ภาวะพึ่งพา คืออะไร และมีรูปแบบลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตอย่างไร

กรณีตัวอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างชนิดพันธุ์ ที่แสดงถึงภาวะพึ่งพา

ในธรรมชาติ บางครั้ง สิ่งมีชีวิตมักสร้างปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดอย่างที่เราคาดไม่ถึง และทำงานเพื่อประโยชน์ร่วมกันของพวกมัน

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยจำแนกได้หลายรูปแบบ เช่น ภาวะปรสิต (ซึ่งสปีชีส์หนึ่งได้ประโยชน์และอีกสปีชีส์หนึ่งได้รับอันตราย) ภาวะอิงอาศัย (โดยที่สปีชีส์หนึ่งได้ประโยชน์และอีกสปีชีส์หนึ่งไม่ได้รับอันตรายและไม่ได้รับความช่วยเหลือ) และ ภาวะพึ่งพา

ภาวะพึ่งพา เป็นประเภทของความสัมพันธ์ทางชีวภาพที่ 2 สายพันธุ์ ได้รับประโยชน์จากปฏิสัมพันธ์ แม้ว่าภาวะพึ่งพาจะมีความซับซ้อนสูง แต่ก็สามารถแบ่งความสัมพันธ์รูปแบบนี้ได้ 2 ลักษณะ คือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันทั้งหมด ต้องดำรงชีวิตด้วยกันตลอด (obligate mutualism) และการได้รับประโยชน์จากการพึ่งพา แต่สามารถดำรงชีวิตแยกจากกันได้ (facultative mutualism)

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่มีภาวะพึ่งพา

ภาวะพึ่งพา, มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย Francesco Ricciardi

1. กุ้งไกปืนและปลาบู่ทะเล

วงศ์ปลาบู่มีสมาชิกราวสองพันชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล ในบางครั้ง พวกมันมีปฏิสัมพันธ์แบบพึ่งพากับกุ้งไกปืนในวงศ์ Alpheidae

กุ้งไกปืน (Pistol shrimp) เป็นนักขุดหลุมที่ชำนาญ โดยพวกมันจะขุดทรายตามพื้นทะเล และบางครั้งพวกมันก็แบ่งปันพื้นที่ในรูกับปลาบู่ทะเล ด้านนอกของหลุม กุ้งไกปืนมักทำตัวติดกับปลาบู่ทะเลตลอดเวลา เพื่อป้องกันตัว

เมื่อปลาบู่ทะเลมองเห็นผู้ล่าที่อันตราย มันจะปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมา และมุดตัวกลับเข้าไปในรู เช่นเดียวกับกุ้งไกปืน เมื่อรับรู้ได้ถึงสารเคมีจากปลาบู่ทะเล มันก็หลบเข้าไปในรูเช่นกัน และเมื่อปลาบู่ทะเล สัมผัสได้วง่า ด้านนนอกโพรงไม่มีผู้ล่า พวกมันทั้งสองก็กลับออกมาอยู่ด้านนอกอีกครั้ง

การศึกษาในปี 2019 พบว่า บทบาทของพวกมันคือการเป็นผู้เฝ้าระวัง ในกรณีคือ ปลาบู่ทะเลมักจะออกจากรูก่อนเสมอ และดูเหมือนว่าการตัดสินใจของกุ้งไกปืนที่จะออกจากรูอย่างปลอดภัย จะเกิดขึ้นหลังจากปลาบู่ออกจากโพรงแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้ นักวิจัยเชื่อว่า กุ้งยังได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์กับปลาบู่ทะเลในเรื่องของโภชนาการด้วย เช่น ขี้ปลา หรือปรสิตบนร่างกายของปลา

ภาวะพึ่งพา, มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย Pete F

2. เพลี้ยและมด

เพลี้ยเป็นแมลงขนาดเล็กที่ดูดกินของเหลวและปล่อยสารคัดหลั่ง ซึ่งเป็นของเสียจากอาหารที่มีน้ำตาล เพลี้ยหลายชนิดมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับมดที่กินน้ำหวาน โดยมดจะ ‘รีดนม’ เพลี้ย ด้วยหนวดของพวกมัน

