ไข่ไดโนเสาร์เป็นสีฟ้า! - National Geographic Thailand

ไข่ไดโนเสาร์เป็นสีฟ้า!

ไข่ไดโนเสาร์เป็นสีฟ้า!

นกโรบิ้นเป็นนกที่ขึ้นชื่อว่ามีไข่สีฟ้าสดใส แต่บรรพบรุษของมันอย่างไดโนเสาร์มีขนนั้นอาจเบียดมันให้ตกจากแชมป์ความสวยงามนี้

จากการศึกษาฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ ในประเทศจีน ทีมนักวิจัยพบหลักฐานชี้ว่าไดโนเสาร์เองก็วางไข่สีฟ้า-เขียว ซึ่งเชื่อกันว่าสีสันเหล่านี้มีขึ้นเพื่อลวงตาของผู้ล่ารายอื่นๆ การค้นพบครั้งนี้ก่อให้เกิดข้อสันนิษฐานตามมา: “ทุกคนเคยคิดกันว่าไข่ไดโนเสาร์จะเป็นสีขาว” Jasmina Wiemann ผู้ศึกษาวิจัยครั้งนี้จากมหาวิทยาลัยเยลกล่าว

นกส่วนใหญ่วางไข่เป็นสีขาว เช่นเดียวกันกับเต่า, สัตว์เลื้อยคลานและจระเข้ และในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วางไข่อย่างตุ่นปากเป็ดและอิคิดนาเองก็เช่นกัน เหตุผลก็คือ นักปักษีวิทยาเชื่อว่าสีสันของเปลือกไข่เพิ่งจะถูกวิวัฒนาการขึ้นภายหลังโดยนกบางกลุ่มหลังไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้ว

“แนวคิดเกี่ยวกับสีสันของเปลือกไข่เชื่อกันว่าวิวัฒนาการขึ้นมาในนก ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าไข่ของไดโนเสาร์เองก็อาจเป็นสีเช่นกัน” Wiemann กล่าว ขณะนี้การศึกษาโดย Wiemann และเพื่อนร่วมวิจัยของเธอจากเยอรมนีและรัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดของสีสันในไข่ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเกิดขึ้นในปลายยุคครีเตเชียส

รายงานที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร PeerJ ไดโนเสาร์สายพันธุ์โอวิแรปเตอร์ที่มีชื่อว่า Heyuannia huangi วางไข่ที่มีเปลือกสีฟ้า-เขียว ซึ่งพบได้ทั่วไปตามแหล่งฟอสซิลในพื้นที่ทางตะวันออกของจีน Heyuannia เป็นไดโนเสาร์ที่มีหน้าเหมือนนกแก้ว มีขนทั่วตัว เดินด้วยขาหลังและมีความยาวประมาณ 5 ฟุต

แม้ว่าฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์จะกลายเป็นสีดำหรือน้ำตาล แต่ฟอสซิลไข่ของ Heyuannia ยังคงมองเห็นได้ว่ามีสีฟ้าเจือปนนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยถึงสีสันเดิมของมัน

ด้วยการวิเคราะห์ผ่านกระบวนการทางเคมี พวกเขาสามารถตรวจจับร่องรอยของเม็ดสีสองชนิดได้แก่ biliverdin และ protoporphyrin ซึ่งเป็นเม็ดสีที่พบได้ในไข่ของนกสมัยใหม่เช่นกัน นั่นแปลว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน ไข่เหล่านี้น่าจะเป็นสีเขียว Wiemann กล่าว อาจคล้ายกับไข่ที่วางโดยนกอีมูของออสเตรเลียและนกแคสโซแวรีในปัจจุบัน ที่สีเขียวของเปลือกไข่กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ

“ฉันเคยถูกสอนมาว่าบรรดาสีสันแปลกๆ ที่พบในฟอสซิลเช่นสีเขียว สีฟ้า อาจเกิดขึ้นจากการตกตะกอนของแร่” Wiemann กล่าว “เราตรวจสอบเปลือกไข่จำนวนมาก จนในที่สุดก็พบกับผลลัพธ์จากไข่ของโอวิแรปเตอร์มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย”

ไข่ไดโนเสาร์
ผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบเม็ดสีชนิดเดียวกันกับที่พบในเปลือกไข่ของนกสมัยใหม่

 

การวิวัฒนาการของเม็ดสี

การค้นพบครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปต่อไดโนเสาร์ ตลอดจนองค์ความรู้ที่เราได้จากการศึกษาสัตว์ชนิดนี้ David Varricchio ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์จากมหาวิทยาลัยมอนทานากล่าว

