ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ขับเคลื่อนการกินแบบยั่งยืน ใส่ใจต้นกำเนิดของวัตถุดิบ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 แนวทางเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปนี้

อุตสาหกรรมอาหารทะเลในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะไม่ปกติ มหาสมุทรปนเปื้อนและมีค่าความเป็นกรดสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ในมหาสมุทรเป็นอย่างมาก ในขณะที่การทำประมงที่มากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ทำให้ 1 ใน 3 ของประชากรปลาทั่วโลกถูกจับมากเกินไปและมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ สวนทางกับปริมาณปรอทในตัวปลาที่กลับมีปริมาณสูงมากขึ้นและยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากกิจกรรมการเผาถ่านหินของมนุษย์

แต่ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง ด้วยการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวด้านอาหารอย่างยั่งยืน ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าอาหารทะเลของพวกเขามาจากไหน ใครเป็นคนจับมัน และจับมันด้วยวิธีการอย่างไร

เพราะเมื่อผู้บริโภครู้ว่าตนเองมีสิทธิและอำนาจในการตั้งคำถามต่อผู้ผลิตได้ เมื่อนั้นผู้ที่อยู่ในสายพานการผลิตทั้งหมด ต้องร่วมกันรับผิดชอบในการตอบคำถาม และมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการติดตามห่วงโซ่อุปทาน ที่จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลที่พวกเขาซื้อและรับประทาน นั้นมาจากการประมงที่ถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และยั่งยืนต่อทุกชีวิตในมหาสมุทรของพวกเราทุกคน

และนี่คือ 6 แนวทางในการพิจารณาเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Defense Council – NRDC) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของเรา สร้างผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด

1 คิดให้เล็ก

ปรอทเป็นสารนิวโรทอกซินที่มีฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการทำงานของสมองและก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ปลาที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างหมึก หอยเชลล์ และปลาซาร์ดีน จะมีสารปรอทน้อยกว่าปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างปลาทูน่าและปลากระโทงดาบ ซึ่งอยู่ในลำดับห่วงโซ่อาหารที่สูงกว่า

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเมื่อปลาใหญ่กินปลาที่มีขนาดเล็กกว่า ผู้ล่าจะดูดซึมสารพิษที่อยู่ในตัวเหยื่อเข้าไปด้วย กระบวนการนี้เรียกว่า “การสะสมสารพิษในห่วงโซ่อาหาร” (Biomagnification) ดังนั้นเมื่อปลาทูน่ากินฝูงปลาแอนโชวี่เข้าไป มันจะสะสมสารปรอทที่อยู่ในปลาแอนโชวี่เข้าไปอยู่ในตัวมันเองด้วย

2 เลือกวัตถุดิบในท้องตลาดท้องถิ่น

คนในสหรัฐอเมริกาบริโภคอาหารทะเลเป็นปริมาณเกือบ 5 พันล้านปอนด์ทุกปี และร้อยละ 90 ของอาหารทะเลเหล่านั้นนำเข้ามาจากประเทศที่ขาดแคลนกฎหมายการจัดการอย่างระมัดระวัง อย่างประเทศจีนและเวียดนาม

เนื่องจากการปราศจากข้อจำกัดในการจับปลา ทำให้ปลาหลายสายพันธุ์โดนคุกคามและถูกจับมากเกินไป ยังมีปัญหาเรื่องการจับปลาที่หลงมาติดอวน จับสายพันธุ์ปลาทะเลอย่างโลมาและเต่าทะเลมากับอวนจับปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ วิธีการจับปลาในรูปแบบอื่นก็สร้างความเสียหายเช่นเดียวกัน อย่างการจับปลาโดยใช้อวนลากหน้าดิน การจับปลาวิธีนี้ไปทำลายปะการัง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ทะเล และการทำประมงแบบผิดกฎหมายยังสร้างมูลค่าทางการประมงอย่างถูกกฎหมายได้หลายพันล้านเหรียญทุกปี

