ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ขับเคลื่อนการกินแบบยั่งยืน ใส่ใจต้นกำเนิดของวัตถุดิบ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 แนวทางเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปนี้

อุตสาหกรรมอาหารทะเลในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะไม่ปกติ มหาสมุทรปนเปื้อนและมีค่าความเป็นกรดสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ในมหาสมุทรเป็นอย่างมาก ในขณะที่การทำประมงที่มากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ทำให้ 1 ใน 3 ของประชากรปลาทั่วโลกถูกจับมากเกินไปและมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ สวนทางกับปริมาณปรอทในตัวปลาที่กลับมีปริมาณสูงมากขึ้นและยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากกิจกรรมการเผาถ่านหินของมนุษย์

แต่ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง ด้วยการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวด้านอาหารอย่างยั่งยืน ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าอาหารทะเลของพวกเขามาจากไหน ใครเป็นคนจับมัน และจับมันด้วยวิธีการอย่างไร

เพราะเมื่อผู้บริโภครู้ว่าตนเองมีสิทธิและอำนาจในการตั้งคำถามต่อผู้ผลิตได้ เมื่อนั้นผู้ที่อยู่ในสายพานการผลิตทั้งหมด ต้องร่วมกันรับผิดชอบในการตอบคำถาม และมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการติดตามห่วงโซ่อุปทาน ที่จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลที่พวกเขาซื้อและรับประทาน นั้นมาจากการประมงที่ถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และยั่งยืนต่อทุกชีวิตในมหาสมุทรของพวกเราทุกคน

และนี่คือ 6 แนวทางในการพิจารณาเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Defense Council – NRDC) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของเรา สร้างผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด

1 คิดให้เล็ก

ปรอทเป็นสารนิวโรทอกซินที่มีฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการทำงานของสมองและก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ปลาที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างหมึก หอยเชลล์ และปลาซาร์ดีน จะมีสารปรอทน้อยกว่าปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างปลาทูน่าและปลากระโทงดาบ ซึ่งอยู่ในลำดับห่วงโซ่อาหารที่สูงกว่า

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเมื่อปลาใหญ่กินปลาที่มีขนาดเล็กกว่า ผู้ล่าจะดูดซึมสารพิษที่อยู่ในตัวเหยื่อเข้าไปด้วย กระบวนการนี้เรียกว่า “การสะสมสารพิษในห่วงโซ่อาหาร” (Biomagnification) ดังนั้นเมื่อปลาทูน่ากินฝูงปลาแอนโชวี่เข้าไป มันจะสะสมสารปรอทที่อยู่ในปลาแอนโชวี่เข้าไปอยู่ในตัวมันเองด้วย

2 เลือกวัตถุดิบในท้องตลาดท้องถิ่น

คนในสหรัฐอเมริกาบริโภคอาหารทะเลเป็นปริมาณเกือบ 5 พันล้านปอนด์ทุกปี และร้อยละ 90 ของอาหารทะเลเหล่านั้นนำเข้ามาจากประเทศที่ขาดแคลนกฎหมายการจัดการอย่างระมัดระวัง อย่างประเทศจีนและเวียดนาม

เนื่องจากการปราศจากข้อจำกัดในการจับปลา ทำให้ปลาหลายสายพันธุ์โดนคุกคามและถูกจับมากเกินไป ยังมีปัญหาเรื่องการจับปลาที่หลงมาติดอวน จับสายพันธุ์ปลาทะเลอย่างโลมาและเต่าทะเลมากับอวนจับปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ วิธีการจับปลาในรูปแบบอื่นก็สร้างความเสียหายเช่นเดียวกัน อย่างการจับปลาโดยใช้อวนลากหน้าดิน การจับปลาวิธีนี้ไปทำลายปะการัง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ทะเล และการทำประมงแบบผิดกฎหมายยังสร้างมูลค่าทางการประมงอย่างถูกกฎหมายได้หลายพันล้านเหรียญทุกปี

ชาวประมง, เรือประมง, อันดามัน
ชาวประมงบนเรือประมงสัญชาติไทยลำหนึ่งกำลังช่วยกันยกอวนล้อมที่อัดแน่นไปด้วยสัตว์นํ้าหลายชนิดขึ้นสู่ผิวนํ้าความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในทะเลอันดามัน เป็นแหล่งกำเนิดและถิ่นอาศัยของสัตว์นํ้าเศรษฐกิจหลายชนิดทว่าการทำประมงเกินขนาดทำให้ปริมาณสัตว์นํ้าที่จับได้ลดลงอย่างมาก ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

