ชุมชนรอบเขายายดา จ.ระยอง – พลิกวิกฤตแล้ง สู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ

ชุมชนรอบเขายายดา จ.ระยอง – พลิกวิกฤตแล้ง สู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ

ชุมชนบ้านมาบจันทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่รอบเขายายดา แหล่งธรรมชาติ แหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้เป็นชาวสวนที่ปลูกผลไม้สารพัดชนิด โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อประจำจังหวัด

เมื่อมองจากภายนอก เราจะเห็นได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเขียวขจีจากต้นไม้ที่ปกคลุมไปสุดสายตา สอดประสานไปกับแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ทุกที่ ราวกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาตินี้ไม่เคยขาดหายไปจากพื้นที่นี้

แต่ถ้าเราย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ชุมชนรอบเขายายดา ซึ่งรวมถึงบ้านมาบจันทร์ ต้องประสบปัญหาภัยแล้งยืดเยื้อ ผืนป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า แต่ในวันนี้พวกเขาพลิกฟื้นความแห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มี “ทรัพยากรน้ำ” อันอุดมสมบูรณ์ เป็นตัวชูโรงสำคัญได้อย่างน่าประทับใจ

National Geographic Thailand ได้รับคำเชิญชวนจากชุมชนบ้านมาบจันทร์ และ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ให้มาร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนที่บ้านมาบจันทร์ ที่พร้อมให้ประสบการณ์ผู้มาเยือนที่หลากหลาย ทั้งการตะลุยป่าในเส้นทางสุดท้าทาย ปั่นจักรยาน ตะลุยขับรถเอ็นดูโร่ ตั้งแคมป์บนยอดเขา ชมดวงอาทิตย์ขึ้น กินอาหารที่วัตถุดิบสดใหม่ในชุมชน รวมไปถึงผลไม้โดยเฉพาะ ‘ทุเรียน’ ที่เราได้มีโอกาสเด็ด ปอก กิน แบบสดใหม่ จากต้นเลยทีเดียว

เส้นทางเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ชุมชนบ้านมาบจันทร์

บ้านมาบจันทร์

เส้นทางเดินป่าชุมชนมาบจันทร์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชุมชนรอบเขายายดา สมเจตต์ โชตภักดี เดินนำผู้มาเยือนเข้าเส้นทางป่าชุมชนซึ่งต้องอาศัยการเดินเท้าในเส้นทางเดินป่าแคบ ๆ แต่โอบล้อมด้วยพืชป่านานาชนิดที่ให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง ตลอดเส้นทางเดินจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจะต้องมีผู้นำทางซึ่งจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่

จุดหมายของเส้นทางนี้คือ “ต้นพระเจ้า 5 พระองค์” ต้นไม้โบราณอายุนับร้อยปีที่มีความสูงสุดสายตา แค่เพียงรากใหญ่โตก็มีความสูงเทียบเท่าคนหนึ่งคนได้แล้ว และหากได้มาช่วงหน้าฝนก็จะได้พบกับน้ำตกขนาดย่อมกลางป่าเขาที่เต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำจากธรรมชาติ

เส้นทางเดินป่าแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของ ชุมชนมาบจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่โอบอ้อมไปด้วยธรรมชาติที่พรั่งพร้อมไปด้วยวิถีชีวิตแบบชาวสวนดั้งเดิม และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีร้านค้าและที่พักโฮมสเตย์ที่ล้อมไปด้วยธรรมชาติสวย อากาศดี

ชิมอาหารพื้นถิ่นฝีมือชาวมาบจันทร์โดยวัตถุดิบสดใหม่

ผู้นำในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมาบจันทร์คือ วันดี อินทรพรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง ที่ต้อนรับผู้มาเยือนชุมชนด้วยอาหารท้องถิ่นหลากชนิดรสชาติอร่อยที่เธอยืนยันว่า วัตถุดิบล้วนมาจากแหล่งปลูกในชุมชน ซึ่งเป็นความอร่อยในแบบบ้านมาบจันทร์ซึ่งมาจากแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์

สวนลุงจรูญ ชิมทุเรียนสด ทุเรียนทอด ผลไม้สดจากต้น

จรูญ สุทัดสันต์ เจ้าของสวนทุเรียนลุงจรูญ สวนทุเรียนผืนใหญ่ที่เปิดสวนให้ผู้มาเยือนอย่างเราได้เข้าชมพร้อมลองทานทุเรียนแบบปอกกันสด ๆ จากต้น ถ้าเราถูกใจต้นไหน สามารถชี้ให้ลุงจรูญตัดจากต้นมาได้เลย หรือจะลองหาซื้อเป็นรูปแบบทุเรียนทอด ซึ่งเป็นผลผลิตจากชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ก็สามารถลองชิม ซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