การค้นพบเม็ดสีเป็นตัวอย่างของความก้าวหน้าด้านชีววิทยาโมเลกุล Varricchio กล่าว “ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันน่าตื่นเต้นมากว่าจะช่วยให้เราค้นพบอะไรเพิ่มเติมในฟอสซิล”

นักบรรพชีวินวิทยาเคยโต้แย้งว่าไดโนเสาร์ประเภทเทโรพอด ซึ่งรวมถึงบรรพบรุษของนกสมัยใหม่มีการสร้างรังแบบเปิดซึ่งการค้นพบนี้ช่วยยืนยันแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากเม็ดสีที่พบในฟอสซิลนี้สอดคล้องกับเม็ดสีเดียวกันที่พบในนกปัจจุบันที่สร้างรังแบบเปิดเช่นกัน

สีสันของไข่ในนกเป็นหนึ่งตัวอย่างของอีกหลายเอกลักษณ์ของนก เช่นเส้นขนและกระดูกรูปตัว V ซึ่งทั้งหมดคือมรดกตกทอดที่พวกมันได้รับมาจากไดโนเสาร์ Mark Norell นักบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อเมริกัน ในนครนิวยอร์กกล่าว

“ไดโนเสาร์วิวัฒนาการสีสันของเปลือกไข่มาก่อนนก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนกจึงมีไข่ที่มีสี เพราะมันคือของขวัญที่พวกมันได้รับมาจากบรรพบรุษ” เขากล่าว

ขณะนี้ Wiemann กำลังมองหาตัวอย่างของฟอสซิลไข่อื่นๆ ในไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีความใกล้ชิดกับนกที่สร้างรังแบบเปิด นอกจากนั้นเธอยังมองหาความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีไข่ไดโนเสาร์ที่มีลวดลายหรือลายจุดอีกด้วย

“นกจำนวนมากวางไข่ที่มีลวดลายและจุดเต็มฟอง” Norell กล่าว “ฉะนั้นมันมีความเป็นไปได้ที่จะพบไข่ไดโนเสาร์ในรูปแบบดังกล่าวเพื่อการพรางตัวเช่นกัน”

โดย จอห์น พิคเรล

 

อ่านเพิ่มเติม

ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

เรื่องแนะนำ

ฝนกรด (Acid Rain) เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปรากฏการณ์ ฝนกรด (Acid Rain) คือการลดลงของค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่า pH ของน้ำฝนในธรรมชาติ ซึ่งโดยปกติแล้ว น้ำฝนมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ โดยมีค่า pH อยู่ที่ราว 5.6 แต่เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่า pH ของน้ำฝนลดต่ำลงกว่าปกติ และในบางพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง น้ำฝนอาจมีค่า pH อยู่ในช่วง 4.2 ถึง 4.4 เลยทีเดียว ปรากฏการณ์ ฝนกรด ไม่ใช่การที่มีน้ำกรดบริสุทธิ์ตกลงมาจากท้องฟ้า แต่กล่าวรวมไปถึงการลดลงของค่าความเป็นกรด-ด่างของหยาดน้ำฟ้า (Precipitation) ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝน หิมะ ลูกเห็บ และหมอกในธรรมชาติ จากการปนเปื้อนสสารหรือก๊าซชนิดต่างๆ ซึ่งส่งผลให้สภาวะความชื้นและองค์ประกอบของอากาศมีความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น สาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ฝนกรด ปรากฏการณ์ฝนกรดเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของน้ำฝนและก๊าซออกไซด์ของโลหะบางชนิดในอากาศ ซึ่งในธรรมชาติ เมื่อเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ หรือ เกิดไฟป่า หรือการเน่าเปื่อยของซากพืช มักเป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide: SO2) ปริมาณมากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ทำให้ฝนที่ตกลงมาในช่วงเวลานั้นมีฤทธิ์เป็นกรดมากกว่าน้ำฝนปกติ แต่ปรากฏการณ์ฝนกรดในธรรมชาติเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ปรากฏการณ์ฝนกรดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันมีสาเหตุสำคัญมาจากกิจกรรมของมนุษย์โดยตรง เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลปริมาณมหาศาล […]

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม คือร่องรอยที่ตกค้างจากผู้สูบบุหรี่ภายในตัวอาคารหรือบ้านเรือน สารพิษที่ตกค้างเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายปี และทำลายสุขภาพแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม