การประกาศภาวะ โรคระบาด (pandemic) ระดับโลกของ WHO หมายความว่าอย่างไร

การประกาศภาวะโรคระบาด (pandemic) ระดับโลกของ WHO หมายความว่าอย่างไร

นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานคาร์นิวัลใส่หน้ากากอนามัยและชุดป้องกัน โรคระบาด ในงานคาร์นิวัลเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2020 ภาพถ่ายโดย MANUEL SILVESTRI, REUTERS


นี่คือเหตุผลและความหมายเบื้องหลังการประกาศให้ไวรัส COVID-19 หรือไวรัสโคโรนา เป็น โรคระบาด ระดับโลก ขององค์การอนามัยโลก (WHO)

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 หรือไวรัสโคโรนาที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 120,000 คนใน 100 ประเทศ เมื่อวันพุธ ที่ 10 มีนาคม 2020 ดร. ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัย (WHO) ได้ออกมาแถลงข่าวว่าทางองค์การฯ ประกาศให้โรคดังกล่าว เป็น โรคระบาด (pandemic) ระดับโลกแล้ว

“ในที่สุด เราได้ประเมินว่าไวรัส โควิด-19 เป็นโรคระบาดแล้ว ซึ่ง (การประกาศ) คำว่าโรคระบาดนี้ ถือเป็นคำที่เราต้องใช้อย่างระมัดระวัง” ดร. ทีโดรส กล่าว

หากแต่คำว่าโรคระบาดนี้ มีความหมายว่าอย่างไร และมีเหตุผลใดอยู่เบื้องหลัง

โรคระบาด (ทั่วโลก) คืออะไร

คำว่าโรคระบาด ภาษาอังกฤษคำว่า Pandemic มาจากภาษากรีกโบราณว่า Pan แปลว่า all (ทั้งหมด) และ demos (ประชาชน) ซึ่งหมายถึงโรคที่มีการติดต่อพร้อมกันในหลายประเทศและหลายทวีปในช่วงเวลาเดียวกัน และตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก โรคระบาด หมายถึง การระบาดของเชื้อก่อโรค (Pathogen) ที่แพร่กระจายได้อย่างง่ายดายจากคนสู่คนทั่วโลก

อนึ่ง ไม่ใช่แค่การติดต่อที่เกิดจากคนต่างชาติเข้ามาในแพร่เชื้อโรคในพื้นที่หนึ่ง แต่รวมไปถึงการแพร่เชื้อในชุมชน (community spread) หรือเกิดการติดต่อจากคนในพื้นที่ด้วยกันเองเช่นกัน

โรคระบาด
ผู้โดยสารรอรถไฟที่จะออกเดินทางจากเมืองมิลาน ก่อนที่มาตรการจำกัดการเดินทางจะเริ่มต้นในอิตาลีเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ภาพถ่ายโดย ALESSANDRO GRASSANI, THE NEW YORK TIMES/REDUX

การประกาศภาวะโรคระบาดจะเกิดขึ้นเมื่อใด

ในความเป็นจริง ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกไม่ได้มีตัวชี้วัดเริ่มต้นหรือเส้นแบ่ง (threshold) ที่ชัดเจน เช่น ต้องมีอัตราการเสียชีวิตหรือระบาดเท่าใดก่อนจึงจะมีการประกาศ

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างของโรคระบาดในอดีตที่เคยเกิดขึ้น มีทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ (HIV) ในระยะแรก ช่วงทศวรรษ 1980 การระบาดของไข้หวัดนก หรือไข้หวัดสเปนในช่วงปี 1918 โดยโรคระบาดที่ได้ชื่อว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์คือการระบาดของกาฬโรค (Black Death) ในช่วงยุคกลางของทวีปยุโรป ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 200 ล้านคน และโรคฝีดาษ (Smallpox) หรือไข้ทรพิษ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 300 ล้านคนในช่วงศตวรรษที่ 20

