เมื่อคลื่นลมพัดพาขยะขึ้นฝั่ง ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น - National Geographic Thailand

เมื่อคลื่นลมพัดพาขยะขึ้นฝั่ง ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น

การเดินทางลงใต้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีโอกาสเยือนจังหวัดตรัง ฉันไม่มีภาพในมโนสำนึกเลยว่า จังหวัดตรังหน้าตาเป็นอย่างไร

ในขณะที่เครื่องบินเคลื่อนผ่านเข้าสู่น่านฟ้าของภาคใต้ ฉันรับรู้ได้ทันทีถึงสภาพอากาศแปรปรวน พนักงานบริการบนเครื่องประกาศให้ผู้โดยสารกลับไปนั่งประจำที่และรัดเข็มขัดนิรภัย เครื่องบินตกหลุมอากาศสองครั้ง เหมือนเรากำลังนั่งรถผ่านทางขรุขระ ผ่านไปครู่ใหญ่เราพ้นออกจากสภาพอากาศแปรปรวน ภาพเบื้องล่างเผยให้เห็นพื้นที่ป่าเขียวครึ้มบริเวณปากแม่น้ำที่เปิดออกสู่ทะเล

สายฝนยังรินลงมาเบาๆ ขณะที่เราเดินออกจากอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานจังหวัดตรัง ปลายทางของฉันคือ การเดินทางไปดูความร่วมมือในชุมชนเพื่อจัดการกับปัญหาขยะที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ไปทั่วโลก

บรรยากาศหลังฝนซาท้องฟ้ายังครึ้มเทา แสงแดดพยายามส่องผ่านก้อนเมฆหนาลงมายังพื้น แต่ก็ทำได้ไม่มากนัก ฉันมาถึงบ้านมดตะนอย ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และพบเจอกับคนในชุมชนหลายคนที่มารอต้อนรับ ชาวบ้านแลดูดีใจเมื่อมีผู้มาเยือน ที่นี่ ชาวบ้านพึ่งพาการประมงพื้นบ้านเป็นหลัก ด้านหนึ่งของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ติดกับหาดมดตะนอยยาวหลายกิโลเมตร

จุดทิ้งขยะริมชายหาดมดตะนอยที่จัดแยกประเภทของขยะทะเล

ตามแนวชายหาด ฉันเห็นถังขยะที่สร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น ทั้งเศษไม้ เศษอวน และพลาสติก แต่ละจุดแบ่งแยกประเภทขยะอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นขยะที่พบมากที่สุดตามแนวชายหาด ได้แก่ รองเท้าแตะ ขวดพลาสติก โฟม และไฟแช็ก แต่เมื่อก่อน ที่นี่ก็เคยได้รับผลกระทบจากขยะไม่ต่างจากชุมชนอื่น

เมื่อรับรู้ถึงผลกระทบจากขยะในพื้นที่ คนในชุมชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ จึงทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากชาวบ้านมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้โฟมบรรจุอาหาร เนื่องจากได้รับข้อมูลว่า การรับประทานอาหารบรรจุกล่องโฟมสร้างความเสี่ยงโรคมะเร็ง จึงตั้งใจให้ชุมชนบ้านมดตะนอยเป็นชุมชนปลอดโฟม โดยทุกคนเห็นพ้องต้องกัน และตั้งกติกาชุมชนว่า ไม่สนับสนุนร้านค้าที่ใช้โฟมบรรจุอาหาร ซึ่งมีผลให้ผู้ค้าในชุมชนต้องปรับตัวตามกติกาที่ตั้งขึ้นมานี้

รองเท้าแตะเป็นหนึ่งในขยะทะเลที่ชาวบ้านเก็บได้จำนวนมากที่สุด

“ชาวบ้านที่นี่ตั้งใจอยากรักษาทรัพยากรรอบหมู่บ้านเอาไว้ และอยากมีส่วนช่วยให้ทรัพยากรยังคงอยู่ต่อไป” พี่โชค – สมโชค สกุลส่องบุญศิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมดตะนอย กล่าวและเสริมว่า “แต่ชาวบ้านไม่รู้วิธีการบริหารจัดการขยะที่ถูกต้อง เราจึงติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังองค์กรภายนอก” ในส่วนนี้ SCG จึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะให้กับชุมชนบ้านมดตะนอย โดยทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน

แนวความคิดของชาวบ้านที่นำขยะมาหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง

แนวคิด SCG Circular Way ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หรือการหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าสูงสุด เช่น เศษอาหารที่เหลือจากครัวเรือนสามารถนำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ การบริโภคให้คุ้มค่าที่สุดก่อนกลายเป็นขยะ หรือแม้แต่การแยกขยะก็เป็นหนึ่งวิธีการของหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน องค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะได้รับการถ่ายทอดไปยังชุมชนบ้านมดตะนอย และมีการวางแนวทางร่วมกันระหว่างผู้นำระดับจังหวัด ผู้นำชุมชน และชาวบ้านทุกคน และแม้ว่าในอนาคต หากเจ้าหน้าที่จาก SCG ออกจากพื้นที่แล้ว องค์ความรู้เหล่านี้จะยังคงอยู่กับชาวบ้าน และชาวบ้านจะรู้จักการบริหารจัดการตามแนวทางของตนเอง

พี่โชค – สมโชค สกุลส่องบุญศิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมดตะนอย

“ลำคลองในหมู่บ้านมีการวางแพดักขยะก่อนไหลออกทะเล” พี่โชคเล่า “ถ้าหมู่บ้านไหนทิ้งขยะลงคลองเยอะๆ ส่วนนี้ก็เป็นภาพฟ้องที่ชัดเจน และชุมชนก็เกิดการแข่งขันกันเอง เพื่อให้มีขยะไปติดแพน้อยที่สุด” ส่วนสำคัญคือการร่วมมือกันของทุกคน ที่เริ่มจากการเก็บขยะในพื้นที่บ้านของตัวเอง และเจ้าหน้าที่ในตำบลก็มีส่วนช่วยเรื่องการหาแหล่งส่งต่อขยะเหล่านี้ เพื่อการจัดการอย่างถูกวิธี เช่น รองเท้าแตะที่ไม่ใช้แล้วส่งให้กับทางกลุ่ม Trash Hero ที่นำไปแปรสภาพให้กลับมาเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่

นอกจากผู้ใหญ่ในชุมชนที่ร่วมกันจัดการเรื่องขยะอย่างจริงจังแล้ว กลุ่มสตรีในหมู่บ้านยังรวมตัวกันเพื่อถ่ายทอดเรื่องการบริหารจัดการขยะให้กับเหล่าเยาวชนตัวเล็กๆในหมู่บ้านด้วย โดยจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก เช่น การวาดภาพที่ให้เด็กๆถ่ายทอดภาพท้องทะเลที่ตัวเองปรารถนา และงานศิลปะจากเศษขยะที่เก็บได้จากชายหาด โดยมีอาสาสมัครในหมู่บ้านคอยเป็นพี่เลี้ยงในการจัดกิจกรรมให้เด็กๆ นับว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และช่วยให้เยาวชนมีความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์ตั้งแต่เยาว์วัย

ภาพวาดของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เธอสื่อสารเกี่ยวกับท้องทะเลในจินตนาการของเธอ

การเดินทางครั้งนี้ ฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนสถานที่เลี้ยงมาเรียม พะยูนน้อยหลงฝูง ที่กลายเป็นขวัญใจของชาวไทยเมื่อช่วงที่ผ่านมา อ่าวที่เคยเป็นบ้านมาเรียมอยู่บนเกาะลิบง เรานั่งเรือออกจากฝั่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินทางมาถึงเกาะเล็กๆที่พึ่งพาการทำประมงพื้นบ้านและยางพารา

