การถูกคุกคามของสายพันธุ์ - National Geographic Thailand

การถูกคุกคามของสายพันธุ์

การถูกคุกคามของสายพันธุ์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชากรสิ่งมีชีวิตทั่วโลกกำลังลดจำนวนลง ยกเว้นสายพันธุ์มนุษย์ ผลจากการลดลงของจำนวนประชากรสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ย่อมนำมาซึ่งความไม่สมดุลในระบบนิเวศ

การถูกคุกคามของสายพันธุ์ (Species Endangerment) คือ ภาวะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด (Species) ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นชนิดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ทั้งที่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ในแหล่งน้ำหรือในพื้นที่รกร้างต่าง ๆ

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
เต่าบกยักษ์สายพันธุ์เกาะพินตา (Pinta Island Tortoise) ตัวสุดท้ายของโลก ซึ่งปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว / ภาพถ่าย PETE OXFORD

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตหลายพันล้านชนิดกว่าร้อยละ 99 ที่เกิดขึ้นบนโลกได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ทั้ง 5 ครั้งในอดีต (Mass Extinction) โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งช่วงเวลาที่พืชทะเล และปลาดึกดำบรรพ์ครองโลก หรือในยุคที่ไดโนเสาร์อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

ในอดีต การสูญพันธุ์แต่ละครั้งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งภูเขาไฟระเบิด และการพุ่งชนโลกของอุกกาบาตขนาดใหญ่ หรือดาวเคราะห์น้อย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับมีอัตราเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นหลายพันหลายหมื่นเท่าจากผลของกิจกรรมมนุษย์

 

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
นกพิราบส่งสาร (Passenger Pigeon) สูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็วในปี 1914 หลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตเพียง 100 ปี / ภาพวาด Louis Agassi Fuertes

 

สาเหตุของภาวะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย (Habitat Loss) : จากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและผลจากกิจกรรมและการกระทำของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตัดไม้ทำลายป่า การขยายตัวเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม การทำเกษตรกรรม และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการตัดถนนผ่านพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติ การสร้างสะพานข้ามแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือการสร้างท่าเรือน้ำลึกต่าง ๆ

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
ภาพถ่าย Renaldo Matamoro

 

มลพิษและมลภาวะ (Environmental Pollution) : มลภาวะทางอากาศ น้ำและดิน รวมไปถึงมลพิษจากขยะประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่เป็นอันตรายโดยตรงต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิต ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนห่วงโซ่อาหารและทำลายสมดุลของระบบนิเวศ

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
ภาพถ่าย Rebecca Bliklen

 

ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive Alien Species) : การรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เช่น หอยเชอร์รี่ ผักตบชวา หรือ ไมยราบยักษ์ ซึ่งเป็นพันธุ์สัตว์และพืชที่ปราศจากผู้ล่าตามธรรมชาติ พวกมันสามารถขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและทำลายสมดุลของระบบนิเวศ ผ่านการแข่งขันและแทนที่ชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (Endemic Species) ที่ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างจำกัดในระบบนิเวศ

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
ภาพถ่าย Public Domain Pictures

 

การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดของมนุษย์ (Overexploitation) : การแสวงหาและนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งจากพฤติกรรมการบริโภคที่เติบโตตามเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย การล่าสัตว์และการทำประมงเกินขนาด (Overfishing)

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม, การถูกคุกคามของสายพันธุ์
ภาพถ่าย Dominik Vanyi

 

เชื้อโรคและการเกิดโรคภัย (Pathogens and Disease) :  โรคอุบัติใหม่จากสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ค้างคาว กบ และซาลาแมนเดอร์ โดยเฉพาะจากการลักลอบค้าสัตว์ป่าซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคระบาด เนื่องจากการค้าขายและการเดินทางที่เกิดขึ้นเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคมีการติดต่อสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของพวกมันและทำให้เกิดการแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) : หนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในศตวรรษนี้ ทั้งจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สูงเป็นประวัติการณ์ การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและชั้นดินเยือกแข็ง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและความเป็นกรดในทะเลที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก

 

การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต, การคุกคามต่อสายพันธุ์, การคุกคาม, การสูญพันธุ์, ถูกคุกคาม,
ภาพถ่าย Roxanne Desgagnés

 

บัญชีแดงและความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Red List)

ตั้งแต่ปี 1964 องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ “ไอยูซีเอ็น” (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ได้ประเมินสถานะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก ซึ่งตามสถานะของบัญชีแดงในปัจจุบัน มีการประเมินสิ่งมีชีวิตไปแล้วกว่า 128,500 ชนิด โดยมีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์กว่า 35,500 ชนิด ประกอบด้วยกลุ่มสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (Amphibians) มากถึงร้อยละ 40 กลุ่มไม้สน (Conifers) ร้อยละ 34 กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) ร้อยละ 26 และกลุ่มของปะการัง (Reef Corals) กว่าร้อยละ 33