ในอดีต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพใช้การประกาศภาวะโรคระบาดเป็นสัญญาณว่าบรรดาประเทศต่างๆ ควรพุ่งเป้าไปที่การบรรเทาสถานการณ์ และออกมาตรการเช่นให้โรคพยาบาลต่างๆ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือการทะลักเข้ามาของผู้ติดเชื้อ เตรียมพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น หรือให้รัฐบาลมีมาตรการจำกัด หรือกักกันประชาชนของตน

แต่ไม่ใช่ทุกโรคที่จะได้รับการประกาศจาก WHO ให้เป็นโรคระบาด เช่นการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome – SARS) ในปี 2003 ทั้งที่มี 26 ประเทศ ได้รับผลกระทบ และมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ แคนาดา เป็นต้น

โรคระบาด
แพทย์กำลังตรวจภาพซีทีสแกนของปอดในโรงพยาบาลที่เขต Yunmeng เมือง Xiaogan มณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศจีน ภาพถ่ายโดย STR/AFP/CHINA OUT VIA GETTY IMAGES

โดยครั้งสุดท้ายที่องค์การอนามัยโลกประกาศภาวะโรคระบาดคือช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด H1N1 สายพันธุ์ใหม่

อย่างไรก็ตาม การประกาศในครั้งนั้นของ WHO ทำให้แต่ละประเทศที่มีมาตรการรับมืออย่างหนักหน่วง มีการใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อวัคซีนและเตรียมรับมือ แต่ผลลัพธ์คือไม่ได้เกิดการระบาดที่ถึงขั้นส่งผลเสียหายร้ายแรงตามที่คาดการณ์ และทำให้ประเทศต่างๆ มีวัคซีนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้งาน WHO จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการประกาศในครั้งนั้นอย่างมาก เนื่องจากก่อให้เกิดความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ WHO ‘ลังเล’ ในการประกาศภาวะโรคระบาดอันเกิดจากไวรัส โควิด-19 ในปีนี้

อนึ่ง การประกาศของ WHO ในครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการระดมทุน มาตรการ หรือระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากเป็นการยอมรับว่าโรคนี้มีการระบาดไปแล้วในหลายทวีป และกระตุ้นให้รัฐบาลแต่ละประเทศแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนาอย่างจริงจังโดยด่วน รวมไปถึงจัดการกับปัญหาผู้ป่วยตามความต้องการในประเทศของตน อันเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของการออกประกาศในครั้งนี้

แหล่งข้อมูล

Coronavirus outbreak declared a pandemic: what does it mean, and does it change anything?

WHO declares a pandemic of coronavirus disease covid-19

What is a pandemic and does it change the approach to coronavirus?


