บินทะยานชมเนบิวลาแบบ 3 มิติ - National Geographic Thailand

บินทะยานชมเนบิวลาแบบ 3 มิติ

บินทะยานชมเนบิวลาแบบ 3 มิติ

ภาพที่ปรากฏต่อหน้าคุณผู้อ่านนี้คือภาพ 3 มิติของเนบิวลานายพราน (Orion) เนบิวลาที่อยู่ใกล้กับกาแล็กซี่ทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่มากที่สุด พวกมันคือกลุ่มฝุ่นและแก๊สที่จับตัวกันลอยอยู่ในอวกาศ

ผู้เชี่ยวชาญจากนาซ่า ได้รวบรวมภาพถ่ายของเนบิวลานายพรานนี้จากกล้องโทรทรรศน์สร้างภาพของเนบิวลานายพรานใหม่ในรูปแบบสามมิติ เพื่อพาคุณผู้อ่านบินทะยานไปสัมผัสกับรายละเอียดของเนบิวลานี้ให้มากยิ่งขึ้น หรือแทบจะเรียกได้ว่านี่คือภาพที่มีความละเอียดที่สุดของเนบิวลานายพรานเลยก็ว่าได้ โดยโปรเจคนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามโดยองค์กรนาซ่าที่ต้องการให้ผู้คนทั่วไปได้สัมผัสกับองค์ความรู้และประสบการณ์ในอวกาศมากยิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคของพวกเขานั้นใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่ภาพยนตร์ฮอลลีวูดใช้

ในอนาคตต้องรอดูกันว่านาซ่าจะพาเราไปสำรวจชมความงามของแง่มุมไหนในอวกาศกันอีกบ้าง

 

อ่านเพิ่มเติม : ยลโฉมชุดอวกาศแห่งอนาคตดาวอังคารในภาพถ่ายน่าทึ่งจากโครงการสำรวจอวกาศ

เรื่องแนะนำ

มลพิษในดิน (Soil Pollution)

มลพิษในดิน (Soil Pollution) คือการเสื่อมถอยของคุณภาพดิน หรือภาวะการปนเปื้อนด้วยสารพิษ (Soil Pollutant) ในดินมากเกินไป ส่งผลให้คุณสมบัติของดินเกิดการเปลี่ยนแปลง จนเป็นอันตรายต่อความเป็นอยู่และการเจริญเติบโตของทั้งคน สัตว์ และพืช อีกทั้งยังทำให้ดินไม่เหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย ดิน (Soil) คือสสารที่เกิดจากการรวมตัวกันของแร่ธาตุต่างๆ (ร้อยละ 45) สารอินทรีย์ (ร้อยละ 5) น้ำ (ร้อยละ 25) และอากาศ (ร้อยละ 25) จากการสลายตัวของแผ่นเปลือกโลกและการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ในธรรมชาติ โดยดินในแต่ละพื้นที่หรือภูมิภาคของโลกมักมีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณดังกล่าว แหล่งกำเนิดของ “ดินเสีย” หรือการเกิดมลพิษในดิน ดินเสียในธรรมชาติ เป็นผลมาจากการมีองค์ประกอบซึ่งเป็นอันตรายต่อการดำรงอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิตในดิน หรือการมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างเช่น การมีส่วนผสมของเกลือหรือแร่ธาตุบางชนิดมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะ “ดินเค็ม” (Saline Soil) จนเป็นอันตรายต่อพืช หรือดินที่มีการเจือปนของสารกัมมันตรังสีและโลหะหนัก (Heavy Metal) จากหินแหล่งต้นกำเนิดของดินที่ทำให้ดินเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดินเสียจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การทิ้งขยะและของเสียในย่านชุมชน ไม่ว่าจะเป็นขยะมูลฝอย ชิ้นส่วนพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ […]

วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ

วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการจูบ “จูบ คุณคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อคุณจูบฉัน ทำไมฉันสั่นไปถึงหัวใจ” จ๊วบบบบ…แต่รอยจูบอันแสนโรแมนติกอาจทำให้คุณรู้สึกอี๋ เมื่อทราบเบื้องหลังว่าการจูบแต่ละครั้งนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนแบคทีเรียมากถึง 80 ล้านตัว ทว่าทำไมการจูบถึงยังคงถูกใช้ในการพรรณนาความรักผ่านบทเพลง บทกวีและภาพยนตร์มาหลายยุคหลายสมัย? พ่อกับแม่น่าจะเป็นคู่แรกที่แสดงให้เห็นว่าการจูบนั้นทำอย่างไร คุณซึมซับและเรียนรู้พฤติกรรมดังกล่าวมา แต่ใช่ว่าการจูบจะเป็นการแสดงออกซึ่งความรักที่เป็นสากล เพราะในวัฒนธรรมทั่วโลกมีเพียง 46% เท่านั้นที่นิยมการจูบ เช่นบนเกาะ Perry ชาวเอสกิโมมีวิธีการแสดงความรักด้วยการเอาจมูกชนกันแทน กลับมาโฟกัสที่วัฒนธรรมซึ่งการจูบเป็นเรื่องสำคัญ ผลการศึกษาชี้ว่ารอยจูบที่ไม่ประทับใจนั้นส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ร้างราตามมาถึงในผู้หญิง 66% และในผู้ชายอีก 59% ทีนี้คุณคงเริ่มมองเห็นภาพแล้ว่าจูบนั้นสำคัญไฉน จากประวัติศาสตร์มีบันทึกเกี่ยวกับการจูบย้อนหลังไปไกลได้ถึง 3,500 ปีก่อน ในบันทึกภาษาสันสกฤต ที่นิยามไว้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนจิตวิญญาณ นอกจากนั้นวัฒนธรรมการจูบยังพบได้ในไบเบิ้ล, กามาสุตรา และอื่นๆ อีกมากมาย พฤติกรรมการจูบค่อนข้างหาได้ยากในสัตว์อื่นๆ นอกจากเราแล้วก็มีชิมแปนซีและลิงโบโนโบเท่านั้น มีทฤษฎีสนับสนุนการจูบว่าเป็นพฤติกรรมดึกดำบรรพ์ที่เราใช้ในการยอมรับบุคคลนั้นๆ เพราะเมื่อจูบคุณจะได้กลิ่นของคนๆ นั้นชัดเจนจากการนำจมูกมาใกล้กันมีหลายงานวิจัยระบุไว้ว่าการจูบส่งผลดีต่อร่างกาย เมื่อจูบร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนินที่ช่วยปรับอารมณ์ของคุณให้ดีขึ้นโดพามีนถูกผลิตสร้างความพึงใจให้แก่สมอง หัวใจคุณจะเต้นแรงขึ้นจากอะดรีนาลีน และสุดท้ายฮอร์โมนแห่งความรักความผูกพันนั่นคือออกซิโทซินจะถูกหลั่งออกมา ฉะนั้นแล้วไม่ว่าแบคทีเรียที่ถูกส่งต่อจะเยอะแค่ไหน ในเมื่อจูบกันมันดีขนาดนี้ ก็คุ้มค่าที่จะจูบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้จูบคนที่เรารักด้วยแล้ว…จ๊วบบ   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์ว่าด้วยการตกหลุมรัก

หวนคืนสู่ดวงจันทร์

การแข่งขันไปยังดวงจันทร์ในนามชื่อเสียงของประเทศกลับมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ความท้าทายอยู่ที่ต้องส่งยานลงจอดและสามารถบินกลับมายังโลกได้

กำจัดเชื้อไวรัสด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

หนึ่งในทางเลือกสำหรับการ กำจัดเชื้อไวรัส ในช่วงที่เชื้อกำลังแพร่ระบาด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังและหามาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่และบริเวณต่างๆ ที่เป็นจุดเสี่ยงและมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สาเหตุของการก่อโรค ซึ่งหนึ่งในมาตรการป้องกันโรคคือการทำความสะอาด ฉีดพ่น กำจัดเชื้อไวรัส และเชื้อโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งภายในอาคารผู้โดยสารสนามบิน โรงแรมที่พัก รถขนส่งสาธารณะ และสถานที่จัดประชุมต่างๆ ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผลิตภัณฑ์ คีนน์ เจิม คิลเลอร์ บลัด สเกล แอนด์ ออยล์ รีมูฟเวอร์ (KEEEN Germ Killer Blood, Scale & amp; Oil Remover) หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ ผสมสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Disinfectant) จากบริษัท คีนน์ (KEEEN) จำกัด คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส โดยผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และเป็นหนึ่งใน ‘ผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทย’ ซึ่งมี […]