ม้าน้ำมงกุฎ (Thorny Seahorse) จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงขั้นสูง / ภาพถ่าย Joel Sartore

 

นอกจากนี้ ในบัญชีแดงยังมีการจัดระดับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตออกเป็น 7 ระดับ โดยชนิดพันธุ์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามจะอยู่ใน 3 หมวด (ตัวอักษรสีเข้ม) ดังนี้

ระดับ สถานะของสิ่งมีชีวิต ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต
EX สูญพันธุ์ไปจากโลกอย่างถาวร เสือโคร่งบาหลี ไทลาซีน นกโดโด้
EW สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ สิงโตบาร์บารี คางคกไวโอมิง กวางปักกิ่ง
CR ความเสี่ยงขั้นวิกฤติและใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง แรดดำ นกแก้วคาคาโป เต่ามะเฟือง
EN ความเสี่ยงขั้นรุนแรงและใกล้สูญพันธุ์ ช้างเอเชีย โลมาอิรวดี แพนด้าแดง ฉลามวาฬ
VU ความเสี่ยงขั้นสูงและมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ หมีขั้วโลก เสือดาวหิมะ พะยูน ม้าน้ำมงกุฎ
NT ใกล้ถูกคุกคาม อาจอยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้ เพนกวินจักรพรรดิ ฉลามหัวบาตร ตุ่นปากเป็ด
LC ความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ ลิงหางแดง ต้นจันทน์เทศญี่ปุ่น วูล์ฟเวอรีน

แม้ว่าการสูญเสียช้างเอเชียหรือหนูบ้านไปสักหนึ่งสายพันธุ์อาจดูไม่สำคัญต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ แต่ในธรรมชาติ การขาดหายไปของสิ่งมีชีวิตหนึ่งสายพันธุ์สามารถส่งผลโดยตรงต่อปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อาหารและการหมุนเวียนของสสารในวัฏจักรต่าง ๆ ในระบบนิเวศของโลก มันคือการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม (Loss of Genetic Variation) ไปอย่างถาวรพร้อม ๆ กัน

หากในอนาคต โลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาด หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง การมีอยู่ของระบบนิเวศที่สมดุลและหลากหลาย คือหนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญยิ่งต่อความอยู่รอดของทุกชีวิตบนโลกใบนี้

 

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ และณภัทรดนัย

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/endangered-species/

https://www.iucnredlist.org/about/background-history

https://wwf.panda.org/discover/our_focus/wildlife_practice/about_species/

https://blogs.ei.columbia.edu/2019/03/26/endangered-species-matter/

https://www.tdem.toyota-asia.com/index.php?app=news&fnc=attach_download&id=12

 


อ่านเพิ่มเติม การพรางตัวของสัตว์ กลยุทธ์เพื่อหลอกล่อผู้ล่า

เรื่องแนะนำ

World Update: งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้

งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับแมวมากมายที่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูเอาแต่ใจตัวเองและทำท่าทางไม่สนใจอะไรรอบตัวนี้ กลับมีความผูกพันลึกซึ้งต่อมนุษย์และอยากที่จะสื่อสารกับเราเช่นกัน เช่นเดียวกับในงานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าเหมียวนั้นจำชื่อแมวตัวอื่นๆ ในบ้านได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราค้นพบนั้นน่าอัศจรรย์” ซาโฮ ทาคางิ (Saho Takagi) นักวิจัยด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาซาบุ (Azabu University) ประเทศญี่ปุ่นกล่าวและเสริมว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้ความจริงว่า แม้แมวจะดูเหมือนไม่สนใจและไม่ฟังการสนทนาของผู้คน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันรู้” ต่างจากสุนัขที่เราทราบดีแล้วว่าพวกมันจำชื่อได้และแทบจะสนใจทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ในการทดลอง ทาคางิและเพื่อนนักวิจัยได้ศึกษาแมวบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวหลายตัวเปรียบเทียบกับแมวที่อาศัยอยู่ใน ‘คาเฟแมว’ แล้วนำเสนอใบหน้าแมวตัวอื่นๆ (ที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน) ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกชื่อที่เป็นทั้งของแมวตัวนั้นและชื่อที่เป็นของแมวตัวอื่น สิ่งที่พวกเขาพบคือ แมวบ้านใช้เวลาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเมื่อชื่อที่เรียกนั้นไม่ตรงกับใบหน้าแมวที่ปรากฎ ทีมวิจัยเชื่อว่าแมวมีอาการสับสนหรืองุนงงเนื่องจากชื่อและใบหน้าแมวตัวอื่นไม่ตรงกัน ในขณะที่แมวจาก ‘คาเฟแมว’ ไม่ได้แสดงความล่าช้าแบบเดียวกัน พวกเขาคาดว่าเป็นเพราะแมวอาศัยอยู่ในที่ที่มีแมวอื่น ๆ มากมายและไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับทุกตัว จึงไม่ได้สนใจชื่อของแมวตัวอื่น สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการฉายใบหน้าของมนุษย์พร้อมกับเรียกชื่อของคนนั้น แมวที่อยู่ในบ้านได้แสดงอาการงุนงงเช่นเดิม ในขณะที่แมวใน ‘คาเฟแมว’ ก็ไม่มีอาการล่าช้าแบบเดิม “เฉพาะแมวในบ้านเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นและคาดว่าจะมีใบหน้าแมวที่เฉพาะเจาะจงเมื่อได้ยินชื่อแมวที่จะบ่งบอกว่าชื่อและหน้าตรงกัน” ทาคางิกล่าว “เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านเชื่อมโยงคำพูดของมนุษย์และการอ้างอิงทางสังคมของพวกมันผ่านประสบการณ์ทุกวัน” และยิ่งแมวบ้านที่อยู่กับครอบครัวนานเท่าไหร่ การเชื่อมโยงนี้ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ทีมงานยอมรับว่าการวิจัยนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก นั่นคือแมว […]

