การลดการใช้พลาสติก คือวิธีการแก้ปัญหาพลาสติกที่ดียิ่งกว่าการใช้เทคโนโลยีใดๆ

เราจะหยุดยั้งคลื่นขยะได้อย่างไร

พลาสติกชีวภาพ คือพลาสติกที่สามารถผลิตให้ย่อยสลายทางชีวภาพได้ แต่ยังไม่ใช่ทางออก คำตอบคือเรายังคงต้องรีไซเคิลให้มากขึ้นและลดการใช้พลาสติกลงให้มากต่างหาก

เรียบเรียงจากข้อเขียนของ ลอรา ปาร์กเกอร์

 

เป็นเรื่องน่ายินดีหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทยได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้พลาสติกของคนไทยลดลงไปมากในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา (ณ เดือนเมษายน 2019) ซึ่งอยู่ที่จำนวนราว 1,300-1,500 ล้านใบ  ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ โดยการ “ลดการใช้” และ “นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)” คือทางออกที่ดีที่สุด ดีมากกว่าเทคโนโลยีใดๆ ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

พลาสติกชีวภาพ
โหลใบนี้บรรจุขยะที่รีไซเคิลไม่ได้และไม่ย่อยสลายที่แคทรีน เคลลอกก์ สร้างขึ้นในระยะเวลาสองปี เธอเขียนบล็อกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบขยะเป็นศูนย์ในบ้านเนื้อที่ 30 ตารางเมตรที่เธออาศัยอยู่กับสามีในวาเยโฮ แคลิฟอร์เนีย ขยะนี้เป็นของเธอทั้งหมด

พลาสติกชีวภาพ คืออีกหนึ่งทางออกหรือไม่? 

ในโลกซึ่งอาจดูเหมือนท่วมท้นไปด้วยขยะพลาสติกที่ราวกับอยู่ไปชั่วนิรันดร์ พลาสติกที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้คือทางออกใช่หรือไม่ อาจจะไม่ใช่ แม้แต่อุตสาหกรรมพลาสติกเองยังถกเถียงกันว่าคำว่า “เสื่อมทางชีวภาพ” (biodegradable)  หรือย่อยสลายทางชีวภาพ แปลว่าอะไรกันแน่ และพลาสติกบางชนิดที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสามารถย่อยสลายทางชีวภาพ  แต่พลาสติกที่ทำ จากพืช หรือ “พลาสติกชีวภาพ” (bioplastic) บางชนิดกลับไม่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้

พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพมีใช้มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980  และมีการทำตลาดในช่วงแรกโดยบอกเป็นนัยว่า ขยะเหล่านี้จะหายไปได้เองเมื่อนำไปทิ้ง ไม่ต่างจากใบไม้บนพื้นป่าที่ถูกเห็ดราและจุลชีพในดินย่อยสลาย ทว่า ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

พลาสติกย่อยสลายทางชีวภาพไม่อาจทำ ได้ตามคำสัญญา เช่น ภายใต้สภาพแวดล้อมไร้ออกซิเจนและมืดมิดของบ่อขยะ หรือในน่านนํ้าเย็นเฉียบของมหาสมุทร และคุณไม่สามารถโยนทิ้งให้กลายเป็นปุ๋ยในสวนหลังบ้านได้ การย่อยสลายพลาสติกต้องใช้ความร้อน 55 องศาเซลเซียส ของเครื่องหมักเชิงอุตสาหกรรม และบริษัทปุ๋ยอินทรีย์ หลายรายเจาะจงรับเฉพาะพลาสติกที่ได้มาตรฐานบางประเภทเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเศษชิ้นส่วนใดๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของคนได้ แล้วถ้าคุณโยนขยะย่อยสลายทางชีวภาพได้รวมไปกับขยะรีไซเคิลก็อาจทำให้ขยะอย่างหลังใช้งานไม่ได้อีก เพราะทำให้เกิดส่วนผสมที่นำไปผลิตพลาสติกคงทนใหม่ไม่ได้อีกนั่นเอง

เมื่อปี 2015 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) จัดให้ขยะย่อยสลายทางชีวภาพเป็นการแก้ปัญหาที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ  เพราะไม่ช่วยลดปริมาณขยะที่ไหลทะลักออกสู่ท้องทะเล หรือป้องกันโอกาสในการเกิดสารเคมีรั่วไหลหรือภัยคุกคามทางกายภาพต่อสรรพชีวิตในมหาสมุทร

วิศวกรบางคนกำลังมองหาวิธีรับมือกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เจนนา แจมเบ็ก และคณะที่สถาบันวัสดุใหม่ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย กำลังใช้พอลิเมอร์ที่สังเคราะห์จากจุลชีพมาทำบรรจุภัณฑ์ที่พวกเขาหวังว่าจะย่อยสลายทางชีวภาพได้เร็วในมหาสมุทร

บริษัทพอลิแมทีเรีย (Polymateria) ในอังกฤษกำลังทดลองวิธีที่แตกต่างออกไป  โดยพัฒนาสารเติมแต่งที่จะย่อยสลายพลาสติก ไม่ว่าจะแบบชีวภาพหรือสังเคราะห์ได้เร็วขึ้น นีลล์ ดันน์ ซีอีโอของบริษัท กล่าวว่า พวกเขาตั้งเป้าในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ “ทำให้พลาสติกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งแวดล้อม”

ฟังดูเป็นเป้าหมายที่อาจหาญไม่น้อย  เพราะแม้แต่ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายทางชีวภาพที่ดีที่สุดก็จะไม่หายวับไปกับตาได้เอง กระถางต้นไม้ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขั้นทดลองของพอลิแมทีเรีย อาจใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึงสองปี ถ้าหากโยนทิ้งลงคูคลอง นักวิจารณ์บางคนบอกว่า ขยะย่อยสลายทางชีวภาพหลงลืมปัญหาระดับพื้นฐานไป นั่นคือ วัฒนธรรมในการใช้แล้วทิ้งของเรา

“เรากำลังส่งเสริมเรื่องอะไรกันแน่”  รัมณี นารายัณ อาจารย์ด้านวิศวกรรมเคมี ตั้งคำถาม “โยนทิ้งแล้วขยะจะหายไปเองงั้นหรือ” เขากล่าวว่า แนวทางที่มีความรับผิดชอบมากกว่าคือ  รูปแบบ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” (circular economy) ซึ่งจะนำทุกอย่างมาใช้ซํ้า (reuse) หรือนำไปรีไซเคิล และ “การรั่วไหล” สู่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะย่อยสลายทางชีวภาพหรือไม่ก็ตาม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

พลาสติกชีวภาพ
ห่วงรัดเบียร์หกกระป๋องย่อยสลายได้ทำ จากขยะในอุตสาหกรรมเบียร์ ผลิตโดยบริษัทอี6พีอาร์

นอร์เวย์แสดงให้เห็นว่า การรีไซเคิลขวดพลาสติกสามารถทำให้สัมฤทธิผลได้แค่ไหน ปัจจุบัน นอร์เวย์นำ ขวดพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ได้ถึงร้อยละ 97  โดยผู้ที่นำ ขวดพลาสติกมาหย่อนตู้หยอดเหรียญที่ติดตั้งไว้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตจะได้รับเงินคืน

ทว่าการรีไซเคิลก็ยังมีข้อจำกัด หลายเสียงบอกว่าทางออกหนึ่งคือ เราต้องใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งให้น้อยลงตั้งแต่เริ่มแรก ขบวนการเคลื่อนไหว “ขยะเป็นศูนย์” ที่เริ่มขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 กำลังได้รับความนิยมมมากขึ้นโดยมีชุมชนหลายร้อยแห่งทั่วโลกนำไปใช้

ในสหราชอาณาจักร เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษนิยมเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดช่องหรือชั้นวางสินค้าไร้พลาสติกขึ้นมา และยังกำลังพิจารณาว่าจะเก็บภาษีพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการรณรงค์เพื่อให้อังกฤษปลอดขยะพลาสติกภายใน 25 ปี

จีนกำลังเป็นแรงจูงใจให้ทำเช่นนั้น เป็นเวลาเกือบ 30 ปีมาแล้วที่ประเทศนี้รับซื้อพลาสติกรีไซเคิลเป็นปริมาณราวครึ่งหนึ่งของทั้งโลก แต่ในปีนี้ จีนระงับการนำ เข้าขยะเกือบทั้งหมด ขยะรีไซเคิลจึงกองท่วมอยู่ในประเทศที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา “นั่นทำให้ปัญหาย้อนกลับไปที่ประเทศต้นตอ” แจมเบ็กบอกก่อนจะทิ้งท้ายว่า  “เราหวังว่าสิ่งนี้จะผลักดันไปสู่การจัดการแบบหมุนเวียนมากขึ้น”

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

รัฐนิวยอร์กเริ่มมีมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกแล้ว

การแบนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดปริมาณมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน

แนวทางการจัดการขยะชายหาดแบบเกาะบาหลี

นักท่องเที่ยวขี่ม้าผ่านชายหาด Kedonganan ที่ เกาะบาลี ในวันที่ 27 มกราคม 2019 ทุกปีในช่วงหน้าฝน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม จะมีขยะหลายตันเกยขึ้นฝั่ง ทำให้ฤดูนี้มีอีกหนึ่งชื่อเล่นว่า ฤดูขยะ ทั้งมาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และสร้างการตระหนักรู้ให้กับผู้คน นี่คือสิ่งที่ เกาะบาหลี พยายามทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของชายหาดอันเก่าแก่และปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะเอาไว้ แม้ เกาะบาหลี จะได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามมาอย่างยาวนาน แต่ในขณะนี้ บาหลีกำลังเผชิญปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการขยะ พฤติกรรมการใช้ขวดและถุงพลาสติกในระหว่างการท่องเที่ยวที่ฝังรากลึก และขาดความตระหนักรู้ในวงจรขยะพลาสติกเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนการทิ้ง การลงสู่ทะเล และได้รับการเก็บขึ้นมาในฐานะขยะชายหาดอีกครั้ง ในปี 2015 งานวิจัยจากนิตยสาร Science เรื่อง 20 อันดับประเทศที่มีการจัดการขยะย่ำแย่ระบุว่า อินโดนีเซียอยู่อันดับที่ 2 (อันดับที่ 1 คือจีน) ซึ่งทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้ยอมรับเช่นกันว่า ขยะพลาสติกโดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการที่ดีพอ หมู่เกาะบาหลีจึงมีความพยายามในการจัดการปัญหาเรื่องปัญหาพลาสติก ซึ่งเริ่มปรากฏผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในปลายปี 2018 วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าราชการของเกาะบาหลีประกาศห้ามการใช้ถุงพลาสติก, พลาสติกประเภทโพลีสไตรีน (Polystyrene) และหลอดพลาสติกบนเกาะ และรัฐบาลอินโดนีเซียก็ให้คำมั่นว่า จะลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ร้อยละ 70 […]

คนในเมืองสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ – แค่ซื้อของให้น้อยลง

(ภาพปก) นักปั่นจักรยานเหล่ากำลังปั่นจักรยานผ่าน แบตเตอรรี พาร์ค (Battery Park) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายโดย SERGI REBOREDO, REDUX สิ่งที่เราซื้อ รับประทาน และใช้งาน ล้วนมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะบริโภคสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง มีรายงานการศึกษาล่าสุดระบุว่า บรรดาเมืองใหญ่ มีบทบาทสำคัญระดับโลกในเรื่องของการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคและการใช้สิ่งของให้น้อยลงได้ เมืองที่มีแนวคิดพัฒนาต่างหาวิธีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในเมือง แต่วิธีการเหล่านั้นอาจเป็นการประเมินปัญหาที่ผิด เช่น นโยบายการเก็บค่าปล่อยคาร์บอนกับการใช้รถหรือโรงงานที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินมาตรฐาน เป็นต้น ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ มักมาจากสิ่งที่ชาวเมืองส่วนใหญ่รับประทาน ใช้งาน หรือซื้อมาจากแหล่งผลิตที่ไกลจากเมืองออกไป นับตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นไปในทางที่ถูกต้อง บรรดาเมืองทั้งหลายควรพุ่งเป้าหมายไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 50 ภายใน 11 ปีข้างหน้า และร้อยละ 80 ในปี 2050 ซึ่งบรรดานักวิจัยต่างพบว่า จำนวนการปล่อยก๊าซส่วนใหญ่นั้นมาจากการบริโภคสินค้า อาหาร และพลังงานที่ผลิตจากนอกเมือง และสิ่งที่เมืองควรทำอย่างมากที่สุดคือ หาวิธีการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคสินค้าเหล่านี้ มูลค่าที่แท้จริงจากการบริโภค ในทุกวันนี้ ประชากรโลกกว่าร้อยละ […]

มาริเอะ คนโดะ กับเคล็ดลับจัดบ้านสุดเจ๋ง และขยะพลาสติกทำอะไรได้บ้าง?

ขณะที่ครอบครัวหนึ่งกำลัง “จัดระเบียบ” ภายในบ้าน พวกเขาพบว่ามีพลาสติกเหลือใช้จำนวนมาก ที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วกองพลาสติกเหล่านี้สามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้ Rachel Friend และครอบครัวของเธอ พบกับปัญหาในการจัดสิ่งของระเกะระกะในบ้าน ทั้งสามีและลูกทั้งสองถือเป็นสิ่งวิเศษในชีวิตของเธอ มีเพียงบางครั้งที่เธอรู้สึกว่ามันช่างดูวุ่นวายและหยุ่งเหยิงไปหมด เธอมองหาคนที่จะช่วยจัดการกับเรื่องการจัดระเบียบ ดูแลเด็กและทำงานบ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง มาริเอะ คนโดะ ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอได้ถูกหยิบยกมาทำซีรีย์สารคดีการเดินทางของเธอ ที่ฉายบนรายการโทรทัศน์ ชื่อว่า “จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับ มาริเอะ คนโดะ” (Tidying Up with Marie Kondo) ที่เผยแพร่ทางช่องทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สาวชาวญี่ปุ่น มาริเอะ คนโดะ ได้ช่วยคนทั่วโลกในเรื่องการกำจัดสิ่งของไม่จำเป็นออกจากบ้านและชีวิตของพวกเขา เมื่อปี 2014 หนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านเพียงครั้งเดียว (The life-changing magic of tidying up) ของเธอมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม และรายการทีวีของเธอมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวและเพื่อนของเธอที่อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส ได้เล่าเรื่องราวมากมายในชีวิตของพวกเขา “นี่คือประสบการณ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทำให้พวกเรามีสติมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต” เธอกล่าว […]