Heidelberg ทำไมเมืองในเยอรมนีแห่งนี้ จึงไม่ต้อนรับรถยนต์อีกต่อไป

Heidelberg หนึ่งในเมืองแถวหน้าของการเคลื่อนไหวเพื่อต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป

ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรราว 160,000 คน ได้แสดงให้เห็นว่าเมืองที่แทบไร้ยานยนต์ในอนาคตจะหน้าตาเป็นอย่างไร จากการเป็น 1 ใน 6 เมืองของยุโรปที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิก โดย C40 Cities องค์กรสนับสนุนนโยบายเมืองที่เป็นมิตรกับสภาพอากาศในอนาคต

เป้าหมายของนายกเทศมนตรีเอ็คคาร์ด เวิร์ซเนอร์ (Eckart Würzner) คือทำให้เมืองลดการพึ่งพารถยนต์ไม่ว่าเชื้อเพลิงที่ใช้จะมาจากแหล่งใดก็ตามโดยไฮเดลเบิร์กกำลังจัดซื้อรถบัสพลังงานไฮโดรเจนสร้างเครือข่ายทางหลวงของจักรยานในเขตชานเมืองอีกทั้งยังดีไซน์ชุมชนที่รองรับการสัญจรทางเท้าแทนยานพาหนะ

นายกเทศมนตรีเวิร์ซเนอร์ออกนโยบายสนับสนุนชาวเมืองที่เลิกใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยให้สิทธิขึ้นรถขนส่งสาธารณะแบบไม่ต้องเสียเงินเป็นระยะเวลาถึง 1 ปี นอกจากนี้เขายังออกนโยบายมอบเงินสนับสนุนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็นมูลค่ากว่า 1,000 ยูโร (38,000 บาท) และให้เพิ่มอีก 1,000 ยูโรหากติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน

ไฮเดลเบิร์กเป็นหนึ่งในเมืองแถวหน้าของการเคลื่อนไหวด้านภูมิอากาศที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางประชาคมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเมืองในสหรัฐอเมริกาอย่างพอร์ตแลนด์รัฐออริกอนไปจนถึงหลายๆเมืองในยุโรปอย่างโรมลอนดอนและปารีส

เมืองเหล่านี้กำลังวางแผนจำกัดการจราจรโซนใจกลางเมือง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมของพื้นที่ปลอดยานพาหนะและปลอดมลพิษในช่วงทศวรรษหน้า ในขณะเดียวกัน บางเมืองอย่างสต็อกโฮล์ม และสตุ๊ตการ์ท ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Mercedes-Benz ได้ออกกฏหมายระงับการใช้รถยนต์ดีเซลแบบเก่า ซึ่งสร้างมลพิษอย่างมากไปแล้วถาวร

หนึ่งในมาตรการที่จะทำให้ การเป็นเมืองปราศจากรถยนต์ของไฮเดลเบิร์กสำเร็จ คือ การสร้างสะพานข้ามตึกต่างๆ ให้ผู้ขับขี่จักรยานใช้ได้อย่างอิสระ พร้อมกันนั้นยังได้ออกนโยบายลดการใช้พลังงานในอาคารในเมืองอย่างเข้มข้น ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการติดตั้งนวัตกรรมใหม่ๆ เมื่ออาคารเหล่านี้มีอายุมากกว่าร้อยปีแล้ว

ปัจจุบัน บนเส้นทางสู่การเป็นเมืองปลอดรถยนต์ ไฮเดลเบิร์กเหลือผู้ที่ยังพึ่งพารถยนต์อยู่เพียง 1 ใน 5  ผู้อยู่อาศัยที่เหลือส่วนใหญ่จะเดินทางโดยการเดินปั่นจักรยานหรือขึ้นรถบัสไฟฟ้า

ตัวอย่างการจัดการย่านชุมชน ที่มีชาวเมืองอาศัยอยู่กว่า 5,000 คนของไฮเดลเบิร์ก ประกอบไปด้วยโรงเรียน ศูนย์ชุมชน ซูเปอร์มาร์เก็ต 2 แห่ง ร้านเบเกอรี่ คาเฟ่ ร้านจักรยาน 2 ร้าน และสเตชั่นสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 6 แห่งสถานีรถไฟป้ายรถรางซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางจักรยานและทางเดินร่มรื่นที่ดูแลจัดการโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

นายกเทศมนตรีเวิร์ซเนอร์ ตั้งเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะทำให้ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero Carbon)ในปี 2030 ล่าสุดเมืองเล็กๆ แห่งนี้วางแผนที่จะสร้างสถานีเติมไฮโดรเจนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และลม สำหรับรถโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงไฮโดรเจน

เราทุกคนต่างรู้ว่าเราต้องไปต่อในทิศทางนี้ มันแค่ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหนนายกเทศมนตรีเวิร์ซเนอร์

สืบค้นและเรียบเรียง : ปรมินทร์ แสงไกรรุ่งโรจน์

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : ดร.เป้า Green Road ทางไปต่อของพลาสติก ที่จะไม่จบลงด้วยการเป็นขยะอีกต่อไป

