พบแหล่งน้ำสำรองบนดาวอังคาร - National Geographic Thailand

พบแหล่งน้ำสำรองบนดาวอังคาร

พบแหล่งน้ำสำรองบนดาวอังคาร

รอบๆ พื้นที่ในภูมิภาคตอนกลางของดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์ค้นพบร่องรอยที่บ่งชี้ว่า ดาวอังคารมีน้ำ จากชั้นน้ำแข็งที่ฝังอยู่ภายใต้พื้นดินสีแดงของดาวเคราะห์ดวงนี้ การค้นพบนี้เป็นการค้นพบครั้งสำคัญขององค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาบนดาวอังคาร และสร้างความหวังใหม่ให้แก่มนุษย์ดาวอังคารในอนาคต

“นี่คือหน้าต่างบานใหม่ที่จะพาเราเข้าถึงชั้นน้ำแข็งใต้ดินของดาวอังคาร” Colin Dundas นักธรณีวิทยาจากกรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้ค้นพบชั้นน้ำแข็งนี้กล่าว

ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยมีทฤษฎีไว้แล้ว ว่าดาวอังคารน่าจะมีน้ำแข็งกักอยู่ใต้ดิน ในปี 2002 ยานสำรวจจากภารกิจ Nasa Odyssey ได้สแกนพื้นผิวจากทางอากาศและค้นพบลักษณะบางอย่างที่บ่งชี้ว่ามีน้ำแข็งอยู่ใต้ดิน ในปี 2008 ยานสำรวจจากภารกิจ Nasa Phoenix ได้ขุดเอาน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือของดาวอังคารขึ้นมาตรวจสอบ

และในปลายปี 2016 ข้อมูลจากยานสำรวจ MRO ยืนยันว่ามีชั้นน้ำแข็งถูกฝังอยู่ใต้พื้นของดาวอังคารในปริมาณเทียบเท่ากับทะเลสาบสุพีเรีย ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ แต่จนถึงทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาทำความเข้าใจกับมัน ตลอดจนขอบเขตที่มนุษย์สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำเหล่านี้ได้

พื้นที่แปดแห่งที่อยู่ในการศึกษาครั้งใหม่นี้ประกอบไปด้วย หน้าผาสูงชันที่มีลักษณะคล้ายกับการตัดแบ่งเค้ก กระบวนการกัดเซาะได้เผยให้เห็นชั้นหินและชั้นน้ำแข็ง นักวิทยาศาสตร์ประมาณว่าชั้นน้ำแข็งดังกล่าวน่าจะอยู่ที่ระดับความลึก 3 – 6 ฟุต จากหิมะครั้งใหญ่ที่เคยตกมาแล้วเมื่อหลายล้านปีก่อน รายงานจาก Dundas

“ภาพถ่ายเหล่านี้มันเจ๋งสุดๆ ที่มีน้ำแข็งอยู่จริงตามทฤษฎี” Bethany Ehlmann นักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยครั้งนี้กล่าวชื่นชม “นอกเหนือไปจากแหล่งน้ำ เรายังสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้จากชั้นน้ำแข็งเหล่านี้ เช่นเดียวกันกับที่เราทำกับชั้นน้ำแข็งในโลก”

การค้นพบครั้งนี้ยังสร้างความหวังใหม่ให้แก่บรรดานักบินอวกาศในอนาคตที่จะเป็นผู้บุกเบิกดาวอังคาร ว่าพวกเขาจะไม่ต้องเผชิญกับการขาดน้ำ ด้วยการสกัดน้ำออกมาจากสภาพแวดล้อมท้องถิ่นของดาวแทน ซึ่งนอกเหนือจากจะใช้ดื่มแล้วยังอาจต่อยอดไปสู่การผลิตออกซืเจน ไฮโดรเจน หรือก๊าซมีเทนสำหรับเป็นเชื้อเพลิงของจรวดได้อีกด้วย