ชาวประมง, เรือประมง, อันดามัน
ชาวประมงบนเรือประมงสัญชาติไทยลำหนึ่งกำลังช่วยกันยกอวนล้อมที่อัดแน่นไปด้วยสัตว์นํ้าหลายชนิดขึ้นสู่ผิวนํ้าความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในทะเลอันดามัน เป็นแหล่งกำเนิดและถิ่นอาศัยของสัตว์นํ้าเศรษฐกิจหลายชนิดทว่าการทำประมงเกินขนาดทำให้ปริมาณสัตว์นํ้าที่จับได้ลดลงอย่างมาก ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

อาหารทะเลที่นำเข้ามาเหล่านี้ ไม่ได้มาจากสัตว์ที่ถูกจับตามธรรมชาติ แต่เป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในฟาร์มของต่างประเทศ ในโรงงานที่มีสภาพแวดล้อมแบบฟาร์ม บ่อยครั้งปลาเหล่านั้นต้องเผชิญกับยาปฏิชีวนะที่อันตรายและสารเคมีต่าง ๆ (ซึ่งส่วนมากถูกห้ามใช้ในสหรัฐอเมริกา) ปลาเหล่านั้นยังถูกเก็บไว้ในก้อนน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียและเชื้อซาลโมเนลลาที่พบปนเปื้อนในมูลหมู

องค์กรอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration) จะตรวจสอบอาหารทะเลที่มาจากต่างประเทศเพียงร้อยละ 2 จากทั้งหมด ฉะนั้นเป็นการดีกว่าหากผู้บริโภคซื้ออาหารทะเลจากแหล่งขายอาหารที่อยู่ใกล้บ้าน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การประมงในสหรัฐอเมริกาได้มีการระงับการทำประมงที่มากเกินกำลังการผลิตของสัตว์น้ำและฟื้นฟูประชากรปลาที่มีจำนวนลดลงภายใต้กฎหมายการประมงของรัฐ ยังมีปลาบางชนิด เช่น ปลาค็อดแอตแลนติกที่กำลังประสบปัญหามีจำนวนลดลง หรือปลาวาฬขวาแอตแลนติกเหนือก็มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องจากการถูกจับไปพร้อมกับอวนที่ใช้จับกุ้งล็อบสเตอร์

ฉลาม
ฉลามวาฬที่ยังไม่โตเต็มวัยขนาดร่วมห้าเมตร แหวกว่ายอยู่ในท้องน้ำนอกเกาะบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ขณะที่เหล่านักดำน้ำเร่งว่ายตามเพื่อบันทึกภาพปลาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งท้องทะเล งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากกิจกรรมท่องเที่ยวดูฉลามนั้นสูงกว่ามูลค่าที่เกิดจากกิจกรรมประมงชนิดเทียบกันไม่ได้ ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

3 เลือกซื้อให้หลากหลาย

คนอเมริกันมักจะเลือกซื้ออาหารทะเล 5 ประเภท ได้แก่ กุ้ง แซลมอน ทูน่ากระป๋อง ปลานิล และปลาพอลลอค ความต้องการซื้อปลาเหล่านี้ในปริมาณมากนำไปสู่ปัญหาในหลายด้าน อย่างการจับปลาในปริมาณที่เกินพอดี วิธีการจับปลาที่ก่อให้เกิดอันตราย การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย และการใช้ยาปฏิชีวนะในปริมาณที่มากเกินไป

ในขณะที่ชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาประกอบไปด้วยสายพันธุ์ปลาที่มีรสชาติอร่อยและยั่งยืนนับร้อยสายพันธุ์อย่างปลากระบอกและปลาจาน หากเราหันมาเลือกกินสายพันธุ์ปลาที่คนไม่ค่อยนิยมบริโภคเหล่านี้ เราจะสามารถลดความเสียหายและช่วยให้การประมงของอเมริกาพัฒนาต่อไปได้

