ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์ - National Geographic Thailand

ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุขอย่างยั่งยืน

ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นหนึ่งในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่คุณต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ แต่คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงประชากรในท้องถิ่น เมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การคงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ แต่คุณควรสร้างผลกระทบเชิงบวกกับพื้นที่นั้นด้วยเพื่อกระจาย ความสุขอย่างยั่งยืน ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน

การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอุษาคเนย์นี้ยังเต็มไปด้วยโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวพร้อมไปกับการให้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนแก่โลก ผ่านจุดท่องเที่ยวยอดนิยม 3 แห่งในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์

ความสวยงามของหาดทรายขาวอันเลื่องชื่อ โบราไกย์เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของฟิลิปปินส์มาช้านาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ความมีชื่อเสียงนี้เป็นเหตุให้ทางการจำเป็นต้องประกาศปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือน และปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่จะเข้าชมเกาะ ถ้าคุณอยากเดินทางไปโบราไกย์ คุณควรพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เลย

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, ความสุขอย่างยั่งยืน

การเล่นไคต์เซิร์ฟ คุณต้องอาศัยแรงลมสำหรับการควบคุมทิศทาง คุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนผืนน้ำได้อย่างรวดเร็ว หากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ที่หาดบูลาบ็อก ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และอีกหนึ่งสถานที่คือหาดไวท์บีช ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม

ซิปไลน์ การห้อยโหนไปบนเส้นสลิงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการในการชมทิวทัศน์ในมุมมองเดียวกับนกที่กำลังโผบิน และกิจกรรมนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ฟรีไดฟ์ หรือการดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่แม้จะใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำน้อยลงแล้ว คุณยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่อัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด

ดำน้ำ, ฟรีไดฟ์, การท่องเที่ยว, ฟิลิปปินส์
ฟรีไดฟ์เป็นการดำน้ำที่ใช้อุปกรณ์น้อยชิ้นกว่าการดำนำแบบสกูบา

การเดินชมธรรมชาติบนเกาะ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนแล้ว คุณยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์นานาพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ พร้อมกับเผาผลาญพลังงานไปในตัว กิจกรรมนี้อาจเป็นแค่การเดินทอดน่องเรื่อย ๆ หรือการเดินป่าจริงจังตลอดสองชั่วโมง หรืออีกหนึ่งวิธีคือการเรียนรู้บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็นบ้านของ กิ้งก่า ลิง เต่าทะเล บนเกาะ

การเรียนทำอาหาร ถ้าคุณต้องการเรียนรู้การปรุงอาหารแบบฟิลิปปินส์ดั้งเดิม คุณจะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมอาหาร และยังได้สูตรอาหารกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย

อ่าวมะนิลา

อ่าวมะนิลาเป็นท่าเรือตามธรรมชาติที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะลูซอน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ล้อมรอบเมืองหลวงอย่างมะนิลาเอาไว้ ท่าเรืออันมีชื่อเสียงแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงาม รุ่มรวยประวัติศาสตร์ และมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์มากมาย

ในเชิงประวัติศาสตร์ อ่าวมะนิลาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เนื่องจากบทบาทสำคัญในช่วงการค้าระหว่างฟิลิปปินส์และเม็กซิโกเป็นระยะเวลา 250 ปี บางส่วนของอ่าวมะนิลาอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายฝั่งของเมืองปารานาเก และเมืองลาสปีนาส ซึ่งเป็นบ้านและแหล่งผสมพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ทั้งพืช ปลา นกอพยพ และสัตว์อื่น ๆ มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และขยะเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่ออ่าวมะนิลา องค์กรต่าง ๆ อย่าง PEMSE ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติแห่งนี้ได้ด้วยการเลือกหนึ่งในกิจกรรมเชิงท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเหล่านี้ 

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยการปั่นจักรยานไม้ไผ่รอบเมืองประวัติศาสตร์อินตรามูรอส ผู้นำเที่ยวจะนำพาคุณไปสำรวจส่วนต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงของวอลล์ซิตี้ด้วยวิธีการที่ทั้งปลอดภัย สนุก และได้ความรู้ โดยทั่วไป กลุ่มทัวร์จัดขึ้นเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 5-10 คน (สูงสุดไม่เกิน 15 คน) และผู้นำเที่ยวจะดูแลคุณตลอดการปั่นจักรยานชมเมืองแห่งนี้