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

ดาวอังคารมีน้ำ
ภาพถ่ายชุดใหม่ที่เผยให้เห็นถึงชั้นน้ำแข็งใต้ดินซึ่งอยู่ลึกลงไปราว 3 – 6 ฟุต
ในปี 2004 ยานสำรวจค้นพบทรายที่จับตัวเป็นทรงกลม พวกเขาเรียกมันว่า “blueberries” รูปทรงกลมๆ ที่อุดมด้วยธาตุเหล็กเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากตะกอนในน้ำ
พื้นที่ลาดลุ่มน้ำของดาวอังคาร
ในปี 2015 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบริ้วเส้นสีดำตามเนินเขา ในตอนแรกพวกเขาเชื่อว่ามันคือการไหลของน้ำ แต่ในภายหลังพบว่าเป็นเพียงทรายที่ไหลอย่างต่อเนื่อง
ตุลาคม ปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า 3.7 ล้านปีก่อน ดาวอังคารประกอบด้วยมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่ประกอบด้วยปล่องน้ำร้อน และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมพอสำหรับการมีสิ่งมีชีวิตโบราณ
ลักษณะของพื้นผิวที่คล้ายกับว่าเคยเป็นลำห้วยมาก่อน
ในปี 2012 ยานสำรวจพบร่องรอยบ่งชี้ว่าในอดีตดาวอังคารมีลำธารไหลเชื่อมแตกแขนงทั่วพื้นผิว พวกเขาค้นพบกรวดโบราณ ซึ่งเป็นชนิดแรกที่พบบนดาวอังคาร
หินดานบนดาวอังคาร ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าน้ำและหินมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร จึงเกิดเป็นหินรูปร่างดังกล่าวขึ้น

 

อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : ลงจอดยานบนดาวอังคารไม่ใช่เรื่องง่ายความรู้ประจำวัน : มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน?

เรื่องแนะนำ

ฉลามจำนวนมากอยู่มานานเป็นร้อยปี

ทุกวันนี้ มนุษย์เราดูอ่อนกว่าอายุจริงกันหมด ในฉลามเองก็เช่นกัน เมื่อทศวรรษก่อน เริ่มมีการศึกษาอายุขัยของปลาฉลาม และนักวิทยาศาสตร์พบว่าพวกมันอาจมีอายุยืนยาวมากกว่าที่คิด ทุกวันนี้ข้อมูลใหม่จากผลการศึกษามากกว่า 50 ชิ้น ช่วยให้เราสามารถประเมินอายุขัยของบรรดาปลาฉลาม ปลากระเบน และปลากระดูกอ่อนได้ดียิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณวิธีการหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีที่ช่วยให้การคาดคะเนอายุขัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แทนที่การนับการเจริญเติบโตของชั้นแคลเซียมบนข้อต่อกระดูกสันหลังแบบเดิมๆ รายงานจาก Alastair Harry นักวิทยาศาสตร์การประมงจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Fish and Fisheries ชี้ว่าฉลามจำนวนมาก ตั้งแต่ฉลามขาวไปจนถึงฉลามเสือทรายและฉลามดัสกี้ล้วนตะลอนอยู่ในผืนมหาสมุทรมาแล้วหลายสิบปี ยาวนานกว่าที่เราคิดไว้ และเมื่อปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบฉลามที่มีอายุมากที่สุดในโลก ที่น่านน้ำอันหนาวเย็นในทะเลอาร์กติก มันคือฉลามกรีนแลนด์ จากการตรวจสอบคาดว่าฉลามตัวนี้มีอายุ 272 ปี จากการตรวจสอบรายงานการศึกษาทั้ง 53 ชิ้น Harry เปิดเผยว่า ในฉลามที่ถูกศึกษาวิจัยนี้ มี 30% ที่อายุขัยถูกประเมินต่ำไป การประมาณอายุขัยของปลาฉลามนั้นแท้จริงแล้วค่อนข้างยุ่งยากอยู่พอตัว ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์วัดอายุจากชั้นของแคลเซียมคาร์บอเนตภายในข้อต่อกระดูกสันหลังของฉลาม เช่นเดียวกับการนับวงปีของต้นไม้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่านี้ไม่ต่างจากงานศิลปะ นักวิทยาศาสตร์ต้องเพ่งมองจำนวนที่แตกต่างกันและบางครั้งคำตอบที่ได้เป็นค่าเฉลี่ย ข้อมูลจาก George Burgess อดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ในฟลอริดาภาคการวิจัยฉลามกล่าว แต่ Harry […]

