เจาะลึกระบบการศึกษาเยอรมันที่สอนให้เยาวชนเข้าใจ Climate Change ในทุกมิติ

เจาะลึกระบบการศึกษาเยอรมันที่สอนให้เยาวชนเข้าใจ Climate Change ในทุกมิติ

เป็นเวลา 17 ปีมาแล้วที่การเรียนการสอนเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” กลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของระบบการศึกษาเยอรมัน

ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมัน ไม่ได้มีหลักสูตรที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางแบบที่กระทรวงศึกษาธิการบ้านเรากำหนด แต่ละ 16 รัฐของเยอรมนีกำหนดแนวทางการเรียนการสอนของตนขึ้นมา ในกรอบของการศึกษาแนวคิดแบบยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมที่ผนวกเข้ากับรายวิชาอื่นๆ

และที่นี่เด็ก ๆ  ไม่ได้เรียนแค่ว่าภาวะโลกร้อนคืออะไร แต่พวกเขายังถูกกระตุ้นให้เรียนรู้กันลึกลงไปกว่านั้น ว่าจะร่วมกันรับผิดชอบแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เผชิญอยู่อย่างไร

เรียนรู้ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ

เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ความสำคัญของการอยู่กับธรรมชาติกันตั้งแต่เล็ก รายงานจาก Petra Lewalder คุณครูวิชาภูมิศาสตร์จากโรงเรียน Clara Schumann Gymnasium ในเมืองบอนน์ เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลจะได้เรียนรู้ว่าต้นไม้ และผืนป่ามีความสำคัญอย่างไร พวกเขาได้รู้จักชื่อของต้นไม้ผ่านการสังเกตใบ ดอก ผล พอปีต่อมาพวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติเชื่อมโยง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ต่อมาในเกรด 5 พวกเขาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และขยายองค์ความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ ในชั้นที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างโจทย์ในชั้นเรียนวิชาเคมีระดับมัธยม นักเรียนต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเอกสารเรียกร้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง ไบโอเอทานอล ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ว่าอาจกำลังขัดขวางราคาข้าวโพดในประเทศที่กำลังพัฒนา

เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย, เกษตรกร, นักสิ่งแวดล้อม และตำแหน่งอื่น ๆ โต้แย้งกันด้วยข้อมูล ก่อนตัดสินใจว่าจะอนุมัติเอกสารหรือไม่ 87% ของนักเรียนเล่าว่าพวกเขารู้สึกว่าตนได้เรียนรู้บางอย่าง ส่วนอีก 75% ชี้ว่าพวกเขามีมุมมองต่อเชื้อเพลิงชีวภาพที่ต่างออกไป

เด็กนักเรียนเกรดหนึ่งใน Nuremburg ชูกล่องอาหารใบใหม่ที่ภายในบรรจุอาหารออร์แกนิก ภาพจาก DW

เรียนรู้ได้ไม่จำกัดรายวิชา

แม้แต่ในวิชาต่าง ๆ ก็มีการปลูกฝังเรื่องรักษ์โลก ที่โรงเรียนมัธยม Emmy-Noether ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงเบอร์ลิน ประมาณ 1 ใน 4 ของเนื้อหาหนังสือเรียนวิชาภาษาอังกฤษเด็กเกรด 10 กำลังบอกเล่าถึงภัยคุกคามที่มีต่อโลก นั่นหมายความว่านอกจากเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแล้ว พวกเขายังได้รับรู้สถานการณ์ทางสิ่งแวดล้อมไปในตัว

เช่น ประโยค “If we don’t do something about global warming, more polar ice will start to melt.” หรือในชั้นเรียนเกรด 11 พวกเขาได้รับโจทย์ให้แต่งกลอนเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” และนี่คือตัวอย่าง “The water level rises, the fish are in a crisis.”

