World Update: สหรัฐฯ อนุมัติยารักษาผมร่วงทำให้ผู้ป่วยมีผมกลับคืนเกือบทั้งหมด

World Update: สหรัฐฯ อนุมัติยารักษาผมร่วงทำให้ผู้ป่วยมีผมกลับคืนเกือบทั้งหมด

อย. สหรัฐฯ อนุมัติยารักษาผมร่วงเป็นหย่อมรุนแรงตัวแรกที่ทำให้ผู้ป่วยมีผมกลับคืนเกือบทั้งหมด

องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติยาที่มีชื่อว่า Olumiant (baricitinib) เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) โดยการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยเกือบครึ่งนึงมีผมกลับมางอกใหม่เกือบทั้งหมด

Alopecia areata หรือ โรคผมร่วงเป็นหย่อมนั้นสร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้ป่วย หลายคนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเพราะสูญเสียความมั่นใจและมีความเครียดสะสม สาเหตุของโรคนี้คาดกันว่ามาจากการโจมตีรูขุมขนตัวเองของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ผมหลุดร่วงและยังรวมไปถึงคิ้ว ขนตาหรือขนตามร่างกายก็สามารถร่วงได้เช่นกัน โรคนี้เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แม้ว่าส่วนใหญ่จะพบในช่วงวัย 30 ปี

“การเข้าถึงตัวเลือกการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวอเมริกันจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากภาวะผมร่วงอย่างรุนแรง” เคนดัลล์ มาร์คัส (Kendall Marcus) เจ้าหน้าที่ของ FDA กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมเสริมว่า “การอนุมัติในวันนี้จะช่วยเติมเต็มความต้องการที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการผมร่วงอย่างรุนแรง”

ผลลัพธ์การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในผู้ป่วย 1,200 คนซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มยาหลอก กลุ่มที่ได้รับยาสองมิลลิกรัมทุกวัน และกลุ่มที่ได้รับยาสี่มิลลิกรัมทุกวัน หลังจากผ่านไป 36 สัปดาห์ (9 เดือน) เกือบร้อยละ 40 ของกลุ่มที่ได้รับยาสี่มิลลิกรัมทุกวันผมกลับงอกขึ้นมาใหม่เกือบสมบูรณ์ราวร้อยละ 80 บางรายขึ้นกลับมาทั้งหมด

ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับยาสองมิลลิกรัมผู้ป่วยราวร้อยละ 23 ก็มีผมงอกกลับขึ้นมาเช่นกัน และกลุ่มยาหลอกนั้นจำนวนผู้ป่วยที่มีผมงอกกลับมานั้นน้อยกว่าร้อยละ 6 สำหรับผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ปวดศีรษะ สิว และคอเลสเตอรอลสูง และไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง มะเร็ง มีอาการโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง

การรับรองครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยครอบคลุมค่าใช้จ่ายของยา โดยก่อนหน้านี้ผู้ป่วยโรคนี้ต้องพึ่งพาครีม หรือการฉีดสเตียรอยด์ที่ไม่ได้รับการพิสูจน์และการอนุมัติใดๆ จาก FDA ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5,000 เหรียญ หรือราว 165,000 บาทต่อเดือน

สำหรับราคาของยาตัวนี้ทางบริษัทผู้ผลิต อีไลลิลลี่ (Eli Lilly) ระบุว่ายามีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,497 เหรียญ (ราว 82,401 บาท) อย่างไรก็ตามพวกเขากล่าวว่าสำหรับผู้ป่วยที่ประกันครอบคลุมจะจ่ายเงินเพียง 5 หรือ 25 เหรียญ (163 บาทและ 825 บาทตามลำดับ) ขึ้นอยู่กับว่าเป็นประกันรูปแบบใด

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
Photograph by Brett King/Yale School of Medicine

ที่มา
.
https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2110343
.
https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/fda-approves-first-systemic-treatment-alopecia-areata#:~:text=Today%2C%20the%20U.S.%20Food%20and,in%20the%20U.S.%20each%20year
.
https://www.smithsonianmag.com/smart-news/fda-approves-first-drug-to-treat-hair-loss-caused-by-alopecia-180980252/
.
https://www.nbcnews.com/health/health-news/first-alopecia-treatment-autoimmune-disorder-causes-sudden-hair-loss-a-rcna33461

เรื่องแนะนำ

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก Marcello Calisti นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นหัวหน้าโครงการ SILVER (Seabed-Interaction Legged Vehicle for Exploration and Research) โครงการสำรวจใต้น้ำใหม่ที่ใช้หุ่นยนต์แทนนักประดาน้ำ โดยฟุตเทจที่คุณผู้อ่านจะได้ชมนี้ เป็นซากของเรืออับปางบริเวณเกาะ Elba ของอิตาลี ที่หุ่ยนต์สำรวจเป็นผู้ถ่ายไว้ ด้วยขาทั้งสี่ข้างที่เลียนแบบมาจากการเคลื่อนไหวของสัตว์ หุ่นสำรวจ SILVER สามารถเดินท่องไปบนพื้นของมหาสมุทรทั้งยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากการเดินเป็นการคลาน และยังสามารถกระโดดได้อีกด้วย เมื่อต้องสำรวจในสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ใช้พลังงานน้อยกว่าการสำรวจด้วยเรือดำน้ำหรือโดรน ทั้งยังปลอดภัยสำหรับนักประดาน้ำในการสำรวจพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง นอกจากนั้นทีมนักวิจัยคาดหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะใช่ SILVER ในการสำรวจประชากรสัตว์น้ำ หรือเก็บตัวอย่างจากก้นทะเล   อ่านเพิ่มเติม 5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

นักวิจัยไทยสังเคราะห์สารตั้งต้นยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ สำเร็จ

นักวิจัยไทยสังเคราะห์สารตั้งต้นยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ สำเร็จ ทดแทนวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้ผลิตเป็นยาต้านโรคโควิด-19 ตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น นักวิจัยไทยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ต่างก็เร่งพัฒนาและผลิตนวัตกรรมต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพ การแพทย์ และสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้ใช้รับมือกับโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น จนถึงตอนนี้มีผลงานจากนักวิจัยไทยจำนวนมากที่ใช้งานจริงอยู่ตามสถานที่ต่างๆ และความสำเร็จล่าสุดคือ การพัฒนาวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา หรือ API (Active Pharmaceutical Ingredients) สำหรับใช้เป็นสารตั้งต้นในการการผลิตยา “ฟาวิพิราเวียร์” (Favipiravir) เพื่อใช้ต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SAR-CoV-2) ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ผมยินดีกับความสำเร็จการพัฒนาวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา หรือ API สำหรับใช้เป็นสารตั้งต้นการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เพื่อใช้ต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SAR-CoV-2) ซึ่งเป็นงานส่วนหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) พ.ศ. 2564-2569 ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศให้ BCG เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในวาระที่นำเสนอในการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค […]