ทำความรู้จักอาชีพด้านสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ นวัตกรผู้ขับเคลื่อนโลกยั่งยืน

ทำความรู้จักอาชีพด้านความยั่งยืนในต่างประเทศ นวัตกรผู้ขับเคลื่อนโลกให้ดียิ่งกว่าเดิม

ทำความรู้จักหลากหลายอาชีพสีเขียว (Green Jobs) ในต่างประเทศ ตั้งแต่นักวิจัยที่ได้ดำน้ำสำรวจท้องทะเล นักออกแบบและรีไซเคิล ไปจนถึงเชฟผู้ปรุงอาหารเพื่อความยั่งยืน

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า หากได้ทำงานที่รัก เราจะไม่รู้สึกเลยว่ากำลังทำงานอยู่ เพราะในทุกๆ วัน เราจะกระตือรือร้นที่จะตื่นขึ้นมาเพาะปลูก Passion ของตนเองให้เติบโต

ถ้า Passion ของคุณคือการต่อสู้กับวิกฤตสิ่งแวดล้อม สร้างโลกที่ดีและยั่งยืนสู่อนาคต เราอยากชวนไปทำความรู้จักหลากหลายอาชีพสีเขียว (Green Jobs) เล่านี้ ที่สร้างประโยชน์ทั้งต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ขอให้โยนความคิดเดิมๆ ว่างานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนนั่นน่าเบื่อทิ้งไปก่อน เพราะ 9 อาชีพต่อไปนี้ ทั้งเท่ สร้างสรรค์ และหลากหลาย มีตั้งแต่นักวิจัยที่ได้ดำน้ำสำรวจท้องทะเล นักออกแบบและรีไซเคิล ไปจนถึงเชฟผู้ปรุงอาหารเพื่อความยั่งยืน

01 Urban Growers

PHOTOGRAPH BY DIANE COOK AND LEN JENSHEL, NATIONAL GEOGRAPHIC

เชฟชาวแคนาดากำลังเลือกผลผลิตจากแหล่งปลูกไม่ธรรมดา เพราะมันคือสวนแอปเปิ้ลบนดาดฟ้า ท่ามกลางตึกสูงโดยรอบในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ทุกวันนี้ ตึกระฟ้ามากมายในเมืองแวนคูเวอร์กลายเป็นเป็นแหล่งผลิตอาหาร สวนเกษตรกรรมบนดาดฟ้าสามารถส่งมอบพืชผลจากเมืองสู่คนในเมือง นอกจากสวนเหล่านี้จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม จากการลดใช้ยาฆ่าแมลงแล้ว

ยังช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย เนื่องจากมันถูกปลูก เติบโตและนำไปปรุงอาหารในพื้นที่เมือง ลดการขนส่งทางไกลจากต่างเมืองอย่างพืชผลเกษตรกรรมบางอย่าง สวนดาดฟ้ายังช่วยลดอุณหภูมิของอาคาร เป็นฉนวนป้องกันการสูญเสียพลังงาน ทั้งยังเป็นด่านรับน้ำฝนในช่วงฤดูพายุ ไปจนถึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ช่วยฟอกอากาศให้พื้นที่รอบๆ

02 Water Quality Technicians

PHOTOGRAPH BY GERD LUDWIG, NATIONAL GEOGRAPHIC

เพื่อสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ สำนักจัดการคุณภาพน้ำและพลังงานแห่งนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐฯ ทดสอบลูกบอลโพลีเอทิลีนจำนวนกว่า 3 ล้านลูก ในอ่างเก็บน้ำ Ivanhoe อ่างเก็บน้ำขนาด 220 ล้านลิตรแห่งนี้ ถูกเติมสารคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีความเข้มข้นของ Bromide ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อทั้งสองส่วนผสมกันและสัมผัสกับรังสี UV จะเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งเนื่องจากมีพลเมืองลอสแองเจลิสกว่า 600,000 คนใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้

วิศวกรจึงคำนวณพื้นที่ผิวน้ำและใส่ลูกบอลโพลีเอทิลีนลงไป เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวน้ำกระทบรังสี UV ลูกบอลเหล่านี้เป็นชนิดเดียวกับที่สนามบินใช้ป้องกันนก ไม่ให้บินลงมายังพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณรันเวย์ เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อการบิน วิธีแก้ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคที่เติมสารคลอรีนส่วนใหญ่จะไม่ใช่อ่างกลางแจ้ง ดังนั้นผู้ทำงานด้านนี้จึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ในการพลิกแพลงหาวิธีจัดการกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อผู้คน

03 Clean Car Engineers

PHOTOGRAPH BY JOE MCNALLY, NATIONAL GEOGRAPHIC

วิศวกรทำงานบนต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า ในโรงงานที่แคลิฟอร์เนีย ในประเทศสหรัฐฯ มีตำแหน่งงานที่มุ่งเน้นไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 3.1 ล้านตำแหน่ง และ 400,000 กว่าตำแหน่งในนั้น คืองานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

การขนส่งเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญไปสู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ยานยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิสและปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาลตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา และรถยนต์กำลังค่อยๆ ถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นรูปแบบที่ใช้พลังงานสะอาด และสร้างมลพิษน้อยลง

พร้อมๆ กับการเปลี่ยนต้นกำเนิดพลังงาน จากเชื้อเพลิงที่เป็นมลพิษอย่างถ่านหิน ไปสู่ทางเลือกที่สะอาดกว่า เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้ทำดีที่สุดในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้โลก

04 Recyclers

PHOTOGRAPH BY ANNA CLOPET, CORBIS

กระดาษอัดก้อนเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิล ที่โรงงานในเมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหรัฐฯ รีไซเคิลกระดาษมากกว่าวัสดุที่สามารถรีไซเคิลอื่นๆ ทั้งหมดรวมกัน (ไม่นับรวมเหล็ก) 2 ใน 3 ของกระดาษทั้งหมดที่ใช้ในสหรัฐฯ ได้รับการรีไซเคิลแทนที่จะถูกทิ้งลงในหลุมฝังกลบตามข้อมูลของ American Forest & Paper Association และข้อมูลจากสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระบุว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของวัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานกระดาษ เป็นกระดาษมือ 2

กระบวนการนี้ สร้างทั้งตำแหน่งงานและผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สถิติของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่า การรีไซเคิลกระดาษ 1 ตันช่วยประหยัดพลังงานได้มากพอ ที่จะจ่ายไฟให้บ้านของชาวอเมริกันเป็นเวลาครึ่งปี ประหยัดน้ำได้ 26,500 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่า 1 เมตริกตัน

05 Natural Scientists

PHOTOGRAPH BY DAVID DOUBILET, NATIONAL GEOGRAPHIC

นักดำน้ำตรวจวัดความเป็นกรดของน้ำในมหาสมุทร บริเวณแนวปะการัง Great Barrier Reef นอกเกาะ One Tree ของประเทศออสเตรเลีย เพื่อสร้างแผนภูมิแสดงหลักฐานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และสังเกตผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ในขณะที่ประเทศต่างๆ พยายามก้าวไปสู่วิถีชีวิตและเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มันจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องมีนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ผลกระทบ จากการกระทำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ที่เรากระทำต่อโลก

06 Green Builders

PHOTOGRAPH BY JOHAN ORDONEZ, AFP/GETTY IMAGES

Adam Howland จากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมชื่อ Long Way Home ใช้เทคนิคการสร้างอาคารสีเขียว ช่วยเหลือผู้คนในประเทศกัวเตมาลา Long Way Home ศึกษา ทดสอบและกำลังช่วยหลายชุมชนในประเทศนี้ สร้างโรงเรียนจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ดินไปจนถึงขยะที่ถูกทิ้ง เช่นยางรถยนต์และขวดพลาสติก

ผลลัพธ์ที่ได้ คืออาคารปลอดภัยแข็งแรงที่ช่วยมูลค่าใหม่ให้ขยะ ที่ปกติถูกทิ้งลงในแม่น้ำหรือเผาทิ้ง เนื่องจากไม่มีวิธีการกำจัดที่ดีกว่า ตอนนี้ชาวบ้านยินดีเก็บรวบรวมขยะเหล่านั้นมาเข้าร่วมโครงการอาคารสีเขียวของ Long Way Home นอกจากสร้างอาคาร สมาชิกขององค์กรยังให้ความรู้แก่เยาวชนในพื้นที่ เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและฝึกอบรมพวกเขาให้ทำงานในเศรษฐกิจสีเขียว

07 Solar Cell Technicians

PHOTOGRAPH BY PETER GINTER, SCIENCE FACTION/CORBIS

วิศวกรทำการทดสอบระบบโซลาร์เซลล์ ในห้องปฏิบัติการของประเทศสเปน โดยสวมชุดป้องกันและแว่นตา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงพลังอันทรงพลังที่สามารถเก็บเกี่ยวได้จากแสงอาทิตย์

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การผลิตและใช้โซลาร์เซลล์ของภาคส่วนต่างๆ ในยุโรป เพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกๆ 2 ปี ทำให้ต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ประเทศเยอรมนี มีตำแหน่งงานที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 40,000 คน ทุกวันนี้ ทวีปยุโรปผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของโลก ตามมาด้วยญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

08 Green Design Professionals

PHOTOGRAPH FROM PROEHL STUDIOS, CORBIS

หลังคาเป็นอะไรได้มากกว่าแค่กันฝน อย่างหลังคาของอาคาร California Academy of Sciences เป็นเป็นที่อยู่ของต้นไม้และพืชพรรณกว่า 1.7 ล้านต้น โดยหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นพืชพื้นถิ่นหายากของภูมิภาคตะวันตก ประเทศสหรัฐฯ

หลังคาขนาด 1,765 ตารางเมตร นี้ ประกอบไปด้วยเนินเขา 7 ลูก ซึ่งสร้างเลียนแบบภูมิประเทศของซานฟรานซิสโก และมีช่องเปิดมากมายให้แสงธรรมชาติ ส่องลอดไปให้ความสว่างภายในอาคาร โดยมันทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นกว่าภายนอกถึง 5 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ย ซึ่งแน่นอนว่าประหยัดพลังงานแต่ละปีไปมหาศาล

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสีเขียว ตั้งแต่สถาปนิกไปจนถึงนักวางผังเมืองเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ส่วนต่างๆ ของเมือง ภายใต้บริบทและข้อจำกัดที่เปลี่ยนไปของยุคสมัย

09 Wave Energy Producers

PHOTOGRAPH BY ASHLEY COOPER, CORBIS

มหาสมุทรนั้นเต็มไปด้วยพลวัตรของคลื่น อุปกรณ์เช่นเครื่องกำเนิดพลังงานคลื่น Pelamis P2 นี้สามารถใช้ประโยชน์จากคลื่นที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยดักจับมันมาผลิตเป็นพลังงาน

P2 ถูกคิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นในหมู่เกาะออร์คนีย์ ของสกอตแลนด์ ด้วยกำลังผลิต 750 กิโลวัตต์ มันสามารถสร้างพลังงานที่เพียงพอความต้องการไฟฟ้าโดยเฉลี่ยของบ้าน 500 หลัง ตลอดระยะเวลา 1 ปี

ปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งต่างๆ เริ่มถูกใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก ทั้งแสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล แต่พลังงานจากเกลียวคลื่นยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก ในอนาคตสายงานด้านนี้ จะเกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพของพลังงานอันมหาศาลของคลื่นนั้นมีไม่จำกัด


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : พัทน์ ภัทรนุธาพร เด็กไทยใน MIT Media Lab ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อโลกอนาคต

เรื่องแนะนำ

Notpla สตาร์ตอัปที่สร้างบรรจุภัณฑ์กินได้ เพื่อโลกใหม่แห่งเดลิเวอรี่ไร้ขยะพลาสติก

Notpla สตาร์ตอัปจากลอนดอนกับการสร้างบรรจุภัณฑ์จากสาหร่ายทะเล ที่มนุษย์กินได้ ย่อยสลายได้เองโดยธรรมชาติ และแก้ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก รู้ไหม มากกว่าครึ่งของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดบนโลก ถูกใช้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ก่อนจะถูกโยนทิ้งกลายเป็นขยะ Notpla คือสตาร์ตอัปจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่คินค้นและพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากวัตถุดิบอย่างสาหร่ายและพืช ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 4-6 สัปดาห์ ไม่สร้างขยะอายุหลายร้อยปีอย่างบรรจุภัณฑ์พลาสติก ย้อนกลับไปในปี 2014 Notpla เริ่มต้นขึ้นด้วยโปรดักต์ชิ้นแรกของพวกเขา “Ooho” ซึ่งเป็นหยดน้ำที่สามารถกินได้ ในตอนนั้นการผลิตของ Ooho ถูกทำขึ้นด้วยมือ ในช่วงระหว่าง 6 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้สร้างเทคโนโลยีเพื่อผลิตหยดน้ำเหล่านี้ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้คิดค้นสารเคลือบและฟิล์มที่ย่อยสลายได้ที่บ้าน สิ่งที่สตาร์ทอัป Notpla ทำอยู่คือคำตอบให้กับยุคโควิด-19 ที่การสั่งอาหารแบบ Take-Away และบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนส่วนใหญ่ในโลกไปแล้ว Ooho หยดน้ำกินได้ ผลงานชิ้นแรกของ Notpla Ooho เป็นโปรดักต์ชิ้นแรกของ Notpla มันคือบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำดื่มที่ยืดหยุ่นได้ Ooho สามารถผลิตได้หลายขนาดตั้งแต่ 10 มล. – 100 มล. มันถูกสร้างจากสารสกัดของสาหร่ายทะเลและพืชซึ่งทั้งหมดสามารถกินได้ […]

คนในเมืองสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ – แค่ซื้อของให้น้อยลง

(ภาพปก) นักปั่นจักรยานเหล่ากำลังปั่นจักรยานผ่าน แบตเตอรรี พาร์ค (Battery Park) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายโดย SERGI REBOREDO, REDUX สิ่งที่เราซื้อ รับประทาน และใช้งาน ล้วนมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะบริโภคสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง มีรายงานการศึกษาล่าสุดระบุว่า บรรดาเมืองใหญ่ มีบทบาทสำคัญระดับโลกในเรื่องของการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคและการใช้สิ่งของให้น้อยลงได้ เมืองที่มีแนวคิดพัฒนาต่างหาวิธีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในเมือง แต่วิธีการเหล่านั้นอาจเป็นการประเมินปัญหาที่ผิด เช่น นโยบายการเก็บค่าปล่อยคาร์บอนกับการใช้รถหรือโรงงานที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินมาตรฐาน เป็นต้น ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ มักมาจากสิ่งที่ชาวเมืองส่วนใหญ่รับประทาน ใช้งาน หรือซื้อมาจากแหล่งผลิตที่ไกลจากเมืองออกไป นับตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นไปในทางที่ถูกต้อง บรรดาเมืองทั้งหลายควรพุ่งเป้าหมายไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 50 ภายใน 11 ปีข้างหน้า และร้อยละ 80 ในปี 2050 ซึ่งบรรดานักวิจัยต่างพบว่า จำนวนการปล่อยก๊าซส่วนใหญ่นั้นมาจากการบริโภคสินค้า อาหาร และพลังงานที่ผลิตจากนอกเมือง และสิ่งที่เมืองควรทำอย่างมากที่สุดคือ หาวิธีการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคสินค้าเหล่านี้ มูลค่าที่แท้จริงจากการบริโภค ในทุกวันนี้ ประชากรโลกกว่าร้อยละ […]

เปลี่ยน กรุงเทพ ให้ดีขึ้นได้ ใช้ข้อมูลขับเคลื่อนเมือง กับงานวิจัยโดย UDDC

เปลี่ยน 4 จุดเจ็บปวดของคนกรุงเทพฯ เป็น Data เพื่อแก้ปัญหาเมืองในอนาคต นิทรรศการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” โดย UDDC ใน งาน SUSTAINABILITY EXPO 2022 นำเสนอ การอ่านกรุงเทพและทำความเข้าใจเมืองด้วย “ข้อมูลสามมิติ” ที่เล่าเรื่องพฤติกรรมการเคลื่อนที่ ความหนาแน่น ของชุมชนเมือง และการเข้าถึง บริการเพื่อสาธารณะ (Public Facility) ในรูปแบบเทคโนโลยีฉายภาพลงบนวัตถุ หรือ Projection Mapping ที่สามารถนำไปออกแบบและฟื้นฟูเมืองทำได้ด้วยการแปลงข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นภาพที่เห็นได้ชัด ก่อนที่จะไปดูนิทรรศการนี้ เราอยากชวนคุยกับ UDDC ผู้จัดทำโครงการ “ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล Data Driven Urbanism” UDDC หรือ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สสส. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการนำเสนอความรู้แขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ผลักดันให้เกิดโครงการฟื้นฟูเมืองอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างพื้นที่นำร่องต้นแบบการฟื้นฟูเมืองประเภทต่างๆ (Urban Renewal Prototype)  Nat […]

ต้นไม้ในเมืองใหญ่

ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และต้นไม้ในเมืองใหญ่ต้องเป็นไปอย่างเอาใจต้นไม้มาใส่ใจเรา เพราะที่สุดแล้วไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปก้าวไกลแค่ไหน คนเรายังคงต้องพึ่งพาธรรมชาติ