อาหารทะเลที่นำเข้ามาเหล่านี้ ไม่ได้มาจากสัตว์ที่ถูกจับตามธรรมชาติ แต่เป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในฟาร์มของต่างประเทศ ในโรงงานที่มีสภาพแวดล้อมแบบฟาร์ม บ่อยครั้งปลาเหล่านั้นต้องเผชิญกับยาปฏิชีวนะที่อันตรายและสารเคมีต่าง ๆ (ซึ่งส่วนมากถูกห้ามใช้ในสหรัฐอเมริกา) ปลาเหล่านั้นยังถูกเก็บไว้ในก้อนน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียและเชื้อซาลโมเนลลาที่พบปนเปื้อนในมูลหมู

องค์กรอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration) จะตรวจสอบอาหารทะเลที่มาจากต่างประเทศเพียงร้อยละ 2 จากทั้งหมด ฉะนั้นเป็นการดีกว่าหากผู้บริโภคซื้ออาหารทะเลจากแหล่งขายอาหารที่อยู่ใกล้บ้าน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การประมงในสหรัฐอเมริกาได้มีการระงับการทำประมงที่มากเกินกำลังการผลิตของสัตว์น้ำและฟื้นฟูประชากรปลาที่มีจำนวนลดลงภายใต้กฎหมายการประมงของรัฐ ยังมีปลาบางชนิด เช่น ปลาค็อดแอตแลนติกที่กำลังประสบปัญหามีจำนวนลดลง หรือปลาวาฬขวาแอตแลนติกเหนือก็มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องจากการถูกจับไปพร้อมกับอวนที่ใช้จับกุ้งล็อบสเตอร์

ฉลาม
ฉลามวาฬที่ยังไม่โตเต็มวัยขนาดร่วมห้าเมตร แหวกว่ายอยู่ในท้องน้ำนอกเกาะบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ขณะที่เหล่านักดำน้ำเร่งว่ายตามเพื่อบันทึกภาพปลาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งท้องทะเล งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากกิจกรรมท่องเที่ยวดูฉลามนั้นสูงกว่ามูลค่าที่เกิดจากกิจกรรมประมงชนิดเทียบกันไม่ได้ ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

3 เลือกซื้อให้หลากหลาย

คนอเมริกันมักจะเลือกซื้ออาหารทะเล 5 ประเภท ได้แก่ กุ้ง แซลมอน ทูน่ากระป๋อง ปลานิล และปลาพอลลอค ความต้องการซื้อปลาเหล่านี้ในปริมาณมากนำไปสู่ปัญหาในหลายด้าน อย่างการจับปลาในปริมาณที่เกินพอดี วิธีการจับปลาที่ก่อให้เกิดอันตราย การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย และการใช้ยาปฏิชีวนะในปริมาณที่มากเกินไป

ในขณะที่ชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาประกอบไปด้วยสายพันธุ์ปลาที่มีรสชาติอร่อยและยั่งยืนนับร้อยสายพันธุ์อย่างปลากระบอกและปลาจาน หากเราหันมาเลือกกินสายพันธุ์ปลาที่คนไม่ค่อยนิยมบริโภคเหล่านี้ เราจะสามารถลดความเสียหายและช่วยให้การประมงของอเมริกาพัฒนาต่อไปได้

4 กินปลาท้องถิ่น

การประมงแบบเกื้อกูล (Community-Supported Fisheries) กำลังเติบโตอย่างมาก โดยมีต้นแบบมาจากโปรแกรมการเกษตรแบบเกื้อกูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อรับวัตถุดิบที่มาจากการเก็บเกี่ยวของชาวนา

การเข้าร่วมการประมงแบบเกื้อกูลคือหนทางที่ยอดเยี่ยมที่เราจะได้รู้ว่าปลาของเรามาจากที่ใด ใครเป็นคนจับมา และจับมาอย่างไร (การจับปลาในสเกลเล็ก ชาวประมงที่จับปลาอย่างยั่งยืนมักจะใช้วิธีการจับปลาที่สร้างผลกระทบต่ำกว่า อย่างการใช้เบ็ดตกปลาหรือการวางตาข่ายดักปลา) โปรแกรมประมงแบบเกื้อกูลยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจการประมงระดับท้องถิ่น ช่วยเพิ่มความต้องการซื้อในท้องถิ่นและเพิ่มอาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยเราสามารถค้นหาการประมงแบบเกื้อกูลใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ขององค์กร Local Catch Network เว็บไซต์ที่รวบรวมและจัดหาแหล่งประมงท้องถิ่นที่จับปลาอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ

5 เลือกกินอย่างรอบคอบ

ถ้าไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมการประมงแบบเกื้อกูลได้ ให้เลือกซื้ออาหารทะเลจากพ่อค้าและร้านอาหารที่ไว้ใจได้ ธุรกิจที่น่าเชื่อถือจะตั้งมาตรฐานอาหารทะเลที่พวกเขานำมาขายในร้านไว้สูงกว่า และส่วนมากพวกเขาจะวางแผนการหาซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อาหารทะเลบางชนิดมาพร้อมกับฉลากที่ทำให้เราไม่ต้องคาดเดาว่าอาหารชนิดนี้มีความยั่งยืนหรือไม่ ฉลากที่ติดโดย สำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานสินค้าประมง (Marine Stewardship Council – MSC) ก็เป็นหนึ่งในฉลากที่ได้รับการรับรองและดำเนินการติดฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco – Label) ตามแนวทางขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations – FAO)

6 ใช้เครื่องมือที่ดีช่วยในการเลือกซื้อ

องค์กร Monterey Bay Aquarium ได้จัดทำโปรแกรม Seafood Watch ขึ้นมาเพื่อพัฒนาคำแนะนำอาหารทะเลตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจสร้างทางเลือกการซื้ออาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อมหาสมุทร โดยแยกอาหารทะเลออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับ “best choices” อาหารทะเลที่ควรซื้อเป็นอันดับแรก ได้รับการจัดการดูแลอย่างดี และถูกจับหรือเลี้ยงดูในฟาร์มอย่างเหมาะสม

ระดับ “good alternatives” อาหารทะเลที่ซื้อได้แต่มีข้อควรระวัง เพราะมีข้อกังวลว่าสัตว์เหล่านี้ถูกจับมาอย่างไร ได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มหรือถูกจัดการอย่างไรบ้าง

และระดับสุดท้าย “avoid” อาหารทะเลที่ควรหลีกเลี่ยง พวกมันถูกจับมามากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ขาดการจัดการที่ดี ถูกจับหรือถูกเลี้ยงดูในฟาร์มในแนวทางที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของสัตว์ทะเลชนิดอื่นหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

สืบค้นและเรียบเรียง : ภัทราพร ชัยบุตร

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : มิติความจริงที่หายไปจาก Seaspiracy สารคดีโด่งดังที่บอกให้มนุษย์เลิกกินปลา

เรื่องแนะนำ

ฮอยอัน : ออกเดินทางหาความยั่งยืนทั้งภายนอกและภายในตนเอง

เรารู้จัก ฮอยอัน ในฐานะเมืองมรดกโลก หลายคนมาที่นี้เพื่อเยี่ยมชมเมืองเก่า ชุมชนญี่ปุ่น และล่องเรือตะกร้า แต่การเดินทางบางครั้งกลับไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นผู้คน และเรื่องราวของผู้คนที่พบเจอ ว่ากันว่าตัวบุคคลนี่แหละที่นำพาเราไปสู่เรื่องราวของสถานที่นั้นอย่างแท้จริง ฉันมักออกเดินทางเพื่อสำรวจตัวเองเสมอ แต่การเดินทางครั้งนี้กลับแตกต่างจากทุกครั้ง ฮอยอัน คือสถานที่ที่ฉันไม่ต้องใช้กำลังปีนป่ายใดๆ ไม่ต้องใช้แรงใจในการผลักดันแรงขาให้ก้าวเดินเป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตร ฉันเชื่อมาตลอดว่า ความยากลำบากในการเดินทางแบบนั้นจะพัดพาจิตวิญญาณแท้จริงกลับมา ทุกครั้งที่ออกเดินทางฉันมักจะเชื่อมภาพที่เราเห็นกับเรื่องภายในตนเองทั้งหมด จนวันหนึ่งที่จังหวะชีวิตเปลี่ยนไป แว่นตาของการมองโลกก็เปลี่ยนไปด้วย ฉันเริ่มสนใจเรื่องภายนอกตัวมากขึ้น และการเดินทางมาฮอยอันก็ทำให้ฉันเห็นภาพนี้ชัดเจนขึ้น หลายแหล่งข้อมูลบอกว่า ฮอยอันตั้งอยู่ในจังหวัดกวางนาม ประเทศเวียดนาม UNESCO คัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลก ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นเมืองที่ผสมผสานศิลปะ และสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและต่างชาติ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ หลังจากกลายเป็นเมืองมรดกโลก ฮอยอันจึงเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีค่าครองชีพต่ำติด 1 ใน 5 ของโลก และด้วยอัตราการเติบโตที่รวดเร็วบนพื้นที่จำกัด ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตั้งแต่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน จนถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนบางส่วนในฮอยอันเริ่มหาหนทางเดินทางเข้าหาจุดสมดุล จุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ หลายคนเริ่มกลับมารวมกลุ่มกันทำสวนแบบปลอดสารพิษ คนรุ่นใหม่บางคนกลับมาเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม มีการจัดการท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา และฉันหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดนั้น ฉันออกเดินทางจากประเทศไทยมาลงที่เมืองดานัง ก่อนเหมารถโดยสารมาฮอยอัน ในตอนกลางวัน ฮอยอันเป็นเมืองเงียบสงบ ราวกลับเมืองที่หลับไหล ผู้คนเดินไปมาอย่างบางตา แต่เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน […]