4 กินปลาท้องถิ่น

การประมงแบบเกื้อกูล (Community-Supported Fisheries) กำลังเติบโตอย่างมาก โดยมีต้นแบบมาจากโปรแกรมการเกษตรแบบเกื้อกูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อรับวัตถุดิบที่มาจากการเก็บเกี่ยวของชาวนา

การเข้าร่วมการประมงแบบเกื้อกูลคือหนทางที่ยอดเยี่ยมที่เราจะได้รู้ว่าปลาของเรามาจากที่ใด ใครเป็นคนจับมา และจับมาอย่างไร (การจับปลาในสเกลเล็ก ชาวประมงที่จับปลาอย่างยั่งยืนมักจะใช้วิธีการจับปลาที่สร้างผลกระทบต่ำกว่า อย่างการใช้เบ็ดตกปลาหรือการวางตาข่ายดักปลา) โปรแกรมประมงแบบเกื้อกูลยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจการประมงระดับท้องถิ่น ช่วยเพิ่มความต้องการซื้อในท้องถิ่นและเพิ่มอาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยเราสามารถค้นหาการประมงแบบเกื้อกูลใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ขององค์กร Local Catch Network เว็บไซต์ที่รวบรวมและจัดหาแหล่งประมงท้องถิ่นที่จับปลาอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ

5 เลือกกินอย่างรอบคอบ

ถ้าไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมการประมงแบบเกื้อกูลได้ ให้เลือกซื้ออาหารทะเลจากพ่อค้าและร้านอาหารที่ไว้ใจได้ ธุรกิจที่น่าเชื่อถือจะตั้งมาตรฐานอาหารทะเลที่พวกเขานำมาขายในร้านไว้สูงกว่า และส่วนมากพวกเขาจะวางแผนการหาซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อาหารทะเลบางชนิดมาพร้อมกับฉลากที่ทำให้เราไม่ต้องคาดเดาว่าอาหารชนิดนี้มีความยั่งยืนหรือไม่ ฉลากที่ติดโดย สำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานสินค้าประมง (Marine Stewardship Council – MSC) ก็เป็นหนึ่งในฉลากที่ได้รับการรับรองและดำเนินการติดฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco – Label) ตามแนวทางขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations – FAO)

6 ใช้เครื่องมือที่ดีช่วยในการเลือกซื้อ

องค์กร Monterey Bay Aquarium ได้จัดทำโปรแกรม Seafood Watch ขึ้นมาเพื่อพัฒนาคำแนะนำอาหารทะเลตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคและธุรกิจสร้างทางเลือกการซื้ออาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อมหาสมุทร โดยแยกอาหารทะเลออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับ “best choices” อาหารทะเลที่ควรซื้อเป็นอันดับแรก ได้รับการจัดการดูแลอย่างดี และถูกจับหรือเลี้ยงดูในฟาร์มอย่างเหมาะสม

ระดับ “good alternatives” อาหารทะเลที่ซื้อได้แต่มีข้อควรระวัง เพราะมีข้อกังวลว่าสัตว์เหล่านี้ถูกจับมาอย่างไร ได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มหรือถูกจัดการอย่างไรบ้าง

และระดับสุดท้าย “avoid” อาหารทะเลที่ควรหลีกเลี่ยง พวกมันถูกจับมามากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ขาดการจัดการที่ดี ถูกจับหรือถูกเลี้ยงดูในฟาร์มในแนวทางที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของสัตว์ทะเลชนิดอื่นหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

สืบค้นและเรียบเรียง : ภัทราพร ชัยบุตร

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : มิติความจริงที่หายไปจาก Seaspiracy สารคดีโด่งดังที่บอกให้มนุษย์เลิกกินปลา

