World Update: วิจัยพบการกินปลาทะเลเชื่อมโยงกับ มะเร็งผิวหนัง

World Update: วิจัยพบการกินปลาทะเลเชื่อมโยงกับ มะเร็งผิวหนัง

วิจัยพบการกินปลาทะเลเชื่อมโยงกับ มะเร็งผิวหนัง คาดสาเหตุจากมลพิษในแหล่งน้ำ – ยังไม่แนะให้หยุดกินปลา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์และสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐได้ศึกษาข้อมูลชาวอเมริกันกว่า 491,367 คน อายุระหว่าง 50-71 ปี โดยติดตามเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเกิด มะเร็งผิวหนัง แบบเมลาโนมา (Melanoma) กับพฤติกรรมการบริโภคปลาทะเลหรืออาหารทะเลอื่นๆ

ทีมวิจัยพบว่าคนที่กินปลาโดยเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์มีความเสี่ยงที่จะเกิด มะเร็งผิวหนัง เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22 และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการพัฒนาผิวหนังผิดปกติที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 28  โดยเฉพาะกับปลาทูน่า อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าปลานั้นไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง แต่ตัวการที่แท้จริงคือมลพิษที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

“เราคาดการณ์ว่าการค้นพบของเราอาจมีสาเหตุมาจากสารปนเปื้อนในปลาเช่น โพลีคลอริเนตเต็ดไบฟีนิล (Polychlorinated biphenyls หรือ PCB มักใช้การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและตัวเก็บประจุไฟฟ้า) สารไดออกซิน (Dioxins) สารหนู และปรอท” อึนยอง โช (Eunyoung Cho) แพทย์ผิวหนังจากมหาวิทยาลัยบราวน์กล่าว สารพิษเหล่านี้สามารถหลุดลอดจากโรงงานไปยังธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย

เธอเสริมว่า “การวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการที่มีระดับสารปนเปื้อนเหล่านี้สูงขึ้นมีเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น” และ “การบริโภคสารปรอทในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่มาจากปลา” โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันเช่นปลาทูน่าจะมีแนวโน้มในการปนเปื้อนสารพิษเหล่านี้มากกว่าและจะสะสมอยู่นานหลายปี นักวิจัยได้เรียกร้องให้ต้องทำการตรวจสอบแหล่งเพาะเลี้ยงอย่างละเอียดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่ต้องการให้ผู้คนทั่วไปหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาเนื่องจากเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญไม่ว่าจะเป็นโปรตีน โอเมก้า 3 และวิตามินบี รวมทั้งลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

แมทธิว บราวน์ (Matthew Browne) ผู้บริหารของสถาบันเมลาโนมาออสเตรเลียกล่าวอย่างชัดเจนว่าปัจจัยเสี่ยงที่สุดในการพัฒนามะเร็งผิวหนังคือแสงยูวี “เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะไม่ทำให้สับสนหรือบดบังข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกัน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอกไว้อย่างชัดเจนว่า การได้รับแสงแดดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียวในการพัฒนาเนื้องอก” 

แนวทางและคำแนะนำด้านอาหารในปัจจุบันจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่าให้รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หรือกล่าวง่ายๆ คือราวหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์และเน้นปลาที่มีไขมันต่ำเช่นปลาซาร์ดีนหรือปลาแองโชวี่

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา

https://link.springer.com/article/10.1007/s10552-022-01588-5

https://www.sciencealert.com/large-study-found-a-strange-link-between-eating-fish-and-malignant-melanoma

https://www.insider.com/eating-fish-linked-to-skin-cancer-risk-mercury-contaminants-study-2022-6


อ่านเพิ่มเติม ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

เรื่องแนะนำ

ไดโนเสาร์อาจมีลักษณะคล้ายแร็กคูน

ไดโนเสาร์ขนาดเท่าแม่ไก่ตัวนี้น่าจะมีขนสีเข้มเหมือนปานดำรอบดวงตา ในขณะที่หางของมันเต็มไปด้วยลวดลาย ที่ส่วนหลังขนสีเข้มขึ้นปกคลุม ในขณะที่ส่วนท้องนั้นกลับเป็นขนสีอ่อนแทน ลักษณะนี้เรียกว่า “Countershading” เป็นลักษณะหนึ่งของการพรางตัวในสัตว์ ที่ช่วยให้พวกมันเป็นที่สังเกตเห็นยากภายใต้แสงอาทิตย์ นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานว่า ไดโนเสาร์ซิโนซอรอปเทอริกซ์น่าจะอาศัยอยู่ในสถานที่เปิดโล่ง จากเดิมที่เคยเชื่อกันว่ามันอาศัยอยู่ตามต้นไม้และพงหญ้ารก   อ่านเพิ่มเติม : เทอโรซอร์ ยักษ์ใหญ่ครองเวหา, ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก

ไฉน ชันสูตร จึงสำคัญ

ไฉน ชันสูตร จึงสำคัญ เรื่องและภาพ ธนเสฏฐ์ ศิริวัฒนาดิเรก ข่าวคราวการเสียชีวิตเป็นเรื่องเศร้า แม้ว่าความตายจะเป็นสัจธรรมที่เราทุกคนต้องพบเจอ แต่ถ้าเป็นคุณเองจะสามารถทำใจและใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าได้อย่างไร หากคนที่คุณรักจากโลกใบนี้ไปแบบไม่ทราบสาเหตุ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ความตายกลายเป็นหัวข้อหลักของการสนทนาและการติดตามในสังคมไทย ความตายของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ภาพความเจ็บปวดของครอบครัวผู้เสียชีวิตถูกเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์และโลกออนไลน์ The Perspective พาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับกระบวนการ ชันสูตรศพ ศาสตร์ที่ว่านี้ย้อนอายุได้ไกลเป็นพันปี และในปัจจุบันกระบวนการชันสูตรพัฒนาไปไกลจากเดิมมาก การ ชันสูตร มีความสำคัญอย่างไร? มีขั้นตอนอะไรบ้าง? ต้องขอขอบคุณความสงสัยใคร่รู้ของมนุษย์ที่นำพาไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ความตายเองก็เช่นกัน จริงที่ว่าคนตายไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้ แต่องค์ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ สามารถพาเราย้อนเวลากลับไปเพื่อหาคำตอบของปริศนาที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจคนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ช่วยให้พวกเขาหมดข้อกังขา และก้าวเดินต่อไปได้ ชันสูตรศพนี้มีมาช้านาน ย้อนกลับไปในอดีต กระบวนการผ่าศพไม่ได้มีขึ้นเพื่อช่วยไขคดีปริศนาความตายเช่นในปัจจุบัน แต่ศาสตร์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อช่วยให้แพทย์ได้ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของร่างกายได้มากขึ้น องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกายวิภาคศาสตร์และกระบวนการผ่าศพนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ในสมัยอียิปต์ หรือหลายพันปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าวิทยาการที่โด่งดังของชาวอียิปต์นั่นคือการทำมัมมี่ หรือการดองศพตามความเชื่อของพวกเขา ดังนั้นแล้วการผ่าศพเพื่อความรู้จึงมีส่วนสนับสนุนให้การทำมัมมี่ของพวกเขานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากนั้นศาสตร์ที่ว่าด้วยการผ่าศพก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาหยุดชะงักในยุคกลาง เมื่อศาสนจักรครองอำนาจ การผ่าศพถูกมองว่าเป็นบาป เนื่องจากศาสนาคริสต์มีความเชื่อเกี่ยวกับโลกหลังความตาย ว่าทุกคนจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในวันพิพากษาดังนั้นในทรรศนะของพวกเขาแล้ว การผ่าศพจึงเป็นการทำลายร่างกายซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้า และอาจปิดโอกาสที่คนๆ นั้นจะได้ไปอยู่กับพระเจ้า […]