แต่กว่าจะเป็นสวนทุเรียนที่มีความอุดมสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ ลุงจรูญเล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปเกือบ 20 ปีที่แล้ว สวนทุเรียนของเขารวมทั้งชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ เคยเจอวิกฤตน้ำขาดแคลนจนทุเรียนยืนต้นตาย แต่ก็พลิกฟื้นกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้เพราะได้องค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ที่มาช่วยสอนลุงจรูญและชาวบ้านทำทำนบชะลอน้ำ และทำธนาคารน้าใต้ดินเพื่อกักเก็บน้ำฝนคืนลงสู่ดิน ทำให้เกษตรกรมีน้ำอุดมสมบูรณ์ และจัดการน้ำใช้ในชุมอย่างไม่ขาดแคลน จนทุกวันนี้สวนผลไม้ของชาวบ้านได้ผลผลิตดีกันถ้วนหน้า และมีรายได้ที่ดีตามไปด้วย

ผจญภัยหลากสไตล์ ปั่นจักรยาน หรือลุยเขาขึ้นรถโฟร์วีล

หลายคนอาจจินตนาการการท่องเที่ยวแบบชุมชนว่าเป็นการมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวบ้านแบบสโลวไลฟ์ กินอยู่ในรูปแบบชาวบ้าน แต่สำหรับชุมชนบ้านมาบจันทร์ ที่นี่มีความพร้อมในการเป็นวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนที่เตรียมกิจกรรมสำหรับผู้มาเยือนในรูปแบบที่หลากหลาย รวมไปถึงการผจญภัยในพื้นที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของชุมชนไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบสบาย อย่างการปั่นจักรยานในพื้นที่ป่าชุมชนด้านนอก หรืออยากเข้าไปสัมผัสพื้นที่ป่าชุมชนแบบลุย ๆ ถึงลูกถึงคนอย่างการนั่งรถโฟร์วีล หรือรถ ATV ซึ่งนักท่องเที่ยวจะขับเองหรือให้ชาวบ้านในชุมชนผู้ชำนาญเส้นทางพาไปผจญภัยในพื้นที่ธรรมชาติที่ล้อมรอบไปด้วยแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ก็ให้ความรู้สึกสนุกไม่แพ้กัน

กางเต็นท์ พักโฮมสเตย์ ท่ามกลางวิวภูเขาที่โอบล้อม

ชุมชนบ้านมาบจันทร์ชูจุดเด่นที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยการจัดโมสเตย์แบบบ้าน สบาย แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่โอบล้อมไปด้วยวิวภูเขาที่สวยงาม หรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวในรูปแบบกางเต็นท์ หรือ Car Camp ก็สามารถนำเต็นท์ของตัวเองมากางในบริเวณเดียวกันได้ เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสงบในธรรมชาติในแบบส่วนตัว หรือมาเป็นคณะใหญ่ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ชมแสงแรกของวันที่จุดชมวิวเขายายดา

อีกหนึ่งกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่เขายายดา ซึ่งมีความสวยงาม หากวันใดท้องฟ้าโปร่งเราสามารถเห็นเกาะเสม็ดที่อยู่ห่างออกไปได้ หรือนักท่องเที่ยวสามารถวิ่งออกกำลังกายขึ้นเขายายดาก็เป็นกิจกรรมที่สามารถเรียกเหงื่อได้ดี

ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำห้วยหินดาดรอบเขายายดา

บริเวณใกล้กับจุดชมวิวที่ยอดเขายายดา จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว ในช่วงที่ดวงอาทิตย์กำลังทอแสงเต็มที่ ผืนน้ำกว้างใหญ่ของอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะสะท้อนแสงอาทิตย์ ตัดกับบรรยากาศต้นไม้ที่เขียวขจีโดยรอบ

อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จึงเป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจได้หลายรูปแบบ ทั้งการปั่นจักรยาน หรือเดินชมธรรมชาติอย่างสบายๆ สำหรับสายแคมป์ปิ้ง ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับกางเต็นท์หรือจอดเป็นคาร์แคมป์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกางเต็นท์ในบรรยากาศความเป็นส่วนตัว

ท่องเที่ยวพร้อมกับสร้างความยั่งยืนให้พื้นที่ โดยการสร้างฝายร่วมกับชุมชน

เนื่องจากชุมชนรอบเขายายดา โดยเฉพาะบ้านมาบจันทร์ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงมีกระบวนการสร้างและซ่อมแซมฝายชะลอน้ำซึ่งเน้นสร้างจากวัสดุธรรมชาติอยู่เป็นระยะ 

ทางวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านมาบจันทร์จึงจัดให้มีกิจกรรมการสร้างฝายให้กับหมู่บ้านสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ โดยชาวบ้านจะพาท่องเที่ยวไปดูแหล่งน้ำในพื้นที่ธรรมชาติรอบ ๆ ชุมชน แล้วให้ร่วมสร้างหรือซ่อมแซมฝายชะลอน้ำที่ชาวบ้านใช้งานอยู่จริง ซึ่งเน้นสร้างจากวัสดุธรรมชาติซึ่งสร้างขึ้นได้ง่าย และทำในพื้นที่แหล่งน้ำตื้นเขิน จึงไม่รบกวนสิ่งแวดล้อมเดิม  กิจกรรมนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นความสำคัญของแหล่งน้ำ รวมถึงได้รับความรู้การสร้างฝายและการจัดการน้ำที่ชาวบ้านได้เรียนรู้จากเอสซีจี เคมิคอลส์ได้อีกด้วย

ชุมชนรอบเขายายดาคือตัวอย่างชุมชนคนน้ำดี ภายใต้โครงการ “เก็บน้ำดี มีน้ำใช้ ด้วยโมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ” ที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พร้อมเปิดรับรับสิ่งใหม่ ด้วยการประยุกต์ใช้ความรู้ภูมิปัญญา สู่การนำงานวิจัยชุมชนเข้ามาร่วมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง  ส่งผลให้ชุมชนผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้ง มีรายได้เพิ่มขึ้นจากสินค้าเกษตร และต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้อย่างสมบูรณ์ และสร้างจิตวิญญาณรักป่า รักน้ำให้กับชุมชนอื่น ๆ เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตที่เติบโตได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถติดต่อจองทริปท่องเที่ยวชุมชนบ้านมาบจันทร์ได้ที่เพจ Facebook ชุมชนท่องเที่ยวบ้านมาบจันทร์ https://www.facebook.com/mapjunlocaltourism/  หรือติดต่อที่ผู้ใหญ่วันดี อินทร์พรม 089-284-1204 

 

#ชุมชนคนน้ำดี #เก็บน้ำดีมีน้ำใช้ #โมเดล2สร้าง2เก็บ #SCGC #โมเดล2สร้าง2เก็บ #SCGC


อ่านเพิ่มเติม ธนาคารน้ำใต้ดิน – นวัตกรรมภูมิปัญญาที่เปลี่ยนน้ำหลากจากหน้าฝนสู่ความชุ่มชื้นในหน้าแล้ง

เรื่องแนะนำ

เศรษฐกิจหมุนเวียน : ขยะจะกลายเป็นศูนย์ได้จริงหรือ

โลกไร้ขยะฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ซ้ำอย่างไม่สิ้นสุด เป็นความหวังของธุรกิจและนักสิ่งแวดล้อม แต่เราจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ไหม หรืออันที่จริงต้องบอกว่า เราไม่ทำได้ด้วยหรือ

World Update: นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีใช้แสงยูวีเพื่อทำให้พลาสติกย่อยสลาย

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีใช้แสงยูวีเพื่อทำให้พลาสติกย่อยสลายง่ายขึ้น พลาสติกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติหลายชนิดสามารถนำไปจัดการได้ภายใต้การจัดการในอุตสาหกรรมบางรูปแบบเท่านั้น แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยเพื่อความยั่งยืนและเทคโนโลยีหมุนเวียน (Centre for Sustainable and Circular Technologies หรือ CSCT) จากมหาวิทยาลัยบาธ สหราชอาณาจักร ได้ค้นพบวิธีทำให้พลาสติกสลายลงได้เพียงแค่ใช้แสงยูวี โดยพลาสติกที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันคือพลาสติกที่ได้มาจากส่วนผสมวัตถุทางธรรมชาติ (PLA) ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยสลายได้เอง แต่มีประสิทธิภาพย่อยสลายเองได้ต่ำในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ อย่างเช่น น้ำทะเล และพื้นดิน และใช้สภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูงเพื่อย่อยสลาย จากปัญหากังกล่าว ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองจนค้นพบการใช้โมเลกุลน้ำตาลกับโพลีเมอร์และนำไปปรับกับพลาสติกธรรมชาติ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ภายใน 6 ชั่วโมงภายใต้แสงยูวี โดยเทคโนโลนีนี้สามารถใช้ได้กับกระบวนการผลิตพลาสติก สามารถนำไปปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมพลาสติกทั่วไป โยทางทีมวิทยาศาสตร์หวังว่าการวิจัยนี้จะช่วยทำให้ขยะพลาสติกแปรรูปได้ดีมากขึ้นในวัฏจักรสุดท้ายของการใช้งาน ดร. Antoine Buchard นักวิจัยประจำราชวิทยาลัย (Royal Society University) สหราชอาณาจักร และผู้อ่านงานวิจัยด้านเคมีพอลิเมอร์ จาก CSCT กล่าวว่า มีพลาสติกหลายชนิดที่ระบุว่า “ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ” (biodegradable) แต่นั่นจะเกิดขึ้นในการย่อยสลายในระดับอุตสาหกรรมเท่านั้น หากเป็นการย่อยสลายในครัวเรือน พลาสติกนั้นก็อาจไปอยู่ไปได้อีกหลายปี พลาสติกแบบ PLA ทำขึ้นมาจากสายของโพลิเมอร์ขนาดยาว ทำให้ย่อยสลายได้โดยน้ำหรือเอนไซม์ได้ยาก งานวิจัยนี้จึงเติม […]