เรื่องแนะนำ

พลาสติกใช้แล้วทิ้ง : ลด ละ เลิก วิถีชีวิตติดพลาสติก

"พลาสติกใช้แล้วทิ้ง : ลด ละ เลิก วิถีชีวิตติดพลาสติก" การเปลี่ยนแปลงทางความคิดดูเหมือนเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ขยะพลาสติกเริ่มทำให้เรากังวล เหล่าผู้ประกอบการกำลังสร้างทางเลือกใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ ทุกแง่มุมของชีวิตมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลาสติก คือความท้าทายที่ต้องใช้วิธีจัดการแตกต่างกัน สิ่งของทุกชิ้นมีเรื่องราว และนี่คือบางส่วนของเรื่องราวเหล่านั้น รวมทั้งบางส่วนของทางออกด้วย

ลดพลาสติกแบบเอเดรียน เกรเนียร์ ที่คุณเองก็ทำได้

นอกเหนือจากบทบาทในฐานะนักแสดงแล้ว เกรเนียร์ยังรณรงค์ให้ผู้คนเลิกใช้พลาสติกประเภทครั้งเดียวทิ้งอย่างจริงจัง มาลองพุดคุยกับนักแสดงหนุ่มผู้รักสิ่งแวดล้อมกัน ว่าทำไมพลาสติกจึงเป็นประเด็นสำคัญนัก

ลด ขยะอาหาร ควรพิจารณาวันหมดอายุบนฉลาก

การเปลี่ยนคำที่ใช้บ่งวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์อาหารป้องกันการเกิด ขยะอาหาร ได้จริงหรือ? เมื่อคุณเปิดตู้เย็น คุณมักหยิบของโปรดที่เกือบลืมไปแล้วว่ามีอยู่ในตู้เย็น และหลังจากนั้นคุณพบว่าพึ่งเลยวัน “ควรบริโภคก่อน” มาสองวันแล้ว คุณถอนหายใจอย่างหัวเสียแล้วทิ้งอาหารลงขยะ คุณบอกกับตัวเองว่าจะระวังมากกว่านี้ และไม่สิ้นปลืองอาหารอีกต่อไป แต่คุณจำเป็นต้องทิ้งอาหารที่ยังน่ากินจริง ๆ หรือ? ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุอาหาร “มากกว่าครึ่งของอาหารที่เราทิ้งไปเป็นของที่เรายังกินได้” เอมม่า มาร์ช ผู้นำ Love Food Hate Waste กล่าว ขยะอาหาร เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกังวล โดยข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United Nations’ Food and Agriculture Organization) ระบุว่า ขยะอาหาร มีปริมาณ 1.3 พันล้านตัน ซึ่งพอ ๆ กับหนึ่งในสามของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโ,กในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่า 750 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ในขณะที่คนประมาณ 800 ล้านคนเข้านอนด้วยความหิวโหย และมากกว่าครึ่งของพื้นที่การเกษตรในโลกกำลังปลูกพืชที่คนไม่บริโภค ข้อมูลจาก Love Food Hate Waste ระบุว่า […]

ดร.เป้า Green Road ทางไปต่อของพลาสติก ที่จะไม่จบลงด้วยการเป็นขยะอีกต่อไป

“ทำให้ขยะมีคุณค่าและสร้างประโยชน์ได้จริง” หนึ่งในวิสัยทัศน์ของ ดร.เป้า Green Road ในการพาประเทศไทยถอยห่างจากวิกฤตขยะพลาสติก “ตามสถิติเราใช้ถุงพลาสติกวันละ 8 ถุง ถ้าเราลด 1 ถุง ต่อคนต่อปี ใน 1 ปีเราก็จะลดได้ทั้งหมด 365 ถุง “แต่เมื่อผมลองเดินเข้าไปถามแม่ค้าขายข้าวเหนียวที่ตลาดหน้ามหาวิทยาลัย ถามเขาว่าใช้ถุงพลาสติกในการบรรจุข้าวเหนียววันละเท่าไหร่ เขาบอกว่า 1 วัน ใช้อย่างน้อย 1 พันถุง เราลดเท่าไหร่มันก็ไปเป็นตัวหารกับของแม่ค้าไม่ได้อยู่ดี เราลด 1 ถุง แต่เขาใช้ 1,000 ถุง เราจึงต้องรณรงค์ให้คนรู้จักคัดแยกขยะ “ถ้าไม่คัดแยกแล้วใส่รวม ๆ ไปก็เหมือนฝากทิ้ง ขยะที่อยู่กับเราก็แค่ย้ายไปอยู่ที่เขาเท่านั้นเอง” ผศ.ดร.เวชสวรรค์ หล้ากาศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.เป้า Green Road อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เล่าถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ เป็นที่ทราบกันดีว่า ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน มนุษย์ยังคงต้องพึ่งพาพลาสติกในการดำรงชีวิต และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดขยะพลาสติกให้หมดไปจากโลก ดังนั้นหัวใจสำคัญเพื่อเยียวยาเรื่องนี้ คือเราต้องคัดแยกและนำพวกมันไปก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรแหล่งที่ […]