ท่าเรือเกาะลิบงสร้างขึ้นง่ายๆ จากวัสดุที่หาได้บนเกาะ

ชาวบ้านบนเกาะรอต้อนรับพวกเราด้วยความอบอุ่น บังจ้อน – สุวิทย์ สารสิทธิ์ เป็นอาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบง ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยเลี้ยงมาเรียม เขาเล่าถึงความเป็นมาของมาเรียมตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่จนถึงวันสุดท้าย แววตาที่ยังดูผูกพันและคิดถึงสัตว์ทะเลตัวน้อยยังปรากฏอยู่บนใบหน้าขณะที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง “ชาวบ้านบนเกาะรู้สึกตกเป็นจำเลยสังคม ว่าเป็นผู้สร้างขยะ และเป็นเหตุให้พบขยะในท้องของมาเรียม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวบ้านช่วยกันอย่างมากในเรื่องการจัดการขยะ” บังจ้อนเล่าและเสริมว่า “เรือที่ออกทะเลมักจะมีถุงเก็บขยะติดไปด้วยเสมอ เพื่อเก็บขยะที่อยู่ในทะเลหรือบนบก แต่ละหลังคาเรือนทิ้งขยะในที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ และชาวบ้านก็รวมตัวกันเดือนละครั้งเพื่อเก็บขยะในชุมชนและชายหาด”

บังจ้อน – สุวิทย์ สารสิทธิ์ อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบง

เมื่อปี 2017 ชาวบ้านร่วมกันเก็บขยะรอบเกาะลิบงทั้งบนบกและชายฝั่งได้กว่า 420 กิโลกรัม และชาวประมงบนเกาะรู้จักพื้นที่ของตนเองดีว่า เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ของพะยูนกว่า 180 ตัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทะเลรอบๆเกาะลิบง “ในระบบนิเวศหญ้าทะเล พะยูนคือผู้บริโภคขั้นสุดท้าย การกินหญ้าทะเลของพะยูนเป็นลักษณะของการซุยหน้าดิน เพราะฉะนั้น เศษขยะที่ทับถมอยู่บนตะกอนหน้าดินอาจติดเข้าไปในทางเดินอาหารของพะยูนได้” บังจ้อนอธิบายให้เราเห็นภาพมากขึ้น

นอกจากประมงพื้นบ้านที่สร้างรายได้ให้กับคนบนเกาะลิบง ยางพาราก็เป็นพืชเศรษฐกิจทางหนึ่งที่คนบนเกาะพึ่งพา

อย่างไรก็ตาม แม้ชาวบ้านบนเกาะลิบงจะช่วยกันเก็บขยะทั้งบนบกและชายฝั่งอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังมีขยะที่ชายหาดให้เห็นทุกวันเช่นกัน “ขยะบางชิ้นเป็นซองบรรจุภัณฑ์ที่มีฉลากบ่งชี้ว่าผลิตในประเทศมาเลเซีย” บังจ้อนยกตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่า ขยะที่รอบเกาะลิบงไม่ได้มีต้นกำเนิดจากบนเกาะทั้งหมด บางชิ้นหรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ถูกพัดพามากับกระแสน้ำทะเล และคลื่นลมก็พัดขึ้นมาเกยที่ชายหาด และอาจมีบางส่วนที่ถูกดินตะกอนทับถมอยู่ในแนวหญ้าทะเล

จุดทิ้งขยะบนเกาะลิบงที่มีการคัดแยกประเภทของขยะ

“เราเป็นชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากทะเล เราไม่อยากให้อู่ข้าวอู่น้ำของเราพังไปหรอก” หญิงอาสาสมัครหมู่บ้านคนหนึ่งพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงชาวใต้ “เราตื่นตัวกับเรื่องขยะมานานมากแล้ว แต่เก็บขยะเท่าไร มันก็ไม่หมดไปเสียที” เสียงของชาวบ้านสะท้อนบางอย่างว่า หากหวังแต่พึ่งพาคนที่อยู่กับทะเล ปัญหาขยะทะเลคงไม่บรรเทาลง เราทุกคนมีส่วนในการสร้างขยะ เพราะปลายทางของขยะคือทะเล แม้เราจะทิ้งอยู่บนบกที่อยู่ห่างไกลทะเลเพียงใด แต่ขยะเพียงชิ้นเดียวก็อาจไหลลงสู่ทะเลได้ในวันหนึ่ง การแก้ปัญหาขยะทะเลให้ยั่งยืนจึงเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะที่ไปปนเปื้อนอยู่ในธรรมชาติ และใส่ใจเรื่องพฤติกรรมการบริโภคให้มากขึ้น

