Mango COVID - คอลเล็กชันงานศิลปะที่เกิดจากวิกฤติ - National Geographic Thailand

Mango COVID – คอลเล็กชันงานศิลปะที่เกิดจากวิกฤติ

ในยามวิกฤติ เราเห็นภาพความช่วยเหลือของคนไทยเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารีและไม่ทอดทิ้งกัน และในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่พลังของประชาชนชาวไทยได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

ในช่วงเวลาดังกล่าว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย รับทราบถึงเรื่องผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ต่อกลุ่มอาชีพต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่มเกษตรกรผู้ส่งออกมะม่วง เนื่องจากการขนส่งในช่วงล็อกดาวน์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนมากที่กำลังรอออกสู่ท้องตลาดเกิดความเสียหาย จากนั้นชาวสวนมะม่วงจึงติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องผลผลิตล้นตลาด และขอคำปรึกษาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน

เมื่อกลุ่มศิลปินซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้ทราบเรื่องของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง จึงเกิดแนวความคิดที่อยากนำศิลปะเข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเกษตรกรและรวมตัวกันเพื่อสร้าง ผลงานศิลปะจากมะม่วงภายใต้คอลเล็กชัน Mango COVID และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร
และกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นภายในประเทศ

โดยคอลเล็กชันนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินชื่อดัง 14 ท่าน จากเครือข่าย BAB (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018) ผ่านการขับเคลื่อนของมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนให้ศิลปินทั้งหมดมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคต่างๆ ทั้งภาพวาดและภาพถ่าย

หนึ่งในศิลปินรุ่นใหญ่ของเมืองไทย อย่าง ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ เผยถึงแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานว่า “ในคอนเซ็ปต์แรกผมก็จะใช้มะม่วงเป็นตัวสื่อ เป็นตัว Object ที่ถูกเคลื่อนไหวด้วยระบบการสั่งงานของโทรศัพท์มือถือ อาจจะมี Gimmick เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโควิด-19 การป้องกันตัวด้วยหน้ากากอนามัย คอนเซ็ปต์ของงานชุดนี้คือทุกอย่างจะถูกสั่งผ่านด้วยระบบสื่อสารทางเทคโนโลยี และนอกจากนี้ผมยังสร้างสรรค์งานพริ้นติ้ง ช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้เราจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งเราเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและเกษตรกรอย่างลึกซึ้ง มันคือแรงบันดาลใจ และบริบทที่ซับซ้อนกันมากมายระหว่างความเข้าอกเข้าใจ ความช่วยเหลือ ส่งผ่านจากศิลปินสู่นักสะสม ความมั่งคั่งของนักสะสมก็จะถ่ายเทสู่เกษตรกร สิ่งเหล่านี้เป็นความงดงามของสังคม ขอขอบคุณโครงการ Mango COVID มากๆ ครับ”

ผลงานชื่อ มะม่วงน้ำ ดอกไม้ โดย ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์

นอกจากนี้ ศิลปินบางท่านยังกล่าวถึงการสื่อสารเรื่องผ่านผลงานศิลปะ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้เป็นที่รับรู้ของสังคม “มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Mango COVID ทำให้เห็นว่ามะม่วงหลายตันไม่สามารถส่งออก หรือขายได้ทันเวลา ปัญหาในช่วงนี้มีมากมาย เช่น ปัญหาคนอดอยาก ปัญหาผลิตผลล้นตลาด” สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ หนึ่งในศิลปินที่ร่วมในคอลเล็กชันนี้ เล่าให้เราฟังและเสริมว่า “เราไม่สามารถรู้ได้เลยถ้าไม่มีการบอกต่อ ซึ่งสื่อเป็นตัวกลางสำคัญ เราควรรวมพลังเล็กๆ ให้กลายเป็นพลังใหญ่ปัญหาใหญ่ก็จะกลายเป็นปัญหาเล็ก อยากจะให้กำลังใจทุกคนที่สำคัญกลุ่มเกษตรกรชาวสวน โดยผลิตผลงานชื่อ Missing Piece ออกมาค่ะ”

Missing Piece เป็นผลงานที่ใช้เทคนิค Digital Photo Collage สร้างสรรค์โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์

ผลงานอีกหนึ่งชิ้นที่สามารถสร้างศิลปะลงบนมะม่วงได้อย่างงดงามคือ ผลงานของโลเล–ทวีศักดิ์ ศรีทองดี “ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ Mango COVID โดยได้รับมะม่วงมาจากจังหวัดอุดรธานี เพื่อสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงาน ผมวาดใบหน้าลงบนผิวมะม่วง ซึ่งใบหน้าจะแสดงอาการต่างๆ เหมือนมีชีวิต ขอให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปด้วยดี รอดจากโควิด-19 ครับ”

ผลงานของโลเลในซีรีส์ My Life As Mango

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างผลงานอันเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากแนวความคิดที่อยากช่วย เหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่เพียงแค่การสร้างงานศิลปะเท่านั้น ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานยังแสดงความห่วงใยไปถึงกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบศึกษาในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดโรคโควิด-19 ทำให้บริษัทต่างๆ ลดจำนวนการจ้างงานในช่วงนี้ น้องๆ นักศึกษาเหล่านั้นจึงเข้าถึงโอกาสการทำงานได้น้อยลงเช่นกัน เมื่อเห็นถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น กลุ่มศิลปินจึงตัดสินใจเปิดประมูลภาพศิลปะ เพื่อระดมทุนการศึกษามอบให้น้องๆ นักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะทั่วประเทศ ในโครงการ “อยู่บ้านเสพศิลป์ ช่วยศิลปินรุ่นใหม่”

จากผลงานของศิลปินที่บรรจงสร้างสรรค์คอลเล็กชันนี้อย่างตั้งใจ จึงเกิดกระแสตอบรับที่ดีในวงกว้าง ตอกย้ำให้เห็นว่าศิลปะสามารถเยียวยา สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาปากท้องของพี่น้องคนไทยในเวลานี้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิบางกอกอาร์ตเบียนาเล่อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมจึงเปิดกิจกรรมผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมบริจาคเงินให้กับนักศึกษา โดยผู้ที่บริจาคยอดเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป จะได้รับโปสต์การ์ดที่มีลายมือชื่อของศิลปินทั้ง 14 ท่าน เป็นของขวัญแสดงความขอบคุณ

ในส่วนนี้ มูลนิธิบางกอกอาร์ตเบียนาเล่จึงสนใจรวบรวมคอลเล็กชันศิลปะทั้งหมดไว้ เพื่อจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม และตระหนักรู้ถึงผลของความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนไทยในยามวิกฤติ และเป็นแรงบันดาลใจรวมถึงแนวความคิดที่สามารถนำไปต่อยอดในการแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ ต่อไปได้

จากผลการดำเนินงานระดมทุนทุกช่องทาง โครงการ “อยู่บ้านเสพศิลป์ ช่วยศิลปินรุ่นใหม่” สามารถรวบรวมทุนรวม 764,484 บาท หลังจากนั้นได้ประสานงานไปยังคณบดีในสถาบันที่มีการเรียนการสอนวิชาศิลปะ เพื่อคัดเลือกผู้รับทุน โดยมีจำนวนผู้รับทุนทั้งหมดรวม 38 ทุน ทุนละ 20,118 บาท จาก 19 สถาบัน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า งานศิลปะนั้นสามารถสร้างการรับรู้เป็นวงกว้างได้ และส่งผลให้เกิดความช่วยเหลือไปยังส่วนที่มีความจำเป็นจริงๆ ความสร้างสรรค์ที่ผสานรวมกับจิตใจที่โอบอ้อมอารีของศิลปินไทยช่วยให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งเกษตรกร และนักศึกษาที่กำลังจะจบออกมาสู่สังคม และเป็นการปลูกฝังค่านิยมแห่งการช่วยเหลือให้เป็นที่ประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ผลผลิตของมะม่วงส่วนหนึ่ง ได้นำไปแปรรูปเป็นไอศกรีมมะม่วง เพื่อยืดอายุของผลผลิตให้สามารถวางขายในท้องตลาดได้นานขึ้น และมะม่วงที่สุกมากเกินไปจนมีสีดำคล้ำ ได้นำไปบริจาคยังปางช้างต่างๆ ที่ได้รับผลกระจบจากภาคการท่องเที่ยว และไม่มีรายได้เข้ามาในช่วงของการระบาดโรคโควิด-19 นับว่าเป็นการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเกิดประโยชน์ต่อทั้งตัวเกษตรกรเองและปางช้าง

จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่ายได้ก่อให้เกิดภาพความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่และผลงานของความคิดสร้างสรรค์ ที่เป็นกลไกนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในเรื่องของความยั่งยืนนั้น คนไทยได้เรียนรู้กันมาอย่างยาวนานผ่านหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงวางแนวทางไว้ให้คนไทยทุกคน และเป็นเรื่องที่คนไทยน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตามในชีวิตประจำวัน ทำให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันทางสังคม และภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่ดี เมื่อยามที่เราต้องรับมือกับวิกฤติต่างๆ เรามักจะเห็นภาพความช่วยเหลือกันของพี่น้องชาวไทยเสมอมา

เรื่องแนะนำ

กว่าจะมาเป็น Refill Station ร้านค้าแบบเติมแห่งแรกของไทย เมื่อธุรกิจช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น