ป้อมซานติเอโก,
ป้อมซานติเอโกที่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง

คริสตจักรและพิพิธภัณฑ์ซานอะกุสติน / ฟอร์ตซานติอาโก การเดินชมเมืองมะนิลาเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจและเรียนรู้ประวัติศาสตร์รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศ อนุสาวรีย์ต่าง ๆ อย่างโบสถ์ซานอะกุสติน และฟอร์ต ซานติอาโก เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยี่ยมชม ซานอะกุสติน เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ สร้างขึ้นในปี 1571 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในมรดกโลก มีสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เก่าแก่ ของที่ใช้ตกแต่งภายใต้ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา และมีเครื่องเล่นออร์แกนที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่สิบแปด และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสุสานของบุคคลสำคัญหลายท่านทั้งชาวสเปนและฟิลิปปินส์ ตัวอย่างเช่น นายพลมิเกล โลเปซ เด เลกัสปี ที่ตั้งของโบสถ์แห่งนี้อยู่บริเวณจุดยุทธศาสตร์ คือบริเวณปากแม่น้ำปาสิก ส่วนฟอร์ตซันติอาโก เป็นหนึ่งในศูนย์บัญชาการทางทหารสเปน อังกฤษ อเมริกัน และญี่ปุ่นในช่วงที่เข้ามายึดครองฟิลิปปินส์ ป้อมแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติและถูกฟื้นฟูให้กลับมามีสง่าราศีเหมือนดังเดิม

ซากาดา

ซากาดาซ่อนตัวอยู่ในตอนกลางของภูเขากอร์ดิเยรา ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลของฟิลิปปินส์ ถูกทิ้งร้างอย่างไร้การแตะต้องจากอาณานิคมสเปน และเป็นที่รู้จักในแง่การรักษาวัฒนธรรมพื้นเมืองและความสวยงามทางธรรมชาติ หากคุณอยากสัมผัสกิจกรรมในเชิงยั่งยืน ลองเลือกหนึ่งจากสี่กิจกรรมที่เราแนะนำ

โฮมสเตย์ หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นคือการอยู่ร่วมกับคนท้องถิ่น ที่นี่คุณจะพบกับชาวบ้านที่ยินดีเปิดประตูบ้านของเขาแก่ผู้มาเยือน เรื่องราคาก็สมเหตุสมผล และคุณยังได้ช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความยั่งยืน

น้ำตกโบมด-อก การเดินปีนเขาและการว่ายน้ำเป็นวิธีการสัมผัสสิ่งแวดล้อมอย่างละมุน น้ำตกแห่งนี้คนท้องถิ่นมักเรียกว่า “น้ำตกใหญ่” ต้องใช้วิธีการเดินป่าเข้าไปโดยใช้เวลาในการเดินประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละเที่ยว คุณสามารถหาข้อมูลและจ้างไกด์ท้องถิ่นได้ที่ศูนย์ข้อมูลบังกาอัน

การปั่นจักรยานเสือภูเขา พื้นที่สูงและภูมิประเทศแบบเทือกเขาสร้างความสมบูรณ์แบบสำหรับการปั่นจักรยานเสือภูเขา นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานและผจญภัยในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับชมทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของที่นี่ได้

ซิปไลน์ เช่นเดียวกับที่โบราไกย์ การเล่นซิปไลน์ในซากาดาเป็นกิจกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงาม

เมื่อคุณท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คุณไม่เพียงแต่ทิ้งรอยเท้าคาร์บอนอันน้อยนิดไว้บนโลก แต่คุณยังวางตัวเองไว้ในรอยทางของการผจญภัย การค้นพบตัวเอง และเชื่อมต่อกับความหมายของชีวิต ด้วยวัฒนธรรมใหม่ ๆ 

***แปลและเรียบเรียงโดย ศุภพิชา คุณวุฒิ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ลอนดอนผงาด  

ลอนดอน
เดอะชาร์ดตั้งตระหง่านในฐานะตึกสูงที่สุดของลอนดอน ทำให้สัญลักษณ์เก่าๆ อย่างทาวเวอร์บริดจ์ดูเล็กไปถนัดตา ขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างตึกระฟ้ากว่า 70 แห่ง ซึ่งส่อแววว่าจะทำให้เส้นขอบฟ้าของลอนดอนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