บริเวณอ่าวบนเกาะลิบงที่เคยเป็นแหล่งอนุบาลมาเรียม

เช่นเดียวกับชุมชนมดตะนอย ผู้ใหญ่ที่อยู่บนเกาะปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักทรัพยากรทางทะเลตั้งแต่เด็กๆ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคุณครูและผู้นำศาสนาคอยสอนเรื่องวิถีชีวิตที่ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ในโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนให้เด็กรู้จักกับหญ้าทะเล ให้นักเรียนนำหญ้าทะเลมาทดลองเพาะปลูกในตู้ และวางแผนการทดลองด้วยตนเองตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีคุณครูเป็นที่ปรึกษา และตั้งชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มเยาวชนปริศนาหญ้าทะเล”

“การใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุดก่อนกลายเป็นขยะ เป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยให้ปริมาณขยะลดลงได้” ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ขยะทั้งหลายในทะเลส่วนใหญ่มาจากบนบก เพราะฉะนั้น เราสามารถเริ่มได้จากตัวเราทุกคน เพราะตราบใดที่เราเป็นหนึ่งในผู้บริโภค เราทุกคนต่างมีส่วนรับผิดชอบต่อขยะที่เกิดขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด หมุนเวียนวัสดุต่างๆ ที่เราบริโภคให้เกิดมูลค่ามากที่สุดก่อนที่เราจะทิ้งไป รู้จักแยกขยะอย่างถูกวิธี และบริโภคอย่างรู้คุณค่า เพียงเท่านี้เราก็สามารถช่วยลดปริมาณขยะที่จะปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้

เรื่องแนะนำ

“ต้นไม้” วิธีที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดในการลดปัญหาฝุ่นควัน

ล่าสุดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาประกาศมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แล้ว หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะให้มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นพื้นที่ใดบ้าง

บริษัทไทยติดอันดับประเมินความยั่งยืนระดับสูงมากที่สุดในโลก

บริษัทไทยติดอันดับประเมินความยั่งยืนสูงสุดในโลก แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จ ตามความเข้าใจของคนทั่วไป สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการทำธุรกิจคือผลประกอบการ ซึ่งเกิดจากการพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจ โดยใช้ปัจจัยและทรัพยากรต่างๆ ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการดำเนินธุรกิจ หากแต่ในโลกปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคต การประสบความสำเร็จอาจไม่ได้หมายถึงผลกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่รวมไปถึงธุรกิจนั้นสามารถให้สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์กับสังคมอย่างไร และสามารถส่งเสริมความยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั้งภายในบริษัทและสังคมภายนอกอย่างไร จึงทำให้เกิดแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งกำลังเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนนี้จะเป็นตัวชี้วัดความมั่นใจให้กับนักลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มเติมให้กับทั้งตัวบริษัทและสิ่งแวดล้อมของโลก S&P Global องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืน ซึ่งเป็นผู้จัดทำการประเมินความยั่งยืนดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI อันเป็นดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ผ่านการประเมินความยั่งยืน ตามตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลในการลงทุน ได้เผยแพร่รายงานที่ชื่อว่า The Sustainability Yearbook 2021 ซึ่งเป็นการประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ โดยรายงานนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้านความยั่งยืนขององค์กรระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดยปัจจัยการประเมินความยั่งยืนดังกล่าวได้แก่การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ในรายงานปี 2021 มี มีบริษัทเข้าร่วมการประเมินกว่า 7,000 แห่งทั่วโลก และมีเพียง 631 บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับในรายงานฉบับนี้ ผลการประเมินโดยหน่วยงานดังกล่าวมีการแบ่งระดับออกเป็น SAM gold class […]

พัทน์ ภัทรนุธาพร เด็กไทยใน MIT Media Lab ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อโลกอนาคต

MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาเทคโนโลยีปฏิวัติวงการมาแล้วมากมาย MIT Media Lab เกิดขึ้นในยุคที่โลกกำลังจะก้าวสู่ดิจิทัล ในช่วงปี 1985 จากความคิดริเริ่มของ Prof. Nicholas Negroponte หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ซึ่งตั้งคำถามว่า ถ้าเราจะสร้างเทคโนโลยีสักอย่างที่เปลี่ยนโลก เราควรจะสร้างเทคโนโลยีอะไร และเค้าค้นพบว่าเราควรจะสร้างเทคโนโลยีหรือกระบวนการที่นำไปสู่การสร้างเทคโนโลยีที่มากขึ้น หรือการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถทำให้คนสร้างเทคโนโลยีได้ไปอีกขั้นหนึ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของ MIT Media Lab สถาบันที่สร้างนวัตกรรมเเห่งอนาคต คำว่ามีเดีย (Media) ในที่นี้ไม่ใช่โทรทัศน์ วิทยุ หรือ สื่อโซเชียลมีเดียใด แต่คือตัวกลางที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากัน MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการที่รวมคนจากหลากหลายสาขาวิชา หลากหลายมิติ มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่พัฒนาสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไกลกว่าการพัฒนาในแต่ละสาขาวิชา มันจะมีความต่อต้านการเรียนรู้แยกกันในแต่ละสาขาวิชาในรูปแบบเดิม ๆ หรือที่เรียกว่า Anti-Disciplinary แต่ในขณะเดียวกันมันจะมีการบูรณาการเข้าหากันจากหลาย ๆ ศาสตร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ […]

เหตุผลที่เราไม่อาจเลี่ยงหายนะ

ความล้มเหลวของเราในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังสร้างความเสียหายแก่โลก นวัตกรรมอาจช่วยเราไว้ได้ แต่โลกคงไม่น่าดูอีกต่อไป “วันพิเศษยิ่งในประวัติศาสตร์อเมริกากำลังสิ้นสุดลง” วอลเตอร์ ครองไคต์ กล่าวอย่างเคร่งขรึมในรายการซีบีเอสอีฟนิ่งนิวส์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน ปี 1970 การเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครั้งแรกในวันนั้นดึงดูดผู้คนให้ออกมาชุมนุมตามท้องถนนราว 20 ล้านคน เกินความคาดหมายของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เกย์ลอร์ด เนลสัน ผู้ปลุกปั้นงานนี้ไปมาก ผู้ร่วมเฉลิมฉลองแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมในรูปความรื่นเริงอันเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาร้องรำทำเพลง สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ เก็บขยะที่ถูกทิ้งเรี่ยราด ในนิวยอร์ก พวกเขาลากซากปลาไปตามท้องถนนในบอสตัน พวกเขาประท้วงโดยการแสร้งตายในสนามบินนานาชาติโลแกน ส่วนที่ฟิลาเดลเฟีย พวกเขาร่วมลงนามใน “คำประกาศแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน” ของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์ฉบับใหญ่ยักษ์ ฉันเองก็เป็นผลผลิตจากช่วงเวลา “พิเศษยิ่ง” ครั้งนั้น ทั้งการประท้วงแบบแกล้งตายและคำประกาศต่างๆ ฉันใช้เวลาในช่วงทศวรรษ 1970 ไปกับการประท้วงกลางสายฝนพยายามชักชวนเพื่อนร่วมชั้นให้รีไซเคิลกระป๋องนํ้าอัดลม ใส่กางเกงขาบานพิมพ์ลายดอกไม้สีม่วงดอกโต ๆ และเป็นห่วงอนาคตของโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1970 คำว่า “ภาวะโลกร้อน” ยังไม่ถูกคิดค้นขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าก๊าซกลุ่มหนึ่งซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วย กักความร้อนใกล้พื้นผิวโลกเอาไว้ เราเข้าใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ยุควิกตอเรีย แต่มีไม่กี่คนที่พยายามคำนวณว่าการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศยังเป็นเหมือนทารกแรกเกิด นับแต่นั้นมา แบบจำลองต่าง ๆ […]