อ่านเพิ่มเติม จีนแก้ปัญหาไวรัสโคโรนาอย่างไร – รายงานจากองค์การอนามัยโลก

ไวรัสโคโรนา

เรื่องแนะนำ

ฮัมมิงเบิร์ด วิหคสายฟ้า

เรื่อง เบรนแดน บอร์เรลล์ ภาพถ่าย อานันท์ วรมา ในการตามหานกขนาดเล็กที่สุดในโลก เรามายังเมืองปัลปีเต ประเทศคิวบา คริสโตเฟอร์ คลาร์ก นักปักษีวิทยา มีข้าวของเต็มรถให้ยกลง ทั้งกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง และกรงโปร่งใสรูปทรงลูกบาศก์ ภายในเวลาไม่กี่นาทีที่มาถึง คลาร์กก็หมุนตัววนไปวนมา เขาพยายามติดตามเส้นทางการบินของ “กระสุนติดปีก” ตัวหนึ่ง ขณะมันพุ่งหวือจากดอกไม้ช่อหนึ่งไปยังอีกช่อหนึ่ง ตอนที่นกฮัมมิงเบิร์ดแวะเติมเชื้อเพลิงรสหอมหวานจากดอกไม้ ปีกของมันกระพือต่อเนื่องเห็นเป็นสีเทาพร่ามัว รวดเร็วเกินกว่าดวงตามนุษย์จะแยกแยะได้ ขนาดร่างกายที่ขาดหายไปของมัน ได้รับการชดเชยด้วยความกระตือรือร้น เมื่อมันเห็นว่ามีผู้มาเยือนในถิ่นของมันเป็นนกเพศเมียตัวงามอยู่ในกรงโปร่งใสที่คลาร์กนำมาวางบนหลังคาสังกะสี แม้นกเพศผู้จะสังเกตเห็นกรงขังนกเพศเมีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของมันลดน้อยลงเลย มันโผจากคอนบนกิ่งไม้ บินลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ และส่งเสียงรัวๆไปยังทิศทางที่นกเพศเมียอยู่ มันไต่ระดับสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งเห็นเป็นจุดเล็กๆบนท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุม จากนั้นมันพุ่งตัวไปข้างหน้าเหมือนรถไฟเหาะที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แล้วทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงมา เพียงชั่วครู่เดียว การแสดงผาดโผนท้าความตายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คือไต่ระดับขึ้นไป ทิ้งตัวดิ่งลงมา แล้วโผขึ้น การทิ้งตัวดิ่งเหล่านี้กินเวลาแค่หนึ่งวินาที จากนั้นมันก็หายตัวไป และร่องรอยเพียงอย่างเดียวของเส้นทางที่มันบินผ่าน คือใบไม้ที่สั่นไหวจากการเคลื่อนที่ของมัน แม้จะตั้งใจจ้องมองการเกี้ยวพาราสีนี้ แต่ผมก็ไม่เห็น คลาร์กก็ไม่เห็นเช่นกัน แต่เขาทำอะไรที่ดีกว่านั้น เขาบันทึกการเกี้ยวพาราสีนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพความเร็วสูงซึ่ง     แต่ละวินาทีถ่ายได้ 500 […]

ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System)

ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System: PNS) คือส่วนของระบบประสาทที่แตกแขนงออกมาจากระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System: CNS) ทำหน้าที่รับและส่งกระแสประสาทหรือข้อมูลที่ได้รับจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าสู่สมองและไขสันหลัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมและประมวลผล และนำคำสั่งหรือผลของสิ่งเร้าที่ได้จากการประมวลผลส่งต่อไปปฏิบัติยังหน่วยรับความรู้สึกและอวัยวะรับสัมผัสต่างๆ รวมถึงเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่อยู่นอกระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างถูกต้อง เช่น ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกร้อนและเย็น การรับรู้แรงกดทับที่ผิวหนัง และการเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นต้น องค์ประกอบของระบบประสาทส่วนปลาย เส้นประสาทสมอง (Cranial Nerve) 12 คู่ – ทำหน้าที่รับส่งกระแสประสาทสู่สมองและนำคำสั่งการจากสมองส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติการ เส้นประสาทไขสันหลัง (Spinal Nerve) 31 คู่ – ทำหน้าที่รับส่งกระแสประสาทสู่ไขสันหลังและนำคำสั่งการจากไขสันหลังส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติการ เช่น กล้ามเนื้อและต่อมต่างๆ เซลล์ประสาท (Neuron) นอกระบบประสาทส่วนกลาง – ทำหน้าที่รับข้อมูลจากร่างกายและนำส่งไปยังสมองและไขสันหลัง การทำงานของระบบประสาทส่วนปลายจำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ ระบบประสาทภายใต้อำนาจจิตใจ หรือระบบประสาทโซมาติก (Somatic Nervous System: SNS) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างที่อยู่ภายใต้อำนาจจิตใจ […]

หวนคืนสู่ดวงจันทร์

การแข่งขันไปยังดวงจันทร์ในนามชื่อเสียงของประเทศกลับมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ความท้าทายอยู่ที่ต้องส่งยานลงจอดและสามารถบินกลับมายังโลกได้

นักพยากรณ์อากาศทราบได้อย่างไรว่าพายุจะเดินทางไปไหน?

น่าทึ่งที่นักพยากรณ์อากาศสามารถทราบล่วงหน้าว่าพายุจะมาถึงที่ใด ในเวลาใด การมาถึงของ “พายุปาบึก” คือโอกาสบนวิกฤตที่เราจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินทางของวาตภัยกันให้ลึกซึ้งกว่าเดิม