ฮัมมิงเบิร์ด วิหคสายฟ้า

เรื่อง เบรนแดน บอร์เรลล์ ภาพถ่าย อานันท์ วรมา ในการตามหานกขนาดเล็กที่สุดในโลก เรามายังเมืองปัลปีเต ประเทศคิวบา คริสโตเฟอร์ คลาร์ก นักปักษีวิทยา มีข้าวของเต็มรถให้ยกลง ทั้งกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง และกรงโปร่งใสรูปทรงลูกบาศก์ ภายในเวลาไม่กี่นาทีที่มาถึง คลาร์กก็หมุนตัววนไปวนมา เขาพยายามติดตามเส้นทางการบินของ “กระสุนติดปีก” ตัวหนึ่ง ขณะมันพุ่งหวือจากดอกไม้ช่อหนึ่งไปยังอีกช่อหนึ่ง ตอนที่นกฮัมมิงเบิร์ดแวะเติมเชื้อเพลิงรสหอมหวานจากดอกไม้ ปีกของมันกระพือต่อเนื่องเห็นเป็นสีเทาพร่ามัว รวดเร็วเกินกว่าดวงตามนุษย์จะแยกแยะได้ ขนาดร่างกายที่ขาดหายไปของมัน ได้รับการชดเชยด้วยความกระตือรือร้น เมื่อมันเห็นว่ามีผู้มาเยือนในถิ่นของมันเป็นนกเพศเมียตัวงามอยู่ในกรงโปร่งใสที่คลาร์กนำมาวางบนหลังคาสังกะสี แม้นกเพศผู้จะสังเกตเห็นกรงขังนกเพศเมีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของมันลดน้อยลงเลย มันโผจากคอนบนกิ่งไม้ บินลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ และส่งเสียงรัวๆไปยังทิศทางที่นกเพศเมียอยู่ มันไต่ระดับสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งเห็นเป็นจุดเล็กๆบนท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุม จากนั้นมันพุ่งตัวไปข้างหน้าเหมือนรถไฟเหาะที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แล้วทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงมา เพียงชั่วครู่เดียว การแสดงผาดโผนท้าความตายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คือไต่ระดับขึ้นไป ทิ้งตัวดิ่งลงมา แล้วโผขึ้น การทิ้งตัวดิ่งเหล่านี้กินเวลาแค่หนึ่งวินาที จากนั้นมันก็หายตัวไป และร่องรอยเพียงอย่างเดียวของเส้นทางที่มันบินผ่าน คือใบไม้ที่สั่นไหวจากการเคลื่อนที่ของมัน แม้จะตั้งใจจ้องมองการเกี้ยวพาราสีนี้ แต่ผมก็ไม่เห็น คลาร์กก็ไม่เห็นเช่นกัน แต่เขาทำอะไรที่ดีกว่านั้น เขาบันทึกการเกี้ยวพาราสีนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพความเร็วสูงซึ่ง     แต่ละวินาทีถ่ายได้ 500 […]

วิทยาศาสตร์น่ารู้ : 10 ตัวการที่ก่อมลพิษทางอากาศสูงสุด

มลพิษทางอากาศไม่ได้เกิดขึ้นจากคาร์บอนไดออกไซด์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น มาทำความรู้จักกับตัวการอื่นๆ ที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวันและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณเช่นกัน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.