อย. อนุมัติชุดตรวจโควิด-19 COXY-AMP ผ่านมาตรฐาน

สวทช. เผย อย. ไฟเขียว โคซี่-แอมป์ ‘COXY-AMP’ ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียวผ่านมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยี คัดกรองโควิด-19 เชิงรุก สวทช. พัฒนาผลงานวิจัย ‘COXY-AMP’ ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว สำหรับวินิจฉัยโรคโควิด-19 แบบคัดกรองรายบุคคล ซึ่งล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกใบรับรองผ่านการประเมินเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ นับเป็นชุดตรวจโควิด-19 ชิ้นแรกที่ผลิตและผ่านการรับรองในประเทศไทย เตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการ ภาคเอกชนที่สนใจ เพื่อผลิตชุดตรวจฯ ใช้คัดกรองเชิงรุกควบคุมโรคโควิด-19 และโรคอุบัติใหม่อื่นๆ ได้เองในประเทศ อีกทั้งยังสามารถต่อยอดยกระดับอุตสาหกรรมสู่การผลิตเพื่อส่งออกในอนาคต ที่สำคัญคุณภาพของ ‘COXY-AMP’ ชุดตรวจโควิด-19 ยังการันตีด้วยการเป็นหนึ่งเดียวจากภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการเข้ารอบ 1 ใน 20 ทีมสุดท้าย ในการประกวดของมูลนิธิ XPRIZE ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับโลก เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกใบรับรองผ่านการประเมินเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ ให้แก่ผลงานวิจัย ‘COXY-AMP’ ชุดตรวจโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน […]

ฉลามหัวบาตร (Bull shark)

ฉลามหัวบาตร ผู้ล่าที่กลับมาปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้ง หลังจากการจู่โจมเด็กชายที่จังหวัดสตูล แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ได้ระบุชนิดพันธุ์ของปลาฉลามที่พบบนโลกนี้มากกว่า 500 ชนิด แต่มีเพียงสามชนิดเท่านั้นที่มีรายงานการทำร้ายมนุษย์ ได้แก่ ฉลามขาว (Carcharodon carcharias) ฉลามเสือ (Galeocerdo cuvier) และ ฉลามหัวบาตร (Carcharhinus leucas) ในแง่ชีววิทยาจากคำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับฉลามหัวบาตร จัดว่าเป็นปลาฉลามที่อันตรายที่สุด เนื่องจากมีถิ่นที่อยู่อาศัยตามชายฝั่งที่ความลึกประมาณ 30 เมตร ซึ่งสามารถพบเจอกับมนุษย์ได้ง่าย “ปลาฉลามหัวบาตรอาศัยอยู่ในเขตน้ำตื้น ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสอยู่ใกล้กับแหล่งกิจกรรมของมนุษย์ และพบเจอกับมนุษย์ที่กำลังว่ายน้ำในบริเวณนั้น” จอร์จ เบอร์จีส์ ผู้รวบรวมเหตุการณ์ปลาฉลามจู่โจมมนุษย์ ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในเกนส์วิลล์ กล่าว ปลาฉลามหัวบาตรสามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ บางครั้งพบในแม่น้ำใหญ่ที่ห่างจากทะเลนับร้อยกิโลเมตร เช่นแม่น้ำมิสซิสซิปปี แม่น้ำแอมะซอน แม่น้ำแซมบีซี แม่น้ำไทกริส  แม่น้ำแยงซี ทะเลสาบนิคารากัว โดยปลาฉลามชนิดนี้มักว่ายเข้ามาจากปากแม่น้ำที่ติดต่อกับทะเล มีรายงานพบอยู่ห่างจากทะเลมากที่สุด คือแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ ปลาฉลามหัวบาตรมีระบบการรักษาสมดุลเกลือในร่างกายที่สามารถปรับตัวให้อาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ ด้วยต่อมบริเวณทวารหนักที่ทำหน้าที่เหมือนวาล์วเปิดปิดปัสสาวะ คอยควบคุมปริมาณเกลือให้สมดุลกับร่างกาย อีกทั้งการที่มีส่วนหัวขนาดใหญ่ทำให้ได้เปรียบกว่าปลาฉลามกินเนื้อชนิดอื่นๆ ด้วยการที่มีรูรับประสาทสัมผัสที่ส่วนจมูกมากกว่า ทำให้ปลาฉลามหัวบาตรรับรู้สนามไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี จนสามารถรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจเต้นของมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตาม ฉลามหัวบาตรยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในน้ำจืด ยังคงต้องรับน้ำเค็มในบริเวณปากแม่น้ำเป็นระยะ กลยุทธ์การล่าอย่างหนึ่งของฉลามหัวบาตรคือว่ายวนอยู่ในบริเวณที่น้ำขุ่นและซุ่มโจมตี เนื่องจากเหยื่อที่อาศัยอยู่ในน้ำมีทัศนวิสัยไม่ชัดเจน […]