ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน คืออะไร ตัวอย่างของความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ มีอะไรบ้าง

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน

เริ่มแรก คำว่า protocooperation หรือ ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน ถูกใช้เพื่อระบุปฏิสัมพันธ์ภายในระบบนิเวศ แต่ต่อมาเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายโดย Eugene Odum ในปี 1953 นอกจากนี้ ในบางกรณี Protocooperation ยังเรียกว่า ‘การทำงานร่วมกัน’

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นรูปแบบของปฏิสัมพันธ์ทางนิเวศวิทยา ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิดต่างได้รับประโยชน์จากปฏิสัมพันธ์นี้ แต่ไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างชนิดพันธุ์ในภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มักมองว่า เป็นรูปแบบหนึ่ของภาวะพึ่งพา (mutualism) แม้ว่าปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบนี้จะเพิ่มโอกาสการอยู่รอด และสนับสนุนการเจริญเติบโต แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับการเติบโตตามธรรมชาติ และความอยู่รอดของสายพันธุ์ (facultative mutualism)

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกันเป็นประเภทของปฏิสัมพันธ์เชิงบวกที่ความสัมพันธ์อาจเป็นเชิงการบริการในระบบนิเวศ หรือการแบ่งปันทรัพยากร ปฏิสัมพันธ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ระหว่างสองสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน หรือชนิดพันธุ์ต่างอาณาจักร

ตัวอย่างของภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน

1. เพลี้ยและมด

เพลี้ยเป็นแมลงขนาดเล็กที่ดูดกินของเหลวและปล่อยสารคัดหลั่ง ซึ่งเป็นของเสียจากอาหารที่มีน้ำตาล เพลี้ยหลายชนิดมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับมดที่กินน้ำหวาน โดยมดจะ ‘รีดนม’ เพลี้ย ด้วยหนวดของพวกมัน

ในทางกลับกัน มดบางชนิดจะปกป้องเพลี้ยจากสัตว์กินเนื้อและปรสิต มดจะย้ายไข่ และตัวอ่อนของเพลีย ลงไปยังรังใต้ดิน ซึ่งทำให้การเก็บน้ำหวานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพลี้ยบางชนิดได้ปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากมดที่แสวงหาน้ำหวาน เพลี้ย Paracletus cimiciformis ได้วิวัฒน์ตัวอ่อน 2 ลักษณะ โดยมีลักษณะที่เลียนแบบคล้ายมด และลักษณะที่เป็นทรงกลม เมื่อมดพาตัวอ่อนที่มีลักษณะคล้ายมดไปยังห้องฟักไข่ เพลี้ยจะดูดของเหลวจากตัวอ่อนของมด

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน, แรด, นกเอี้ยง

2. นกกินแมลงบางชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่

ในประเทศ ภาวะพึ่งพาระหว่างนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ชัดเจน คึอ นกเอี้ยงและกระบือ

นกเอี้ยงมักจะไปเกาะบนหลังกระบือ และจิกกินปรสติที่อยู่บนผิวหนัง เช่น ปลิงน้ำจืด และแมลงรำคาญต่างๆ วิธีนี้อาจช่วยรักษาปริมาณปรสิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมให้อยู่ภายใต้การควบคุม และนกเอี้ยงก็ได้กินอาหาร

ในทุ่งหญ้าสะวันนา ทวีปแอฟริกา นกที่เกาะอยู่บนหลังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ม้าลาย และแรด ได้ช่วยส่งสัญญาณเตือนอันตรายจากสัตว์ผู้ล่า และมนุษย์

ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน, ปลวก

3. ผึ้งและมด

การทำงานร่วมกันระหว่างผึ้งสกุล Schwarzule และมดสกุล Cryptostigma ในป่าแอมะซอน เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสองชนิดพันธุ์ได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยผึ้งมักอาศัยอยู่ในโพรงต้นไม้ที่เคยเป็นรังของตัวอ่อนผีเสื้อกลางคืน

ในขณะเดียวกัน โพรงนี้ยังเป็นรังของมด ซึ่งกินน้ำเลี้ยงของพืชเป็นอาหาร และขับน้ำหวานออกมา ผึ้งที่อาศัยอยู่ในโพรงเดียวกันกินน้ำหวานที่มดขับออกมาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ของเหลวไม่ท่วมโพรง

ดังนั้น สองสายพันธุ์ที่อยู่โพรงเดียวกันจึงได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์นี้มักถูกเรียกว่าเป็นการทำความสะอาด เนื่องจากสายพันธุ์หนึ่งช่วยทำความสะอาดโดยการกำจัดของเสีย

สืบค้นและเรียบเรียง ณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

https://thebiologynotes.com/protocooperation/
https://www.encyclopedia.com/science/dictionaries-thesauruses-pictures-and-press-releases/protocooperation-0
https://projects.ncsu.edu/cals/course/ent525/close/shannon.html


อ่านเพิ่มเติม กรณีตัวอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างชนิดพันธุ์ ที่แสดงถึงภาวะพึ่งพา

เรื่องแนะนำ

ถอดรหัส แพทย์แผนจีน : ตำรายาหลวงจักรพรรดิมังกร

วิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนปัจจุบันกำลังพยายามถอดรหัสเพื่อเรียนรู้ศาสตร์เก่าแก่โบราณอย่าง แพทย์แผนจีน ที่ช่วยชีวิตผู้คนมานานนับพันปี สิ่งที่พวกเขาค้นพบอาจช่วยหลอมรวมศาสตร์การแพทย์จากตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยชีวิตผู้คนในยุคศตวรรษที่ 21

ดอกไม้สวย ร้อนหรือหนาวก็ยังสวย

ดอกไม้สวย ร้อนหรือหนาวก็ยังสวย คลิปวิดีโอนี้คือสิ่งยืนยันได้ดีว่าดอกไม้สวย แม้ไปอยู่ที่ใดก็ยังคงความสวยงาม วิดีโออาร์ทชิ้นนี้เป็นผลงานของ Thomas Blanchard นักทำภาพยนตร์อิสระที่ใช้เทคนิคไทม์แลปส์ถ่ายภาพของดอกไม้ท่ามกลางไฟ, น้ำแข็ง และหมอกควันหลากสีสัน ผลงานที่ออกมานั้นสร้างความตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก โดยตัวเขากล่าวว่าต้องการสื่อความหมายถึงฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนไปตามการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ จะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง

แกะสามารถจดจำใบหน้าคนได้

คุณจำหน้าคนเก่งแค่ไหน? หากใช่ คุณอาจจะต้องแปลกใจที่พบว่าสัตว์เองก็มีความสามารถในลักษณะนี้เช่นกัน ที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ นักสรีรศาสตร์ได้ทำการทดลองกับแกะ ผลการทดลองทำให้พวกเขาประหลาดใจเพราะแกะที่ดูเอื่อยเฉื่อยเหล่านี้มีความสามารถในการจดจำใบหน้าเช่นเดียวกับมนุษย์และไพรเมตอื่นๆ พวกเขาทำการทดลองโดยฉายภาพใบหน้าของมนุษย์ 2 ใบหน้าเปรียบเทียบกัน และใช้รางวัลเป็นตัวล่อให้แกะเลือก 80% ของแกะที่เข้าร่วมการทดลองเลือกใบหน้าได้ถูกต้อง และเมื่อทีมวิจัยลองเปลี่ยนภาพเป็นภาพใหม่ของใบหน้าคนดังคนเดิมพวกเขาพบว่าแกะเลือกได้ถูกต้องแม่นยำน้อยลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จดจำความต่างของใบหน้าได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ สุดท้ายนี้ทีมนักวิจัยฉายภาพของผู้ฝึกพวกมันขึ้นเคียงกับใบหน้าแปลกหน้า และพบว่าแกะเลือกใบหน้าคุ้นเคยกว่าคือหน้าของผู้ฝึก ข้อมูลที่ได้นี้จะถูกนำไปพัฒนา ซึ่งนักวิจัยคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาและป้องกันภาวะความจำเสื่อมในมนุษย์ เช่น โรคฮันติงตัน โรคที่เกิดจากการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง/สมอง จนทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมเป็นต้น   อ่านเพิ่มเติม : วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการร้องไห้

ชนิดของดอกไม้ และหลักเกณฑ์การจำแนก

ดอกไม้มีความหลากหลายทั้งเรื่องสี กลิ่น รูปร่าง และ ชนิดของดอกไม้ ที่มีเกณฑ์จำแนกแตกต่างกันออกไป ดอกไม้สามารถจำแนกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ชนิดของดอกไม้ 1. จำแนกตามโครงสร้างชั้นเกสรเพศในดอกไม้ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect Flower) คือ ดอกไม้ที่มีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เช่น ชบา พู่ระหง ถั่ว พริก พุทธรักษา ข้าว บัว เฟื่องฟ้า และมะเขือ เป็นต้น ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect Flower) คือ ดอกที่มีเกสรเพียงเพศเดียว โดยที่ภายในดอกไม้หนึ่งดอกจะมีเพียงแค่เกสรเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ทำให้พืชเหล่านี้มีดอกไม้ที่แบ่งเป็นดอกเพศผู้ (Staminate Flower) และดอกเพศเมีย (Pistillate Flower) เช่น ตำลึง ข้าวโพด ฟักทอง และแตงกวา เป็นต้น 2. จำแนกตามส่วนประกอบโครงสร้างของดอกไม้ แบ่งได้ 2 ชนิด […]