั้งแรกใน 5 ปีถัดมา โดยในสวนมีการปลูกทุเรียนแบบกอ (1 โคก 3 ต้น) เพื่อช่วยในเรื่องของการค้ำยันลำต้นไม่ให้ล้มง่าย ลดปริมาณการไว้ผลต่อต้นลง ทำให้ต้นไม่โทรมหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต และเน้นการตัดแต่งต้นให้มีทรงพุ่มสูงไม่เกิน 6 เมตร

คุณนวลนภา กับถุงห่อทุเรียน Magik Growth

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ทำสวนทุเรียนเกือบ 10 ปี ทำให้เห็นว่า ทุเรียนเป็นพืชที่ต้องอาศัยความใส่ใจดูแลทุกขั้นตอน จึงมีความตั้งใจที่จะลดใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงจากปัญหาโรคและแมลง โดยเฉพาะทุเรียนระยะพัฒนาผล (อายุ 65-70 วัน ผลทุเรียนมีขนาดเท่าขวดน้ำอัดลมขนาด 1.5 ลิตร) ซึ่งเป็นระยะที่ผลมีการสะสมแป้งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเมื่อผลสุก (อายุ 110-120 วัน)

โดยระยะพัฒนาผลนี้มักจะถูกหนอนเจาะผลทุเรียน หรือหนอนรัง เพลี้ยแป้ง และราดำเข้าทำลาย ทำให้ผลทุเรียนเล็กแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต คุณภาพของผลทุเรียนไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

กระทั่งช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ได้ทราบผลทดสอบการใช้นวัตกรรมถุงห่อทุเรียน Magik Growth จากทีมนักวิจัย เอ็มเทค สวทช. และอาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ผลปรากฏว่าถุงห่อทุเรียน Magik Growth นอกจากจะช่วยตอบโจทย์การลดสารเคมี ป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน และเพลี้ยแป้ง ราดำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ผิวผลทุเรียนสวย ผลได้น้ำหนักดีและมีปริมาณเนื้อทุเรียนเพิ่มขึ้นด้วย

“เดิมทีเราก็ใช้ถุงตาข่ายทางการเกษตร ห่อทุเรียนเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชแทนการฉีดพ่นสารเคมีอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งป้องกันหนอนรังได้ แต่ก็ยังประสบปัญหาว่าไม่สามารถป้องกันเพลี้ยแป้ง กับราดำได้ ทำให้ผิวทุเรียนไม่สวย และเกิดความเสียหาย แต่เมื่อเริ่มทดลองใช้ถุงห่อทุเรียน Magik Growth มาได้ระยะหนึ่งแล้ว นอกจากจะช่วยลดต้นทุนจากสารเคมีประมาณ 6 ครั้ง ยังช่วยป้องกันเพลี้ยแป้งและราดำได้ด้วย ทำให้ทุเรียนมีผิวผลสวย ผลเจริญเติบโตได้ดี ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งส่งผลถึงความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่ได้บริโภคทุเรียนที่ปลอดภัย ปริมาณน้ำหนักผลเพิ่มขึ้นช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นและลดการใช้สารเคมีส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสิ่งแวดล้อมในสวนดีขึ้นมาก ถือเป็นแนวทางในการสร้างความยั่งยืนให้กับชาวสวนทุเรียนยุคใหม่ โดยเฉพาะหากอนาคตมีปัญหาวิกฤติราคาทุเรียนจะทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้” เจ้าของสวนทุเรียนสไตล์ช๊าลฮิ กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ ‘โมเดลเศรษฐกิจ BCG’

โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและประชาชนมีรายได้มากขึ้น

ด้วยการต่อยอดจุดแข็งของประเทศทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ประกอบด้วย Bioeconomy (ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากร Circular Economy (ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน) การนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และ Green Economy (ระบบเศรษฐกิจสีเขียว) ที่มุ่งเน้นแก้ปัญหามลพิษเพื่อลดผลกระทบต่อโลก โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เป็นกลไกลสำคัญที่จะเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจเดิมจาก ‘ทำมากแต่ได้น้อย’ ไปสู่ ‘ทำน้อยแต่ได้มาก’ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยพัฒนาได้อย่างยั่งยืน


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : HandySense ระบบฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm)