ในทางกลับกัน มดบางชนิดจะปกป้องเพลี้ยจากสัตว์กินเนื้อและปรสิต มดจะย้ายไข่ และตัวอ่อนของเพลีย ลงไปยังรังใต้ดิน ซึ่งทำให้การเก็บน้ำหวานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพลี้ยบางชนิดได้ปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากมดที่แสวงหาน้ำหวาน เพลี้ย Paracletus cimiciformis ได้วิวัฒน์ตัวอ่อน 2 ลักษณะ โดยมีลักษณะที่เลียนแบบคล้ายมด และลักษณะที่เป็นทรงกลม เมื่อมดพาตัวอ่อนที่มีลักษณะคล้ายมดไปยังห้องฟักไข่ เพลี้ยจะดูดของเหลวจากตัวอ่อนของมด

ภาวะพึ่งพา, มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย Alfred Schrock

3. ค้างคาวยอดกล้วย และหม้อข้าวหม้อแกงลิง

หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพืชกินเนื้อ ที่ใช้น้ำหวานบริเวณขอบของโครงสร้างคล้ายท่อเพื่อดึงดูดเหยื่อ เช่น แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก สารลื่นที่ขอบทำให้สัตว์เหล่านี้ตกลงไปในน้ำย่อยที่อยู่ในกระเปาะ

สัตว์ส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงกับดักมรณะของพืชชนิดนี้ แต่ค้างคาวยอดกล้วยกลับสมัครใจที่จะปีนเข้าไปข้างใน

ค้างคาวยอดกล้วยมักอาศัยอยู่ในกระเปาะของหม้อข้าวหม้อแกงลิง ชนิด Nepenthes hemsleyana ที่พบในเกาะบอร์เนียว ในขณะที่ค้างคาวอาศันกระเปาะเป็นที่หลบภัย ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงก้ได้รับสารอาหารจากขี้ค้างคาว ทำให้พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย David Baker

4. ปะการังและซูแซนเทลลี

 ปะการังอาจดูเหมือนหินหรือพืช แต่จริงๆ แล้วพวกมันเป็นสัตว์ทะเล สีสดใสของปะการังที่สร้างแนวปะการังมาจากสาหร่ายซูแซนเทลลีที่พวกมันมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เมื่อปะการังเจริญเติบโต ซูแซนเทลลีจากสภาพแวดล้อมโดยรอบจะเข้าไปอาศันอยู่บนโครงร่างแข็งของปะการัง

ปะการังให้ที่พักพิงและสารอาหารที่จำเป็นต่อซูแซนเทลลี เพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ในขณะที่ซูแซนเทลลีก็ผลิตน้ำตาล และออกซิเจน ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเจริญเติบโต ของปะการัง

มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย Charl Durand

5. นกกินแมลงบางชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่

ในประเทศ ภาวะพึ่งพาระหว่างนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ชัดเจน คึอ นกเอี้ยงและกระบือ

นกเอี้ยงมักจะไปเกาะบนหลังกระบือ และจิกกินปรสติที่อยู่บนผิวหนัง เช่น ปลิงน้ำจืด และแมลงรำคาญต่างๆ วิธีนี้อาจช่วยรักษาปริมาณปรสิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมให้อยู่ภายใต้การควบคุม และนกเอี้ยงก็ได้กินอาหาร

ในทุ่งหญ้าสะวันนา ทวีปแอฟริกา นกที่เกาะอยู่บนหลังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ม้าลาย และแรด ได้ช่วยส่งสัญญาณเตือนอันตรายจากสัตว์ผู้ล่า และมนุษย์

อย่างไรก็ตาม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกอาจไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีของภาวะพึ่งพา เนื่องจากนกสามารถทำร้ายโฮสต์ของพวกมันได้ ในขณะที่นกจิกกินปรสิต พวกมันก็จะเจาะเข้าไปในบาดแผลด้วย แม้ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะค่อนข้างอดทนต่อพฤติกรรมนี้ แต่ก็ไม่เป็นประโยชน์กับพวกมัน

มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย David Clode

6. ปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเล

ดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์ทะเลที่มีลักษณะเหมือนดอกไม้และมีหนวดพิษ ดอกไม้ทะเลใช้เข็มพิษที่อยู่บนหนวดช่วยหาอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพลงก์ตอนสัตว์

ดอกไม้ทะเลมีปฏิสัมพันธ์กับปลาหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาการ์ตูน (anemonefish) ที่มีภูมิคุ้มกันต่อพิษของดอกไม้ทะเล แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับกลไกนี้ แต่คิดว่าอาจเกิดจากเมือกบนผิวหนังปลามีส่วนปกป้องพวกมัน ซึ่งหมายความว่า ปลาการ์ตูนสามารถเข้าไปซ่อนตัวในหนวดของดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัย

ในทางกลับกัน ปลาการ์ตูนช่วยตอบแทนดอกไม้ทะเลในหลายวิธี ปลาการ์ตูนช่วยกินปรสิตที และปล่อยสารอาหารทางการขับถ่าย ซึ่งกระตุ้นสาหร่ายที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตภายในดอกไม้ทะเล

 มีอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวิต, ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพถ่าย Dominic Sherony

7. นกพรานผึ้งและมนุษย์

ไข่ ตัวอ่อน และขี้ผึ้ง ที่อยู่ในรังผึ้งเป็นแหล่งอาหารหลักสำหรับนกพรานผึ้ง (ดัชนีชี้วัดตำแหน่งรังผึ้ง) วิธีหนึ่งที่นกพรานผึ้งเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย คือการนำนกสายพันธุ์อื่นๆ ที่อยากได้น้ำผึ้งมาที่รัง และปล่อยให้พวกมันบุกเข้าไปในรัง

มนุษย์จึงติดตามเสียงร้องของนกพรานผึ้ง เพื่อไปเก็บเกี่ยวรังผึ้ง โดยมนุษย์ได้ตอบกลับด้วยเสียงร้องที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน เมื่อนักล่าน้ำผึ่งไปถึงรัง พวกเขาก็เริ่มกระบวนการเก็บรังผึ้งด้วยควัน หลังจากนั้นนกพรานผึ้งก็จะเข้าไปกินเศษซากรังผึ้งที่มนุษย์เหลือทิ้งไว้

สืบค้นและเรียบเรียง ณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.biologyonline.com/dictionary/mutualistic-symbiosis
https://www.thoughtco.com/mutualism-symbiotic-relationships-4109634
https://education.nationalgeographic.org/resource/symbiosis-art-living-together
https://www.nhm.ac.uk/discover/mutualism-examples-of-species-that-work-together.html


อ่านเพิ่มเติม ภาวะปรสิตในระบบนิเวศ

เรื่องแนะนำ

สารอาหารที่ให้พลังงาน ประกอบด้วยอาหารกลุ่มใดบ้าง

นักโภชนาการ และบุคลากรทางการแพทย์ มักแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่มีความหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เนื่องจากอาหารแต่ละชนิดมีทั้ง สารอาหารที่ให้พลังงาน และสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน นิยามของอาหาร และ สารอาหารที่ให้พลังงาน อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์ โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย สารอาหาร คือ สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป มีมากมายหลายชนิด การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ การกำเนิดของสารอาหาร ลกของเรามีพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมีได้โตยตรง แต่เราได้รับจากการรับประทานอาหาร โดยในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะมีสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เช่น ข้าว มีกระบวนสังเคราะห์แสงได้ผลผผลิตออกมาเป็นเมล็ดข้าว เมื่อมนุษย์รับประทานข้าวจึงได้รับพลังงานที่เก็บสะสมอยู่ในนั้น ดังนั้น อาหารที่มนุษย์บริโภคทุกวันจึงเป็นแหล่งพลังานให้กับร่างกาย และพลังงานเหล่านั้นก็ช่วยเสริมสร้างให้กิจกรรมต่างๆ ภายในร่างกายของมนุษย์ดำเนินต่อไปอย่างเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม อาหารที่เรารับประทานเข้าไปมีสารอาหารประกอบอยู่มากมาย เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงาน และความร้อน เพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน […]

ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching)

การเกิด ปะการังฟอกขาว เป็นเหตุให้ระบบนิเวศในมหาสมุทรเสียสมดุล และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อาหาร ปะการังฟอกขาว (Coral Bleaching) คือ ภาวะการสูญเสียสาหร่ายขนาดเล็กที่ชื่อว่า “ซูแซนเทลลี” (Zooxanthellae) ที่อาศัยอยู่ภายในเนื้อเยื่อของปะการังอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อมของมหาสมุทร เช่น อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง หรือมลพิษต่างๆ ส่งผลให้ปะการังเหลือเพียงโครงสร้างหินปูนสีขาว กลายเป็นที่มาของปรากฏการณ์ “ปะการังฟอกขาว” ที่พบได้ในมหาสมุทรทั่วโลก ณ ขณะนี้ ปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี ความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากันและกัน ปะการัง (Coral) เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง (Marine invertebrate) มีสารประกอบหินปูนเป็นโครงร่างแข็ง ซึ่งทำหน้าที่รองรับเนื้อเยื่อรูปทรงคล้ายกระบอกขนาดเล็ก มีหนวดโบกสะบัดบริเวณปลายกระบอก เพื่อดักจับแพลงก์ตอน (Plankton) เป็นอาหาร นอกเหนือจากอาหารที่หาได้ด้วยตนเองแล้ว ปะการังยังได้รับสารอาหารส่วนหนึ่งจากสาหร่ายขนาดเล็กจำนวนมากที่อาศัยอยู่ภายในเนื้อเยื่อของปะการัง ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียว (Unicellular algae) ที่สร้างอาหารจากการสังเคราะห์แสง และอาศัยอยู่ร่วมกับปะการังในลักษณะ “พึ่งพาอาศัยกัน” (Mutualism) สาหร่ายซูแซนเทลลียังมีหน้าที่ช่วยเร่งกระบวนการสร้างหินปูน รวมถึงการสร้างสีสันอันหลากหลายให้แก่ตัวปะการังอีกด้วย เพราะโดยปกติแล้ว ปะการังมีเพียงเนื้อเยื่อใสที่ไม่มีองค์ประกอบเม็ดสี (Pigment) สวยงามใดๆ แต่เนื่องจากสาหร่ายซูแซนเทลลีเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้เกิดสีสันมากมายบนปะการัง ทั้งสีแดง สีส้ม สีเขียว […]

