Pavegen นวัตกรรมแผ่นปูถนน ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากย่างก้าวของมนุษย์

Pavegen นวัตกรรมแผ่นปูถนน ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากย่างก้าวของมนุษย์

Pavegen นวัตกรรมที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานการออกกำลังที่เรียบง่ายที่สุด เมื่อทุกย่างก้าวของคนเมือง สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนเมืองได้

เพพเจน (Pavegen) คือสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ลอว์เรนซ์ เคมบัลล์ ย้อนกลับไปในปี 2009 ลอว์เรนซ์เป็นนักศึกษาหนุ่มที่จริงจังกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เขาคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากไหนมาใช้ได้อีก เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยคาร์บอน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน

ทุกวันระหว่างทางมามหาวิทยาลัย ลอว์เรนซ์จะต้องผ่านสถานีวิกตอเรีย สถานีรถไฟขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบขนส่งมวลชนลอนดอน และมีผู้ใช้งานราว 75 ล้านคนตลอดปี ลอว์เรนซ์เกิดแนวคิดว่า หากนำพลังงานจลน์จากการเดินขวักไขว่ของคนในสถานีวิกตอเรีย มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า น่าได้ผลลัพธ์ที่ดี

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเพพเจน สตาร์ตอัปที่ก่อตั้งโดยลอว์เรนซ์ ในอีกหลายปีต่อมา เพื่อพัฒนานวัตกรรมในการเก็บเกี่ยวและสร้างพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างฐานข้อมูลจากฝีเท้ามนุษย์ เพื่อต่อยอดเป็นฟีเจอร์ที่จะเป็นประโยชน์อีกมากมายต่อไปในอนาคต

Pavegen

เพพเจน คือแผ่นปูพื้นอัจฉริยะ เมื่อถูกเหยียบ มันจะเคลื่อนตัวไปมาประมาณ 10 มิลลิเมตร การเคลื่อนไหวนี้เองที่ไปหมุนตัวสร้างกระแสไฟฟ้าแม่เหล็ก ที่ติดอยู่ด้านล่างแผ่นปูพื้นแต่ละแผ่น โดยให้กำลังประมาณ 3 จูลต่อการก้าวเดินหรือประมาณ 5 วัตต์ต่อเนื่องในขณะที่บุคคลนั้นกำลังเดิน

จากนั้นพลังงานไฟฟ้าที่ได้ จะถูกนำไปใช้กับป้ายไฟในบริเวณนั้น สำหรับช่วงกลางคืนที่ผู้คนสัญจรน้อยลง กระแสไฟฟ้าที่ถูกสร้างไว้จำนวนมากจากช่วงกลางวัน ซึ่งถูกเก็บไว้ในในแบตเตอรี่ จะถูกดึงออกมาใช้งานกับเสาไฟสาธารณะ ให้แสงสว่างยามค่ำคืน

นอกจากสร้างกระแสไฟฟ้า เพพเจนยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายคือการสร้างฐานข้อมูลเรื่องการเดินในเมือง โดยทำงานเชื่อมต่อกับบลูทูธที่ติดตั้งภายในแผ่นปู แสดงให้เห็นว่าการเดินของเรา สร้างพลังงานเท่าไหร่ และสามารถขับเคลื่อนอุปกรณ์ไฟฟ้าได้นานแค่ไหน

ยิ่งคนในเมืองเดินมาก สุขภาพก็ดีมากและยังได้ไฟฟ้ามาใช้อีกด้วย เพื่อส่งเสริมให้คนเดินกันเยอะๆ เพพเจนจึงไปร่วมมือกับร้านค้าในแต่ละบริเวณที่แผ่นปูอัจฉริยะนี้ติดตั้งอยู่ ให้คนสามารถนำคะแนนที่สะสมจากการเดินไปเป็นส่วนลดหรือบัตรกำนัลที่ร้านค้าเหล่านั้นได้

Pavegen

ฐานข้อมูลเรื่องการเดินของเพพเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถูกนำไปวิเคราะห์สำหรับการออกแบบทางเท้าและทางม้าลายข้ามถนนรูปแบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายหน่วยงาน เช่น สำนักจราจรแห่งวอชิงตัน นำข้อมูลไปประยุกต์ในการออกแบบทางเข้าสวนสาธารณะ DuPont Circle

หรือที่เมืองริโอเดจาเนโร เพพเจนถูกติดตั้งไว้ใต้สนามฟุตบอลสาธารณะ ทำให้เยาวชนในชุมชนสามารถผลัดเปลี่ยนกันมา เล่นฟุตบอลได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมีไฟฟ้าส่องสว่างที่เกิดจากการออกกำลังของพวกเขาเอง เป็นตัวสร้างกระแสไฟฟ้า

ลอว์เรนซ์เล่าว่า ปัจจุบันเพพเจนได้ติดตั้งแผ่นปูพื้นอัจฉริยะนี้ไปแล้วกว่า 200 โครงการใน 30 ประเทศทั่วโลก แต่ละพื้นที่ประยุกต์การติดตั้งแตกต่างกันไป ทั้งในสนามบิน ซูเปอร์มาร์เก็ต และพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนใช้งานอย่างพลุกพล่าน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการสร้างกระแสไฟฟ้า