เรื่องแนะนำ

โตโยต้า เดินหน้าสู่เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ปลูกต้นไม้ 600,000 ต้น ในโอกาสครบรอบ 60 ปี

พื้นที่สีเขียวกับชีวิตผู้คนสัมพันธ์จนแยกจากกันไม่ออก และพวกเราทุกคนคือกำลังสำคัญที่จะลงมือเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยโลกใบนี้ร่วมกัน ความยั่งยืนเป็นประเด็นใหญ่ของโลกที่จะต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ตั้งแต่สองมือเล็กๆ ของทุกคน ไปจนถึงการสร้างพันธกิจยิ่งใหญ่ในระดับองค์กร เช่นเดียวกันกับวิสัยทัศน์ใหม่ของโตโยต้า กับการเป็น “ผู้นำพาการขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คน และความยั่งยืนของสังคม” ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการดำเนินงานในประเทศไทยของโตโยต้า หากแต่เป้าหมายนี้จะสำเร็จลุล่วงไปถึงปลายทางอย่างที่วาดฝันไว้ได้ จำเป็นจะต้องประสานพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เช่นเดียวกันกับโครงการ “โตโยต้า ครบรอบ 60 ปี ปลูกป่า 600,000 ต้น” ที่ตั้งเป้าเป็นโครงการระยะยาวร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น กรมป่าไม้ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่โตโยต้าได้ทยอยปลูกป่าจนครบล้านต้นสำเร็จไปแล้วในปี 2012 และต่อเนื่องครบ 2 ล้านต้นทั้งป่าบกและป่าชายเลนจนถึงปัจจุบัน สำหรับในปีนี้ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเริ่มต้นจาก 200,000 ต้นภายในพื้นที่โรงงานของโตโยต้าทั้ง 3 แห่ง นำมาซึ่งกิจกรรมเป็นการปลูกป่านิเวศที่โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์จำนวน 18,000 ต้น ก่อนขยายการดำเนินงานสู่พื้นที่ภายนอกอีก 400,000 ต้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันที่โลกใบนี้ของทุกคน ความน่าภาคภูมิใจของชาวไทยและชาวโตโยต้า คือโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์แห่งนี้เป็นพื้นที่นำร่องที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นต้นแบบโรงงานแห่งความยั่งยืน 1 ใน […]

การรีไซเคิลแบตเตอรีรถ EV เป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อโลกเปลี่ยนสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า

ภายในแบตเตอรีของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีแร่ธาตุสำคัญ เช่น โคบอลต์และลิเธียม ที่เราจำเป็นที่จะต้องรีไซเคิลพวกมัน ไม่เช่นนั้นเราต้องขุดเหมืองเพื่อสรรหาแร่ธาตุเหล่านี้ต่อไปอย่างไม่รู้จบ สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอร์ดเปิดตัวรถยนต์รุ่น เอฟ-150 ไลท์นิ่ง (F-150 Lightning) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยแรงขับเคลื่อน 530 แรงม้า และราคาที่ต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากการเปิดตัวของยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ฟอร์ดได้รับยอดการสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 45,000 คัน เทียบเท่ากับเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว เอฟ – 150 ไลท์นิ่ง และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ อีกหลายร้อยแบบที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำกำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เป็นสัญญาณว่าในที่สุดการปฏิวัติของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะมาถึงในที่สุด แต่ในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (climate change) กำลังเติบโต ความท้าทายใหม่ก็ได้เกิดขึ้นควบคู่กัน นั่นคือจะทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งแร่ธาตุทั้งหมดที่มีความจำเป็นต่อการผลิตแบตเตอรี ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และทองแดงภายในแบตเตอรีเหล่านี้ ล้วนถูกขุดขึ้นจากพื้นโลก ในปัจจุบันการทำเหมืองแร่ธาตุส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในสถานที่ เช่น รัสเซีย […]

นักสำรวจที่เล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนโลก ใน National Geographic Talk ครั้งแรกที่ไทย