กาแฟโรบัสตา : กว่าจะมาเป็นกาแฟคุณภาพระดับโลก

กาแฟโรบัสตา ที่ผลิตจากความใส่ใจ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แสงแดดยามเช้าในจังหวัดชุมพรช่วงฤดูฝนสาดลงยอดหญ้าสะท้อนน้ำค้างระยับ ฉันรีบเดินออกมาสูดอากาศที่เจือด้วยไอน้ำ และเดินไปหาอาหารรองท้องก่อนออกเดินทาง วันนี้ฉันมีนัดกับเจ้าของไร่กาแฟในอำเภอท่าแซะ เพื่อไปดูแหล่งผลิต กาแฟโรบัสตา คุณภาพที่ฉันกำลังนั่งจิบอยู่ในเช้านี้ จากตัวเมืองชุมพรเรามุ่งหน้าไปยังอำเภอท่าแซะ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เส้นทางขรุขระผ่านเรือกสวน ขึ้นเนินลงเนินกว่าสิบรอบ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ความยากลำบากในการเดินทางยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องยอมรับในฝีมือการบังคับรถของพี่คนขับรถ ที่สามารถนำพาพวกเราทั้งหมดมาถึงจุดหมายปลายทางได้ บรรยากาศช่วงสายอวลไปด้วยความชื้นในอากาศที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นดิน สมกับเป็นเมืองที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี ระหว่างทางที่เราผ่านมา ฉันเห็นสวนผลไม้ สวนปาล์ม และต้นกาแฟปลูกเรียงรายอยู่ไหล่ทาง  เราเดินอยู่ในพื้นที่ไร่กาแฟของพี่พานิช ชูสิทธิ์ เกษตรกรผู้อยู่เบื้องหลังรสชาติกาแฟโรบัสตา ที่สร้างชื่อในเวทีระดับโลกมาแล้ว บริเวณทางเข้า ฉันเห็นต้นกล้ากาแฟวางเรียงรายอยู่ใต้ผืนผ้ากรองแสงแดดสีทะมึน เราเดินผ่านถนนดินแดงขึ้นไปบนเนินในส่วนของตัวบ้าน พี่พานิชออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างดีใจ เรานั่งพักจิบน้ำเย็นให้พอหายเหนื่อย แล้วพี่พานิชก็พาเราขึ้นรถกระบะเปื้อนโคลนไปสู่ไร่กาแฟที่เป็นความภาคภูมิใจของเขา ระหว่างทางเราพลางพูดคุยและสอบถามถึงความเป็นมาเป็นไปของการปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ชุมพร พี่พานิชเล่าย้อนไปถึงสมัยยุคบุกเบิก ที่ต้องผลิตเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป พี่พานิชเล็งเห็นว่า เราน่าจะสร้างรสชาติกาแฟที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ จึงเริ่มลงมือศึกษา ค้นคว้า และลองผิดลองถูก “ด้วยตนเอง” บนความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เรายืนอยู่บนจุดสูงสุดของไร่กาแฟ เบื้องหน้าเรามองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไปจรดชายฝั่งทะเล มีฉากหน้าเป็นต้นกาแฟที่กำลังออกผลเบอร์รี่ทั้งสีเขียวและสีแดง ฉันรู้สึกลิงโลดในใจเหมือนเด็กที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ “เมล็ดที่อยู่บนต้นพวกนี้ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา” พี่พานิชเล่าระหว่างจับกิ่งกาแฟกิ่งหนึ่งชูขึ้นให้เราดู “ถ้าเป็นสวนที่ใช้สารเคมี […]