โครงสร้างจากอิฐและไม้นี้เด็กๆ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักใหม่ของบรรดาผึ้งที่กำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภาพจาก Pia Ranada/Rappler

เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

หลายกิจกรรมไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในห้องเรียน ที่โรงเรียน Gustav Falke มีโครงการ “Berlin Climate Schools” เพื่อสอนให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นั่นทำให้พื้นที่บางส่วนของโรงเรียนกลายมาเป็นแปลงผักขนาดเล็ก

คุณครูมีโจทย์ที่น่าสนใจที่พวกเขาใช้สอนเด็ก ๆ ด้วยการให้นักเรียนลองวาดภาพโรงเรียนสีเขียวดู จินตนาการว่าโรงเรียน Gustav Falke จะเป็นอย่างไรหากนำแนวคิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมมาใช้ นักเรียนช่วยกันสร้างโมเดลของโรงเรียนในสัดส่วน 1 ต่อ 100 ขึ้นมา และเติมต้นไม้ตลอดจนพื้นที่สีเขียวอื่น ๆ เข้าไป จากนั้นคุณครูช่วยให้ไอเดียของพวกเขาเป็นจริง ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มตามแผน ทั้งยังเพิ่มไม้เลื้อยตามกำแพงเข้าไป

หนึ่งในเด็กนักเรียนอธิบายว่าการมีต้นไม้เลื้อยปกคลุมกำแพงจะช่วยให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว และลดความร้อนในหน้าร้อน เท่ากับว่าลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำความอบอุ่นและความเย็นของตัวอาคารไปด้วย

ส่วนอีกชั้นเรียน ให้โจทย์เด็ก ๆ ไปลองเดินสำรวจในละแวกบ้านของตนเอง เพื่อหาว่าจะช่วยให้ละแวกบ้านรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างไร

เด็กนักเรียนเกรด 5 จากโรงเรียน Gustav Falke ในกรุงเบอร์ลิน กำลังอธิบายถึงคุณค่าของหนองน้ำเล็กๆ ในธรรมชาติ ภาพจาก Pia Ranada/Rappler

เรียนรู้การประยุกต์ใช้ความรู้

ข้ามไปที่นครฮัมบวร์ก กระบวนการเรียนการสอนของพวกเขาไปไกลกว่าแค่ในรั้วโรงเรียน สมาคมการจราจรฮัมบวร์ก หรือ HVV เปิดโครงการสอนเด็ก ๆ ให้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ระบบขนส่งมวลชน แม้แต่เด็กเล็ก ๆ อย่างเด็กวัย 3 ขวบ การสอนประกอบด้วยข้อควรระมัดระวังด้านความปลอดภัย อย่างการรอหลังเส้นที่กำหนด ไปจนถึงมารยาทการใช้รถสาธารณะ

และในฐานะที่เมืองแห่งนี้ติดกับแม่น้ำ เด็ก ๆ จึงได้รู้จักการใช้บริการเรือสัญจร ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบขนส่งมวลชนสำคัญของเมืองด้วย เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเดินทางไปโรงเรียนเองได้เมื่อเติบโตขึ้น มากไปกว่านั้นคุณประโยชน์ตกต่อเมืองเอง เพราะถ้าเด็ก ๆ หันมาใช้รถสาธารณะ นั่นหมายถึงจำนวนรถยนต์บนท้องถนนที่น้อยลงไปด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมการเรียนการสอน ซึ่งมุ่งเน้นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมแก่เด็ก ๆ เธอลองถามเด็กชายชาวเยอรมันคนหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคืออะไร?

คำตอบของเขาช่างเรียบง่ายแต่ตรงใจ “มันคือตอนที่คุณขับรถ รถของคุณปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนลอยอยู่ในอากาศและเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ส่องลงมา มันถูกคาร์บอนกักเอาไว้ในโลกทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นครับ”

Christoph Unland เจ้าหน้าที่จาก HVV กำลังใช้ของเล่นและวัตถุที่หาได้ทั่วไปสอนเด็กๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน ภาพจาก Pia Ranada/Rappler

เรียนรู้ตลอดชีวิต

เห็นตัวอย่างการเรียนรู้แบบชาวเยอรมันแล้ว เราจะนำมาปรับใช้อย่างไรได้บ้าง? 

อันที่จริงเด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องนี้ได้ในทุกช่วงเวลา ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแค่ในห้องเรียนเสมอไป คุณอาจสอนให้พวกเขารู้จักถึงคุณค่าของสิ่งของ ผ่านการประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ จากวัสดุอุปกรณ์เหลือใช้ภายในบ้าน ปลูกฝังนิสัยการประหยัดอดออม โดยเริ่มต้นจากการประหยัดทรัพยากรภายในบ้าน เช่น ปิดน้ำทุกครั้งระหว่างแปรงฟัน หรือปิดไฟดวงที่ไม่ใช้

หากพวกเขาเริ่มรู้จักวิธีประหยัดพลังงานแล้ว ขั้นต่อไปจึงสามารถปลูกฝังการประหยัดทรัพยากรในประเทศ เช่น ลดการใช้ถุงพลาสติก และมอบกระเป๋าผ้ากับลูก ๆ ติดตัวเวลาไปซื้อของภายนอกบ้าน ให้ความรู้แก่พวกเขาในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความมีเมตตาต่อสัตว์โลก เช่น เล่าเรื่องราวของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ พร้อมเปิดรูปภาพหรือสารคดีให้เด็กได้รับชมวิถีชีวิตของสัตว์เหล่านั้น หรือพาไปทำกิจกรรมที่สวนสัตว์ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและได้เห็นถึงการดำรงชีวิตของสัตว์หลายๆ ชนิด

ไม่ว่าจะวิธีไหนล้วนดีทั้งสิ้น เพราะอนาคตของโลกขึ้นอยู่กับคนเหล่านี้ คนรุ่นถัดไปที่ได้รับการปลูกฝัง และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกันเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

เรื่อง กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ สำรวจประเด็นสังคมในแอนิเมชันครอบครัวแห่งปี The Mitchell vs. The Machines

เรื่องแนะนำ

ดร.ณิชา ลีโทชวลิต นักวิจัยไทยผู้ร่วมค้นพบหนึ่งในกาแล็กซีไกลที่สุด ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์

ความตื่นตัวทางด้านดาราศาสตร์ของคนไทยเมื่อยุคของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์มาถึง และ ดร.ณิชา คือหนึ่งในทีม GLASS ผู้ร่วมตามล่าหากาแลกซีที่ไกลที่สุด ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กระแสตื่นตัวเรื่องอวกาศกลับมาอีกครั้งเมื่อภาพแรกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope หรือ JWST) เผยแพร่ภาพถ่ายของกระจุกกาแลกซี่ SMACS 0723 หรือชื่อเล่นที่ว่า Deep Field ที่มาจากความห่างไกลของกาแลกซี่ถึง 13,500 ปีแสง ซึ่งนับว่าไกลที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยค้นพบในปัจจุบัน จะด้วยความตื่นตาจากภาพที่สวยงาม หรือเรื่องราวการค้นพบที่ข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปอีกขั้น แต่นี่นับว่าปลุกความกระหายในแวดวงดาราศาสตร์ให้กับชาวไทยอีกครั้ง “น่าสนใจมากเลยนะ อาจารย์ของพี่ยังแปลกใจเลยว่า คนไทยนี่สนใจดาราศาสตร์จัง” จากคำถามถึงกระแสเจมส์ เว็บบ์ในเมืองไทยกับ ดร.ณิชา ลีโทชวลิต นักวิจัยไทยจากสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ผู้ร่วมค้นพบ GLASS-z13 หนึ่งในกาแลกซี่ที่ไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยบันทึกภาพได้ เราเชื่อว่า บทสนทนากับ ดร.ณิชา ต่อจากนี้ไป จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับคนไทยที่เคยมองดาราศาสตร์เป็นเรื่องราวที่ไกลตัว ว่าอวกาศอันแสนไกลและแสนลึกลับ แต่การค้นพบครั้งใหม่ยังคงสร้างความตื่นเต้น และแสดงศักยภาพของมนุษยชาติที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การทำงานกับทีม GLASS โปรเจ็คต์ที่พาดาราศาสตร์ก้าวออกไปไกลกว่าเดิม GLASS หรือ Grism […]

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ สู่อนาคตไทยผ่านการศึกษาตลอดชีวิต