นกปักษาสวรรค์พันธุ์ใหม่ ลีลาจีบหญิงไม่เหมือนเพื่อน

นกปักษาสวรรค์พันธุ์ใหม่ ลีลาจีบหญิงไม่เหมือนเพื่อน ที่แท้เจ้านกปักษาสวรรค์พันธุ์ใหม่ก็ซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกเรานี่เอง มันคือนกปักษาสวรรค์ที่ถูกเข้าใจว่าเป็นชนิดเดียวกันกับ Vogelkop superb ที่มีถิ่นอาศัยในเกาะนิวกินีตะวันตก ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์คิดว่าพวกมันคือสายพันธุ์เดียวกัน จนกระทั่งพวกเขาเห็นลีลาการเกี้ยวพาราสี ปกติแล้ว ในนกชนิดนี้ เพื่อดึงดูดความสนใจจากตัวเมีย พวกมันจะพองขนออกและเต้นรำไปมา นกปักษาสวรรค์ Vogelkop superb มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือขนสีฟ้าที่เมื่อกางออกจะเรียงกันเป็นรูปปากยิ้ม ทว่าในนกชนิดใหม่นี้ต่างออกไป เพราะขนของมันกลับมีปลายงุ้มลงและดูเหมือนปากที่กำลังบึ้งตึงมากกว่า นอกจากนั้นลีลาการเต้นของพวกมันยังไม่เหมือนตรงที่ชอบกระโดดเด้งขึ้นลงไปมาอีกด้วย นี่ถ้าหากนักวิทยาศาสตร์ไม่บังเอิญไปเห็นพวกมันตอนกำลังจีบสาวล่ะก็ พวกเขาคงไม่รู้เลยว่านี่มันคือนกคนละพันธุ์กัน   อ่านเพิ่มเติม ชะตากรรมของนกชนหิน

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์ ในระหว่างการสำรวจมหาสมุทรบริเวณเกาะอะโซร์ส Kristen และ Joachim Jakobsen บังเอิญถ่ายภาพวิดีโอของปลาแองเกลอร์ขณะผสมพันธุ์เอาไว้ได้ ที่ระดับความลึก 800 เมตร นับเป็นครั้งแรกที่การผสมพันธุ์ในธรรมชาติของปลาแองเกลอร์ถูกบันทึกเอาไว้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมหาชมได้ยากเนื่องจากปลาชนิดนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในน้ำลึก ปลาแองเกลอร์ขนาดใหญ่ที่เห็นคือตัวเมีย ส่วนตัวผู้คือปลาตัวเล็กกว่า ทั้งสองเพศมีขนาดและรูปลักษณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงและเมื่อพบกันแล้วตัวผู้จะไม่ยอมปล่อยตัวเมียให้จากไปไหน มันจะว่ายตรงเข้าไปหา ใช้ปากงับตัวเมียเอาไว้ เมื่อตัวเมียว่ายน้ำไปไหนมันจะติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอดกาล ตัวผู้จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์เข้าสู่ร่างกายตัวเมีย และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของมันจะหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับตัวเมียด้วย โดยในตัวเมียหนึ่งตัวสามารถมีปลาตัวผู้เกาะติดอยู่ได้มากถึง 7 ตัวด้วยกัน แต่หากว่าตัวเมียบังเอิญตายก่อนที่ตัวผู้จะตายนั่นเท่ากับว่าพวกมันก็จะตายไปด้วยกัน…   อ่านเพิ่มเติม ปะการังผสมพันธุ์เพียงหนึ่งครั้งต่อปี