ปริศนาในการสืบหา ที่มาของโควิด-19 คืออะไร - National Geographic Thailand

ปริศนาในการสืบหา ที่มาของโควิด-19 คืออะไร

การสืบสวน ที่มาของโควิด-19 ภายใน 90 วันแสดงให้เห็นว่าไวรัสไม่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น แต่ข้อมูลส่วนอื่นยังคงเป็นปริศนา

หลังจากการระบาดมาเกือบ 2 ปี ผู้ติดเชื้อกว่า 219 ล้านเคส และผู้เสียชีวิตกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก เราได้เรียนรู้กี่ยวกับโรคติดเชื้อโควิด-19 มากมาย แต่ยังมีคำถามที่สามารถพลิกมุมมองของเราและเป็นคำถามที่สำคัญว่า: ที่มาของโควิด-19 มาจากไหน

ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสิ้นสุดการสอบสวนโดยหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาจากคำสั่งของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ต้องสืบค้นต้นตอของไวรัสให้ได้ใน 90 วัน กลับพบกับผลลัพธ์ที่ว่างเปล่า ผลสรุปการสอบสวนความยาว 1 หน้ากระดาษ ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่ไวรัสนั้น “ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพือเป็นอาวุธชีวภาพ”

การทำความเข้าใจว่าโรคระบาดนี้เริ่มต้นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องการเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคต หากพบว่าไวรัสมีที่มาจากค้างคาวหรือสัตว์ชนิดอื่นดังที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากได้กล่าวไว้ ก็จะมีการกำหนดมาตรการในการเข้าใกล้สัตว์เหล่านั้นของมนุษย์ และอาจจะมีการห้ามให้มนุษย์บุกรุกพื้นป่าซึ่งได้รับการระบุเป็นพื้นที่เสี่ยง

หรือถ้าเกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ ก็อาจจะมีการห้ามล่าสัตว์หรือค้าขายสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายได้ และถ้าหากเป็นการรั่วไหลจากห้องทดลอง ผลการสืบสวนที่ออกมาจะเป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการที่ปลอดภัยในการศึกษาเชื้อไวรัสเหล่านี้

บุคลากรทางการแพทย์สวมชุดป้องกันเดินผ่านตู่ปลอดเชื้อในส่วนรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาล Mariinsky เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2021 PHOTOGRAPH BY OLGA MALTSEVA, AFP VIA GETTY IMAGES

หลักฐานแบบใดที่นักสืบไวรัสต้องการ

การตามรอยต้นกำเนิดของไวรัสเป็นงานที่ต้องมีการลงพื้นที่อย่างหนัก การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ละเอียด และอาศัยโชคเล็กน้อย ความพยายามอุตสาหะนี้อาจใช้เวลานานหลายปีกว่าที่นักวิทยาศาสตร์จะค้นพบหลักฐานซึ่งชี้ไปยังแหล่งกำเนิดที่พวกเขาต้องการ

ในกรณีที่เป็นโรคที่เกิดจากสัตว์ โดยปกติ หลักฐานที่บ่งชี้คือผลพันธุกรรมที่ตรงกันระหว่างไวรัสที่ได้มาจากสัตว์กับไวรัสที่ได้มาจากผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วคนแรก ซึ่งอาจจะไม่ตรงกันแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากไวรัสอาจมีกลายการพันธุ์ แต่ควรจะใกล้เคียงที่ 100 เปอร์เซ็นต์ให้ได้มากที่สุด

สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องราวจุดเริ่มต้นของโควิด-19 ในขณะนี้

หนึ่งในความแตกต่างที่สำคัญจากการระบาดของโรคซาร์สและโรคเมอร์สในอดีตคือนักวิทยาศาสตร์สามารถระบุสัตว์ที่มาของไวรัสได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่สำหรับโควิด-19 แล้ว ความเชื่อมโยงไปสู่ที่มาของไวรัสยังเป็นปริศนา

ในเดือนธันวาคม ปี 2019 ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 คนแรกๆ ในเมืองอู่ฮั่นมีรายงานว่าเป็นผู้ที่ขายของอยู่ในตลาด Huanan ที่มีการขายสัตว์ป่าและสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์ม เช่น แบดเจอร์ จิ้งจอกแร็กคูน ชะมด กระต่าย ค้างคาว งู และจระเข้

ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม 2020 เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของจีนได้รวบรวมตัวอย่างเชื้อที่อยู่ตามพื้นที่และสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในตลาด และพบว่ามี 73 ตัวอย่างที่พบผลบวกของเชื้อ SARS-CoV-2

เดลตา, โควิด-19
เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันกำลังพักผ่อนหลังจากฝังร่างผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในเมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2021 PHOTOGRAPH BY ANTARA FOTO, RAISAN AL FARISI, VIA REUTERS

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเก็บตัวอย่างของเชื้อไวรัสที่มีลักษณะเหมือน SARS-CoV-2 ตามพื้นต่างๆ ของจีน เช่นตัวลิ่นที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศจีนที่มณฑลยูนนาน รวมไปถึงค้างคาที่อยู่ในถ้ำของมณฑลยูนนาน

นอกจากนี้  มีนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบไวรัสที่มีความคล้ายคลึงกับ SARS-CoV-2 นอกประเทศจีน เช่นค้างคาวที่พบประเทศกัมพูชาที่เป็นตัวอย่างที่พบเมื่อปี 2010 และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์มีการพบไวรัสโคโรนาที่ชื่อว่า RacCS203 ในค้างคาวที่พบที่จังหวัดฉะเขิงเทรา ประเทศไทย แต่ค่าความตรงกันของพันธุกรรมไวรัสที่พบยังไม่ใกล้เคียงกับพันธุกรรมของไวรัสที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ในระดับที่ 100 เปอร์เซ็นต์เท่าใดนัก

เหตุใดจึงมีการต่อต้านแนวคิดเชื้อรั่วไหลจากห้องทดลอง

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า  SARS-CoV-2 เป็นไวรัสที่มาจากธรรมชาติ และไม่น่าเป็นผลจากการพัฒนาในห้องทดลอง แต่ในเดือนมีนาคม 2020 คริสเตียน แอนเดอร์สัน นักไวรัสวิทยาประจำสถาบันวิจัยสคริปปส์ ในเมือง La Jolla รัฐแคลิฟอร์เนีย และเพื่อนร่วมงานของเธอได้แสดงถึงลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ที่มีความเป็นไปได้ว่าเป็นฝีมือมนุษย์มีการพบในธรรมชาติ

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มว่าไวรัสจะมีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ ทฤษฎีที่ว่าไวรัส SARS-CoV-2 นั้นหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการยังคงได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์บางคน นักการเมืองบางส่วน และในสังคมวงกว้าง

ข้อสงสัยนี้เกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่าโรคระบาดนี้เกิดขึ้นใกล้พื้นที่กับสถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีนักวิจัยศึกษาไวรัสโคโรนาในค้างคาว และมีฐานข้อมูลและตัวอย่างเชื้อเก็บไว้ “ผู้คนมองเห็นถึงความบังเอิญนี้ค่ะ” แอนเดอร์สัน กล่าว โดยเมืองอู่ฮั่นเองก็เป็นเมืองที่มีตลาดสดที่ค้าสัตว์ป่ามากมายเช่นกัน

โรคระบาด, ตรวจโควิด, บุคลากรทางการแพทย์
บุคลากรทางสาธารณสุขดำเนินการตรวจโควิด-19 แบบไดร์ฟทรูในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ภาพถ่ายโดย CALLAGHAN O’HARE, BLOOMBERG VIA GETTY IMAGES