เรื่องแนะนำ

SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท

บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่เป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และบ้านที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยทัศนียภาพพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ทะเลที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยว หากแต่หน้าที่ของการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนในพื้นที่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จำเป็นจะต้องสร้างระบบนิเวศของจิตสำนึกและการตระหนักถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ช่วยถนอมโลกใบนี้ให้มากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาที่สิงห์ เอสเตท ตัวแทนเจ้าภาพโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์​ วิลเลจ ได้รวบรวมผู้นำระดับหัวหน้างาน 15 ท่าน พร้อมกับตัวแทนนักเรียนในพื้นที่เกาะพีพี มาปลูกองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ร่วมกันผ่านค่าย “SeaYouTomorrow Camp Fighting Climate Crisis แคมป์ผู้นำ และเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤติโลกร้อน”   Change Agent ผู้กำหนดโลก เด็กคือ Change Agent ผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกในวันข้างหน้า และด้วยช่วงวัยที่พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทำให้ อเล็กซ์ เรนเดล จัดตั้ง EEC THAILAND (Environment Education Centre) ผ่านการทำค่ายที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้และการลงมือทำให้กับเด็กมาเกือบ 7 ปีแล้ว ควบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เขาจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการจัดกิจกรรมแคมป์ในครั้งนี้ แต่จะอาศัยเพียงกำลังของเด็ก เพื่อรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นจะไม่เพียงพอ […]

Copenhagen เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากโรงเผาขยะที่สะอาดและสนุกที่สุดในโลก

โคเปนเฮเกน เส้นทางสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2025 ด้วยการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และ CopenHill โรงงานผลิตพลังงานจากขยะที่ปลอดมลพิษที่สุดในโลก ทุกวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ประชากรโลกจำนวนมากกว่าครึ่งอาศัยอยู่ในเขตเมือง ภายใน ค.ศ. 2050 การอพยพย้ายถิ่นฐานจากชนบท จะทำให้ตัวเลขประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง เพิ่มขึ้นเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ โจทย์ท้าทายที่สุดที่มนุษย์กำลังเผชิญคือ เราจะสร้างเมืองที่รองรับคนจำนวนมหาศาล ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ภายใต้วิกฤติโลกร้อน ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เมืองต้องสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติไปยังลูกหลานในอนาคต โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก คือหนึ่งในเมืองที่วางแผนรับมือเรื่องความยั่งยืนได้ล้ำหน้าที่สุดในโลก เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจนโยบายและการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับผู้คนและโลก ทั้งความตั้งใจจะเป็นเมืองที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ ภายใน ค.ศ. 2025 จนถึงการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และล่าสุด CopenHill โรงงานผลิตพลังงานจากขยะที่ใหญ่ที่สุดและสะอาดที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง 01 ขับเคลื่อนเมืองด้วยศูนย์คาร์บอน 2 ใน 3 ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนมาจากกิจกรรมในเมือง ตัวเลขชี้วัดปริมาณนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อคนย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองมากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรที่จะมาหล่อเลี้ยงเมือง ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย […]

Pavegen นวัตกรรมแผ่นปูถนน ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากย่างก้าวของมนุษย์