ก้าวแรกของแบงก์กรุงศรี ที่เริ่มต้น ESG ให้กับสถาบันการเงินไทย

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สถาบันการเงินแห่งแรกที่ผลักดันเรื่อง ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกตราสารหนี้เพื่อสังคม ทุกวันนี้เรายังหานิยามที่ดีที่สุดของ ‘ความยั่งยืน (Sustainability)’ ไม่ได้ แม้จะเป็นคำที่ถูกพูดถึงกันอย่างเอิกเกริกในทุกกลุ่มสังคมก็ตามที ธรรมชาติปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ผ่านปรากฎการณ์และภัยพิบัติมากมายที่ตอกย้ำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิถีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย การพัฒนาและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำองค์กรทั้งหลาย ที่มาพร้อมบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดหมุดหมายของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล เราจึงเริ่มต้นออกเดินทางไปคุยกับผู้บริหารระดับสูงของทุกวงการที่เชื่อในการคืนกลับสมดุล (Rebalance) ให้กับโลก ด้วยการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ เช่นนั้นแล้ว การพัฒนาองค์กรโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล หรือ ESG (Environment, Social and Governance) จึงเป็นแนวทางที่ชัดเจน และช่วยเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจสู่ก้าวใหม่ไปด้วยกัน ‘สถาบันการเงิน’ ถือเป็นต้นน้ำของแหล่งทุนที่ภาคเอกชนใช้ในการทำธุรกิจ จึงมีบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบต่อความเป็นไปของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จากทั้งการเติบโตขององค์กรตนเองและบรรดาลูกค้าผู้ขอสินเชื่อด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จึงตั้ง ‘สายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน’ หรือ ‘สายงาน ESG’ ขึ้นในปี 2561 เพื่อสอดรับกับแนวคิดการธนาคารอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking) ในวันที่น้อยคนจะรู้จักคำนี้ด้วยซ้ำไป คุณพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ […]

ปี 2021 มองความยั่งยืนโลก มองความยั่งยืนไทย พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งทศวรรษสำหรับบรรลุเป้าหมาย “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ของสหประชาชาติซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องโลกและยุติความยากจนภายในปี 2030 เก้าปีต่อจากนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้โลกเป็นสถานที่แห่งความยั่งยืนมากขึ้น ในขณะที่ปี 2020 สถานที่ทางธรรมชาติและทรัพยากรหลายแห่งทั่วโลกฟื้นตัวขึ้น อันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ในสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทต่างๆ ทั่วโลกต่างให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มความพยายามลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เหล่านี้คือหัวข้อบางส่วนที่เป็นแนวโน้มเรื่องความยั่งยืนในปี 2021 การลดปริมาณคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ การบรรลุข้อตกลงเรื่องการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงปารีส จะช่วยลดผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของภาวะโลกร้อน เมื่อปลายปี 2020 ผู้นำของจีนประกาศความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ทางฝั่งสหรัฐอเมริกา หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่ง จะนำสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ข้อตกลงปารีสอีกครั้ง และจะผลักดันนโยบายการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อทดแทนพลังงานจากฟอสซิล ความหลากหลายทางชีวภาพ การบริโภคทรัพยากรของมนุษย์และการผลิตคาร์บอนยังคงส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จากรายงาน Living Planet ของ WWF พบว่า ประชากรสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลา นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 68 ตั้งแต่ปี 1970 ดังนั้น การมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในปี 2021 ทรัพยากรจากมหาสมุทร เมื่อเดือนธันวาคม […]