เรื่องแนะนำ

Community Isolation : ตัวเลือกการดูแลผู้ป่วยในช่วงการระบาดใหญ่

มาตรการ Home Isolation และ Community Isolation เป็นมาตรการที่จัดสถานที่ในบ้านหรือในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น  จากวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงแตะหลักหมื่นคนต่อวัน ทำให้สถานการณ์การรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ Community Isolation ผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงเสนอแนวทางดูแลผู้ป่วยโควิด – 19 ที่บ้าน  และในชุมชน มาใช้เป็นกลยุทธ์ดูแลรักษาผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น เพื่อลดความเจ็บป่วยรุนแรง ลดการเสียชีวิต รวมไปถึงลดการติดเชื้อรายใหม่ในชุมชน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ประชาชนได้รับการตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว มาตรการสำคัญที่สุด คือการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแล โดยในกลุ่มผู้ติดเชื้อสีเขียว หรือกลุ่มไม่มีอาการและอาการไม่รุนแรง สปสช. ได้ประสานคลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล เพื่อจับคู่กับการดูแลในบ้านแบบ Home Isolation ในส่วนของกลุ่มที่สภาพที่อยู่อาศัยไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ ก็จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน หรือ Community Isolation ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในการเฝ้าระวังอาการและติดตาม การประเมินที่พักเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว และหากที่พักไม่เหมาะสมต้องไปดูแลในการดูแลในระบบชุมชน สปสช. ย้ำว่า […]

อาจักรฟังไจ กลุ่มสิ่งมีชีวิตจำพวกเห็ดรา

อาณาจักรฟังไจ (Kingdom of Fungi) คือ หนึ่งใน 5 อาณาจักรหลักของสิ่งมีชีวิตบนโลกตามการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานวิทยา (Taxonomy) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน อาณาจักรฟังไจ ได้แก่ กลุ่มของรา เห็ด และยีสต์ ซึ่งสามารถเจริญเติบโตอยู่ทั่วทุกหนแห่งบนโลก ไม่ว่าจะดำรงชีวิตอยู่ตามพื้นดิน ในแหล่งน้ำ ร่องลอยอยู่ในอากาศ หรือแม้แต่อาศัยอยู่ตามร่างกายของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยที่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการย่อยสลายสสารและการหมุนเวียนธาตุอาหารในระบบนิเวศของโลก ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ  ฟังไจเป็นทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างยีสต์ (Yeast) และสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ซึ่งมีองค์ประกอบของเส้นใยขนาดเล็กที่เรียกว่า “ไฮฟา” (Hypha) ที่รวมกันเป็นกลุ่มเส้นใยที่เรียกว่า “ขยุ้มรา” (Mycelium) อย่างเช่น รา (Mold) และเห็ดราทั้งหลาย (Mushroom) ซึ่งลักษณะของเส้นใยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เส้นใยมีผนังกั้น (Septate Hypha) ที่แบ่งเซลล์ออกเป็นห้อง ๆ เส้นใยไม่มีผนังกั้น (Non-Septate Hypha) ที่ทำให้เซลล์มีลักษณะคล้ายท่อยาวที่ทะลุถึงกัน นอกจากนี้ เส้นใยเหล่านี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงแปลงรูปร่างเพื่อทำหน้าที่พิเศษ เช่น ดูดอาหารจากเซลล์เจ้าบ้าน (Host) ยึดติดและดูดซึมสารอาหารจากสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มีเซลล์แบบยูคาลิโอต (Eucaryote) ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเช่นเดียวกับพืชและสัตว์ […]

ภาพเปลือยโมนาลิซาอาจเป็นผลงานของ ดา วินชี เอง

ภาพเปลือยโมนาลิซาอาจเป็นผลงานของ ดา วินชี เอง โดย คริสตินา นูเนช ภาพวาดด้วยดินสอที่เป็นที่รู้จักในฐานะ “ภาพเปลือยของโมนาลิซา” ถูกเชื่อกันมาอย่างยาวนานว่าเป็นผลงานของหนึ่งในลูกศิษย์ของ ลีโอนาร์โด ดา วินซี แต่ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีสชี้ว่าผลงานชิ้นนี้อาจเป็นผลงานของดา วินชีเอง เป็นการยากที่จะมองข้ามจุดคล้ายคลึงกันของผู้หญิงที่โด่งดังที่สุดในผลงานของดา วินชี เมื่อศตวรรษที่ 16 กับผู้หญิงในภาพเขียน “โมนนา แวนนา” (Monna Vanna) ภาพสเก๊ตช์ที่ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Condé ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ตั้งแต่ปี 1862 รอยยิ้มไม่เต็มที่เหนือคางที่ได้รูป ตลอดจนองศาของการวางมือก็เหมือนกันพอดิบพอดี ความคล้ายคลึงดังกล่าวดึงดูดความสนใจของบรรดานักวิจัยในการหาคำตอบของผลงานชิ้นนี้ ที่มีแผนจะจัดแสดงภายในนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ Condé ในปี 2019 นี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 500 ปี นับตั้งแต่ศิลปินเอกชาวอิตาลีแห่งยุคเรเนซองส์เสียชีวิตลง ภาพเขียนถูกสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับ “โมนาลิซา” ในช่วงที่ดา วินชี ยังมีชีวิต และตัวกระดาษเองก็ถูกผลิตขึ้นในอิตาลี รายงานจาก Mathieu Deldicque รองผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ Condé ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 […]