ทว่า ผู้เชี่ยวชาญและผู้สังเกตการณ์โต้แย้งความเป็นไปได้ว่าสมาชิกของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นติดเชื้อเนื่องจากช่องว่างมาตรการความปลอดภัยระหว่างทำงานกับเชื้อ SARS-CoV-2 ระหว่างทำงาน และแพร่กระจายโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในส่วนของจดหมายที่เผยแพร่ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีเนื้อหาที่นักวิทยาศาสตร์บางคนแนะว่าแนวคิดความเป็นไปได้ที่ไวรัสจะหลุดออกมาจากห้องทดลองไม่ได้รับการพิจารณาในการสืบสวนขององค์การอนามัยโลก โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่งานแถลงงานข่าว เบน เอมบาเรก ผู้จัดการโครงการ องค์การอนามัยโลก และผู้นำภารกิจในการสืบสวนในจีนกล่าวว่า “เนื่องจาก [ทฤษฎีเชื้อไวรัสหลุดจากห้องทดลอง] ไม่ได้เป็นสิ่งที่เรามุ่งเน้นในการศึกษาร่วมกันครั้งนี้ จึงไม่ได้รับความสนใจในเชิงลึกเมื่อเทียบกับสมมติฐานอื่นๆ”

มีข้อโต้แย้งล่าสุดปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เมื่อ Wall Street Journal รายงานว่ามีรายงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐที่ไม่เปิดเผยว่า นักวิจัย 3 คนที่สถาบันอู่ฮั่นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 เนื่องจากมีอาการที่คล้ายกับการได้รับเชื้อโควิด-19 และอาการป่วยตามฤดูกาล ซึ่งข้อมูลของนักวิจัยและอาการป่วยเหล่านั้นยังไม่มีการเปิดเผย

แต่ในส่วนของรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่าไม่การบันทึกว่าเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ มีอาการป่วยหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการได้รับเชื้อโควิด-19 ก่อนเดือนธันวาคม 2019 อย่างไรก็ตาม ทีมงานไม่ได้เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 174 คนแรกในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดสดอู่ฮั่นแต่อย่างใด ซึ่งข้อมูลนี้สามารถเป็นส่วนที่สามารถตามรอยต้นกำเนิดโรคระบาดนี้ได้

เจ้าหน้าที่ขององต์การอนามัยโลกที่ได้รับงานการสืบสวนที่มาของไวรัสโควิด-19 เดินทางถึงสถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภาพถ่ายโดย THOMAS PETER, REUTERS

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

การระบุอายุทางโมเลกุล (molecular dating) จากหลายแหล่งแนะให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่า SARS-CoV-2 เริ่มแพร่กระจายมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2019 ซึ่งตามรายงานขององค์การอนามัยโลกแนะว่าควรค้นหาแอนติบอดีของเชื้อ SARS-CoV-2 ในตัวอย่างจากธนาคารเลือดที่มีอยู่ ซึ่งอาจช่วยเผยให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ไวรัสปรากฏขึ้น อย่างไรก็ตาม การค้นหาจุดเริ่มต้นของโรคระบาดนี้ยังคงเป็นงานที่แสนยากเย็น

“คุณอาจจะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีเพื่อเก็บตัวอย่างจากสัตว์เพื่อหาสิ่งที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง” ดาร์รีล ฟัลซาราโน นักไวรัสวิทยาประจำมหาวิทยาลัย Saskatchewan ในแคนาดา กล่าวและเสริมว่า “แต่คุณอาจไม่เจอแม้แต่สิ่งที่สามารถเชื่อมโยงได้เลยก็ได้ครับ”