Refill Station : กิจการเพื่อสังคม เมื่อหมุดหมายของกิจการไม่ใช่กำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างประโยชน์ให้สังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน แม้ทุกวันนี้ คอนเซปต์ของร้านค้าแบบเติม (Bulk Sotre) จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงคนรักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เพราะในกรุงเทพฯ และหลาย จังหวัด เริ่มมีร้านค้าลักษณะนี้ จากการเพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นใจของจำนวนผู้บริโภคที่ต้องการลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบ Single Use ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ร้านค้าแบบเติม ไม่ใช่รูปแบบค้าขายที่คนไทยคุ้นหูคุ้นตานัก ดังนั้นโมเดลธุรกิจที่ลูกค้าต้องนำขวดหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไปเติมสบู่ แชมพู หรือแม้กระทั่งของกินด้วยตัวเอง จึงอาจฟังดูเป็นไปไม่ได้เลย ในสังคมไทยที่ให้ความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นที่ตั้ง “มึงจะไปขายใคร” คือประโยคที่พ่อของ สุภัชญา เตชะชูเชิด หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Refill Station ร้านค้าแบบเติมแห่งแรกของไทย พูดขึ้น ในวันแรกที่เธอขนสินค้า อันประกอบไปด้วย น้ำยาชนิดต่างๆ อย่างแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน บรรจุในแกลลอนซึ่งเสียบหัวปั๊มเอาไว้สำหรับแบ่งขาย แทนที่จะขายเป็นขวดเล็กๆ อย่างที่พบเห็นในท้องตลาดหรือตามร้านสะดวกซื้อ เธอวาดหวังให้ผู้ซื้อนำขวดเปล่ามาซื้อน้ำยาเหล่านั้น เพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก แต่หนทางนั้นไม่ง่าย เพราะสิ่งที่เธอและผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน กำลังทำคือ […]

6 สิ่งที่คุณทำได้เพื่อลดพลาสติก (และไม่รู้ลึกเจ็บปวด)

มันยากที่จะเลิกใช้พลาสติกไปเลย เมื่อพลาสติกกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่แนวทางเหล่านี้คือวิธีเริ่มต้นง่ายๆ ที่คุณควรทำเพื่อรักษาโลกของเรา

“ขยะอาหาร” ปัญหาใหญ่ที่ถูกมองข้าม

30% ของอาหารที่ผลิตได้บนโลกนี้ ไปไม่ถึงจานของคุณ แต่กลับลงเอยในหลุมฝังกลบแทน เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้อย่างไร? อันที่จริงต้องขอบคุณวิวาทะข้าวเหนียวมะม่วง ที่ช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของ "การกินให้หมด อย่าเหลือทิ้ง"

ลดผลกระทบจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 วิธีซื้ออาหารทะเลที่ดีตัวเราและโลก

ขับเคลื่อนการกินแบบยั่งยืน ใส่ใจต้นกำเนิดของวัตถุดิบ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากความสุขชั่วมื้อ ด้วย 6 แนวทางเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืนต่อไปนี้ อุตสาหกรรมอาหารทะเลในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะไม่ปกติ มหาสมุทรปนเปื้อนและมีค่าความเป็นกรดสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์ในมหาสมุทรเป็นอย่างมาก ในขณะที่การทำประมงที่มากเกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ ทำให้ 1 ใน 3 ของประชากรปลาทั่วโลกถูกจับมากเกินไปและมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ สวนทางกับปริมาณปรอทในตัวปลาที่กลับมีปริมาณสูงมากขึ้นและยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากกิจกรรมการเผาถ่านหินของมนุษย์ แต่ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง ด้วยการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวด้านอาหารอย่างยั่งยืน ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามว่าอาหารทะเลของพวกเขามาจากไหน ใครเป็นคนจับมัน และจับมันด้วยวิธีการอย่างไร เพราะเมื่อผู้บริโภครู้ว่าตนเองมีสิทธิและอำนาจในการตั้งคำถามต่อผู้ผลิตได้ เมื่อนั้นผู้ที่อยู่ในสายพานการผลิตทั้งหมด ต้องร่วมกันรับผิดชอบในการตอบคำถาม และมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการติดตามห่วงโซ่อุปทาน ที่จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลที่พวกเขาซื้อและรับประทาน นั้นมาจากการประมงที่ถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และยั่งยืนต่อทุกชีวิตในมหาสมุทรของพวกเราทุกคน และนี่คือ 6 แนวทางในการพิจารณาเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างยั่งยืน โดยสภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Defense Council – NRDC) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของเรา สร้างผลกระทบต่อโลกน้อยที่สุด 1 คิดให้เล็ก ปรอทเป็นสารนิวโรทอกซินที่มีฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการทำงานของสมองและก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ปลาที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างหมึก หอยเชลล์ และปลาซาร์ดีน จะมีสารปรอทน้อยกว่าปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างปลาทูน่าและปลากระโทงดาบ ซึ่งอยู่ในลำดับห่วงโซ่อาหารที่สูงกว่า […]