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศ

การอาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศต่างมีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งช่วยให้เกิด ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และเกิดการปรับตัวร่วมกัน นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ทั้งที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงและดำรงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง ในระบบนิเวศยังมีการปฏิสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องอีกหลากหลายรูปแบบเกิดขึ้น เมื่อมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่ซึ่งมีอาณาบริเวณอันจำกัด มีปริมาณอาหาร น้ำดื่มและปัจจัยที่จำเป็นอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของทุกชีวิต  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิด (Interspecific interactions) หมายถึง ความเกี่ยวข้องหรือสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากการอาศัยอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศ โดยก่อให้เกิดทั้งภาวะของการพึ่งพาอาศัยกันและกัน การแก่งแย่งแข่งขัน หรือแม้แต่การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเพื่อความอยู่รอด ซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้ สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท โดยส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น เป็นประโยชน์ต่อกัน (+) เป็นโทษหรือภัยคุกคาม (-) และการไม่ได้รับผลกระทบและผลประโยชน์ใด ๆ (0) ดังนี้ ภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (Mutualism : +/+) หมายถึง ความสัมพันธ์ระยะยาวของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถแยกตัวออกจากกันได้อีกเลยตลอดช่วงชีวิต เช่น  ไลเคน (Lichens) : สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการพึ่งพาอาศัยกันของราและสาหร่าย โดยที่ราทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและแร่ธาตุแก่สาหร่าย ขณะที่สาหร่ายทำหน้าที่สร้างอาหารให้ราผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ไรโซเบียม […]

เอนไซม์ ผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกายเรา

เอนไซม์ นับว่าเป็นสารชีวโมเลกุลภายในเซลล์ที่สำคัญต่อการมีชีวิต ของทุกชีวิต เอนไซม์ (Enzyme) คือ สารชีวโมเลกุล (Biomolecule) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มของโปรตีนชนิดต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ส่งเสริมให้กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสันดาป (Metabolism) กระบวนย่อยสลายสสารและโมเลกุลเพื่อพลังงาน (Catabolism) หรือกระบวนการสังเคราะห์สารต่าง ๆ (Anabolism) ของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตั้งแต่ไซนาโนแบคทีเรีย จนถึงสัตว์เลี้ยงลูกกด้วยนม อีกความหมายหนึ่งคือ ถ้าหากสิ่งมีชีวิตขาดเอนไซม์ ร่างกายของจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และตายในที่สุด ดังนั้น เอนไซม์จึงเปรียบเหมือนผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำหน้าที่ ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีที่จำเพาะ (Specific catalyst) ซึ่งจะทำงานร่วมกับสารชีวเคมีอื่น ได้แก่ โคเอนไซม์ (Co-enzymes) ซึ่งร่างกายได้รับจากสารอาหารจำพวกพวก วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้ามีเฉพาะวิตามิน และแร่ธาตุนั้น จะไม่สามารถกระตุ้นการทำงานภายในเซลล์ได้ หากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์ บทบาทหน้าที่และหลักการทำงานของเอนไซม์ เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทำหน้าที่ย่อยสลายและช่วยดูดซึมสารอาหาร ส่งเสริมให้ปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสมดุล เพื่อร่างกายดำรงอยู่ได้อย่างไม่เสื่อมถอยหรือเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่ส่งผลถึงชีวิต ดังนั้น เอนไซม์จึงทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยของระบบภายในต่าง […]