ด้านแอนเดอร์สัน ผู้ที่ตรวจทานข้อมูลให้กับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวว่า “ถือเป็นมาตรฐานของการวิจัยทางไวรัสวิทยาและการระบุถึงคำถามที่สำคัญ นั่นคือ: ไวรัสเกิดขึ้นมาได้อย่างไร [ในส่วนที่ส่งผลคุกคามต่อมนุษย์] และพบเจอที่ไหน” สำหรับเขาแล้ว ข้อมูลไม่ได้บ่งบอกว่า SARS-CoV-2 ไม่ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นในห้องทดลองเมืองอู่ฮั่นเนื่องจากโครงสร้างของไวรัสที่ใช้ในห้องทดลองไม่ใช้โครงสร้างของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะได้รับข้อมูลที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญยังคงสงสัยว่า หากมีการสืบสวนในห้องทดลองที่เมืองอู่ฮั่นเพิ่มเติมเพื่อค้นหาว่ามีการทำการทดลองที่เสี่ยงอันตราย หรือมีเกิดช่องโหว่ในมาตรการความปลอดภัยทางชีววิทยาได้แล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไรต่อไป

“เราไม่รู้โดยแน่ขัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เจสซี บลูม นักไวรัสวิทยาประจำศูนย์วิจัยมะเร็ง Fred Hutchinson กล่าวและเสริมว่า “ดังนั้นเราไม่ควรตัดทุกความเป็นไปได้ใดๆ เลยครับ”

เรื่อง PRIYANKA RUNWAL


อ่านเพิ่มเติม โรคระบาด จะจบลงได้อย่างไร

เรื่องแนะนำ

Mutrack Dispatcher แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพงาน เวรเปล ในโรงพยาบาล

Mutrack Dispatcher แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพงาน เวรเปล ในโรงพยาบาล ฝีมือสตาร์ตอัปคนไทยภายใต้การสนับสนุนจาก สวทช. ช่วยบ่มเพาะธุรกิจต่อยอดสู่สากล บริษัทสตาร์ตอัปไทยประสบความสำเร็จพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ เวรเปล ในโรงพยาบาล Mutrack Dispatcher รับส่งผู้ป่วยทันใจ ปลอดภัยต่อบุคลาการทางการแพทย์ในยุคโควิด-19 ได้รับการสนับสนุนจาก สวทช. ผ่านโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ช่วยต่อยอดธุรกิจจนนำไปสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล ล่าสุด บริษัทเครือข่ายไร้สายระดับโลกดึงร่วมเป็นพันธมิตรเตรียมพัฒนาธุรกิจสู่นานาชาติ นายปิโยรส ปิยจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิวแทรค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพัฒนา “ระบบบริหารจัดการเวรเปล” ในรูปแบบของแพลตฟอร์มชื่อ Mutrack Dispatcher ที่จะช่วยลดขั้นตอนการกระจายงานเวรเปลในโรงพยาบาล โดยใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำ (Bluetooth Low Energy : BLE) เป็นการติดตั้งอุปกรณ์ Bluetooth Gateway หรือเรียกว่า Locator ตามจุดหรือแผนกต่างๆ ในอาคาร ลักษณะคล้ายการปักหมุดในแผนที่เพื่อบอกตำแหน่งของแต่ละชั้นและแผนก ในส่วนการใช้งานจะมี 2 ส่วน คือ พยาบาลและเจ้าหน้าที่เวรเปล โดยพยาบาลจะใช้แพลตฟอร์มที่อยู่บนเว็บไซต์เพื่อสร้างคำขอในระบบสำหรับเรียกเจ้าหน้าที่เวรเปลให้มารับผู้ป่วย […]