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะด้านการเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมเข้าถึงองค์ความรู้ คลังหน่วยกิตแห่งชาติ – ปฏิเสธไม่ได้ว่า ใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรยังคงเป็นเรื่องจำเป็นในฐานะเครื่องมือรับรองความรู้ความสามารถ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่การศึกษาไม่ได้ถูกจำกัดทั้งในเรื่องพรมแดนหรือหมวดวิชาอีกต่อไป การหาความรู้นอกห้องเรียนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้คนที่ต้องการ Upskill พัฒนาทักษะเดิม และ Reskill เพิ่มเติมทักษะใหม่ จึงยิ่งเป็นเรื่องดีถ้าทักษะเหล่านี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ด้วยความเร็วและความง่ายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ทำให้การเข้าถึงแหล่งความรู้ทำได้ง่ายและเรียลไทม์มากขึ้น เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้หลายมหาวิทยาลัยเริ่มจัดการเรียนการสอนในแบบการศึกษาตลอดชีวิตผ่านเครื่องมือดิจิทัลอย่างเป็นจริงเป็นจัง และนับเป็นหนึ่งในพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ต้องรวบรวมความรู้ความเชี่ยวชาญจากโลกออฟไลน์มาสร้างพื้นที่ออนไลน์ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคนจากทุกที่ การจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้เป็นระบบจึงเป็นหัวเรื่องที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. ให้ความสำคัญ เพื่อทำให้ประเทศไทยกลายเป็น Lifelong Learning Nation หรือประเทศที่เอื้อต่อการศึกษาตามนโยบายที่วางเอาไว้ แนวความคิดในการจัดตั้ง คลังหน่วยกิตแห่งชาติ หรือ National Credit Bank System จึงเริ่มต้นขึ้น นโยบายภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศการศึกษาตลอดชีวิต โจทย์ตั้งต้นที่สำคัญ และนับเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศไทยคือ การพัฒนากำลังคนให้กับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่การศึกษาภาคบังคับหรือในระบบเท่านั้น แต่การศึกษาตามอัธยาศัย หรือการศึกษานอกห้องเรียนก็กลายมาเป็นรูปแบบใหม่ของการเรียนรู้ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน งานรูปแบบใหม่ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้คนที่แตกต่างจากอดีต การเปลี่ยนให้ผู้คนจากทุกช่วงวัย ทุกอายุ ทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยอาศัยเครื่องมือดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์มการเรียนการสอน คอร์สอบรม หรือการศึกษาตามอัธยาศัยได้เริ่มต้นและประสบความสำเร็จมาแล้วระยะหนึ่ง […]

วัดบวรนิเวศวิหาร มองรากฐานการศึกษาไทยผ่านบทบันทึก ประวัติศาสตร์มีชีวิต

วัดบวรนิเวศวิหาร จุดเริ่มต้นแผนพัฒนาคนให้เป็นอารยชน ผ่านการศึกษาในวัด พื้นที่ชุมชนพร้อมสรรพที่กระจายอยู่ทั่วเมืองไทย เช้าสดใสในเดือนอากาศดีของกรุงเทพฯ​ กับการตื่นเช้าเข้าวัดครั้งนี้ที่ไม่ได้หยุดแค่การทำบุญเช่นทั่วไป หากแต่เป็นการซึมซับเรื่องราวเล่าขานของเมืองไทยผ่านหลักฐานหน้าประวัติศาสตร์ฉบับจริงที่ถูกจัดแสดงให้สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง กับพิพิธภัณฑ์ในวัดแบบเข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับทุกคน ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติคุณวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วันที่ 2 สิงหาคม 2564 รัฐบาลไทยและองค์การยูเนสโกร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ประจำปีพุทธศักราช 2564 อันเป็นโอกาสอันดีในการจัดงาน ‘พระมหาสมณานุสรณ์’ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ สำหรับประชาชนไทยทุกคนได้เข้ามาเดินเยี่ยมชมวัดในมุมมองที่ต่างออกไป นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงรายรอบบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านสถาปัตยกรรมวัด พระตำหนัก อาราม พร้อมคำบรรยายแบบอินเตอร์แอคทีฟแล้ว ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ลงพื้นที่จริงยังสามารถชมพื้นที่ภายในวัด และชมนิทรรศการแบบประสบการณ์เสมือนจริง 360 องศา ไปพร้อมๆ กับบทความของเราในครั้งนี้ได้ผ่านทางเวบไซต์ https://mahasamana.org จากฟากวัด เดินเท้าข้ามมายังฝั่งโรงเรียน เลียบเลาะผ่านตรอกเล็ก ๆ ระหว่างโรงเรียนวัดบวรนิเวศสู่ทางเข้าอาคารกวีบรรณาลัย อาคารสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พื้นที่เล่นระดับภายในอาคารถูกตกแต่งอย่างโปร่งสบายแบบห้องนั่งเล่น เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมอาคารดั้งเดิม พร้อมกับการจัดหมวดหมู่ของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพดี   บวร : บ้าน […]