ป่าไม้ดื่มคาเฟอีน : กาแฟ ช่วยให้ป่าไม้เติบโตเร็วขึ้นได้อย่างไร

ของเสียที่เหลือทิ้งจากกรรมวิธีการผลิต กาแฟ ช่วยเร่งให้ป่าเสื่อมโทรมกลับมามีชีวิต เหมือนกับมนุษย์เรา  ป่าไม้โตเร็วขึ้นเมื่อได้รับ กาแฟ เพียงเล็กน้อยเติมเข้าสู่ระบบ การทดลองเมื่อไม่นานมานี้พบว่าส่วนที่หุ้มเมล็ดกาแฟ ที่เหลือจากกระบวนการปลูกกาแฟ ช่วยฟื้นฟูป่าฝนในประเทศคอสตาริกาให้กลับมามีชีวิต นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวายแอตมานัว ออกแบบการทดลองโดยแบ่งพื้นที่ป่าเป็นสองแปลง เพื่อทดสอบว่า ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ถูกตัดไม้ทำลายป่าอย่างไร โดยแปลงที่หนึ่งใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟคุลมดินความหนาประมาณ 50 เซนติเมตร และอีกหนึ่งแปลงปล่อยไปตามธรรมชาติ ในแต่ละแปลงที่ทำการทำทดลองถูกใช้ประโยชน์เป็นเวลาหลายปี ทั้งเพื่อปลูกกาแฟ หรือเลี้ยงวัว และในที่สุดก็ถูกทิ้งร้าง พื้นที่เหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยหญ้าต่างถิ่นสายพันธุ์แอฟริกัน ที่เรียกว่า หญ้าพาลิเซด ซึ่งใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ หญ้าชนิดนี้สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร หากไม่มีสัตว์มาแทะเล็ม และส่งผลให้พืชท้องถิ่นกลับมาเจริญเติบโตได้ยาก หลังจากการทดลองผ่านไปสองปี แปลงทดลองที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ชั้นเรือนยอดของต้นพืชอายุน้อยสามารถปกคลุมพื้นที่ได้ถึงร้อย 80 ต้นไม้บางต้นสูงถึง 4.5 เมตร รวมไปถึงพบต้นไม่ที่มีความสูงถึง 18 เมตร ต่างกับแปลงที่ไม่ได้กากจากกระบวนการผลิตกาแฟ ซึ่งมีการปลกคุลมของพืชเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ความสูงโดยเฉลี่ยของต้นไม้ในแปลงที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟมีมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม อีกทั้งดินตัวอย่างจากแปลงที่ใส่กากกาแฟมีแร่ธาตุสูงกว่า และหญ้าต่างถิ่นก็ไม่เจริญขึ้นมาเป็นพืชเด่น ผลการทดลองดังกล่าวได้รับการเยยแพร่ในวารสาร Ecological Solutions and […]

Covid Relief Bangkok ภารกิจเยียวยาผู้มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ

Covid Relief Bangkok กลุ่มอาสาสมัครเพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนการบริจาคสิ่งของ แต่มีการวางแผนระยะยาวต่อเนื่องเป็นหลายระยะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกคนไม่มากก็น้อย ในแต่ละด้านแตกต่างกันไป รวมถึงผู้คนในพื้นที่ชุมชนแออัด พวกเขาล้วนเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยให้กลไกในระบบสังคมไทยก้าวไปได้ แต่กลับกลายเป็นว่าผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าวต้องกลายเป็นคนนอกระบบที่โอกาสต่าง ๆ อาจเข้าไปไม่ถึง แต่กระนั้นพวกเขายังคงพยายามฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้เหมือนดังที่ทุก ๆ คนก็พยายามอยู่เช่นกัน ภายใต้วิกฤติยังมีโอกาสก่อเกิดเป็นโครงการ Covid Relief Bangkok ของกลุ่มอาสาสมัครหลากหลายภาคส่วน เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนการบริจาคสิ่งของ แต่มีการวางแผนระยะยาวต่อเนื่องเป็นหลายระยะ ผ่านการเข้าไปให้ความรู้ เข้าไปทำงานร่วมกันกับพื้นที่ชุมชนแออัด และพยายามสร้างระบบให้เข้าถึงทุกคน เพื่อไม่ให้มีใครที่ต้องอยู่ภายนอกระบบอีก Covid Relief Bangkok ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2563 จากการรวมตัวกันของมูลนิธิสติ (SATI Foundation), มูลนิธิ Scholars of Sustenance, Urban Studies Lab, มูลนิธิครีเอทีฟไมเกรชั่น (อีส) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งร่วมทำงานที่ Bangkok 1899 และศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC Bangkok) มีจุดประสงค์เข้าช่วยเหลือผู้คนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มคนในชุมชนแออัด ผู้สูงวัย และผู้มีรายได้ต่ำ ผู้คนเหล่านี้จำนวนมากคือประชากรแฝงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นเดียวกันกับประชากรกลุ่มอื่น […]