ในประเทศไทยก็มีการนำ เพพเจนมาติดตั้งแล้วเช่นกัน โดยติดตั้งอยู่ที่ 101 True Digital Park ถนนสุขุมวิท ย่านปุณณวิถี

Pavegen

คำถามของลอว์เรนซ์ เริ่มต้นจากบริบทรอบตัว เมืองที่พื้นที่จำกัดและคับคั่งไปด้วยกิจกรรมของผู้คนอยู่แล้ว มีวิธีการใดจะสร้างพลังงานหมุนเวียนรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกไหม

พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) คือพลังงานที่นำมาใช้เพื่อทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือพลังงานรูปแบบดั้งเดิมจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศของโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งพลังงานที่กำลังจะหมดไปในอนาคตข้างหน้านี้ ขณะที่พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติที่สามารถหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกโดยไม่มีจำกัด

อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ที่มนุษย์นำพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ผ่านสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า “เซลล์สุริยะ” (Solar Cell) ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าและพลังงานความร้อนสำหรับบ้านเรือน รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

พลังงานน้ำ (Hydroelectric Energy) ผ่านการควบคุมเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งขวางกั้นการไหลของแม่น้ำธรรมชาติและสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น โดยกระแสน้ำจะถูกควบคุมให้ไหลผ่านกังหันขนาดใหญ่ภายในเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

Pavegen

พลังงานมวลชีวภาพ (Biomass Energy) ที่ต้องนำเศษไม้ แกลบ กากอ้อย หรือวัสดุเหลือใช้จากการทำเกษตรกรรม รวมไปถึงขยะในชุมชน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นแหล่งพลังงานความร้อน

พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy) แหล่งพลังงานธรรมชาติซึ่งถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลก จากความร้อนภายในแกนกลางของโลกที่มีอุณหภูมิสูงถึง 5,000 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ความร้อนด้านบนสุดของพื้นผิวโลกที่ความลึกราว 3 เมตร มีอุณหภูมิประมาณ 10 – 26 องศาเซลเซียสอย่างสม่ำเสมอ มนุษย์จึงนำพลังงานความร้อนใต้พิภพนี้มาใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อนสำหรับอาคารบ้านเรือน ท้องถนน และพื้นที่สาธารณะ

ไปจนถึงพลังงานลม (Wind Energy) หนึ่งในแหล่งพลังงานที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งมนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่เมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน เป็นพลังงานธรรมชาติที่นำใช้เพื่อการออกแบบและสร้างเรือใบ หรือแม้แต่การประดิษฐ์กังหันลมเพื่อทดน้ำหรือบดธัญพืช ขณะที่ในปัจจุบัน เรานำพลังงานลมมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ผ่านการทำงานของกังหันลมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งตามแนวชายฝั่งหรือตามหุบเขาสูง พลังงานลมเป็นแหล่งพลังงานที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เรื่อง กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

ภาพ เพพเจน


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่สร้างเรือดักเก็บขยะโซลาร์เซลล์ในเจ้าพระยาและทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

Mango COVID – คอลเล็กชันงานศิลปะที่เกิดจากวิกฤติ

ในยามวิกฤติ เราเห็นภาพความช่วยเหลือของคนไทยเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารีและไม่ทอดทิ้งกัน และในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่พลังของประชาชนชาวไทยได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ในช่วงเวลาดังกล่าว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย รับทราบถึงเรื่องผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ต่อกลุ่มอาชีพต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่มเกษตรกรผู้ส่งออกมะม่วง เนื่องจากการขนส่งในช่วงล็อกดาวน์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนมากที่กำลังรอออกสู่ท้องตลาดเกิดความเสียหาย จากนั้นชาวสวนมะม่วงจึงติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องผลผลิตล้นตลาด และขอคำปรึกษาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน เมื่อกลุ่มศิลปินซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้ทราบเรื่องของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง จึงเกิดแนวความคิดที่อยากนำศิลปะเข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเกษตรกรและรวมตัวกันเพื่อสร้าง ผลงานศิลปะจากมะม่วงภายใต้คอลเล็กชัน Mango COVID และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร และกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยคอลเล็กชันนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินชื่อดัง 14 ท่าน จากเครือข่าย BAB (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018) ผ่านการขับเคลื่อนของมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนให้ศิลปินทั้งหมดมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคต่างๆ ทั้งภาพวาดและภาพถ่าย หนึ่งในศิลปินรุ่นใหญ่ของเมืองไทย อย่าง ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ เผยถึงแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานว่า “ในคอนเซ็ปต์แรกผมก็จะใช้มะม่วงเป็นตัวสื่อ เป็นตัว Object ที่ถูกเคลื่อนไหวด้วยระบบการสั่งงานของโทรศัพท์มือถือ […]

ไทยเบฟครองอันดับ 1 ดัชนีความยั่งยืน DJSI นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก

ไทยเบฟ ครองอันดับ 1 DJSI อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม 3 ปีซ้อน ยกระดับความยั่งยืน นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (The Dow Jones Sustainability Indices -DJSI) ประเภทกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และประเภทดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ประจำปี 2563 และได้รับการจัดอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทำให้ปีนี้ไทยเบฟ ได้รับการคัดเลือกและจัดลำดับให้เป็นสมาชิกของ DJSI World Index เป็นปีที่ 4 และ DJSI Emerging Market Index เป็นปีที่ 5 ไทยเบฟ มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) […]

พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นฮีโร่เพื่อช่วยคนและโลก

ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกเป็นที่กล่าวถึงในระดับโลกมาหลายปีติดต่อกัน โดยประชมคมโลกต่างหาวิธีการจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งการคิดค้นนวัตกรรมการผลิตที่ช่วยลดการใช้พลาสติก การใช้วัสดุทดแทน และการนำกลับมารีไซเคิล รวมไปถึงการนำไปเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนสภาพเพื่อเพิ่มมูลค่า พลาสติกทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันถูกคิดค้นขึ้นในช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมานี้ เพื่อการใช้งานในด้านต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์ของใช้ และเครื่องมือต่างๆ ประวัติการสังเคราะห์พลาสติกชนิดแรกของโลกเริ่มต้นขึ้นในปี 1863 เมื่อช่างไม้ชาวอเมริกัน จอห์น เวสลีย์ ไฮแอตต์ พยายามค้นหาวัสดุผลิตลูกบิลเลียตที่สามารถนำมาใช้แทนงาช้าง คืนหนึ่ง เขาได้รับอุบัติเหตุจากของมีคมบาดมือขณะทำการผสมขี้เลื่อยกับกาว เขาจึงรักษาแผลด้วยคอลอเดียน (colodion) ซึ่งเป็นยาสมานแผล ผลิตจากไนโตรเซลลูโลสที่ละลายอยู่ในอีเธอร์และแอลกอฮอล์ และด้วยความบังเอิญเขาได้ทำยาหกลงบนพื้นโต๊ะ เมื่อกลับมาดูอีกครั้งพบว่า ยาแห้งเป็นแผ่นเหนียวๆ ไฮแอตต์ทำการทดลองต่อจนพบว่า หากเติมการบูรลงไปในของผสมอีเทอร์จะได้วัสดุซึ่งต่อมาเรียกว่าเซลลูลอยด์ (celluloid) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสมบัติเหมาะสมในการนำมาทำเป็นลูกบิลเลียด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากทำให้มีสีสันสวยงามได้ง่าย และมีราคาถูก นอกจากนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ปกเสื้อ กระดุม ของเล่นเด็ก และฟิล์มภาพยนตร์ และถ่ายภาพ จึงถือว่าเซลลูลอยด์เป็นพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ชนิดแรกของโลก และนับเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมพลาสติก เช่นเดียวกับกรณีถุงพลาสติก ที่เริ่มต้นจากความต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม สเตียน กุสตาฟ ทูลิน วิศวกรชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้นเมื่อปี 1959 ด้วยความต้องการลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อผลิตถุงกระดาษที่นิยมใช้กันในยุคสมัยนั้น จนต้องสูญเสียต้นไม้เป็นจำนวนมาก เขาจึงคิดค้นถุงพลาสติกขึ้นมา […]

ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุขอย่างยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นหนึ่งในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่คุณต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ แต่คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงประชากรในท้องถิ่น เมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การคงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ แต่คุณควรสร้างผลกระทบเชิงบวกกับพื้นที่นั้นด้วยเพื่อกระจาย ความสุขอย่างยั่งยืน ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอุษาคเนย์นี้ยังเต็มไปด้วยโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวพร้อมไปกับการให้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนแก่โลก ผ่านจุดท่องเที่ยวยอดนิยม 3 แห่งในฟิลิปปินส์ เกาะโบราไกย์ ความสวยงามของหาดทรายขาวอันเลื่องชื่อ โบราไกย์เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของฟิลิปปินส์มาช้านาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ความมีชื่อเสียงนี้เป็นเหตุให้ทางการจำเป็นต้องประกาศปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือน และปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่จะเข้าชมเกาะ ถ้าคุณอยากเดินทางไปโบราไกย์ คุณควรพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เลย การเล่นไคต์เซิร์ฟ คุณต้องอาศัยแรงลมสำหรับการควบคุมทิศทาง คุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนผืนน้ำได้อย่างรวดเร็ว หากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ที่หาดบูลาบ็อก ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และอีกหนึ่งสถานที่คือหาดไวท์บีช ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ซิปไลน์ การห้อยโหนไปบนเส้นสลิงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการในการชมทิวทัศน์ในมุมมองเดียวกับนกที่กำลังโผบิน และกิจกรรมนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟรีไดฟ์ หรือการดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่แม้จะใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำน้อยลงแล้ว คุณยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่อัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด การเดินชมธรรมชาติบนเกาะ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนแล้ว คุณยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์นานาพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ พร้อมกับเผาผลาญพลังงานไปในตัว กิจกรรมนี้อาจเป็นแค่การเดินทอดน่องเรื่อย ๆ หรือการเดินป่าจริงจังตลอดสองชั่วโมง […]