คุยเศรษฐศาสตร์ จากอดีตถึงอนาคต วิชาที่ว่าด้วยเหตุผลและกลไก กับ วินัย วงศ์สุรวัฒน์

วิชาที่เป็นคุณสมบัติของทรัพยากรบุคคลในโลกแห่งอนาคต ว่าด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ด้วยหลักเหตุผล ไปพร้อมกับเปิดใจกว้างรับกับเรื่องราวใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ รายได้น้อย ของแพง หรือหนี้สินครัวเรือน ล้วนเป็นปัญหาใกล้ตัวในชีวิตประจำวันที่มองเห็น เป็นอยู่ และกระทบผู้คนในสังคมไม่มากก็น้อย “ถ้าผ่านการศึกษาเศรษฐศาสตร์มาบ้าง ก็จะสามารถเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ดียิ่งขึ้น” รศ.ดร. วินัย วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิชาเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มต้นบอกเล่าใจความของวิชาเศรษฐศาสตร์ให้เราฟัง “ผมว่าเศรษฐศาสตร์มีประโยชน์คือ ทำให้เราเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรเป็นตัวผลักดันให้เกิดขึ้นมา และทำให้เรารู้จักใช้เหตุผล เข้าใจถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวเหล่านี้ ว่าวิธีใดที่จะทำให้มันพอดีขึ้นได้ แต่ก็รู้ถึงข้อจำกัดด้วยว่าหลายอย่างก็อยู่เหนือการควบคุมที่รัฐบาล หรือผู้บริหารจะสามารถทำได้ ทำให้เข้าใจว่าอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้” ข้อความที่ว่ามาอาจฟังดูนามธรรม แม้จะจับต้องได้ในชีวิตจริงของพวกเราทุกคน แต่ก็ดูจะไกลเกินเอื้อมกว่าที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยตัวเรา ตรงนี้เองที่ความหมายของ ‘วิชาเศรษฐศาสตร์’ ถูกใช้เพื่อสร้างความเข้าใจในการสร้างสมดุลในสังคม ภูมิทัศน์ของเศรษฐศาสตร์ : วิชาที่วิวัฒน์ไปตามโลก เศรษฐศาสตร์อย่างที่เราเคยเรียนกันในห้องเรียน แยกออกได้เป็นเศรษฐศาสตร์จุลภาค และเศรษฐศาสตร์มหภาค “เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่สอนเกี่ยวกับสังคม พฤติกรรมของผู้บริโภค และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละหน่วยของสังคม หลักๆ เลย คือ ความพยายามเข้าใจและทำนายว่า คนเรามีพฤติกรรมอย่างไรกับตลาด แล้ววิเคราะห์ถึงแรงจูงใจที่ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าและบริการในกลไกและแรงผลักดันที่ผู้บริโภคจะจับจ่ายซื้อหา นี่คือเศรษฐศาสตร์ระดับจุลภาค” อีกส่วนคือเศรษฐศาสตร์มหภาคที่พูดกันในระดับชาติ “ก็คือการซูมออกมามองระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าแค่ตลาดใดตลาดหนึ่ง มองในภาพรวมเช่นว่า […]