Pavegen นวัตกรรมที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานการออกกำลังที่เรียบง่ายที่สุด เมื่อทุกย่างก้าวของคนเมือง สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนเมืองได้ เพพเจน (Pavegen) คือสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ลอว์เรนซ์ เคมบัลล์ ย้อนกลับไปในปี 2009 ลอว์เรนซ์เป็นนักศึกษาหนุ่มที่จริงจังกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เขาคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากไหนมาใช้ได้อีก เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน ทุกวันระหว่างทางมามหาวิทยาลัย ลอว์เรนซ์จะต้องผ่านสถานีวิกตอเรีย สถานีรถไฟขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบขนส่งมวลชนลอนดอน และมีผู้ใช้งานราว 75 ล้านคนตลอดปี ลอว์เรนซ์เกิดแนวคิดว่า หากนำพลังงานจลน์จากการเดินขวักไขว่ของคนในสถานีวิกตอเรีย มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า น่าได้ผลลัพธ์ที่ดี และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเพพเจน สตาร์ตอัปที่ก่อตั้งโดยลอว์เรนซ์ ในอีกหลายปีต่อมา เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการเก็บเกี่ยวและสร้างพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างฐานข้อมูลจากฝีเท้ามนุษย์ เพื่อต่อยอดเป็นฟีเจอร์ที่จะเป็นประโยชน์อีกมากมายต่อไปในอนาคต เพพเจน คือแผ่นปูพื้นอัจฉริยะ เมื่อถูกเหยียบ มันจะเคลื่อนตัวไปมาประมาณ 10 มิลลิเมตร การเคลื่อนไหวนี้เองที่ไปหมุนตัวสร้างกระแสไฟฟ้าแม่เหล็ก ที่ติดอยู่ด้านล่างแผ่นปูพื้นแต่ละแผ่น โดยให้กำลังประมาณ 3 จูลต่อการก้าวเดินหรือประมาณ 5 วัตต์ต่อเนื่องในขณะที่บุคคลนั้นกำลังเดิน จากนั้นพลังงานไฟฟ้าที่ได้ จะถูกนำไปใช้กับป้ายไฟในบริเวณนั้น สำหรับช่วงกลางคืนที่ผู้คนสัญจรน้อยลง กระแสไฟฟ้าที่ถูกสร้างไว้จำนวนมากจากช่วงกลางวัน ซึ่งถูกเก็บไว้ในในแบตเตอรี่ จะถูกดึงออกมาใช้งานกับเสาไฟสาธารณะ ให้แสงสว่างยามค่ำคืน นอกจากสร้างกระแสไฟฟ้า เพพเจนยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายคือการสร้างฐานข้อมูลเรื่องการเดินในเมือง […]

ความยั่งยืน : องค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์ในทุกธุรกิจ

ในโลกยุคใหม่ ภาคธุรกิจได้รับการคาดหวังว่าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อความยั่งยืนของโลก โดยในปลายเดือนตุลาคม 62 นี้ จะมีการประชุมว่าด้วยการสร้างแบรนด์เพื่อ ความยั่งยืน ในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญในการสร้างธุรกิจให้อยู่รอดในยุคสมัยใหม่ คือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนในสังคม โดยนอกจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้แบรนด์ธุรกิจได้รับการยอมรับคือ การมีส่วนร่วมสร้าง ความยั่งยืน ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ หรือการมุ่งหาแนวทางในการนำผลกำไรมาตอบแทนสังคม หรือชุมชนรอบตัวให้เติบโตไปด้วยกัน หมดยุคสมัยของการเติบโตเพื่อกอบโกยกำไรแต่เพียงผู้เดียวและทิ้งผู้คนมากมายไว้เบื้องหลัง ดร. ศิริกุล เลากัยกุล  หรือ คุณหนุ่ย ปัจจุบันเป็น Country Director ของ SB Thailand มีประสบการณ์ทำงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการสร้างแบรนด์ มานานกว่า 20 ปี อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการสร้างแบรนด์หลากหลายบริษัท อีกบทบาทของเธอในวันนี้คือการเป็นผู้จัดการประชุมสัมมนา Sustainable Brands (SB) อันเป็นการประชุมสัมมนาด้านความยั่งยืนของแบรนด์ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด จัดต่อเนื่องมานานนับสิบปี ในเมืองชั้นนำทั่วโลก อาทิ ซานดิเอโก ลอนดอน บาร์เซโลนา ริอูเดจาเนรู โตเกียว ซิดนีย์ เคปทาวน์ แวนคูเวอร์ เป็นต้น วันนี้เราได้มาพูดคุยกับคุณหนุ่ยถึงแรงบันดาลในการผลักดันเรื่องของการสร้างแบรนด์เพื่อความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของธุรกิจในเมืองไทย ความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนของธุรกิจ และงานสัมมนา […]