Postcards from Planet Possible: Impact Storytelling ทอล์กโชว์และเสวนาจาก National Geographic ครั้งแรกในประเทศไทย ที่มาถ่ายทอด ‘ชุดความคิด’ ของนักสำรวจ ที่เล่าเรื่องราวเพื่อทำให้ผู้คนได้เรียนรู้ที่จะรักโลกมากขึ้น กว่า 133 ปีมาแล้ว ที่ชื่อ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ปรากฎขึ้นในฐานะองค์กรที่บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักและเปิดหูเปิดตาถึงความมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ ผ่านช่องทางของนิตยสาร และภาพยนตร์สารคดี รวมไปถึงสื่อออนไลน์ในโลกยุคใหม่ โดยการทำงานของบรรดา ‘นักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก’ (National Geographic Explorer) ซึ่งเป็นเครือข่ายนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกกราฟฟิก ที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อทำโครงการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม รวมไปถึงงานด้านสื่อสารมวลชนที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของโลกใบนี้ นักสำรวจเหล่านี้มีทั้งความอยากรู้อยากเห็น และความอยากเรียนรู้อยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาใช้คำถามเป็นอาวุธ เพื่อสกัดเอาเรื่องราวความเป็นไปบนโลกมาถ่ายทอดในสิ่งที่เรียกว่า ‘สารคดี’ โดยบรรดานักสำรวจเหล่านี้ต่างมุ่งหวังว่าการทำงานของเขาจะส่งผ่านไปให้ผู้คนทั่วโลก ซึ่งจะมีส่วนให้โลกใบนี้น่าอยู่อย่างยั่งยืน งาน Sustainability Expo หรือ SX2022 งานมหกรรมด้านความยั่งยืน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้เห็นถึงความสำคัญของพลังแห่งการเล่าเรื่องเพื่อการอนุรักษ์ในรูปแบบของสารคดี National Geographic ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จึงได้ร่วมมือกันเพื่อจัดงานทอล์กโชว์และเสวนาในหัวข้อที่มีชื่อว่า […]

เบียร์รักษ์โลก กับไอเดียจากทั่วโลก ค้นหาคำตอบของการกินดื่มอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นวัตกรผู้ผลิตเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างก็กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดนี้ จากจุดเริ่มต้นจนถึงท้ายสุด การทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับว่าบริโภคสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วง ต้องใช้น้ำ 20 แกลลอนในการผลิตเบียร์หนึ่งเสิร์ฟปริมาณ 8 ออนซ์ และ น้ำ 30 แกลลอนสำหรับไวน์ปริมาณ​ 5 ออนซ์ จากนั้นก็ไปสู่กระบวนการผลิตแก้วและอะลูมิเนียมสำหรับบรรจุภัณฑ์แอลกอฮอล์ พลาสติกและกล่องลังสำหรับการบรรจุหีบห่อ ไปจนถึงการใช้พลังงานสำหรับการแช่เย็นทั้งกับบ้านและร้านค้าปลีก แอลกอฮอล์หลายประเภทผลิตเฉพาะสำหรับแต่ละสถานที่เท่านั้น อย่างเตกีล่าของเม็กซิโก สก็อตช์ในสก็อตแลนด์ เบอร์เบินในรัฐเคนตักกี้ ซึ่งต้องอาศัยการขนส่งบนเส้นทางที่แสนยาวนานกว่าจะไปถึงมือผู้บริโภค ส่วนผสมหลักโดยทั่วไปในกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์ ได้แก่ องุ่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์​ ฮอปส์ น้ำตาล ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชที่ต้องใช้น้ำและพลังงานมากที่สุดในโลก กระบวนการต้มและหมักบ่มต่างก็ต้องอาศัยพลังงานมหาศาลเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการประเมินปริมาณคาร์บอนฟุตปรินต์จากกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ แต่สถาบันวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการแพทย์แห่งชาติกล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในวงกว้างยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไม่ยั่งยืนที่สุดในโลก ประมาณการว่ามีส่วนทำให้เกิดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพราว 60% และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดจากการปลดปล่อยมลพิษทั่วโลกอีกราว 30% โดยปริมาตรแล้ว แอลกอฮอล์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16% ของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากข้อมูลของ Park Street บริษัทในฟลอริดาที่บริการด้านระบบขนส่งให้กับบริษัทแอลกอฮอล์ ในวันที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศคืบคลานใกล้เข้ามามากขึ้น นั่นส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในกระบวนการผลิตเครื่องดื่ม ตั้งแต่บนแปลงเกษตรจนถึงหลังรถบรรทุก เป็นไปได้ไหมว่าแนวทางที่ปฏิบัติกันมายาวนานเช่นนี้จะนำไปสู่จุดจบของเบียร์ราคาถูกหรือไม่? ไม่จำเป็น […]