เอนไซม์ในอาหาร : เปิดรายชื่ออาหารที่มีปริมาณเอนไซม์สูง

เอนไซม์ในอาหาร สามารถทำงานได้เหมือนกับเอนไซม์ที่พบในร่างกายเรา หรือไม่ เอนไซม์ เป็นสารชีวเคมีที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา ช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยอาหาร เพื่อนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ในลำไส้และตับอ่อนของมนุษย์ สามารถผลิตเอนไซม์ได้หลากหลายชนิด และมีอาหารบางชนิดที่อุดมไปด้วยเอนไซม์ หรือบางครั้งก็มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (ข้อมูลเพิ่มเติม: มารู้จัก เอนไซม์ ผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกายเรา) เอนไซม์ในอาหาร อาหารบางประเภทมีปริมาณเอนไซม์สูง แต่เอนไซม์มักสลายไป เมื่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร ในขณะที่บางวัฒนธรรมการกินเชื่อว่า การรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์สูงจะช่วยเรื่องการย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอที่จะยืนยันความเชื่อนี้ อาหารที่มีปริมาณเอนไซม์สูง อาจจะมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ และควรค่าแก่การบริโภคเป็นเครื่องเคียงอาหารจานหลัก เราลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง กิมจิ พริกแดง กะหล่ำปลี และหัวไชเท้า ที่ผ่านการหมักดองตามวัฒนธรรมการปรุงอาหารของคนเกาหลี มีรสเปรี้ยวและเผ็ดเล็กน้อย นักวิจัยกล่าวว่า อาหารเคียงจานนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน แบคทีเรียที่อยู่ในกิมจิ ผลิตเอนไซม์ที่มีประโยชน์ อ้างอิงจากรายงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ลงวาสาร เทคโนโลยีชีวภาพนานาชาติ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2014 พบว่า ในกิมจิมีเอนไซม์ “เดกซ์แทรนซูเครส” ที่ผลิตจากแบคทีเรีย สามารถย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลซูโครสได้ แอปริคอต ในแอปริคอตมีเอนไซม์อยู่หลากหลายชนิด เช่น อินเวอร์เวส ที่ช่วยย่อยน้ำตาลซูโครส ให้เป็นน้ำตาลกลูโคส และฟรุกโตส เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว […]

เมื่อ หุ่นยนต์ แทนที่มนุษย์

ถ้าคุณเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ คุณอาจไม่มีวันได้เจอ หุ่นยนต์ แต่คุณจะได้เจอ ผมเจอ หุ่นยนต์ ตัวหนึ่งในวันฟ้าใสและลมแรงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บนทุ่งหญ้าแพรรีต้นสั้นๆ ใกล้พรมแดนรัฐโคโลราโดกับรัฐแคนซัส ที่บริษัทของโนอาห์ เรดดี-แคมป์เบลล์ ชายร่างผอมเพรียว วัย 31 ปีจากแซนแฟรนซิสโก เมื่อมองไปทางใต้ เราเห็นกังหันลมทอประกายวาววับเป็นทิวแถว ทอดไกลสุดสายตา เบื้องหน้าผมคือหลุมที่กำลังจะเป็นฐานของกังหันลมอีกตัว เรื่อง เดวิด แบร์เรบี ภาพถ่าย สเปนเซอร์ โลวล์ รถแบ็กโฮกำลังขุดหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 เมตร ซึ่งมีผนังลาดขึ้นทำมุม 34 องศา และมีก้นลึกสามเมตรที่เกือบเรียบสนิท มันตักดินขึ้นมากองไว้ตรงจุดที่ไม่เกะกะ และจะเริ่มกองใหม่  เมื่อจำเป็น ทุกครั้งที่กดหัวตักลง ขุด ยก หมุน และเท เครื่องจักรหนัก 37 ตันต้องใช้การควบคุมที่มั่นคงและการตัดสินใจที่ดี ในอเมริกาเหนือ คนบังคับรถขุดเก่งๆมีรายได้สูงถึงปีละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่นั่งในรถขุดคันนี้กลับว่างเปล่า “คนสั่งการ” อยู่บนหลังคาห้องควบคุม มันไม่มีแขน แต่มีสายเคเบิลสีดำคดเคี้ยวสามสายเชื่อมต่อกับระบบควบคุมรถโดยตรง หูหรือตาก็ไม่มีเช่นกัน เพราะใช้ระบบเลเซอร์ จีพีเอส […]